0 Views

บทที่ 20 ความจริง

นั่วนั่วที่แต่งตัวเรียบร้อย เสิร์ฟน้ำชาให้บอสใหญ่เซียวก่อนดึงแม่มาที่ห้องครัว

แม่เธอมองไปที่ห้องนั่งเล่น ที่ไกลกับห้องครัว สัปปะรดจะไม่ได้ยินอะไร ก่อนพูดเสียงเรียบ “นั่วนั่ว ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานที่พ่อแนะนำมาใช่ไหม ..ทำไมกลายเป็นสัปปะรดที่บ้านไปได้ล่ะ”

ปากนั่วนั่วเบี้ยว ก่อนจะแก้คำพูดของแม่เป็นรอบที่ร้อยกับอีกหนึ่ง… “เขาไม่ได้ชื่อสัปปะรด เขาชื่อเซียวอี้ เซียวอี้ เซียวอี้!”

แม่ของเธอพยักหน้าแบบไม่เข้าใจ หั่นผักไปด้วย พลางพึมพำ “หั่นสัปปะรด สัปปะรดถูกหั่น… มิน่าล่ะรถเขาถึงหรูขนาดนั้น หม้าม่าลีที่สวนบอกแม่ว่า รถคันนั้นน่ะ ราคาเป็นแสน แม่ยังห่วงอยู่เลยว่าเสี่ยวเหวินชูไปรับเงินใต้โต๊ะอะไรมาหรือเปล่า แต่ลูกไปทำยังไงถึงไปทำให้เจ้านายลูกมาติดเบ็ดได้ล่ะ”

“……” เพราะคำที่แม่เธอใช้ “ติดเบ็ด” นั่วนั่วรู้สึกหดหู่ กับคำพูดขวานผ่าซาก แบบว่า เธอแค่… เธอกัดฟันก่อนบอกความจริง “แม่คะ ที่จริง เขาคือคู่ดูตัวคนแรกของหนูค่ะ”

??

+__+

$__$

สีหน้าของแม่เธอเปลี่ยนไปมาภายในหนึ่งนาทีได้อย่างอัศจรรย์ จาก “อะไรนะ มันเกิดขึ้นได้ไง” เป็น “เจ้าลูกคนนี้นี่ พาเจ้านายมาที่บ้านแล้วไม่ยอมบอกได้ไงกัน” สุดท้ายจบด้วย “เยี่ยมไปเลย ลูกสาวฉันจับบอสใหญ่ของบริษัทใหญ่เสียอยู่หมัด ลูกสาวฉันต้องประสบความสำเร็จในอาชีพการงานแน่ๆ”

ลูกสาวนั้นรู้จักแม่ของเธอดีที่สุด นั่วนั่วที่เห็นสีหน้าของแม่ก็รู้ทันทีว่าแม่ของเธอกำลังฝันกลางวันไปไกล กำลังคิดจะว่าแอบออกไปอย่างไงดี พ่อของเธอก็กลับถึงบ้าน เขาได้รับโทรศัพท์จากภรรยาที่กำลังตื่นเต้นกับการที่ว่าที่ลูกเขยจะมาทานข้าวเย็นที่บ้าน เลยตัดสินใจกลับบ้านเร็ว

ที่ผ่านๆมา พ่อของเธอที่ งานรัดตัว ไม่มีโอกาสได้พบ “เสี่ยวจาง” ตัวเป็นๆมาก่อน เซียวอี้ที่ใช้ชื่อ เสี่ยวเหวินชู มารับนั่วนั่วทุกวัน ยังไม่ถูกเปิดโปง แต่ทั้งพ่อและแม่ มักจะพูดเสมอว่า “เสี่ยวจาง” ช่วยดูแลลูกสาวของเราด้วย และ พวกเขาก็ชื่นชมกับท่าทางสง่างามและความใส่ใจของเขา อันที่จริง “ว่าที่ลูกเขย” ที่พวกเขาเลือกก็ไม่แย่นัก ทำงานในหน่วยงานที่มั่นคง เป็นหัวหน้าของเหล่ามือขวา ชีวิตมีเหตุมีผล แต่พอพ่อนั่วนั่วเริ่มมั่นใจในตัวว่าที่ลูกเขยคนนี้“เสี่ยวจาง” ก็หายไปจากสารบบ เขาเลยโทรหาภรรยาก่อนพบว่า “เสี่ยวจาง” ของเขา นั้นเป็นคนละคนกับ “เสี่ยวจาง” ที่ภรรยารู้จัก

