0 Views

บทที่ 12 ว่าด้วย กิเลนมาร

หลังจากนั้นหนึ่งอาทิตย์… นั่วนั่วทำงานจากที่บ้าน

ถึงแม้ว่าเธอจะเข้าร่วมประชุมที่ออฟฟิศไม่ได้ แต่นี่คือยุคดิจิตอล ตราบใดที่มีคอมพิวเตอร์ที่บ้าน นั่วนั่วสามารถทำงาน และพอเสร็จก็ส่งอีเมลล์ให้หัวหน้า ม่อจื้อหยวน สำหรับอาการบาดเจ็บ ม่อจื้อหยวนเองก็ไม่ได้พูดอะไร และถามถึงแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น

นั่วนั่วเองก็ไม่ได้ถือสา เพราะม่อจื้อหยวน คนที่มีพรสวรรค์ด้านการสร้างเกมส์ เป็นคนที่ไม่สนใจสังคม (อีคิวต่ำ) เขาปฏิบัติกับทุกคนอย่างเย็นชา และนั่วนั่วก็ชินแล้ว สองวันหลังจากนั้น นั่วนั่วก็พบปัญหาใหญ่

นั่วนั่วที่กำลังปั่นงานเขียนเกมส์ QQ อยู่ ภาพของเฉินเซียวซีจากแผนกครีเอทีฟก็เด้งขึ้นบนหน้าจอ

[แผนกครีเอทีฟ เฉินเซียวซี] นั่วนั่ว นั่วนั่ว อยู่เปล่า

[แผนกวางแผน ซูนั่ว] ?

[แผนกครีเอทีฟ เฉินเซียวซี] เฮ้ ฉันรู้ว่าเธอออน เท้าเป็นไงบ้าง ดีขึ้นหรือยัง?

[แผนกวางแผน ซูนั่ว] (ยิ้มหวาน) ขอบคุณค่ะ ดีขึ้นเยอะแล้ว อาทิตย์หน้าฉันคงไปทำงานได้ตามปกติแล้วล่ะ

ก่อนจบประโยค นั่วนั่วอดถอนหายใจไม่ได้ จะไม่ดีขึ้นได้ไง ทั้งกินยาทั้งไปนวดทุกวัน เซียวอี้ไม่เพียงแต่มารับเธอตรงเวลาเป๊ะทุกวัน แต่ยังพาเธอขึ้นลงบันใดด้วย และรถหรูขนาดนั้น เป้าสายตาชัดๆ

เมื่อวาน คุณยายหวังที่ตึกถามหม้าม้าซูอย่างสดใสว่า “เมื่อกี้ใช่แฟนนั่วนั่วน้อยหรือเปล่า เขาหล่อมากเลยนะ”

นั่วนั่วไม่ทันได้อธิบาย แต่หม้าม้าซูส่ายหัวอย่างภูมิใจ “แหมๆ คุณยายชมเกินไปแล้ว หน้าตาดีอย่างเดียว กินไม่ได้หรอก สิ่งสำคัญคือเขาดีกับนั่วนั่วของเราหรือเปล่าต่างหาก ต้องดูที่นิสัย ไม่คิดอย่างนั้นเหรอคะคุณนายหวัง?”

ความหมายแอบแฝงของคุณนายซูคือ “ลูกเขยของเรา นอกจากหน้าตาดี มีความสามารถ แล้วยังไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้อีกด้วย… เขาสุดยอดจริงๆ นั่วนั่วอยากจะบอกเหลือเกินว่า… บอสใหญ่เซียวน่ะ ไม่ใช่ว่าที่ลูกเขย ไม่ใช่เพื่อนร่วมงานพ่อด้วย แต่ไม่รู้จะพูดยังไง”

[แผนกครีเอทีฟ เฉินเซียวซี] เยี่ยมเลย ฉันได้ยินมาว่าเธอเป็นพนักงานประจำแล้ว ยินดีด้วยนะ

[แผนกวางแผน ซูนั่ว] (หน้าแดง) ยังนะ ฉันยังไม่ผ่านช่วงทดลองงานเลย!

