0 Views

บทที่ 9 ความช่วยเหลือที่มาถึง…แบบผิดฝาผิดตัว

นั่วนั่วที่ไม่อยากตาม “พี่ใหญ่” ไปฟังบทสวดของอาจารย์ ไม่อยากปฏิเสธซึ่งๆหน้า ทำให้พี่ใหญ่เสียหน้า และกลับไปเจอเฒ่าซูที่โกรธจัด ใช้ไหวพริบหาทางออก เมื่อเสี่ยวเหวินชูลุกไปเข้าห้องน้ำเธอส่งข้อความหาเซียวจวินทันที

“เรื่องด่วน! ช่วยด้วย!! อีกห้านาทีช่วยโทรหาฉันหน่อย”

ห้านาทีผ่านไปพี่ใหญ่กลับมาจากห้องน้ำ นั่วนั่วที่กำลังจะโดนลากไปเคารพอาจารย์ โทรศัพท์มือถือที่ตรงต่อเวลาอย่างยิ่งก็ดังขึ้น นั่วนั่วรีบรับโทรศัพท์ ไม่รอให้เสี่ยวเหวินชูขัดจังหวะ “สวัสดีค่ะ เจ้านาย? เอ๋? เอกสารผิด? อ๊ะ ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันกลับไปแก้ บายค่ะ”

นั่วนั่วสูดหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนสังเกตุเห็นเสี่ยวเหวินชูทำหน้าไม่พอใจ เอ่ยแบบอายๆ “ขอโทษนะคะ บอสที่บริษัทโทรมาว่างานมีปัญหา ฉันต้องกลับไปทำโอทีน่ะค่ะ”

เมื่อได้ยิน พี่ใหญ่ก็ทำท่าเข้าใจ สองคนแลกเบอร์โทรศัพท์กัน ครั้งหน้าพวกเขาจะไปพบพระอาจารย์กัน การนัดบอดครั้งที่สองของนั่วนั่วจบลงอย่างสวยงาม…

นอกร้านน้ำชา นั่วนั่วที่สังเกตุเห็นว่าท้องฟ้านั้นเป็นสีฟ้างดงาม ผู้คนก็สดใส นี่มันนัดอะไรกัน ไม่น่าไว้วางใจสักนิด ไม่ว่าพ่อกับแม่เธอจะว่ายังไง เธอก็จะไม่ไปดูตัวอีกแล้ว

>__<

นั่วนั่วเดินเตร่ไปตามถนน ขณะที่กำลังสรุปเรื่องการนัดบอด โทรศัพท์ก็ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อคนโทรมา เธอรับด้วยเสียงหัวเราะคิกคัก “เซียวจวิน!”

ปลายสายเงียบไปประมาณสามวินาที ก่อนจะมีเสียงเรียบๆของชายหนุ่มดังขึ้น “นั่วนั่ว ผมคิดว่าคุณควรมีเหตุผลดีๆอธิบายกับผมนะ”

เมื่อได้ยินเสียงนั้น นั่วนั่วหยุดกึกอยู่กับที่ราวกับถูกตอกตะปูตรึงไว้ ท่ามกลางแสงแดดร้อนระอุ นั่วนั่วรู้สึกถึงเหงื่อเย็นเฉียบค่อยๆหยดลง ก่อนมองดูชื่อคนโทรมาอีกครั้ง ก็ถูกนี่ “เซียวจวิน” แต่เสียงนั้น น้ำเสียงเจ้ากี้เจ้าการแบบนั้น

ถ้าเธอเดาไม่ผิด…

มือของนั่วนั่วสั่นระริก ตะโกนด้วยเสียงเครือๆ “เจ้านาย”

ครึ่งชั่วโมงถัดมา นั่วนั่วกลับไปที่ร้านน้ำชาอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อการนัดบอด แต่เป็นการคุยส่วนตัว พนักงานเสิร์ฟคิด “สาวคนนี้ใช้เวลาคุ้มค่าจริงๆ วันเดียวนัดบอดตั้งสองรอบ” ด้วยความอิจฉาและทึ่งๆนำชามาเสิร์ฟทั้งคู่

การสอบสวนได้เริ่มขึ้นแล้ว

นั่วนั่วนั่งอยู่ตรงข้ามเซียวอี้ แต่ไม่สามารถเดาอารมณ์เขาถูก …บ้า…คงเป็นคำเดียวที่บรรยายความรู้สึกตอนนี้ได้ชัดเจนที่สุด

