0 Views

บทที่ 21 กระต่ายนั้นเป็นสัตว์กินพืช!!!

อากาศร้อนของเดือนมิถุนายน… ทำให้คนหายใจไม่ออกเสียแล้ว

พนักงานของบริษัท Owl Wings ไม่อาจทนต่อความร้อนอบอ้าวของโรงอาหาร จึงเอาอาหารขึ้นมาทานบนออฟฟิศ

เครื่องปรับอากาศเป่าลมเย็นๆ พนักงานพูดคุยกันระหว่างทานข้าวไปด้วย… บทสนทนานั้น…

“เอ๋ วันนี้มีอะไรกินน๊า ว้า หมูตุ๋นสองรอบ มันแผล่บเลยอ่ะ”

“พักนี้ โรงอาหารห่วยชะมัด ไม่มีเนื้อเป็นชิ้นเป็นอันเลย”

“ข้าไม่อยากอาหารเลย อยากกินสลัดเนื้อกระต่ายฟ่ะ”

“ปีกไก่ทอดของผม…”

ขณะเดียวกัน รอยยิ้มของนั่วนั่วเลือนหายไปทันทีที่เปิดกล่องข้าวที่ตั้งตารอ… เสียงคำรามของกระต่ายน้อยจากชั้นสิบเจ็ดดังลั่น “อี๋ ทำไมวันนี้มีแต่เนื้ออีกแล้ว… กุ้งผัดทั้งเปลือก ลูกชิ้นเนื้อ ฉันไม่อยากกินขาหมูต้มซีอิ๊ว ไม่อยากเห็นไก่ด้วย…”

“……”

แต่ละคำราวกับอัญมณีล้ำค่า

นี่มันยั่วกันชัดๆ! ขี้อวด! (เสียงแทรกจากเพื่อนร่วมแผนก)

แต่ก็โทษนั่วนั่วไม่ได้หรอกนะ ทำไมล่ะ? เหตุเกิดจากจูบ…

คืนนั้นที่บอสใหญ่เซียวสารภาพรักและจูบนั่วนั่ว ขับรถจากไป นั่วนั่วที่รู้สึกแปลกๆ แต่ก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผล ถึงจะผิดความคาดหวังไปบ้าง อุบัติเหตุเล็กน้อยนี้… นั่วนั่วที่หน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นรัวราวกับกลอง… แต่นั่วนั่วปลอบใจตัวเอง

ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แค่เนื้อสัมผัสเนื้อ… วันนี้มืดมาก ไม่มีเพื่อนบ้านเห็นสักคน ที่บอสใหญ่เซียวเอ่ยว่าเขาชอบเธอ… ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า คืนนั้นนั่วนั่วกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง ก่อนฝันหวานน้ำลายยืด

วันถัดมา เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยไปทำงานเหมือนปกติ เพื่อนร่วมงานก็รับรู้ว่า บอสใหญ่เซียวไม่มีความเห็นอะไรจากเหตุการณ์เมื่อวาน นั่วนั่วปิดประตูเสียงดังลั่นเพื่อข่มขวัญ ตาลุงลามกก็เหมือนพบทางสว่าง เขาดูเหมือนจะเข้าใจความสัมพันธ์ ”ลึกซึ้ง” ของบอสใหญ่เซียวกับนั่วนั่ว จึงทำตัวเป็นมิตรและไม่หาเรื่องอะไรตลอดทั้งเช้า

พอพักเที่ยงนั่วนั่วก็ไปรับข้าวกลางวัน เธอถือกล่องข้าวมาที่ออฟฟิศ แต่กลับรู้สึกโหวงๆ เหมือนอะไรขาดหายไป ห้องทำงานของใครบางคน… ลมเย็นๆพัดมา นอกจากแสงแดดเล็กน้อยที่ทอดผ่านม่านหนาหนักที่ปิดสนิท ไม่มีแม้แต่เงา…

หลินเอ็มเอ็มวิ่งมาอธิบาย “เมื่อคืนเจ้านายกลับมาทำกะดึกที่บริษัท หลังจากจัดการเอกสารด่วน ตอนแปดโมงเช้าเขาก็บินไปเมืองหลวงด้วยเหตุผลเรื่องงานทันที เขาน่าจะอยู่ที่นั่นประมาณครึ่งเดือน”

นั่วนั่ว: ( ^ )

งั้นที่เมื่อคืน เซียวอี้รีบกลับ เพราะมาทำงานต่อที่ออฟฟิศน่ะสิ

หรือว่า… ที่บอสใหญ่เซียวรีบกลับมาทำงานเมื่อคืน เพราะเขากลัวที่จะเห็นหน้าเธอวันนี้?