[แผนกครีเอทีฟ เฉินเซียวซี] ฮิ ฮิ อย่ามาโกหกน่า ฉันเห็นประกาศแล้วนะ

นั่วนั่วที่ตกใจ จ้องจอคอมที่กำลังเลื่อนขึ้น

[แผนกวางแผน ซูนั่ว] ประกาศอะไรน่ะ

[แผนกครีเอทีฟ เฉินเซียวซี] วันนี้มีประกาศเกี่ยวกับโปรเจค แผนกธุรการประกาศว่า การพัฒนาเกมส์ “กิเลนมาร” จะเริ่มขึ้นแล้ว ทีมของโปรเจคนี้ระบุชื่อเธอเป็นนักเขียนน่ะ

[แผนกครีเอทีฟ เฉินเซียวซี] ใครไม่รู้บ้างว่าการเข้าไปอยู่ในทีมของโปรเจคเกมส์เท่ากับการเป็นพนักงานประจำน่ะ แล้วเธอกล้าหลอกฉันเหรอไง *จิ้มเลยนี่!*

นั่วนั่วตื่นเต้นมาก เซียวซี่พูดถูก นโยบายของบริษัท Owl Wing คือการรักษาคุณภาพเกมส์ต่างๆ และการทำอย่างนั้นคือ การมีทีมงานพัฒนาเกมส์ที่มีเสถียรภาพ ดังนั้น ฝ่ายบุคคลของทีมจะคัดแต่พนักงานที่มีประสิทธิภาพ ทุ่มเทให้กับการพัฒนาอย่างเต็มที่ ซึ่งหมายความว่า จะไม่มีคนที่ยังไม่ผ่านการทดลองงานหรือพนักงานพาร์ทไทม์ได้เข้าร่วมทีม สรุปสั้นๆคือ การที่นั่วนั่วได้เข้าร่วมทีมโปรเจคนี้ คือการได้เป็นพนักงานประจำแล้วนั่นเอง คิดแล้วหัวใจนั่วนั่วก็พองโต เต็มไปด้วยดอกไม้สีขาวที่ผลิบานอย่างงดงาม นี่หมายความว่าช่วงทดลองงานที่แสนโหดร้ายจบลงแล้วใช่ไหม?

อีกด้านหนึ่งของจอ เซียวซียังเจ๊าะแจ๊ะไม่หยุด

[แผนกครีเอทีฟ เฉินเซียวซี] อืม อิจฉาเธอจัง ไม่ต้องมาทรมานแบบฉันแล้ว… นั่วนั่ว อันที่จริง ตั้งแต่เธอย้ายไปจากชั้นสาม เนี่ย ฉันก็คิดว่าเธอก็มีสิทธิ์ได้เป็นพนักงานประจำแล้วล่ะ

[แผนกวางแผน ซูนั่ว] งืมๆ เธอก็ใกล้จะได้เป็นพนักงานประจำเหมือนกันแล้วล่ะ ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอนะ

[แผนกครีเอทีฟ เฉินเซียวซี] เหอะ อย่ามายอกันเลยน่ะ ว่าแต่มีคำถามนึงที่กวนใจฉันมานานแล้ว นั่วนั่ว ในฐานะเด็กใหม่ด้วยกัน เราเป็นเพื่อนกันใช่ไหม บอกอะไรฉันหน่อยได้ไหม

[แผนกวางแผน ซูนั่ว] อะไรล่ะ

[แผนกครีเอทีฟ เฉินเซียวซี] เธอ….. กับบอสใหญ่เซียว………….. เอ่อ……….. เธอก็รู้นี่ ข่าวลือในบริษัทพวกนั้นน่ะ เรื่องจริงหรือเปล่า?”

[แผนกวางแผน ซูนั่ว] ……………………………..

