0 Views

บทที่ 18 ไม่ตลก

แม่คะ มุขของแม่มันไม่ตลกสักนิด…

บ่ายวันถัดมา… นั่วนั่วที่กำลังเดินไปโรงอาหารโดนขัดจังหวะโดยหลินเอ็มเอ็ม

หลินเอ็มเอ็ม แนบฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าหากัน ก้มหัว ทำท่า “ขอร้องล่ะน๊า” นั่วนั่วจ๋า เท่าที่ดูเธอดูสบายดีกว่าที่คิดเยอะนิน่า เห็นบอกว่าขายังไม่หายดีไม่ใช่เหรอ งั้นเดี๋ยวฉันจะส่งข้าวกลางวันเจ้านายไปให้ที่ออฟฟิศเธอ แล้วเธอช่วยเอาเข้าไปให้เขาที่ห้องหน่อยสิ

นั่วนั่วดูดลิ้นเล่น “เอ๋ หมายความว่าไง” บอสใหญ่น่ากลัวขนาดนั้นเลย? หรือว่าหลินเอ็มเอ็มเริ่มกลัวบอสแล้ว

หลินเอ็มเอ็มถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนทำปากยื่นแบบน่ารักๆก่อนเริ่มบ่น “ตอนนี้เขากำลังปลุกปล้ำกับโปรเจคใหม่อยู่ เจ้านายทำงานล่วงเวลาทุกวัน ตอนเที่ยงฉันเอามื้อกลางวันไปส่ง พอตอนบ่ายก็แวะกลับไปเอาชาม แต่ปิ่นโตถูกวางทิ้งไว้ ไม่มีการแตะต้องใดๆเลย สองสามวันก่อน คุณแม่ของเจ้านายก็โทรมาหาลุงหลี่ บอกว่าเจ้านายมีอาการปวดท้องอย่างหนักที่บ้าน เธอบอกว่าเป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบ เลยให้ลุงหลี่คอยดูแลเจ้านายให้กินข้าวให้ตรงเวลา แต่ลูกน้องอย่างเราจะไปบังคับอะไรบอสได้ล่ะ แถมเจ้านายยังเป็นคนประเภทที่ทำงานหนักจนไม่สนสุขภาพอีกต่างหาก

นั่วนั่วฟังหลินเอ็มเอ็มที่พูดมารัวๆภายในลมหายใจเฮือกเดียวก่อนคิด “แล้วมาหาฉันเนี่ยนะ เธอไม่กล้าบังคับเจ้านาย แล้วฉันจะกล้าเหรอไง” สิ่งสุดท้ายที่เธอพูดกับบอสใหญ่เซียวคือเรื่องการย้ายทีม และเธอยังไม่เคยคุยกับเขาอีกเลยหลังเรื่องนั้น ถึงแม้เธอจะเจอเขาในแผนกวางแผนบ้าง เธอก็เรียกเขาอย่างสุภาพว่า “เจ้านาย” ก่อนแอบออกไปเงียบๆ นี่คือช่วงสงครามเย็นระหว่างทั้งคู่ และจะให้เธอยอมแพ้เพราะโรคกระเพาะอาหารอักเสบเนี่ยนะ

หลินเอ็มเอ็มกระโดดไปมาอย่างร้อนรน “โธ่ ฉันขอร้องละนะนั่วนั่วคนดี๊คนดี เธอช่วยเอาข้าวกลางวันไปให้เจ้านายหน่อยสิ ฉันจำได้ว่าเขาเรียกเธอไปหาที่ห้องทำงานบ่อยๆ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเธอน่าจะดีนี่น่า ฉันลองมาหมดทุกวิธีแล้ว ไม่ว่าฉันจะพูดยังไง เจ้านายก็ไม่ยอมทานข้าวซักที ไม่ยอมชายตามองปิ่นโตด้วยซ้ำ นี่ฉันไม่รู้จะทำไง จนบอสเฟยหลงแนะนำให้มาหาเธอน่ะ

