0 Views

บทที่ 19 ผมชื่อเซียวอี้

นอกออฟฟิศของเซียวอี้ นั่วนั่วพิมพ์ใบลาให้แผนกบุคคลอย่างรวดเร็วก่อนเดินออกไปอย่างสบายๆ

ตามขั้นตอนปกติ พนักงานจะเขียนใบลาล่วงหน้าหนึ่งวันหรือครึ่งวันส่งให้กับแผนกบุคคล ก่อนจะรับทราบ และพนักงานก็จะยื่นให้กับหัวหน้าโดยตรง ซึ่งจะเซ็นยินยอม ก่อนส่งต่อให้กับหัวหน้าแผนก ซึ่งจะเซ็นอนุมัติอีกที

แต่ตอนนี้นั่วนั่วไม่สนอะไรแล้ว เธอทิ้งใบลาไว้แบบนั้น ก่อนจะถือกระเป๋าเดินออกจากตึกไป ผู้จัดการแผนกบุคคลไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ลังเลอยู่นิดหน่อยก่อนเรียกเธอ แต่นั่วนั่วทำเป็นไม่เห็น

นั่วนั่วทำงานที่บริษัทไม่นานเท่าไร แต่กลับเป็นกรณีพิเศษไปเสียแล้ว บอสใหญ่สั่งย้ายเธอไปแผนกวางแผนเป็นการส่วนตัว บอสใหญ่พยักหน้าอนุญาตให้เธอเข้าร่วมทีมโปรเจค บอสใหญ่สั่งอาหารเย็นให้เธอเป็นการส่วนตัว …แล้วเขาจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยื่นใบลาวันนี้เลยเหรอ

ผู้จัดการแผนกบุคคลนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการ “เลีย” ประจบประแจงบอส แต่สถานะของนั่วนั่วคนนี้ยังไม่ชัดเจน ถึงแม้ว่า ทั้งความสัมพันธ์ของเธอระหว่างม่อจื้อหยวน และรุ่นพี่อีกหลายคนยังกำกวมอยู่ แต่เขาก็ไม่กล้าแตะต้องเธอง่ายๆ ผู้จัดการแผนกบุคคลจึงได้แต่รายงานความจริงไปว่า “ใบลาของนั่วนั่วยังไม่ได้รับการอนุมัติ แต่เธอกลับบ้านไปแล้ว”

นั่วนั่วอยู่บนรถเมล์รู้สึกแน่นหน้าอก กำหมัดแน่น เธอรู้สึกอยากได้กระสอบทรายหน้าคน จะได้ต่อยให้สะใจ และกระสอบทรายหน้าคนนี่ เหมาะกับสกุล…เซียว ชื่อ อี้ มากที่สุด

เซียวอี้งี่เง่า ตายซะเซียวอี้!!!!!

เขาเรียกสมาชิกทีม “ศาลาป่าไผ่” มาแบบไม่ต้องคิดอะไรเลยสักนิด ไม่ทันได้สืบสวนอะไรเลยด้วยซ้ำ ทำไมเขาต้องช่วยตาลุงโรคจิตนั่นด้วย

นั่วนั่วรู้สึกแย่มาก เธอเชื่อมั่นในตัวบอสใหญ่เซียวมาโดยตลอด เธอคิดว่าการตัดสินใจของเขานั้นยอดเยี่ยม ไม่ต่างอะไรกับคำพูดของแม่ “คนที่ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่” ดังนั้นตอนที่เธอถูกย้าย แม้ใจเธอจะพร่ำบ่นที่ต้องยกลูกชายสุดเลิฟ “กิเลนมาร” ให้คนอื่นไปเลี้ยงดูฟูมฟัก เธอก็ไม่เคยกังขาในการตัดสินใจของเขาแม้แต่น้อย

หรือว่า… เจ้านายจะรู้สึกว่า ลุงลามกคนนี้มีพรสวรรค์ที่เธอสามารถเรียนรู้ได้…

หรือว่า… เจ้านายรู้สึกว่า ในเมื่อบริษัทมีนักเขียนหญิงเพียงคนเดียว เธอควรจะมีส่วนร่วมในการพัฒนาเกมส์สำหรับผู้หญิง และหวังว่าเธอจะเข้าใจ