เมื่อได้ยิน พ่อของเธอก็โกรธจัด ลูกสาวของเขาเด็กนัก แต่ดันคว้าใครก็ไม่รู้มาเป็นคนรัก ทำไมไม่เชื่อสายตาผู้เฒ่าที่มีประสบการณ์หลายสิบปีกัน ว่าจะมองคนดีหรือร้ายไม่ได้เชียวหรือ แต่เมื่อพ่อของเธอกลับถึงบ้าน และเริ่มคุยกับเซียวอี้ ผนวกกับตัวตนที่แท้จริงของเขา ถึงแม้ว่าลูกสาวของเขามักจะเล่าเรื่องที่บริษัทให้ฟังบ่อยๆ ป๊ะป๋าซูก็ค้นพบและเข้าใจว่า เซียวอี้เป็นเด็กดีมาก ฉลาดและมีความสามารถ ป๊ะป้าซูปลื้มบอสใหญ่เซียว จนลืมเสี่ยวจางไปเสียสนิท

หลังจากการพบกัน ระหว่างทานอาหารอย่างออกรส บอสใหญ่เซียวเอ่ยปากชื่นชมความอร่อยของปลานึ่งของแม่นั่วนั่ว และชื่นชมภาพวาดบนผนังฝีมือพ่อนั่วนั่วว่าเป็นฝีมือระดับรางวัล ทำเอาสองผู้เฒ่ายิ้มไม่หุบ

แต่ภายใต้บรรยากาศแสนอบอุ่นงดงามนี้… นั่วนั่วรู้สึกว่ามื้ออาหารนี้แปลกมาก … และที่แปลกกว่า เธอเป็นคนเดียวที่คิดแบบนั้นน่ะสิ

>__<

ที่โต๊ะอาหาร ทั้งแม่และพ่อถามบอสใหญ่เซียวเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวมากมาย ทั้ง พ่อแม่ อาชีพ พื้นฐานครอบครัว รวมไปถึงเรื่องบริษัท Owl Wing ด้วย นั่วนั่วเริ่มรู้สึกว่ามันเหมือน……. การพาแฟนมาที่บ้านครั้งแรก

และไม่ว่าพ่อกับแม่เธอจะถามอะไร บอสใหญ่เซียวก็ตอบอย่างคล่องแคล่ว โดยไม่รู้สึกอะไรแม้แต่น้อย นั่วนั่วที่กินข้าวเงียบๆกลับจำขึ้นมาได้ว่า เธอกับบอสใหญ่เซียวกำลังทะเลาะกันอยู่ แต่จู่ๆเขาก็โผล่มา พร้อมกองของขวัญ คงไม่ใช่… มาไล่เธอออกจากงานนะ

นั่วนั่วที่หลุดไปในโลกส่วนตัว จนไม่ได้ยินประโยคที่เซียวอี้พูด “ตอนสิ้นปี พ่อกับแม่ผมจะย้ายเข้าบ้านใหม่ แล้วผมจะเชิญทั้งคู่มาทานข้าวด้วยกันนะครับ”

ใครที่ได้ยินย่อมจะตีความออกว่า “สองครอบครัวมาพบกัน เพื่อจะหาวันดีๆ สำหรับเด็กสองคน” เมื่อได้ยิน พ่อแม่นั่วนั่วมองตากันเป็นนัยๆ ก่อนรีบพยักหน้า นั่วนั่วที่กำลังฝันกลางวัน กินข้าวเงียบๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งสามคนถึงมีท่าทางตื่นเต้น

นั่วนั่วที่น่าสงสาร… โดนพ่อแม่ขายเสียแล้ว…

เวลาสองทุ่ม… บอสใหญ่เซียวตัดสินใจบอกลา

นั่วนั่วที่จำต้องเดินไปส่งเขา คิดว่าจะกำจัดบอสใหญ่ไปอย่างรวดเร็ว แต่ผลน่ะเหรอ เขายืนเฉยไม่ยอมไปไหนอยู่ตรงหน้ารถ มองขึ้นฟ้า ยิ้มกว้าง “นั่วนั่ว ตอนนี้ลมเย็นสบาย แสงจันทร์สว่างสดใส เราไปเดินเล่นกันเถอะนะ”

=__=

นั่วนั่วคิด… บอสใหญ่เซียว คุณกลายเป็นนักกวีที่ชื่นชอบแสงจันทร์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน วันนี้เขาทำตัวเหมือนคนบ้า

เซียวอี้ไม่อธิบายอะไร ก้าวเท้ามาดึงมือนั่วนั่ว นั่วนั่วกระโดดโหยง ก่อนกลืนน้ำลายอย่างตื่นเต้น “เซียว….. เซียว…..มีอะไรอยากพูดก็พูดมาเลยค่ะ อย่าอ้อมค้อมดีกว่า”

เซียวอี้เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง แสงจันทร์ขับใบหน้าหล่อเหลาให้น่าหลงไหลยิ่งขึ้น รอยยิ้มจางๆผุดขึ้นที่ริมฝีปาก ในที่สุดเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยก็เข้าใจเขาเสียที”