นั่วนั่วเหงื่อตก บอสเฟยหลงนี่ยุ่งจริงๆ

หลินเอ็มเอ็มเห็นนั่วนั่วไม่ยอมพูดอะไร เข้าใจว่าเธอกำลังลังเล เลยฉีกยิ้มหวานให้ “นั่วนั่ว สองวันก่อนเธอยังบอกอยู่เลยว่าเธอชอบบรรยากาศการทำงานของที่นี่ไม่ใช่เหรอลองคิดดูสิ ถ้าเจ้านายป่วยหนัก บริษัทก็จะตกอยู่ในมหันตภัยใหญ่หลวงเชียวนะ อาจจะล้มละลายเลยก็ได้… แล้วเธอจะไปหาบรรยากาศการทำงานที่ สะ สบายๆ เอ่อ…สะ…สามัคคี แบบนี้จากบริษัทไหนได้อีกล่ะ”

หลินเอ็มเอ็มชะงัก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงลึกลับ “แล้ว…ก็…. ถ้าฉันจำไม่ผิด เธอยังเหลือช่วงทดลองงานอีกหนึ่งอาทิตย์ไม่ใช่เหรอ”

นั่วนั่วเกาหัว แล้วนี่มันเกี่ยวอะไรกับช่วงทดลองงานของเธอล่ะ

“อ๊ะ” หลินเอ็มเอ็มยิ้มชั่วร้าย ดึงนั่วนั่วเข้ามาใกล้ๆก่อนกระซิบข้างหู “รู้ไหมว่า ถ้าเจ้านายเข้าโรงพยาบาลเพราะกระเพาะอาหารอักเสบน่ะ ถึงแม้ ม่อเกอ หลันเกอ กับลุงหลี่ จะเห็นด้วยกับการที่เธอจะกลายเป็นพนักงานประจำ แต่ถ้าเจ้านายไม่อยู่คอยเซ็นอนุมัติเอกสาร เธอก็ไม่ต่างอะไรกับพนักงานชั่วคราวอยู่ดีแหละ”

ประโยคนั้นดับฝันนั่วนั่วลงดังวูบ

นั่วนั่วส่งสายตาหนักแน่นให้หลินเอ็มเอ็ม พยักหน้าช้าๆ เพื่อตำแหน่งพนักงานประจำ ทิฐิอะไรก็ต้องวางไว้ก่อน

เซียวอี้กำลังเขียนอะไรสักอย่างอยู่ตอนที่นั่วนั่วเดินเข้าไปในห้องพร้อมกับปิ่นโต เขาจมอยู่ในเอกสารเกี่ยวกับมุมมองของแผนกวรรณกรรม เขาทุ่มเททั้งชีวิตและจิตวิญญาณให้กับโปรเจคนี้โดยไม่สนใจปิ่นโตที่วางอยู่ตรงหน้า แค่เพียงเงยหน้า ก่อนทำเสียงอืมทักทายเล็กน้อยเท่านั้น

เซียวอี้โมโหเล็กน้อย เขากำลังครุ่นคิดว่าหลินเอ็มเอ็มคนนี้เริ่มกล้ามากขึ้นแล้ว เมื่อเห็นใบหน้าบึ้งตึงและคิ้วขมวดๆของเขา เสียงก็เงียบลงเล็กน้อย “ฉันบอกเธอแล้วนะ ว่าให้เอาปิ่นโตไปไว้ในห้องรับแขก ฉันอยากทานเมื่อไรจะไปหยิบเอง”

นั่วนั่วทำหูทวนลม ก่อนวางปิ่นโตเถาหนึ่งลงตรงหน้าบอสใหญ่เซียวก่อนพูด “เที่ยงนี้ ทางห้องครัวทำเต้าหู้ผัดน้ำปลา เนื้อฝอย รากบัวกับแกงจืดฟักเขียว อาหารอ่อนๆพวกนี้ ดีต่อกระเพาะนะคะ”

เมื่อได้ยินเสียงหวานๆ หัวใจเซียวอี้เหมือนหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ เขาเงยหน้าขึ้นทันทีเพื่อมองใบหน้ากลมๆเล็กๆตรงหน้า ก่อนหลุดยิ้มออกมา เขาไม่ได้แกล้งทำเป็นโมโหจนไม่ยอมกินข้าวหรอกนะ แต่เซียวอี้กำลังรอให้งานลงตัวก่อนที่จะหาโอกาสไปหยอกเจ้ากระต่ายน้อย ด้วยใบหน้าเย็นชาที่ไม่มีใครเข้าถึงนั่น แต่เจ้ากระต่ายน้อยกลับมาหาเขาก่อนเสียนี่

