0 Views

ตอนที่ 14 ความจริง

เซียวอี้นั้นยังอายุไม่มากเท่าไร… แต่เทียบกับคนรุ่นเดียวกันนั้น เขาสุขุมและมีสายตายาวไกลประกอบกับทักษะด้านเทคโนโลยีชั้นเยี่ยม สามปีหลังจากจบมหาลัย เขาเก็บเงินได้ก้อนหนึ่ง ก่อนจับมือกับพี่น้องที่มีความคิดคล้ายคลึงกัน ก่อตั้ง “บริษัทโปรดักชั่น Owl Wing” ขึ้น

และ ม่อจื้อหยวนคือหนึ่งในนั้น…

สตูดิโอ Owl Wing เริ่มจากกลุ่มพัฒนากลุ่มเล็กๆ จนกระทั่งกลายเป็นบริษัทโปรดักชั่นขนาดหลายร้อยคน ต้องขอบคุณการจับคู่กันของวิสัยทัศน์ทางธุรกิจและการตลาดของบอสใหญ่เซียว และความสามารถด้านการสร้างสรรค์ของม่อจื้อหยวนที่ราวกับสวรรค์ประทานมาให้

ม่อจื้อหยวนคือผู้เชี่ยวชาญของบริษัท เซียวอี้เชื่อมั่นในความรู้ความสามารถ และสัญชาตญานของโปรดิวเซอร์มืออาชีพของเขา ดังนั้นการทะเลาะกันเสียงดังเรื่องสคริปของนั่วนั่วนั้นไม่ส่งผลต่อความสนิทสนมของเซียวอี้และม่อจื้อหยวนเลยแม้แต่น้อย แต่ที่สองสามวันนี้ บอสใหญ่เซียวทำเป็นโกรธ หน้ายื่นหน้ายาว ความจริงก็คือ…

เมื่อการประชุมใกล้จบ บอสใหญ่เซียวสังเกตุว่าใกล้ถึงเวลาที่ต้องไปรับนั่วนั่วไปนวดแล้วเลยออกไปโทรศัพท์ เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยรออยู่ที่บ้านอย่างเชื่อฟังมาพักใหญ่ เขาเดินกลับไปที่ห้องประชุมก่อนได้ยินว่า

“จื้อหยวน เอ้ย จื้อหยวน เอ็งยังต้องปรับปรุงเรื่องอารมณ์นะ ถึงแม้ว่าเจ้านายจะเป็นพี่น้องเราก็เถอะ แต่ตอนนี้เขาก็เป็นเจ้าของบริษัทด้วย พวกเราเองก็เห็นความสามารถในการชิงส่วนแบ่งตลาดของเขาแล้ว การทำเพื่อนั่วนั่วน้อยแบบนี้ คุ้มกันแล้วเหรอไง”

“หึ” เขาพูด “ผมเป็นโปรดิวเซอร์ ผมจะทำอย่างที่ผมคิดว่าดี… ผมจะใช้สคริปนี้แน่นอน”

“เอ็งนี่! ฮิ ฮิ เอ็งจะเอาใจนั่วนั่วน้อยล่ะสิ ไม่เห็นต้องรีบเลยนี่”

“ไร้สาระน่ะ!”

“โธ่ๆ สารภาพมาเถอะ อย่าคิดนะว่าพวกเราไม่รู้น่ะ ตอนเอ็งอยู่ใกล้ๆนั่วนั่วทีไร ตาเอ็งก็เป็นประกายทุกที ตาหื่นโรคจิตเอ้ย”

“อ๊ะๆ ผมก็เห็นเหมือนกันนะ ม่อเกอ ถ้าพี่ชอบก็บอกเธอไปเลย ผมเห็นน้องสะใภ้ล้างจานสนใจพี่อยู่เหมือนกันนะ เธอเรียกทุกคนว่า “พี่” หรือไม่ก็ ”รุ่นพี่” หมด มีแต่พี่นี่แหละที่เธอเรียกชื่อ “พี่จื้อหยวน” ด้วยเสียงหวานแหววแบบนั้น

“แล้วก็ ตอนเธอเท้าเคล็ด เธอก็บอกพี่คนเดียวเหมือนกัน ถ้าพี่สับสนด้วยความรู้สึกรักๆใคร่ๆแบบนี้ ทำไมไม่ไปดูล่ะ” (เจ้าของประโยคกำลังแนะนำให้ม่อจื้อหยวนไปเยี่ยมนั่วนั่ว)