ตอนส่งข้อความเธอกลัวที่จะส่งผิดชื่อ แต่เธอก็ดูแล้วนี่น่า ชื่อคนโทรมาคือเบอร์ของเซียวจวินชัดๆ แล้วทำไมผลถึงออกมาเป็นแบบนี้ได้ล่ะ ฮือ

นั่วนั่วตัวแข็ง สมองเธอเต็มไปด้วยคำสามคำ “นักฆ่าวันหยุดสุดสัปดาห์” บอสใหญ่เซียวคู่ควรกับชื่อเล่นนี้จริงๆ เขาสามารถทำให้เธอนอนไม่หลับทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ได้

เซียวอี้ดื่มชาด้วยท่าทีพึงพอใจ แม้จะงงๆที่มาเจอนั่วนั่ว เขาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เธออยากทำโอทีงั้นเหรอ มีปัญหาเกี่ยวกับเอกสารเหรอไง”

นั่วนั่วที่กำลังลิ้มรสขื่นๆของการกระทำของตัวเอง… ไม่ดีไปกว่าตายสักเท่าไร การใช้เซียวอี้เป็นเกราะกำบังเนี่ย นั่วนั่วเข้าใจว่าการโกหกเขาไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก เพราะด้วยระดับไอคิวของเซียวอี้แล้วเขาก็รู้ทันเธออยู่ดี และเธอก็ต้องตายแบบศพไม่สวยแน่ๆ

นั่วนั่วที่ไร้ที่พึ่ง ตัดสินใจจะอธิบายสถานการณ์อย่างละเอียด ตอนนี้ในสายตาเธอเซียวอี้ดูหล่อน้อยลงไปเยอะ… เธออยากให้สามารถหดตัวเล็กจนเซียวอี้มองไม่เห็นจริงๆ แต่ตอนนี้ตรงหน้าคือบอสใหญ่ที่โมโห จากการที่เธอพยายามอ้างว่าเธอต้องทำโอที และรบกวนเซียวจวินที่กำลังดูหนังสืออย่างหนัก

คิดทบทวนแล้ว นั่วนั่วคิดจะเปลี่ยนเรื่องเพื่อทำให้บรรยากาศผ่อนคลายขึ้น “เจ้านายคะ แล้วคุณมีโทรศัพท์ของเซียวจวินได้ยังไงคะ” พูดไม่ทันขาดคำ

สายตาคมกริบของเซียวอี้ก็จ้องมาที่เธอ เสียงแข็งกร้าวเอ่ย “หลังเลิกงาน อย่าเรียกฉันว่าเจ้านาย”

น้ำตานั่วนั่วไหลริน ลังเลอยู่นานก่อนตะโกน “เซียวอี้”

เนื่องจากการสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย เซียวอี้ใช้ฐานะผู้ปกครองริบโทรศัพท์มือถือของน้องชาย ระหว่างที่เขาอยู่บ้านอ่านเอกสารบริษัท เขาก็ได้รับข้อความขอความช่วยเหลือแปลกๆจากนั่วนั่ว

เมื่อเขาโทรศัพท์ไปตามข้อความ ยังไม่ทันพูดอะไร ปลายสายก็รัวเป็นชุดก่อนวางสายไป สัญชาตญาณของเซียวอี้บอกว่ากระต่ายขาวตัวน้อยกำลังมีปัญหา แต่จากหน้าต่างบานนี้เขาช่วยอะไรเธอไม่ได้นอกจากขยับมุมปากยกขึ้น ภาพของการไปนัดบอดครั้งแรกผุดขึ้นมาในสมอง

ครั้งนั้นเป็นอะไรที่ไม่คาดคิดเช่นกันสำหรับเขาเช่นกัน เซียวอี้ผู้เคร่งขรึมเงียบเฉยแปลกใจจนต้องขยี้ตา คนตรงหน้าคือพนักงานใหม่ของบริษัทที่เขาแอบประทับใจ พอนึกได้รายละเอียดเอกสารสมัครงานก็ลอยขึ้นมาตรงหน้าเซียวอี้ ลายมืองดงาม กับรูปถ่ายที่ยิ้มหวาน ใบสมัครที่สะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย

นัดบอดได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ เขาถามและท้าทายเธอตลอดเวลา นั่วนั่วตื่นเต้นเกินไปที่จะสังเกตุเห็นว่า ที่จริงมันเป็นการหยอกล้อของเซียวอี้ที่จะเกิดขึ้นเฉพาะเวลาเขาอารมณ์ดีสุดๆเท่านั้น หรือจะเรียกกันทั่วไปว่าการเย้าแหย่หรือสัพยอกนั่นเอง วันถัดไปทุกครั้งที่พบกันเขาสังเกตุเห็นเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัวแอบเหลือบมองเขาอยู่บ่อยๆด้วยสายตาไร้เดียงสานั่น

หัวใจของบอสใหญ่ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งไม่เคยสั่นไหวมาก่อน แต่หลังจากคำเล่าลือเรื่อง “น้องสะใภ้ล้างจาน” แพร่กระจายไปทั่ว เซียวอี้ที่รู้สึกว่ามีคนมารบกวนความสงบก็สั่งย้ายเจ้ากระต่ายขาวมาไว้ในสายตา “งานโชว์สัตว์เลี้ยง” เขาย้ำกับตัวเอง

แต่ตอนนี้หัวใจของเซียวอี้รู้สึกแปลกๆแบบไม่สามารถอธิบายได้ ผู้หญิงคนนี้ดูจะสนิทกับเซียวจวินมาก น้ำเสียงที่ใช้เรียก “เซียวจวิน” นั้นดูสนิทสนม แม้กระทั่งกำลังอยู่ในวิกฤต เธอยังคิดถึงน้องชายของเขา เขาเกลียดที่เธอเรียกเขาด้วยน้ำเสียงนับถือ “เจ้านาย”

หัวใจของเซียวอี้ปวดร้าวเมื่อคิดถึงมัน เขาหรี่ตาด้วยท่าทีอันตราย “นั่วนั่ว เธอกล้าดียังไง…”

นั่วนั่วยอมแพ้ราบคาบทันที “ฉันขอโทษค่ะเจ้านาย ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะรบกวนการดูหนังสือของเซียวจวินแล้วก็ไม่ได้ตั้งใจจะใช้คุณเป็นเกราะด้วย ฉันผิดไปแล้วค่ะ ผิดไปแล้วจริงๆ”

เซียวอี้ลังเลเล็กน้อยก่อนกระแอม “ฉันไม่ได้จะคุยเรื่องนี้”

นั่วนั่วเหมือนโดนหมัดน็อค… เธอเงยหน้าขึ้นพลางกระพริบตาปริบๆ

ไม่ใช่เรื่องนี้?

นอกจากเรื่องนี้แล้ว… เธอทำอะไรผิดอีกล่ะเนี่ย

“เอ่อ……..” นั่วนั่วครุ่นคิด แล้วบอสใหญ่โกรธอะไรล่ะเนี่ย

เซียวอี้จิบชาช้าๆ ก่อนที่แววตาโกรธเคืองจะเปลี่ยนเป็นล้อเล่น พูดเรียบๆ “นั่วนั่ว วันนี้เธอแต่งตัวสวยนะ”

(⊙ o ⊙)?

นั่วนั่วมึนตึ๊บ และหลุดปาก… เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรเหรอคะ

บอสใหญ่เซียวที่คิดว่าหน้าเหวอๆของนั่วนั่วนั้นตลกดี คลี่รอยยิ้มหวานที่สามารถล่มเมืองได้ “เธอแต่งตัวดีกว่าตอนที่เรานัดบอดกันเยอะนิ ว่าแต่… นัดบอดของเรามันยังไม่จบ…” เขาหยุดเหลือบมองนั่วนั่ว ที่ไม่ทันเข้าใจคำพูดทั้งหมด

ก่อนพ่นคำสุดท้ายออกมา “เธอกล้ามากนะ นัดแรกยังไม่จบ แต่สามารถออกไปนัดบอดกับอีกคนได้เนี่ยหือ?”