หรือว่า… บอสใหญ่เซียวจะอายกัน?

เหตุผลของนั่วนั่วทำเอาเธอหัวเราะจนปวดท้องเลยที่เดียว ก่อนจะยกปิ่นโตขึ้นมาตรงหน้า “แล้วครึ่งเดือนนี้ จะเอาไงดีกับเรื่องอาหารของเจ้านายล่ะคะ?”

ประโยคนี้นั่วนั่วถามอย่างสุภาพ แต่ในใจแอบลิงโลด บอสใหญ่เซียวไม่อยู่ตั้งครึ่งเดือน เธอก็ได้พักตั้งครึ่งเดือน ไม่ต้องเอาอาหารมาให้บอส ไม่ต้องล้างจาน แต่โชคร้ายยิ่งนัก หลินเอ็มเอ็มที่ฉลาดหลักแหลม รายงานสถานการณ์ลำบากใจนี้กับบอสใหญ่โดยตรง “เจ้านายคะ ดูเหมือนว่านั่วนั่วจะชอบอาหารของคุณนะคะ”

ที่ปลายสาย เซียวอี้ครุ่นคิด ก่อนเพิ่มเติม “งั้นครึ่งเดือนนี้ ก็ให้ครัวเล็กทำงานต่อล่ะกัน”

หลินเอ็มเอ็มชื่นชมความคิดนี้มาก ตอบเสียงดังชัดเจน “ตกลงค่ะ”

ความนัยที่ซ่อนอยู่… เจ้านายไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องบริษัทฉันจะช่วยคุณดูแลเอง หลินเอ็มเอ็มคนนี้จะทำงานอย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ…

อย่างแรก เพื่อเอาใจนั่วนั่ว หลินเอ็มเอ็มบอกกับเธอว่า ถึงแม้บอสใหญ่จะไปติดต่องาน ครัวเล็กก็ยังทำงานเหมือนเดิม เพราะฉะนั้น คนลงมาเอาอาหารกลางวัน บทที่บอสใหญ่เซียวไม่อยู่ จะได้เอร็ดอร่อยกับมื้อพิเศษ นั่วนั่วก็เชื่อคำ ลงไปเอามื้อกลางวันทุกวัน

ป้าจางจากครัวเล็กก็ไม่ใช่คนโง่ เธอทำงานมาหลายปีแล้ว เวลาเจ้านายไปติดต่องานข้างนอกก็ไม่ต้องการมื้อพิเศษสักที แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรก เธอเลยดึงตัวหลินเอ็มเอ็มผู้รอบรู้มาถาม

หลินเอ็มเอ็มแสร้งคลี่ยิ้มลึกลับ “ป้าจางคะ ป้าก็รู้นิน่า ว่าแผนกธุรการอย่างเรารู้ว่าอะไรควรพูด อะไรไม่ควรพูด ถ้าไม่ระวังปาก ตำแหน่งก็อาจจะลอยหายไปก็ได้ เจ้านายดีๆ บริษัทดีๆแบบนี้ หาไม่ได้ง่ายนักหรอกค่ะ”

ป้าจางรีบพยักหน้าเห็นด้วย “เอาเถอะ เอาเถอะ หลินเอ็มเอ็ม ฉันจะไม่ทำให้เธอลำบากใจ เธอเตือนฉันก็ดีแล้ว อ้อ นี่ เธอชอบกินขนมจีบเนื้อไหม ฉันจะให้เธอเป็นพิเศษถุงหนึ่งเลยนะ”

หลินเอ็มเอ็มที่ได้ยินข้อเสนอ ตาโค้งลง พยักหน้าอย่างพอใจ ก่อนเอ่ย “ป้าจางคะ ฉันบอกป้าตรงๆเลย นั่วนั่วนี่ไม่ใช่เล่นๆเลย เธอไม่ใช่พนักงานธุรการหรือผู้ช่วย แต่เจ้านายชอบดื่มกาแฟฝีมือเธอ ทำไมน่ะเหรอคะ ว่ากันตรงๆเลย เจ้านายอยากเห็นหน้าเธอทุกวัน”

หลินเอ็มเอ็มหยุดไปสักครู่ ก่อนดึงหูป้าจางมาใกล้ๆ “ฉันว่านะ อีกไม่นานนี้แหละ ป้ากับฉันต้องเอาข้าวกับกาแฟไปเสิร์ฟนั่วนั่ว”

ป้าจางเหมือนพบแสงสว่าง จากวันนั้น มื้ออาหารครัวเล็กก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