หรือว่า… เจ้านายคิดว่า ปัญหาเกี่ยวกับสคริปของกิเลนมาร ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เลยให้เธอทำโปรเจคต่อไปทันที

แต่……. ม่ายยยยยยยยยย ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย มันไม่ใช่สักนิด

ตาลุงลามกเป็นไอ้ขี้แพ้ตัวจริง ส่วนทีมกิเลนมารที่มีสมาชิกน้อยลงไปฉับพลันก็ยุ่งสุดๆ เธอแค่ใช้เวลาว่างมาแก้สคริป “กิเลนมาร” เอง มันผิดตรงไหนกัน เธอไม่ดีพอสำหรับบริษัทเหรอไง เธอแค่อยากให้เกมส์สมบูรณ์แบบด้วยรายละเอียดเล็กๆน้อยๆพวกนี้

นั่วนั่วโมโหมากขึ้นเรื่อยๆ เธอกลับบ้านและอ้างง่ายๆว่า บริษัทปิด ก่อนเปิดประตูห้องนอน เล่นเกมส์ อัดบอส(ในเกมส์) เวลานั่วนั่วรู้สึกเซ็งๆ นั่วนั่วมักจะออนไลน์เพื่อไปสับสัตว์ประหลาดในเกมส์เล่นฆ่าเวลา แต่วันนี้เธอต้องการหาตัวแทนไว้ระบาย ทุกมีดที่กรีดลงไปที่สัตว์ประหลาด คือทุกมีดที่ลงกรีดไปบนร่างของเซียวอี้

ผลคือ นั่วนั่วได้รังแกบอสอย่างสาสมใจ

นี่เป็นเรื่องปกติมาก นั่วนั่วเลเวลหกสิบแล้ว อุปกรณ์ครบถ้วน นักดาบขาวตัวน้อยที่ถือ “ทะเลสาบหยกโลหิต” เป็นนักรบผู้กล้าหาญ ไม่หวั่นเกรงความตาย ตัดสินใจลุยเดี่ยวกับ “บอส” แต่กลับ…โดนฆ่าภายในเสี้ยววินาที…ไม่น่าสงสารเลยสักนิดเดียว

นั่วนั่วทำปากยื่น จ้องเกมส์… ตัวละครของเธอนอนอยู่บนพื้น ดวงตานั้นเป็นรูป X.X แถมยังโดนลูกน้อง “บอสใหญ่” ที่เดินไปเดินมารุมเหยียบซ้ำๆอีกต่างหาก เธอเริ่มทำใจได้ก่อนถอนหายใจเฮือก “แม้แต่เกมส์ยังรังแกฉันเลยอ่ะ แง”

เฮ้อ… ถ้ามี “บอส” มาเกี่ยวข้อง เธอก็หนีการถูกฆาตกรรมไม่พ้นเลยเหรอไง เซ็งชะมัด

การสู้กับ “บอส” ในเกมส์ออนไลน์ ถ้าเธอตาย ยังได้ค่าประสบการณ์บ้าง ถึงแม้อาจจะเสียอุปกรณ์สวมใส่ก็เถอะ……แต่การสู้กับบอสในชีวิตจริงล่ะ?

นั่วนั่วรู้สึกสงบลงในที่สุดก่อนเริ่มคิดแบบจริงจังว่าเธอควรทำอะไรต่อดี เธอพูดมากเกินไป ไม่รักษาหน้าบอสใหญ่เซียว กล่าวหาบริษัท ใช้สีสันในการทำตลาด… และเธอทำทุกอย่างนั้นต่อหน้าผู้คนตั้งเยอะตั้งแยะ

โอยยยยยยย โอยยยยยยยยย โอยยยยยยยยยยยยยยย

แค่คิดนั่วนั่วก็ปวดหัวแล้ว เธอไม่น่าจะมีสิทธิ์อยู่ที่บริษัท Owl Wing ต่อได้แหงๆ นั่วนั่วยิ่งคิดก็ยิ่งหดหู่ลงเรื่อยๆ ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งสับสน…จนกระทั่ง……. เธอหลับคาโต๊ะไปเสียดื้อๆ

-__-|||

และเมื่อเธอตื่นมา… ท้องฟ้าก็มืดสนิท นั่วนั่วได้ยินเสียงหัวเราะของแม่ดังแผ่วๆมาจากห้องนั่งเล่น