ด้วยทีท่าน่าสังเวชนั่วนั่วขมวดคิ้ว ก่อนถาม “ที่จริง.. วันนี้ที่คุณมาที่บ้านฉัน… ฉันเข้าใจแล้วค่ะ คุณอยากให้ฉัน………ลาออกใช่ไหมคะ”

ระหว่างมื้อเย็น นั่วนั่วคิดจริงใจว่า บอสใหญ่เซียวที่สามารถดุด่าเธอได้ มาเยี่ยมเธอถึงบ้าน มีเหตุผลที่แท้จริงเพียงข้อเดียวเท่านั้น เพราะเธอทำให้เขาโกรธ บอสใหญ่เซียวจึงจะให้เธอออกจากงาน แต่สัญญาจ้างชั่วคราวของเธอยังไม่หมด ถ้าเธอลาออกตอนนี้ ตามกฏแล้ว ต้องจ่ายเงินชดเชย บออสใหญ่เซียวคงอยากลดค่าชดเชย เลยมาที่บ้านเพื่อหาเหตุผลมากล่อมเธอล่ะมั้ง

นั่วนั่วถอนหายใจ เธอเคยทำงานในบริษัทเล็กๆ เจ้านายที่ต้องการประหยัด ใช้ทุกวิธีทางเพื่อจะลดค่าใช้จ่าย แต่การที่บอสใหญ่เซียวมาเยี่ยมเธอเป็นการส่วนตัวเพื่อค่าชดเชยเล็กๆน้อยๆ นั่วนั่วพึ่งเจอคนแบบนี้เป็นครั้งแรก

สีหน้าบอสใหญ่เซียวเปลี่ยนเป็นทะมึนมืดทันที

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยฉลาดมาก ม่อจื้อหยวนเคยพูดว่า มีหลายอย่างที่หลายคนต้องฝึกอบรมสองสามหน บางคนอาจจะไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียว แต่นั่วนั่วเป็นข้อยกเว้น เธอเรียนรู้ได้ภายในครั้งเดียว… หลังจากนั้น เธอจะไปค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง และนี่คือเหตุผลที่ม่อจื้อหยวนสนับสนุนนั่วนั่ว

เซียวอี้เองก็ประทับใจในความหลักแหลมของนั่วนั่วเช่นกัน

มีหลายอย่างที่คุณคิด แต่เธอจัดการทำให้คุณไปล่วงหน้าแล้ว แค่คุณเผลอหาว กาแฟก็โผล่มาในมือคุณ นี่เป็นความเฉลียวฉลาดที่ดึงดูดเซียวอี้

แต่ในทางกลับกัน เซียวอี้คิดว่า…. อีคิวของนั่วนั่วนั่วนั้น…… เขาไม่กล้าพูดถึงด้วยซ้ำ

มื้อค่ำ เดท การดูแลเป็นพิเศษ ตอนบาดเจ็บก็มารับทุกวัน วันนี้เขาก็มาพบพ่อแม่ถึงบ้าน การกระทำของเขามันไม่ชัดเจนพอเหรอไง ทำไมนั่วนั่วถึงคิดไปไกลได้ขนาดนั้น…… ไล่ออกงั้นเหรอ

เซียวอี้สูดหายใจลึกๆ ปิดตาอีกครั้ง “นั่วนั่ว”

“มาค่ะ”

“ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย”

ได้ยินคำพูด นั่วนั่วเริ่มตกใจ บอสใหญ่เซียวพูดอะไร… หมายความว่าอะไร นั่วนั่วจิ้มฝ่ามือตัวเองเล่น “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับที่ฉันถียงคุณต่อหน้าทุกคนใช่ไหมคะ”

เซียวอี้กระพริบตา ตาเป็นประกาย “เธอไม่สบายใจงั้นเหรอ”

นั่วนั่วพยักหน้า “จู่ๆคุณก็มาถึงบ้านฉันพร้อมกองของขวัญ แต่ไม่พูดอะไรสักคำ วันก่อนแม่ฉันชวนคุณทานมื้อเย็นที่บ้าน คุณก็ไม่ยอมอยู่ทาน แต่วันนี้…”

นั่วนั่วพูดไม่ทันจบ เซียวอี้ก็ขัดจังหวะก่อนกระซิบ “เพราะวันนี้เป็นการพบกันอย่างเป็นทางการไงล่ะ”

“ทำไม?” นั่วนั่วเบิกตากว้างก่อนจ้องเขา “คุณหมายความว่ายังไงน่ะ”

เซียวอี้หัวเราะ รอยยิ้มสดใส ดวงตาทอดแสงอ่อนโยน เอนตัวมาข้างหน้า “ที่ฉันปฏิเสธไม่ยอมอยู่ทานมื้อค่ำ เพราะฉันไม่อยากใช้ตัวตนของเสี่ยวจางเพื่อทานมื้อค่ำกับพ่อแม่ของเธอ แต่คืนนี้….” เซียวอี้ตอบด้วยคำอุปมา “คืนนี้ลงนามในสัญญาอย่างเป็นทางการ ยืนยันความหมายแห่งสัมพันธ์”

“คุณไม่ได้โกรธเรื่องวันนั้นเหรอ?”