เพื่อทำคะแนนกับว่าที่เจ้านาย ป้าจางใช้ฝีปากสอบถามคนมากมายว่านั่วนั่วชอบทานอะไร แต่นั่วนั่วเป็นคนไม่เรื่องมาก เธอกินได้ทุกอย่างไม่มีเกี่ยง คนอื่นๆเลยไม่รู้ว่าเธอน่ะชอบหรือไม่ชอบกินอะไรบ้าง โดยรวมเป็นกระต่ายที่ไม่เลือกกินโดยสิ้นเชิง

หลังจากล้มเหลวในการสอบถาม… ป้าจางตัดสินใจทำตามความคิดของตัวเอง จัดเนื้อล้วนๆ ไม่มีผักแซม เด็กยุคนี้เป็นสัตว์กินเนื้อ เมื่อเนื้อสัตว์ปรากฏในโรงอาหาร พนักงานที่ไม่เห็นเนื้อเป็นชิ้นเป็นอันมานาน ร้องโหยหวนราวกับหมาป่า ป้าจางม้วนแขนเสื้อขึ้น เปลี่ยนตารางการทำกับข้าวรัวๆเพื่อปรนเปรอเนื้อสัตว์ให้นั่วนั่วกิน จนกว่านัยน์ตาบ้องแบ้วของกระต่ายจะเปลี่ยนเป็นสีแดงราวสัตว์ร้ายที่อยากกินคน… และยังไม่ยอมหยุด

ตอนแรกๆนั่วนั่วก็ดีอกดีใจ กลับบ้านเล่าด้วยท่าทีสดใสว่า บอสใหญ่เซียวน่ะสุดยอดจริงๆ อาหารเยี่ยมไปเลย ไม่มีแม้แต่เงาของผักสักชิ้น วันที่หนึ่ง… วันที่สอง… สามและสี่… นั่วนั่วที่เปิดกล่องอาหาร ก็เริ่มเอียนเสียแล้ว

อีกอย่าง…นั่วนั่วที่เอาอาหารกลางวันขึ้นมาให้เซียวอี้ทุกวัน เป็นคนรื้อปิ่นโต จัดวางบนโต๊ะ ก่อนขอให้เขาวางเอกสารลงมาทานข้าว จึงรู้ปริมาณอาหารที่ใส่มาดี… แต่เทียบกับของบอสใหญ่เซียวแล้ว… มันมากกว่าตั้งสามหรือสี่เท่า…

นั่วนั่วเริ่มรู้สึกผิด… นี่มันติดสินบนหรือไม่ก็ทุจริตกันชัดๆ

หรือว่า… ป้าจางคิดว่า เธอ ในฐานะ “คนโปรด” ของเซียวอี้ ถือโอกาสที่เซียวอี้ไม่อยู่ ทำตัวเป็น “ผู้มีเกียรติ” กัน นั่วนั่วที่เป็นพนักงานตัวเล็กๆ ที่ยังกังวลไม่เลิก ดังนั้นวันที่สอง เธอจึงบอกป้าจางอย่างสุภาพว่า เธออยากกินอาหารเบาๆ

เที่ยงวันนั้น..ป้าจางจัด กุ้งหลงจิ่งให้เต็มกล่อง

นั่วนั่วจึงบอกว่า เธออยากกินผักสดตามฤดูกาลบ้าง  มื้อเที่ยงวันถัดไปประกอบด้วย มะระผัดไก่สับ ไก่ผัดถั่วลิสง และ ตีนไก่เปื่อยๆ

นั่วนั่วที่เซ็งจัด พูดตรงๆว่า เธอไม่อยากกินเนื้อสัตว์ และวันนั้น… ในกล่องข้าวเป็น มะเขือเทศผัดไข่

นั่วนั่วที่ทำใจแข็ง เพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด ยกตัวอย่างเฉพาะเจาะจง.. เธออยากกิน ผักล้วนๆ เช่น แตงกวา ผักโขม กะหล่ำปลี

คำขอนี้ทำให้ป้าจางอายมาก เธอแค่อยากให้ภรรยาในอนาคตของเจ้านายได้กินของดีๆ ทำให้เธอมีความสุขเท่านั้นเอง ดังนั้นป้าจางกับหลินเอ็มเอ็มรวมหัวกันคิดเมนูอาหาร วันถัดมานั่วนั่วพบว่าในกล่องข้าวนั้นมี กะหล่ำปลีดอง จึงน้ำตาไหลอย่างมีความสุข เปิดชั้นถัดไป… แกงจืดมะระ… แต่ในแกงจืดนั้นมีลูกชิ้นปลากลมๆลอยอยู่

OTZ อ๊ากซ์……

นั่วนั่วจ้องแกงจืดลูกชิ้นปลากลมๆนุ่มๆ ไอร้อนโชยกรุ่น ก่อนจะเริ่มหลอน… นี่มันไม่ใช่ลูกชิ้นปลาแล้ว แต่เป็นหุ่นของเธอหลังจากกินมื้ออาหารที่มีแต่เนื้อสัตว์มามากกว่าหนึ่งอาทิตย์เต็มๆต่างหาก