นั่วนั่วโขกหัวกับโต๊ะ เรื่องที่ย้ายขึ้นชั้นสิบเจ็ดนั้น แล้วก็เข้าร่วมทีมพัฒนาเกมส์ใหม่ แล้วก็โดนบังคับให้ไปส่งข้าวกลางวัน และล้างจานให้ทุกวัน จะไม่ให้เพื่อนร่วมงานเธอสงสัยได้ไงกัน โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย นั่วนั่วเริ่มกลุ้ม เธอจะไปรู้ได้ไงว่าบอสใหญ่คิดยังไงกัน

[แผนกครีเอทีฟ เฉินเซียวซี] นั่วนั่ว อย่าเข้าใจฉันผิดนะ ฉันไม่ได้สงสัยเรื่องความสามารถในการทำงานของเธอ แต่เรื่องของเธอกับบอสใหญ่น่ะ มันชัดเจนมากกกกกกกกกกกกกก

นั่วนั่วกลุ้มใจ และอยากบอกเซียวซีเหลือเกินว่า “ชัดเจนมากกกกกกกกกกกกกก” ของเธอน่ะ เป็นคำดูถูกที่เอามาใช้กับ ร่างกายหล่อเหลาและเปี่ยมความสามารถของบอสใหญ่เซียวไม่ได้

[แผนกวางแผน ซูนั่ว] พวกเราทำอะไรเหรอ?

[แผนกครีเอทีฟ เฉินเซียวซี] (ตกใจ) บอสใหญ่ไม่ได้บอกเธอเหรอ บริษัทเราไม่ได้มีกลุ่มพิเศษอะไร ทุกเช้าถ้ามีคนลาหรือขาดงาน หลินเอ็มเอ็มจากแผนกธุรการก็จะส่งประกาศออกไป พอ จ้าวอี้หลินเอ็มเอ็มคนนี้ประกาศเรื่องการขาดงานของเธอ บอสใหญ่เซียวก็รีบกระโดดออกมาพูด “นั่วนั่ว ยื่นคำขอลาป่วยหนึ่งอาทิตย์กับผม ไม่ได้ขาดงาน” ว้าว กรี๊ดด เธอไม่อยู่ ตอนที่ทั้งออฟฟิศพยายามจ้องจอ แต่ขณะเดียวกันก็ก้มหน้าก้มตาพยายามหาคางตัวเองน่ะ

นั่วนั่วอ่านคำอธิบายของเซียวซีแล้วก็อดขนลุกไม่ได้ แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น คือเธอเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว ก่อนหน้านี้ ทุกคนแค่เดา เล่าลือกันไปเองว่าเซียวอี้กับเธอเป็นอะไรกัน แต่ตอนนี้ทุกอย่างไม่สามารถแก้ไขได้แล้ว…

บ่ายวันนั้น นั่วนั่วก็ได้รับมอบหมายงานอย่างเต็มตัวจากบอสทีมเฟยหลง…

ไม่นานมานี้ นั่วนั่วได้เขียนสคริปจีนโบราณเกี่ยวกับเซียนดาบคนหนึ่ง ชื่อ “กิเลนมาร” ตั้งแต่เล็กนักดาบคนนี้ถูกวิญญาณร้ายรบกวนมาตลอด ไม่ว่าจะเพื่อนหรือครอบครัว คนใกล้ชิดของเขาจะพบแต่เรื่องร้ายๆ ตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อยจนถึงเป็นอันตรายต่อชีวิต จากวิญญาณร้ายที่รบกวนอยู่เสมอ

คนในหมู่บ้านที่คิดว่าชายหนุ่มคือปีศาจร้ายและอยากฆ่าเขาให้ตาย ในขณะที่พยายามหนีชายหนุ่มถูกพระรูปหนึ่งที่มีชื่อเสียงโด่งดังช่วยไว้ เขาได้บำเพ็ญเพียรมากกว่าสิบปีในสระอมตะ และได้เรียนรู้วิธีที่จะควบคุมวิญญาณร้าย ชั่วขณะนั้น เขาได้พบสาวน้อยที่ไม่หวาดกลัววิญญาณร้ายในร่างอย่างไม่คาดคิด  ส่วนพระก็เผยความจริงว่า พ่อกับแม่เขาไม่ใช่มนุษย์ หลังจากนั้น ชายหนุ่มลงเขาและพบกับ…