เซียวอี้เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ทิ้งตัวลงพิงกับเก้าอี้อย่างมีความสุข พร้อมกับมองเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า เท้าจรดหัว เขาสังเกตุเห็นว่านั่วนั่วเริ่มตื่นเต้น จึงเลิกแกล้งก่อนพูด “ไม่โกรธฉันแล้วเหรอไง”

ปฏิกิริยาของนั่วนั่ว… พูดแบบนี้ในออฟฟิศนี่มัน…กำกวมเกินไปแล้ว กำกวมจริงๆ ถ้าหลินเอ็มเอ็มกับลุงหลี่ได้ยิน เธอไม่รู้จะทำอย่างไงดี…

นั่วนั่วแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน ขบฟันแน่น “เจ้านายคะ ไม่ต้องพูดอะไรแล้วค่ะ ทานข้าวก่อนเถอะ เดี๋ยวกับข้าวจะเย็นหมด อาหารชืดๆไม่ดีต่อกระเพาะนะคะ”

นิ้วของเซียวอี้เริ่มไขว้กัน ตั้งแต่เธอเข้ามา พูดถึงแต่เรื่องกระเพาะของเขาเท่านั้นเอง อย่าคิดว่าเขาจะยอมแพ้ง่ายๆนะ บอสใหญ่เซียวถูคิ้วเล่นก่อนสั่งด้วยท่าทีกันเอง “ช่วยไปชงกาแฟให้แก้วหนึ่ง แล้วยกมาให้ฉันที่นี่ด้วย”

คำสั่งนี้ทำเอานั่วนั่วโมโหกว่าเดิม เธอจ้องเซียวอี้ด้วยสายตาดุๆ “ไม่ค่ะ ไม่ได้นะ ถ้าดื่มกาแฟตอนท้องว่าง เดี๋ยวก็ปวดท้องไปใหญ่หรอก คุณน่ะมาทานข้าวซะดีๆ!!”

พอรู้ตัว นั่วนั่วก็อดอึ้งไม่ได้ เมื่อกี้เธอพึ่งสั่งบอสใหญ่ไป… “คุณน่ะมาทานข้าวซะดีๆ” ซี้แหงแก๋แล้ว บอสใหญ่เซียวต้องถลกหนังเธอแหงๆ นั่วนั่วหลับตาลงรอคำสั่งประหารชีวิต เวลาผ่านไปพักใหญ่ก่อนได้ยินเสียงบอสใหญ่เซียวพูด “อาหารในโรงอาหารน่ะ…ไม่ค่อยถูกปากฉันเท่าไร”

เอ๊ะ อะไรกันน่ะ นั่วนั่วกระพริบตา บอสใหญ่เซียวมาบ่นอะไรกับเธอน่ะ น้ำเสียงเหมือนเขากำลังงอนอยู่เลย นั่วนั่วอดกลัวที่เธอคิดเพ้อเจ้อไปไกลไม่ได้ รีบส่ายหัวก่อนพูด “คุณไม่ชอบอาหารใช่ไหมคะ ไม่เป็นไรค่ะไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันจะโทรหาลุงหลี่ให้แจ้งโรงอาหาร…”

นั่วนั่วพูดพลางจะถอย ลางสังหรณ์ของเธอกำลังร้องเตือนว่าต้องออกจากห้องทำงานของเซียวอี้เดี๋ยวนี้ ไม่งั้นจะเกิดอะไรขึ้นสักอย่าง “เจ้านายคะ ถ้าคุณยุ่ง ฉันจะออกไปก่อน…”

แต่พูดไม่ทันขาดคำ มือของเซียวอี้ก็ยื่นออกมา รวบเธอเข้าไปในอ้อมกอด ริมฝีปากสัมผัสริมฝีปาก… ใบหน้านั่วนั่วแดงก่ำ เธอเงยหน้ามองเงียบๆ  บอสใหญ่เซียวก็กำลังมองเธออยู่เช่นกัน เธอรู้สึกเหมือนกำลังเป็นตะคริว…