……

ไม่ต้องสงสัย นั่วนั่วตัวแข็งเป็นหินไปแล้ว

กระโปรงพลีทสีขาวตัวนี้ ซื้อมาตั้งแต่งานลดราคาปีที่แล้ว “ซื้อสาม ได้คืนสามร้อย” แต่หลังจากซื้อมา นั่วนั่วก็เสียใจนิดหน่อย

ไม่ใช่เพราะกระโปรงมันไม่สวย ตรงกันข้ามด้วยซ้ำ สไตล์เรียบๆ ขับเน้นส่วนโค้งส่วนเว้าของนั่วนั่วให้ชัดเจน ดูสดใสและขี้เล่น แต่เพราะกระโปรงทรงบอลลูนมันสั้นมาก  เหนือเข่า เวลานั่งก็จะสั้นขึ้นอีก แถมยังรัดรูป จนหายใจไม่ออกอีกด้วย สุดท้ายแม้กระโปรงตัวนี้จะสวยมาก แต่ต้องจับคู่กับส้นสูงเท่านั้น นั่วนั่วลองสวมรองเท้าส้นเตี้ยหมดตู้แล้วก็ยังรู้สึกว่ามันไม่เข้ากัน

สรุปง่ายๆ เธอไม่ค่อยสนใจว่าเธอใส่แล้วสวยหรือเปล่า เธอชอบเสื้อผ้าที่ทำให้เธอรู้สึกสบายมากกว่า ดังนั้นหลังจากที่หยิบมาลองสองสามหน เธอก็ยัดมันไว้ข้างๆไม่ได้สนใจอีก

การนัดบอดครั้งนี้ สหายเฒ่าซูตำหนิเธอมาว่า เธอแต่งตัวลำลองเกินไป ไม่มีรสนิยมของผู้หญิงเลยสักนิดเดียว นั่วนั่วที่ไม่อยากใช้เงินไปกับเสื้อผ้าใหม่ๆ พยายามเอาใจตาเฒ่าซู จึงขุดกรุได้กระโปรงตัวนี้มา และยืมส้นสูงห้าเซ็นต์มาจากลูกพี่ลูกน้อง มาเป็นชุดตรงหน้าเซียวอี้นี่แหละ

อ่อนโยน สง่างาม สดใส นุ่มนวล

แต่ที่น่าโมโหคือ เธอแต่งตัวสวยมาเจอผู้ชายอีกคน และอีกอย่างคือตอนนัดกับเขาเนี่ยเธอแต่งมาแบบลำลองสุดๆเลย เซียวอี้คิด ปกติทุกคนจะพยายามห้อมล้อมเอาใจเขา คลี่ยิ้มชั่วร้ายเขยิบไปทางนั่วนั่ว “นัดบอดคราวที่แล้ว ผมทำให้คุณไม่พอใจเหรอไง”

“ไม่ค่ะ ไม่เลย” นั่วนั่วรู้สึกหดหู่ เธอจะกล้าไม่พอใจบอสใหญ่ได้ไงล่ะ

“หรือจะไม่ผ่านเกณฑ์ด้านวัตถุ”

“ไม่ค่ะ” ทั้งรถทั้งบ้าน ทั้งรูปร่างหน้าตาทุกอย่างของบอสใหญ่คือหนึ่งในล้านจริงๆ

“นิสัยเข้ากันไม่ได้”

“……”นั่วนั่วสำลัก เธอไม่เข้าใจความคิดของเซียวอี้จริงๆ หลังจากนัดบอดครั้งที่แล้ว บอสใหญ่ไม่เห็นจะสนใจอะไรเธอนี่น่า มีเธอที่ต้องรับมือสถานการณ์น่าตกใจอยู่คนเดียว แล้วตอนนี้คืออะไรกัน…….

ก่อนนั่วนั่วจะเอ่ยปาก เซียวอี้พูด “ถ้าไม่มีอะไร แล้วเธอจะมานัดบอดกับอีกคนระหว่างที่นัดบอดอยู่ทำไมล่ะ ไม่มากไปเหรอไง”

นั่วนั่วร้องไห้ “ฉันผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วจริงๆ” เธอหันไปมองออกนอกหน้าต่าง พยายามคิดหาวิธีแก้ตัว  “งั้น เอาแบบนี้ละกัน? ไปกินหม้อไฟ แทนคำขอโทษจากฉันแล้วกันนะคะเจ้านาย”

ได้ยินคำพูด บอสใหญ่เซียวหรี่ตาลงอย่างอันตราย เสียงทุ้มต่ำเอ่ย “นั่วนั่ว บริษัทจ่ายเงินเดือนให้เธอน้อยมากเหรอไง”

“ทำไมคะ?”

“ถนน Castle Peak มีอาหารไทยอร่อย”

-__-|||

 

นั่วนั่วที่รู้สึกผิด ตบกระเป๋าตังค์เหี่ยวๆ หัวใจเหมือนถูกกรีด กัดฟัน “งั้นพวกเราไปกินอาหารไทยก็ได้ค่ะ

>___<”