อันที่จริง เรื่องนั้นเรื่องคือ เรื่องเล่า ตำนาน แฟนตาซี แอคชั่น ที่มายำรวมกัน ตอนที่ม่อจื้อหยวนอยากให้นั่วนั่วเขียนสคริป เธอรู้ว่างานนี้คือการฝึกฝน เธอเลยปล่อยให้จินตการพาไปอย่างไร้ซึ่งความกดดันหรืออุปสรรคใดๆ

ตอนนี้นั่วนั่วส่งฉบับร่างไป ม่อจื้อหยวนไม่ได้ตรวจอย่างเต็มที่ด้วยซ้ำ เขาแค่ประเมินลวกๆ “มองโลกอย่างทะเยอทะยาน มีจุดสูงสุดและตกต่ำในเรื่อง และมีจุดผิดเล็กน้อย การตอบโต้ทางอารมณ์ต้องมีการขัดเกลา และอื่นๆ” ภายใต้การดูแล นั่วนั่วปรับปรุงเรื่องนี้หลายครั้ง แต่เธอไม่คิดว่าม่อจื้อหยวนจะใช้เรื่องนี้มาทำโปรเจคใหม่จริงๆ และเธอไม่เคยคิดว่าเขาจะส่งสคริปนี้ให้เซียวอี้ดู จนเซียวอี้อนุมัติเรื่องนี้และตั้งทีมโปรเจคขึ้นมา”

มือของนั่วนั่วที่กำโทรศัพท์ชื้นเหงื่อ “บอสเฟยหลงคะ คุณไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม? ตอนนั้นบอสโม่บอกว่า ชื่อ กิเลนมาร นั้นห่วย ตัวอักษร ‘อี่’ นั้นเป็นโชคไม่ดี ผู้เล่นที่เห็นชื่อนั้นไม่น่าจะอยากเล่น”

ที่ปลายสายบอสเฟยหลงหัวเราะเบาๆ “คุณก็พูดไม่ผิดหรอก เจ้านายไม่เห็นด้วยอย่างแรงกับชื่อนี้ เขาเห็นว่าเรื่องนี้ดูธรรมดาเกินไป แต่ผู้จัดการโปรเจค หลี่ชูเกิงต่อต้านอย่างแรง เขาว่าสคริปคุณที่ใช้วิญญาณร้ายเป็นหลัก ไม่เป็นมงคล ตัวเอกก็โชคร้ายและเหงาหงอยเกินไป ทำให้คนเล่นอาจจะถูกชักนำไปด้านมืดได้ ไม่ควรเอามาทำเกมส์ แต่…”

“แต่อะไรเหรอคะ” นั่วนั่วตื่นเต้นเกินไปที่จะพูด นั่วนั่วแอบคาดหวัง ในคำพูดของบอสใหญ่เซียวและหลี่ชูเกิง (ลุงหลี่)

นั่วนั่วยอมรับว่า ถึงแม้จะมีตัวเอกหญิง และการเดินทางของทั้งคู่ในการปราบปรามวิญญาณร้ายคือการดำเนินเรื่องหลัก แต่เรื่องนี้แฝงไปด้วยความเศร้าลึกล้ำ ชีวิตของเขา การถูกทอดทิ้งเพราะวิญญาณร้ายนั้นทำให้คนอึดอัดจนหายใจไม่ออกได้’

เรื่องราวที่ประกอบด้วยผู้หญิงที่ใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น การยั่วยวน และความรักเล็กน้อย เป็นเรื่องง่ายๆในการพัฒนาสคริป ถ้านั่วนั่วเป็นโปรดิวเซอร์ ถ้าดูตลาดเกมส์ตอนนี้แล้ว คงโยน “กิเลนมาร” ทิ้งไปเหมือนกัน ดังนั้นเธอไม่คาดคิดว่าม่อจื้อหยวนจะอนุมัติสคริปที่อาจจะมีการชวนให้โต้แย้ง และยังนำไปเสนอเจ้านายอีกด้วย

มันสุดยอดมาก!!!!

