0 Views

ตอนที่ 60 สองเรา

เมื่อเข้าสู่เดือนตุลาคม ฤดูใบไม้ร่วงนั้นก็สิ้นสุดลง พร้อมกับการมาถึงของวันชาติ หลายคนๆ นั้นเก็บของพร้อมเดินทาง แต่นั่วนั่วกับบอสใหญ่เซียวอยู่ที่บ้าน ไม่ยอมขยับตัว

นั่วนั่วย้ายบ้านเพราะว่าต้องเตรียมตัวจัดงานแต่ง แถมยังยุ่งกับเรื่องที่บริษัท เลยเหนื่อยสุดๆ จนแทบหมดสภาพ ดังนั้นพอเธอย้ายบ้านและจัดการเรื่องงานแต่งเรียบร้อย คู่รักเลยเลื่อนการออกไปฮันนีมูน ระหว่างวันหยุดเนื่องในวันชาตินั้นก็อยู่บ้านนั่งเล่นเกมด้วยกัน

บอสใหญ่เซียวนั้นไม่คิดอะไร ไม่ว่าจะเดินทางหรือเล่นเกมอยู่บ้าน
ตราบใดที่มีเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยอยู่ด้วยก็พอ แต่การอยู่บ้านนั้นสะดวกกับการทำสิ่งที่เขาชอบมากกว่า ไม่ว่าจะเล่นเกมหรือฟังเพลง

แต่ข้อเสียเดียวก็คือ: เรื่องมากมายที่ผ่านมานั้นทำนั่วนั่วหมดสภาพ
จนปวดหลัง ไม่มีชิ้นดี และเรื่องที่ทำให้นั่วนั่วไม่พอใจมากที่สุดคือ
ห้องหอของพวกเรานั้นโล่งเกินไป ไม่มีชีวิตชีวาเอาเสียเลย

>O<

หลายเดือนก่อนแต่งงาน คู่พ่อแม่เซียวนั้นไม่ค่อยเต็มใจให้ลูกสะใภ้
ย้ายออกไปหลังแต่งงาน เลยกรอกความคิดธรรมเนียมดั้งเดิมให้เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย “การมีคนเฒ่าคนแก่อยู่ในบ้านนั้นถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่า” ช่วงนั้นหม่าม้าเซียวได้กรอกหูนั่วนั่วซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า ถ้าทั้งคู่เลิกงานช้า พอกลับบ้านก็ยังต้องไปซื้อของ ทำอาหาร ตอนหยุดสุดสัปดาห์แทนที่จะได้พักผ่อนสบายๆ ก็ต้องอยู่บ้านปัดกวาดเช็ดถู ซักผ้าซักผ่อน ถ้ามีลูกก็จะไม่มีคนดูแล ต้องมีคนลาออกมาเลี้ยงดูอยู่กับบ้านแน่ๆ

นั่วนั่วเองก็คิดเหมือนกัน และแม่เธอเองก็บอกให้เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นทำตัวดีๆ อย่าเห็นแก่ตัว ต้องกตัญญูกับพ่อแม่สามี ดังนั้นนั่วนั่วเองก็เริ่มหวั่นไหว

ห้องหอนั้นสวยมาก สวยมากจริงๆ ด้านหน้านั้นมีสวนไว้พักผ่อน
แต่บอสใหญ่เซียวยุ่งมาก ดังนั้น ~ ~ ~ ในบ้าน ~ ~ ~ อันที่จริงมีแต่
เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยอยู่คนเดียว ถ้าปะป๋าหม่าม้าเซียวอยู่ใกล้ๆ เรื่องราวก็คงจะไม่เหมือนเดิม คงจะมีคนอยู่บ้านตลอดเวลา แถมยังไม่ต้องอยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่ และมีบ้านแม่อยู่ใกล้ๆ มีคนบอกว่าความสัมพันธ์ระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้อย่างนั่วนั่วนั้นมีน้อยมาก
น้อยมากจริงๆ

หม่าม้าเซียวนั้นสนใจแต่เรื่องวิชาการเท่านั้น ตราบใดที่ไม่พูดเกี่ยวกับการแพทย์ เธอก็ไม่สนใจอะไร

แต่หลังจากเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยพูดเกริ่นๆ เล็กน้อยกับเจ้าหมาป่าสีเทาที่อิ่มหมีพีหมันแล้ว ก็โดนปฏิเสธทันที

บอสใหญ่เซียวกอดภรรยาแนบแน่น “ฉันไม่ต้องการ ฉันไม่ตกลง นอกจากเรื่องนี้แล้ว เรื่องอื่นฉันยอมได้”

นั่วนั่วอายสุดๆ สำลักจนพูดไม่ออก บอสใหญ่เซียวน่ะ…….
เผด็จการเกินไปแล้ว

อันที่จริง ไม่ใช่เพราะว่าบอสใหญ่เซียวแข็งแกร่งเกินไป แต่เพราะเขาขี้หึงสุดๆ เพราะว่าที่บ้านตระกูลเซียวนั้นไม่ได้มีแค่ปะป๋าหม่าม้าเซียว
แต่มีบุคคลอันตรายนามว่าเซียวจวินอยู่ด้วย

เซียวจวินกลับมาช่วงวันหยุดฤดูร้อน และพบว่าคนที่เขาสนใจกลายเป็นพี่สะใภ้ไปเสียแล้ว ไม่มีคนปกติรับได้หรอก ถึงแม้จะเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยจะไม่เคยคิดว่าเด็กเปรตพรรคนี้จะเป็นคนที่มาจีบเธอจริงจัง
บอสใหญ่เซียวเองก็ขี้เกียจแม้แต่ดีดนิ้วไล่คู่แข่งด้านความรักอย่างน้องชาย แต่วันก่อนที่เซียวจวินกลับมา นั่วนั่วกลับพยายามใช้ถ้อยคำนุ่มนวลบอกเรื่องความสัมพันธ์ของเธอกับบอสใหญ่เซียว