เซียวอี้ที่ตาเป็นประกายพยักหน้า “โกรธสิ ฉันอยากพาเธอกลับมาเดี๋ยวนั้นเลย”

อันที่จริง วันนั้นจะโทษเซียวอี้ทั้งหมดก็ไม่ได้ ในฐานะผู้วางนโยบายหลัก เขามีความคิดเห็นและความกังวลของตัวเอง นั่วนั่วเป็นเพชรที่ยังไม่ได้เจียรนัย หลันจุนเหยียนที่เริ่มผลิตเกมส์สำหรับผู้หญิงก่อน สามารถคาดเดาทิศทางตลาดและความต้องการของผู้เล่นได้ดี แต่ปัญหาหลักของชายคนนี้คือ ความอิจฉาริษยา ถึงแม้จะไม่ใช่ข้อร้ายแรง หลายคนไม่เข้าใจว่าทำไมเซียวอี้ถึงกล้าดึงเขามาด้วยเงินเดือนสูงๆ แต่เซียวอี้คิด… “สนใจแต่แก่น แต่ทิ้งตะกอน”

สรุปสั้นๆ คือ สูบข้อมูลดีๆมีประโยชน์เกี่ยวกับเกมส์สำหรับผู้หญิงมาจากหลานจุนเหยียนให้เกลี้ยง และก็เตะตาลุงลามกทิ้งไป… ส่วนหัวหน้าโปรเจคคนใหม่นั้นเซียวอี้และม่อจื้อหยวนเห็นพ้องต้องกันว่า นั่วนั่ว เหมาะที่สุด

ดังนั้นการปรับสมาชิกทีมจึงเป็นไปตามนั้น นั่วนั่วเป็นโปรดิวเซอร์หญิงคนเดียว และทิศทางตลาดนั้นมุ่งไปที่เกมส์สำหรับผู้หญิง เซียวอี้คิดหนัก ไม่สามารถจับปลาสองมือมีแต่ต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง ก่อนตัดสินใจเลือกให้นั่วนั่วยอมทิ้งโปรเจค “กิเลนมาร” ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด อย่างช่วยไม่ได้

สำหรับสายงานโปรดักชั่น… การทำโปรเจคสองอย่างที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงในเวลาเดียวกันนั้น ผลงานนั้นจะออกมาแย่สุดๆ เซียวอี้ที่เรียกนั่วนั่วมาคุย เจ้ากระต่ายน้อยตกลงอย่างว่าง่าย แต่กลับทำแบบนี้ลับหลัง

เวลานั้น เซียวอี้จะไม่โมโหก็คงยาก แต่เซียวอี้ไม่คิดว่า กระต่ายจอมตื่นตระหนกจะสามารถกัดคนได้

เซียวอี้หลุดจากพวังค์ ยอมประนีประนอม “ไม่เป็นไรแล้ว”

นั่วนั่วมองใบหน้าหล่อเหลาของบอสใหญ่เซียวที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่ทันรู้ตัวว่าเซียวอี้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ฟังเสียงเต้นของหัวใจที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ ส่ายหน้า “ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี”

“งั้นฉันจะทำให้เธอเข้าใจเอง” เซียวอี้ไม่ปล่อยเจ้ากระต่ายขาวตัวแขนจากอ้อมแขน ก้มมาข้างหน้า ก่อนปิดปากเธอ

“ป๊อง”

หัวใจนั่วนั่วได้ยินเสียงอะไรสักอย่าง สมองเธอหยุดทำงานฉับพลัน เหมือนไฟฟ้าถูกตัด

ระหว่างฟ้าแลบ นั่วนั่วรู้สึกถึงริมฝีปากนุ่ม อุ่น และร้อนของเขา ตกอยู่ในอารมณ์อ่อนไหว อบอุ่น รู้สึกดีมาก นั่วนั่วหลับตาเหมือนถูกสะกด

เธอถูกจูบ…

รอยจูบของบอสใหญ่

จุมพิตบางเบา ไม่นานนัก เมื่อเซียวอี้ปล่อยนั่วนั่ว เธอรู้สึกตัวเบาเหมือนเธออยู่ในความฝัน ได้ยินเสียง

“นั่วนั่ว ฉันชอบเธอ”

ตอนนี้… นั่วนั่วรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนก้อนเมฆ…