เซียวอี้สบตานั่วนั่ว หัวเราะเบาๆก่อนลูบผมกระต่ายขาวตัวน้อย “นั่วนั่ว…”

เขากำลังคิดว่าจะอธิบายอย่างไรดี ถ้าไม่รีบ เดี๋ยวจะเข้าใจผิดกันไปใหญ่อีก

“ฉัน…”

ก๊อกๆๆๆ

เซียวอี้ที่กำลังจะเอ่ยปาก ดันถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตู เหมือนกับในละครไม่มีผิด

นั่วนั่วกระโดดออกจากอ้อมแขนเซียวอี้ ยิ้มหวาน ก่อนไปเปิดประตู แต่เหมือนจะหนีเสือปะจระเข้ คนที่มาเคาะประตู คือตาลุงประหลาด

นั่วนั่วที่เห็นคนตรงหน้า ลังเลเล็กน้อย เธออยากจะรีบหนีออกไปให้บอสใหญ่เซียวกับลุงประหลาดคุยงานกัน แต่ตาลุงกลับมองนั่วนั่วด้วยสายตาแปลกๆ “โอ๊ะ มีคนมาเร็วกว่าฉันไปก้าวหนึ่ง… ตัวร้ายรีบลงมือจัดการเหยื่อก่อนถูกประหารสินะ”

ลุงประหลาดเดินไปตรงหน้าเซียวอี้ ในขณะที่นั่วนั่วฟังแบบงงๆ “เจ้านาย ตั้งแต่นั่วนั่วย้ายมาอยู่ในกลุ่ม เธอไม่ยอมย้ายมาทำงานในออฟฟิศเล็ก ไม่ยอมฟังคำสั่งผมอีกด้วย สองวันก่อนเธอยังเถียงผมฉอดๆ เรื่องที่ผมให้แก้สคริปอยู่เลย ผมคิดว่าเธอยังน่าจะพัฒนาได้ แต่ช่วงพักเที่ยงผมเปิดคอมพิวเตอร์เธอ ดูสิผมเจออะไร

พอพูดจบ ตาลุงก็คว้าเอกสารปึกใหญ่ออกมาวางตรงหน้าเซียวอี้ ที่ทำหน้าบึ้งแต่ก็หยิบขึ้นมาดู และหน้าเขาบูดขึ้นเรื่อยๆเมื่ออ่าน

นั่วนั่วเข้าใจแล้วว่าตาลุงหมายถึงอะไร ตาลุงโรคจิต… ไอ้เลวเอ้ย ต่อหน้าทำเป็นสุภาพ ทำตัวเป็นคนดีต่อหน้า แต่กลับเล่นงานฉันลับหลังเพราะฉันไม่ยอมแก้พล็อตเรื่อง เพราะความยึดมั่นในหลักการของตัวเองเนี่ยนะ…

นั่วนั่วลังเล แอบเปิดคอมคนอื่นตอนที่เจ้าของไปทานข้าวเนี่ยนะ แต่คนแบบนี้ เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า “เรื่องปกติ” ของเขามันเป็นแบบไหน เธอคาดว่าเขาอาจจะถือโอกาสมารายงานเรื่องเธอเงียบๆตอนที่ทุกคนไม่อยู่ แต่กลับมาเจอเธอ “ที่เร็วกว่าเขาไปหนึ่งก้าว” คิดว่าเธอวิ่งมารายงานเรื่องเขาล่ะสิ ทุ่มสุดตัวจริงๆ

ตาลุงโรคจิตนี่ นอกจากหื่นแล้ว ยังเจ้าเล่ห์สุดๆอีกด้วย

คอมเธอไม่ได้ตั้งพาสเวิร์ดไว้ เพราะเธอคิดว่าเธอไม่มีอะไรต้องปิดบัง เธอไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นในเวลาทำงานสักหน่อย แต่ถ้ามีอะไรอื่นผิดปกติก็…

มือของบอสใหญ่วางเอกสารลง ก่อนจ้องเธอ “เธอยังทำโปรเจคกิเลนมารอยู่เหรอ?”