ท้วม …กลม อีกไม่นาน เธอคงไม่ต่างกับลูกชิ้นตรงหน้า… กลิ้งได้แน่นอน

เวลานี้ นั่วนั่วอยากให้บอสใหญ่เซียวกลับมาก่อนกำหนดไม่ได้ เพราะว่าเธออยากบอกเขาเหลือเกิน… กระต่ายขาวตัวน้อยนั้นกินหญ้าเป็นอาหาร“กระต่ายกินเนื้อ” นั้นฟังอย่างไรก็ไม่น่ารักขึ้นมาได้เลยแม้แต่นิดเดียว

ละครฉากเล็ก

สุดสัปดาห์ แม่ของเธอเกิดอารมณ์ดีเป็นพิเศษ เธอตัดสินใจให้สามีหยุดหนึ่งวัน และทำกับข้าวให้ลูกสาวที่รักเป็นการส่วนตัว “นั่วนั่วคนดี แม่จะทำกับข้าวอร่อยๆให้ลูกทานนะ อยากทานอะไรดีล่ะ”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยที่กดแป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์อยู่ทำท่าลังเล เธอตัวแข็ง

หม่าม้าซูที่เห็นลูกสาวตกใจก็ตกใจตามไปด้วย เธอลูบศีรษะลูกสาวอย่างเป็นห่วง ก่อนเอ่ย “เป็นอะไรหรือเปล่า แม่บอกลูกแล้วว่าอย่าอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทุกวัน แค่ที่ทำงานลูกก็ต้องอยู่หน้าคอม เลิกงานมาก็ยังอยู่หน้าคอม ดูสิดู…”

นั่วนั่วไม่รอให้แม่พูดจบ เธอสั่นอย่างกับผีเข้าไปทั้งตัว เธอเขย่าไหล่ด้วยท่าทีแปลกๆ โยกตัวไปมา ทำเอาแม่เสือเงียบกนิบ

นัยน์ตากระต่ายขาวตัวน้อยส่องประกายสดใส ปากก็รัวชื่ออาหารไม่หยุด “หนูอยากกิน แครอท หัวไชเท้า ผักโขม กะหล่ำหลี ผักกวางตุ้ง ต้นหอม สาหร่าย แตงกวา มะระ บวบ ฟักเขียว แล้วก็แตงโมค่ะ

นั่วนั่วสูดหายใจเฮือกใหญ่ เธอพูดจบแล้ว เลียริมฝีปากน้อยๆแดงระเรื่อ ตาของหม้าม้าซูแทบจะทะลักออกจากเบ้า อ้าปากค้าง สีหน้าเหมือนหมาป่าหิว แต่ความกระหายเหมือนกับแกะ…

คืนนั้น ทั้งพ่อและแม่ของนั่วนั่วคุยและเถียงกันอยู่นาน ก่อนจะยกจานมาบนโต๊ะ

นั่วนั่วที่จ้องเนื้อสัตว์เต็มๆตา ก่อนคำรามลั่น “แม่คะ พ่อคะ ไม่ใช่ว่าเราตกลงกันว่าจะกินผักๆกันเหรอคะ ไหงกลายเป็นเนื้อล่ะ ไม่เอาอ่ะ หนูอยากกินผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง กระหล่ำปลี ผักบุ้ง…”

พ่อเธอที่สังเกตุเห็นสีหน้าเกลียดชังและขุ่นเคือง มาจับมือลูกสาวไว้ ก่อนสะอื้นอย่างขมขื่น “ลูกสาวเอ้ย พ่อเจ้าต้องขอโทษด้วย ทำให้ลูกต้องไปนัดบอดกับเสี่ยวจางคนนั้น จนถูกผีสิงแบบนี้ ลูกคงไม่เปลี่ยนศาสนานะ” เมื่อได้ยิน แม่เธอก็ร้องไห้ตาม “นั่วนั่ว แม่แค่อยากได้หลานเท่านั้นเอง ถ้าลูกไปบวชชี แม่จะตายให้ดู”

นั่วนั่ว: “หนู… เอ่อ แม่กับพ่อคิดอะไรคะ หนูไม่ได้อยากบวชชีสักหน่อย”

พ่อและแม่ของเธอหันมาจ้องกัน ก่อนประสานเสียง “ถ้าไม่คิดแบบนั้น… ก็กินซะ”

นั่วนั่ว: O__o

บอสใหญ่เซียวช่วยฉันด้วยยยยย….