……

บอสใหญ่เซียวยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องประชุมเป็นเวลานาน และยังไม่ยอมเข้าไป

เขารู้สึกเหมือน มีคนกำลังจะมายุ่งกับเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยของเขา

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เซียวอี้เสียใจในการตัดสินใจของตัวเอง อย่างแรกเขาไม่ควรย้ายนั่วนั่วขึ้นมาบนชั้นสิบเจ็ด ดังนั้นสองสามวันนี้ บอสใหญ่เซียวจึงทำหน้าเคืองๆต่อหน้าฝูงหมาป่าที่ชักนำกระต่ายขาวตัวน้อยของเขาไปในทางที่ผิด

ความจริงที่ไม่น่าอภิรมย์นี้ บอสใหญ่เซียวไม่มีทางบอกกระต่ายน้อยเป็นแน่ ดังนั้นเมื่อโดนถามว่า “ทำไมพักนี้เขาดูอารมณ์เสียจัง” เซียวอี้ใช้กลยุทธ์เรียบง่ายที่ดูโง่ที่สุด

“ลองทายดูสิ”

แค่ไม่กี่คำเซียวอี้ทำให้นั่วนั่วที่นั่งอยู่ข้างๆ สติสตังค์หายเกลี้ยง แน่นอนอยู่แล้ว… ทักษะโจมตีจุดตายของเขาช่างแม่นยำและร้ายแรง

นั่วนั่วได้แต่อึ้งไม่รู้จะตอบอย่างไร เธอไม่คิดว่าบอสใหญ่เซียวจะตอบได้แบบ น่ารักขนาดนี้ และยังขยิบตาให้เธอ แบบใสซื่อสุดๆด้วย อ๊ายยยยยยยยยยยยย เธอควรทำไงดีเนี่ย

นั่วนั่วกัดฟันพยายามเบี่ยงเบนความสนใจ “วันนี้ หมอบอกว่าเท้าฉันดีขึ้นแล้ว อาทิตย์หน้าฉันสามารถกลับไปทำงานได้แล้วค่ะ”

นั่วนั่วที่พยายามต่อสู้กับนัยน์ตาสีนิลที่เป็นประกายคู่นั้นหลุดคำพูดแผ่วๆได้แค่คำหนึ่ง “ดังนั้น” ก่อนที่จะเงียบ และหันหน้าออกไปทางหน้าต่างและถอนหายใจ

ช่วงนี้ เซียวอี้ทำตัวแปลกๆ เขาไม่ยอมให้เธอเรียกว่า “เจ้านาย” ไม่ยอมคุยเรื่องชั่วโมงทำงาน กล่าวหาเธอเรื่องนัดซ้อน และยัง… มารับเธอไปนวดทุกวันด้วย นั่วนั่วไม่ใช่คนโง่ เธอคิดและเดาแบบคนทั่วๆไปทำกัน

หรือว่า……. หลังจากการนัดบอดครั้งนั้น บอสใหญ่เซียวจะสนใจเธอขึ้นมาจริงๆกัน

>_<

คิดซ้ำไปซ้ำมา คำตอบชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ นั่วนั่วหน้าแดงก่ำ เดี๋ยวก่อนนะ เดี๋ยวก่อน ข้างตัวบอสใหญ่เซียวน่ะ มีแต่สาวๆสวยๆ เธอเป็นแค่เด็กหญิงตัวน้อย จะเป็นไปได้ไงกัน นั่วนั่วคิดเรื่องระหว่างเธอกับเซียวอี้พลางก้มหัวเหมือนกับนกกระจอกเทศที่เอาหัวมุดดินตอนตกใจนั่นแหละ

นกกระจอกเทศนั่วนั่วที่วุ่นวายกับความคิด… เดินทางมาถึงจุดหมายแล้ว นวด..กลับบ้าน…แม่รั้งบอสไว้กินข้าว และมองดูบอสใหญ่เซียวจากไป ……และอีกหลายชั่วโมงถัดไป นั่วนั่วผู้ไร้หัวใจก็ซุกคำถาม “บอสใหญ่เซียวสนใจฉันหรือเปล่า” ไว้เบื้องหลัง