“แม่คะ เสียงดังจัง” นั่วนั่วสวมรองเท้าแตะ อ้าปากหาวหวอดๆ เธอเห็นฉากในห้องนั่งเล่น กลืนหาวที่ค้างอยู่ลงท้อง… อะไรกันเนี่ย ทำไมบอสใหญ่มานั่งทอดหุ่ยสบายอารมณ์อยู่บนโซฟาบ้านเธอ จิบชา กินผลไม้… แม่เธอคุยเจ๊าะแจ๊ะร่าเริงอยู่ข้างๆได้ล่ะ

หรือเธอยังไม่ตื่นกันเนี่ย

นั่วนั่วขยี้ตา ก่อนเห็นแม่เธอวิ่งมาลูบหัวเธอ “เด็กคนนี้นี่ เสี่ยวจางมาตั้งนานแล้ว เห็นลูกหลับ เลยไม่ได้ปลุก ลูกตื่นก็ดีแล้ว อย่างน้อยไปแต่งตัวใหม่ได้ไหม นี่…”

หม่าม้าซูโกรธนั่วนั่ว เธอมองตามนิ้วที่ชี้มา …เยี่ยมจริงๆ

มันไม่ใช่หน้าร้อน… นั่วนั่วกลับบ้านมาก็อาบน้ำและเปลี่ยนชุดนอน ตอนนี้เธอสวมแค่กระโปรงลายหมีพูห์แขนกุด ไม่สุภาพสักนิด แต่ที่ทำให้นั่วนั่วอยากเอาหัวชนกำแพงคือ… เธอไม่ได้สวมชั้นใน…

>__<

เธอพึ่งตื่นมาแบบขี้ตาเกรอะกรัง หัวฟูเป็นรังนก นั่วนั่วกำมือแน่น สำลัก ไม่อยากคิดว่าสภาพตอนนี้เธอดูทุเรศขนาดไหน และ เธอทิ้งเงา (ภาพลักษณ์แย่ๆ)ที่ใหญ่ขนาดไหนไว้ในใจบอสใหญ่เซียวกัน

แม่จ๋า นี่คือความฝันใช่ไหม…

บรรยากาศนั้นเริ่มน่าอึดอัด นั่วนั่วไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่แข็งอยู่กับที่ ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา แม่เธอรู้สึกเขินอาย ก่อนรีบเปลี่ยนเรื่อง “เสี่ยวจาง ไม่ใช่ว่าเราเจอกันครั้งแรกสักหน่อย ทำไมซื้อของขวัญมาเยอะแยะไปหมดล่ะ”

นั่วนั่วที่รู้สึกอยากจับผิดคน เห็นข้าวของกองใหญ่ข้างตัวบอสใหญ่เซียว เซียวอี้ที่ได้ยินก็ส่ายหัว “การซื้อของขวัญเป็นเรื่องปกติครับ เพราะว่านี่คือครั้งแรกที่ผมมาทานข้าวเย็นกับคุณพ่อคุณแม่ของนั่วนั่ว และวันนี้เป็นวันที่ผมรู้จักกับคุณลุงคุณป้าอย่างเป็นทางการ”

ได้ยิน นั่วนั่วเกาคางก่อนทำหน้าบูด ทำไมมันฟังดูแปลกๆ เธอยิ่งฟัง มันยิ่งเหมือน… การพบกันครั้งแรกของ แม่ยาย กับลูกเขยยังไงชอบกล  นั่วนั่วลังเล ฟังแม่หัวเราะอย่างมีความสุข “โธ่ เสี่ยวจาง เด็กคนนี้…”

“คุณป้าครับ” แม่เธอไม่ทันพูดจบ เซียวอี้ส่ายหัวอย่างแรงเพื่อขัดจังหวะ หยุดก่อนยืนขึ้น “ผมชื่อ เซียวอี้ เป็นเจ้านายนั่วนั่ว ขอบคุณมากสำหรับการต้อนรับวันนี้ครับ”

……

เมื่อได้ยินประโยคนี้ แม่เธออ้าปากค้าง… ก่อนดึงลูกสาวมากระซิบถาม “นั่วนั่ว นี่…นี่คือ สัปปะรดคนนั้นน่ะเหรอ”

=__=

นั่วนั่วรู้สึกอาย แม่คะ มุขของแม่มันไม่ตลกสักนิด