บอสเฟยหลงไอเสียงดัง “จื้อหยวนให้เหตุผลในการเลือกสคริปมาว่า เรื่องนี้จะทำให้ผู้เล่นเกมส์พบกับประสบการณ์อันลืมไม่ลง”

เมื่อได้ยิน นั่วนั่วได้แต่ตะลึง พูดไม่ออก

เธอเคยได้ยินรุ่นพี่กล่าวว่า เรื่องที่ดีนั้นไม่ได้ขึ้นกับการเขียนที่งดงาม การใช้คำที่เหมาะสม และประโยคสละสลวย ที่สำคัญที่สุดคือการเข้าใจ แก่นแท้ของเรื่องราว วิธีการเล่าเรื่องให้ทั้งโลกฟัง และความรู้สึกที่คนอ่านจะได้รับ เรื่องที่ดี ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร สิบหรือยี่สิบปี รายละเอียดและความรู้สึกที่ฝังลึกในใจของคนอ่าน การอ่านทุกเที่ยวจะมอบความรู้สึกและประสบการณ์ใหม่ๆ เรื่องนั้นจึงจะเป็นเรื่องที่ไม่มีใครเทียบได้

นั่วนั่วกำโทรศัพท์แน่น ริมฝีปากคลี่ยิ้มอ่อนหวาน ในใจท่วมท้นไปด้วยความซาบซึ้งต่อม่อจื้อหยวน “เอ่อ ฉันขอถามหน่อย แล้วบอสใหญ่ก็เห็นด้วยเหรอคะ”

“จะเป็นไปได้ไงล่ะ” บอสเฟยหลงเยาะเย้ย “เสี่ยวนั่วนั่ว ผมบอกคุณเลยนะ คุณต้องมาขอบคุณบอสม่อจื้อหยวนอาทิตย์หน้าอย่างจริงจัง รู้ไหม เจ้านายกับจื้อหยวนเกือบทะเลาะกันที่จะเอาสคริปนี้มาใช้ในโปรเจคน่ะ”

“……” นั่วนั่วอึ้ง ไม่จริงน่า บอสใหญ่เซียวกับม่อจื้อหยวน …เถียงกันใหญ่โต ภาพนั้นจะเป็นอย่างไงนะ น่ากลัวชะมัด

“อ้อ เจ้านายก็ยอมถอย ทิ้งไว้ประโยคเดียว ‘คุณเป็นโปรดิวเซอร์ คอยดูแล้วกัน’ ก่อนออกจากห้องไปเลย เสี่ยวนั่วนั่ว ชีวิตดีๆที่คุณมีสองวันนี้น่ะ เพราะจื้อหยวนไม่ยอมเขานะ หน้าบอสน่ะน่ากลัวสุดๆเลย พวกเราหลีกเลี่ยงเขาไม่ได้ แต่คุณน่ะอยู่บ้านสบายใจ”

ติ๊งต่องงงง

เฟยหลงพูดไม่ทันจบ กริ่งประตูก็ดังขึ้น

นั่วนั่วรู้ คนที่มาเวลานี้คือ “คนที่ตอนนี้อารมณ์เสียจนไม่สามารถอ่านสีหน้าได้” บอสใหญ่เซียวมารับเธอไปนวดแล้ว…

นั่วนั่ววางสาย เธอได้แต่มองกลับไปอย่างหวาดกลัวก่อนกลืนน้ำลาย หวังเพียงแต่ว่า บอสใหญ่เซียวคงไม่เห็นเธอเป็นกระสอบทรายนะ…