แม่มักจะบอกว่า แล้วทุกอย่างก็จะคลี่คลายเอง เรือก็จะล่องไปเทียบท่า ความคิดของเซียวอี้น่ะ ไม่เดาดูแหละดีที่สุดแล้ว ถ้าเซียวอี้มีจุดประสงค์ คำตอบก็จะโผล่มาตรงหน้าเธอเองนั่นแหละ นั่วนั่วปลอบตัวเอง ก่อนสับสนน้อยลง

แต่เธอไม่เคยคิดว่า คำตอบจะโผล่มาตรงหน้าเธอจริงๆนั่นแหละ วันอาทิตย์ เซียวจวิน—

เซียวจวินกับแม่เธอ เหมือนเป็นเพื่อนเก่าที่พบกันครั้งแรก

หม่าม้าซูที่ได้ยินว่า เด็กชายตาโตท่าทางกระตือรือร้น ตรงหน้า คือ “น้องชายคนเล็กสุดที่รักของเสี่ยวจาง” ก็ยินดีอย่างยิ่ง ไม่นึกว่าเวลาที่สำคัญของนั่วนั่วของพวกเขาจะมาถึงเร็วแบบนี้ การดูแลน้องชายของเขาและไม่เคยพูดถึงมันสักครั้ง น้องชายผู้แอบเข้ามาสอดแนมถึงในบ้าน แอบมาเยี่ยมพี่สะใภ้แบบเงียบๆ ดูเหมือนว่า เวลาการไปพบแม่สามีน่าจะใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว

นั่วนั่วที่เห็นหม่าม้าซูที่พิจารณาใคร่ครวญ เหมือนอยากรู้อยากเห็นมากขึ้น ตัดสินใจไม่สนใจ ก่อนเอ่ยถามเซียวจวิน “เธอมาทำอะไรที่นี่น่ะ”

ได้ยินคำพูดเซียวจวินห่อปากอย่างเจ็บใจ “เขามาหาคุณทุกวันได้ แต่ผมมาไม่ได้เหรอ”

นั่วนั่วที่กลัวว่าเซียวจวินจะเผยความลับ หลังจากที่หม่าม้าซูออกไปแล้ว เธอตบหัวเซียวจวินเบาๆ “ไม่ใช่ว่ามาไม่ได้หรอก แต่ว่า…” ฉันกลัวพี่ชายเธอน่ะสิ ถ้าวันนี้บอสใหญ่อารมณ์ไม่ดี และรู้ว่าเซียวจวินไม่ยอมดูหนังสือ แต่แอบมาเล่นที่บ้านเธอแบบนี้ จะไม่มาจัดการเธอด้วยอีกคนเหรอไง

นั่วนั่วเล่าเรื่องให้เซียวจวินฟังโดยละเอียด ว่าพวกเขาพบกันที่นัดบอดได้อย่างไร การที่เธอส่ง SMS ให้เซียวจวิน การที่เธอเจอบอสใหญ่เซียวเพื่ออธิบายทุกอย่าง หลังจากเธอพูดจบ เซียวจวินหน้าบึ้งตึง “ร้ายกาจเกินไปแล้ว”

“เอ๊ะ”

“อ่านข้อความคนอื่นเนี่ย พี่ชายผมร้ายเกินไปแล้ว”

นั่วนั่วหัวเราะแห้งๆ ไม่พูดอะไร อันที่จริง บอสใหญ่ยอมรับตรงๆว่า ตั้งแต่ริบโทรศัพท์มือถือเซียวจวินมา มีข้อความส่งมาตลอด แต่บอสใหญ่เซียวเปิดอ่านแค่ข้อความเดียว… โชคร้าย…ที่ข้อความนั้นเป็นของเธอ

เซียวจวินบ่นไม่หยุด ก่อนล้วงโทรศัพท์ใหม่มาจากก้นกระเป๋า เขย่าเล่น “ไม่ต้องกลัวหรอก นั่วนั่ว ผมมีเบอร์ใหม่แล้ว เมมเบอร์คุณให้หน่อยสิครับ”

นั่วนั่วที่เห็น ตาถลนออกนอกเบ้า “เธอไปเอาโทรศัพท์ใหม่มาจากไหนน่ะ”