นั่วนั่วโค้ง เธอรู้… อันที่จริงเธอรู้ว่าเธอควรเชื่อฟังการจัดการของหัวหน้า ตั้งใจพัฒนาโปรเจคเกมส์สำหรับผู้หญิงไป แต่รุ่นน้องที่รับผิดชอบการเขียนสคริปใหม่ของ “กิเลนมาร” ไม่เข้าใจอะไรก็ต้องวิ่งมาหาเธอตลอด นั่วนั่วเข้าใจดีว่านี่น่ะเป็นสคริปที่เธอเขียนเอง สคริปที่เป็นแค่ฉบับร่าง และจุดเล็กจุดน้อยก็ยังไม่ได้ระบุลงไป ถ้ารุ่นน้องจะงงก็ไม่แปลกหรอก

สองคนวิ่งไปๆมาๆไม่หยุด วันหนึ่งรุ่นน้องก็พูดทั้งน้ำตาว่า “รุ่นพี่ซู มาที่นี่ทุกวันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไรเลยสักนิด งั้นพี่ช่วยทำโครงเรื่องหลักให้เสร็จได้ไหม เดี๋ยวผมปรับบทสนทนาเอง”

นั่วนั่วคิด งานหลักเธอก็ไม่ได้เยอะ และยังมีสาวๆในทีมแบ่งงานกันไปทำ จนแทบไม่เหลืองานให้เธอ ดังนั้นเธอก็ออกปากอย่างเต็มใจ แต่เธอก็รู้ว่ามันไม่ดีเท่าไร… นั่วนั่วจึงแก้สคริปกิเลนมารอยู่เงียบๆ งานหลักเธอเองไม่มีปัญหาอะไร เธอทำงานเสร็จก่อนเวลาด้วยซ้ำ แต่เธอโดนตาลุงโรคจิตดึงหางเปียเสียนี่

นั่วนั่ว: เจ้านายคะ ฉัน”

“ไม่ต้องพูดแล้ว” เซียวอี้หยุดนั่วนั่วภายในหนึ่งประโยค กดโทรศัพท์ พูดเสียงเข้ม”หลินเอ็มเอ็ม แจ้งทุกคนในทีมโปรเจคโมจื้อหยวนมาที่ออฟฟิศผมเดี๋ยวนี้”

“แต่…”

“ซูนั่ว ฉันไม่ต้องการพูดกับเธอตอนนี้”

“….” บรรยากาศเย็นเยือกนี้ทำให้นั่วนั่วหุบปากลงสนิท…

สิบนาทีต่อมา สมาชิกทีม“ศาลาป่าไผ่” มาพร้อมหน้ากันในห้องทำงานของเซียวอี้ ตาลุงโรคจิตเตรียมตัวดูละครฉากเด็ด หลินเอ็มเอ็มที่เห็นเหตุการณ์ กระแอม “บอสโม่ คุณรู้เรื่องนี้หรือเปล่า เซียวจาง คุณรับผิดชอบเรื่องสคริปนี่ อธิบายมา”

นั่วนั่วลุกขึ้นยืนทันที ก่อนเดินออกไปข้างนอก ทำเอาทุกคนอึ้ง หลินเอ็มเอ็มตะลึงไปสองวินาทีก่อนวิ่งไปคว้านั่วนั่ว กระซิบ “นั่วนั่ว ทำอะไรน่ะ”

นั่วนั่วเอ่ยแบบไม่กลัวอะไร “ถ้าบริษัทนี้ไม่มีการแบ่งแยก ไม่สนว่าเรื่องอะไรถูกเรื่องอะไรผิด การรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของคนอื่น ส่วนโค้งส่วนเว้า … ฉากรักๆใคร่ๆ เรื่องแบบนี้มันมากเกินไปสำหรับสำหรับบริษัทโปรดักชั่นแล้วฉันคิดว่า ฉันคงไม่เหมาะกับที่นี่

นั่วนั่วหยุด ก่อนเงยหน้ามองเซียวอี้ด้วยแววตาเป็นประกาย “ฉันขอถอนตัวจากการเป็นพนักงานประจำ”

ปัง

และปัง… เธอปิดประตูและจากไป