เซียวจวินยืดอกแบบหล่อๆ ก่อนเกาหัวเขินๆ “ผมบอกก็ได้ อย่าหัวเราะผมละกัน ผมเพิ่งส่งเรื่องไปให้นิตยสาร เก็บเงินค่าขนมได้นิดหน่อย พี่ใหญ่อ่ะขี้ตืดเกินไป ส่วนแม่กับพ่อก็ทำตัวเหมือนผีดิบ ไม่สนใจผมเลย ดังนั้น เงินเก็บก้อนนี้ช่วยผมได้เยอะ”

นั่วนั่วประหลาดใจ เธอพลิกดู ก่อนพบว่ามันเป็นรุ่นล่าสุดที่เพิ่งโฆษณาในทีวี โลโก้ตรงหน้า…ฟ้องว่า ไม่ใช่ของเลียนแบบแน่ๆ เอ เพื่อนเธอบอกว่ามันราคาเท่าไรนะ หกหรือเจ็ดพัน เนี่ยแหละ

เธอกระอักเลือด… พระเจ้า เซียวจวินส่งต้นฉบับไปลงหนังสือที่ไหนน่ะ ทำไมได้ค่าตอบแทนเยอะจัง …พอเอามาเทียบกับเงินเดือนน้อยนิดของเธอ เธอได้แต่อับอาย

เซียวจวินที่เห็นนั่วนั่วโยนโทรศัพท์เล่นแบบไม่สนใจ รีบเตือน “กดเบอร์ให้ผมไวๆ ครั้งที่แล้วพี่ผมริบโทรศัพท์ไป ผมยังไม่ทันจำเบอร์คุณได้เลย ครั้งนี้ผมต้องท่องได้แน่ๆ”

“ไม่จำเป็นหรอก” นั่วนั่วเบ้ปากก่อนกดเบอร์อย่างแกนๆ พี่น้องคู่นี้ คนหนึ่งอบอุ่นอ่อนโยน อีกคนเย็นชาราวกับก้อนน้ำแข็ง แต่ไม่ว่าจะคนไหนก็รับมือไม่ไหวทั้งนั้น

เซียวจวินรับโทรศัพท์คืนไป กระดิกหางร่าเริงก่อนเมมเบอร์โทรศัพท์นั่วนั่ว เสมองทางอื่น “อิอิ ผมว่าผมเซฟเบอร์ไว้ในชื่ออื่นดีกว่า พี่ใหญ่ฉลาดมาก ถ้าวันหนึ่งเขามาเห็นเข้า จะได้นึกว่าเป็นคนอื่น”

นั่วนั่วพยักหน้า เธอคิดและเปลี่ยนคำว่า “เซียวจวิน” เป็น “น้องเล็ก” แต่ทำไมเธอรู้สึกเหมือนเป็นคนที่กำลังอยู่ในรักสามเส้าเลยล่ะ และยังเหมือนทรยศบอสใหญ่ด้วย จากสีหน้าของเซียวอี้ที่รู้ว่า เธอทรยศเขาไปนัดบอดอีกรอบเนี่ย… เธออดกลัวไม่ได้ก่อนถามแผ่วๆ “เซียวจวิน ที่เราแอบทำแบบนี้หลังพี่ชายเธอเนี่ย คงไม่ดีเท่าไรมั้ง”

ยังไงก็ตาม ในฐานะพนักงาน เธอควรรายงานเหตุการณ์ และเซียวจวินก็ยังเด็กมาก เธอในฐานะพี่สาวควรชี้นำ อบรม แต่กลับมาโดนเด็กจูงจมูกเนี่ยนะ

เซียวจวินที่ได้ยินก็โกรธจัด “มันแย่ตรงไหน นี่มันคือการเอาคืนอย่างสาสม กับพี่ใหญ่ที่เหลี่ยมจัด จะมามัวใจอ่อนไม่ได้ คุณคิดว่าเขาใจดีมากใช่ไหมที่พาคุณไปนวดน่ะ หืมม์ เขามีจุดประสงค์แอบแฝงนะ!”

“หือ?” นั่วนั่วอึ้ง

จุดประสงค์แอบแฝงอะไรกันน่ะ บอสดูแลพนักงานอย่างดี ก็เป็นเรื่องบ้าที่สุดในโลกแล้ว แต่จุดประสงค์นั่นมัน นั่วนั่วหัวเราะจนปวดท้อง ก่อนลูบหัวเซียวจวินอย่างเอ็นดู เซียวจวินที่ยังโกรธจัดตอบ “ผมพูดจริงนะ”

“วันนี้ผมแอบมาดูอาการคุณลับๆ และจะมาบอกความจริงคุณด้วย ไม่นานมานี้ที่โรงพยาบาลของพ่อกับแม่ผม มีหมอผ่าตัดจบปริญญาโทคนใหม่มา ผมได้ยินมาว่าเธอทั้งสวยและมีความสามารถ ดังนั้นพ่อกับแม่เลยพยายามพาพี่ผมไปที่โรงพยาบาลทุกวัน ครั้งหนึ่งให้พี่เอาของไปให้ ส่วนอีกครั้งก็ให้ไปรับส่ง พี่ใหญ่กับหมอคนนั้นไม่ได้เป็นคนโง่ พวกเขาเข้าใจสถานการณ์ดี แต่เหมือนสเป็คพี่ผมจะสูงเกินไป ไม่ถูกใจหมอคนนั้น และยังบอกว่าเขามีแฟนแล้วด้วย แต่แม่กับพ่อไม่เชื่อ ใครจะไปรู้ว่าไม่ถึงสองวัน เขาจะพาคุณไปนวดทุกวัน นั่วนั่วคุณรู้ไหมว่าคนที่นวดให้คุณน่ะเป็นใคร คุณปู่ของหมอคนนั้นไง พี่ผมน่ะทำไปเพื่อหลอกแม่กับพ่อชัดๆ”

“……”

เงียบ…เงียบ……เงียบ และเงียบ

นั่วนั่วไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไงไปชั่วขณะหนึ่ง

อันที่จริงเธอไม่เคยคาดหวังว่าบอสใหญ่จะชอบเธอหรอก เธอแค่ต้องย้ำเตือนตัวเองว่า นี่เป็นความสัมพันธ์ของเจ้านายกับลูกน้องเท่านั้น แต่เวลาที่คำตอบที่แท้จริงอยู่ตรงหน้า นั่วนั่วเป็นเหมือนเต่าที่หดหัวอยู่ในกระดอง ไม่อยากรับรู้ความจริง

แต่เสียงในหัวของเธอกำลังสงสัย “เธอกำลังถูกเอาเปรียบอยู่หรือเปล่า”

ไม่ว่านั่วนั่วจะคิดอะไรอยู่…แต่มันก็บินหายไปแล้ว เธอรู้สึกอับอายและกำลังจะคิดว่าพูดอะไรกับเซียวจวินดู ก่อนที่หม่าม้าซูที่วี๊ดว้ายตรงประตู “มาสิ เสี่ยวจาง รีบเข้ามาสิ”

เมื่อได้ยิน เซียวจวินและนั่วนั่วมองหน้ากัน เหมือนว่าเป็นคู่รักกับชู้ที่โดนจับได้บนเตียงนอนงั้นแหละ

เซียวจวิน “มาได้ไงเนี่ย ตอนนี้พี่น่าจะทำโอทีอยู่นิ”

นั่วนั่ว “ปกติเขาก็ไม่ได้มาเร็วแบบนี้นะ”

ประตูค่อยๆเปิดออกดังเอี๊ยดอ๊าด เผยให้เห็นใบหน้ากลมๆราวลูกแอปเปิ้ลที่สดใสของหม้าม้าซู และใบหน้าน้ำแข็งล้านปีของเซียวอี้

“อ๊ะ เสี่ยวจาง ฉันบอกเธอแล้วนะ ว่าน้องชายเธออยู่ในนี้”

ไม่…สีหน้านั่น เธอเอียงคอถาม “แม่คะ…เกิดอะไรขึ้น”

หม่าม้าซูที่หัวหมุน “ฉันเห็นเซียวจวินมา เลยโทรไปหาเสี่ยวจาง ว่าน้องชายเขามาที่นี่ เขาจะมาทานข้าวเย็นด้วยกันไหม?”

นั่วนั่ว:{{{(>__<)}}}

เซียวจวิน:-__-|||

นั่วนั่ว / เซียวจวิน: แม่คะ (คุณป้าครับ), ทำไมทำให้ หนู (ผม)ผิดหวังแบบนี้!”