เขาคิดว่าเซียวจวินคงจะเดือดปุดๆ[1] อาละวาด ก่อนวางท่าไม่สนใจนั่วนั่ว พวกเขาไม่คาดคิดว่าเซียวจวินจะกลับมาอย่างเงียบๆ ผิดปกติ กินข้าวและทำตัวตามปกติ เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นโล่งอกมาก คิดว่าในที่สุด
เซียวจวินก็เป็นผู้ใหญ่เสียที ผลก็คือไม่ถึงสองวันลูกชายจอมชั่วร้ายตลบตะแลงถือโอกาสเชิญนั่วนั่วออกไปดื่มชา ระบายความเจ็บปวดในใจ พลางแสร้งทำเป็นเศร้าสร้อยอย่างน่าสงสารว่าทำไมเขาต้องเกิดมาภายในดวงดาวแห่งความโชคร้าย ทำไมเขาต้องเด็กกว่านั่วนั่วด้วย……

หลายครั้งผ่านไปบอสใหญ่เซียวผู้ระแวดระวังก็รีดเค้นความจริงออกมาได้ว่า การที่ภรรยาตัวเองมักจะหายไปที่ละครึ่งวันโดยไร้เหตุผลนั้น
คือการออกไปข้างนอกกับเซียวจวิน

(╰_╯)#

สถานทีการเดทนั้นเปลี่ยนไปเรื่อยๆตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก ร้านน้ำชา ไปจนเกาะแฟนตาซี และเมืองโบราณ ล่าสุดเซียวจวินกำลังล้างสมองนั่วนั่ว อาจหาญเชิญเธอไปปักกิ่งไปเจอนักเขียนอะไรไม่รู้

ถ้าเขารู้ช้ากว่านี้อีกนิด เขาเชื่อว่าภรรยาตัวเองคงหลุดออกไปสุดขอบแน่ๆ บอสใหญ่เซียวเกลียดเจ้าฟันผุนี่จริงๆ ลูกชายจอมเสแสร้งที่แกล้งทำเป็นใช้ชีวิตสงบสุขกับพี่สะใภ้…….. เซียวอี้ที่รู้แบบนี้ก็เผยเขี้ยวสีเงินคมกริบ สถานการณ์แบบนี้เขาจะยอมปล่อยเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยกลับไปใช้ชีวิตในรังเสืออย่างบ้านเซียวได้อย่างไรกัน

วันหนึ่งเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นยกเรื่องที่จะย้ายกลับขึ้นมาพูด
ทำเอาบอสใหญ่เซียวโมโหไปหมด และพยายามหลบหนีอยู่นั้น เสียงกระดิ่งประตูก็ดังขึ้น นั่วนั่วแปลกใจมาก ใครกันนะ ผลก็คือ เมื่อเธอเปิดประตูก็ต้องอึ้งสนิท——

บอสเฟยหลง รุ่นพี่โม่ ตาลุงลามก…….. เหล่าพี่น้องแห่งแผนกวางแผน แม้แต่ SK จากแผนกเทคโนโลยีก็มากันหมด นั่วนั่วกวาดสายตามอง คนที่มาล้วนแต่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับบอสใหญ่เซียวกันทั้งนั้น และเพราะว่าคนส่วนใหญ่นั้นมาจากแผนกวางแผน จึงคุ้นเคยกับเสี่ยวนั่วนั่วดี พอเห็นเธอเปิดประตู ก็ตามเธอเข้ามาเหมือนเดินเข้าบ้านตัวเอง

“อ่า นั่วนั่ว เธอกับเซียวเกออยู่บ้านจริงๆด้วย”

“นั่วนั่ว สวนเล็กๆ ข้างนอกนั่นสวยจริงๆ มีชิงช้าด้วย เซียวเกอซื้อให้เธอเป็นการเฉพาะเลยใช่ไหม”

“วิลล่าเล็กๆ แถวนี้ปลูกผักเรียงกันเป็นแถบเลย พวกเราเล่นเกมขโมยผักฉบับชีวิตจริงได้เลยนะเนี่ย!”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยรู้สึกอาย เอ่ยถามขณะที่ปิดประตู “พวกคุณมาทำไมเหรอคะ”

พอได้ยินบอสเฟยหลงก็ตอบด้วยเสียงเบาหวิวราวกับก้อนเมฆอ่อนละมุน พร้อมสายลมอ่อนโยนที่พัดพา “พวกเราได้ยินว่า คู่รักอย่างพวกเธอ
ไม่ยอมไปฮันนีมูน แต่อยู่เล่นที่บ้าน พวกเราเลยมาดูว่าพวกเธอเล่นอะไรกันน่ะ”

“ใช่ ใช่” รุ่นน้องในแผนกวางแผน ชิงชวนพยักหน้า สีหน้าคลุมเครือ พ่นน้ำลาย “เซียวเกอน่ะแสนจะมีความสุข และยังแกร่งสุดๆ ด้วย ทำไมฉันถึงไม่เจอภรรยาดีๆ ที่ไม่ต้องใช้เงิน อยู่กับบ้านอย่างเชื่อฟังว่าง่ายบ้าง……”

-__-|||

นั่วนั่วอยู่แผนกวางแผนมานานจนไม่ต้องกระดิกนิ้วเท้าก็รู้ว่า หัวข้อการสนทนานั้นกำลังจะไปทางไหน สำหรับเหล่าพี่น้องแผนกวางแผนแล้ว สมภารที่ประกอบด้วย “บ้าน + วันหยุด + ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกันเพียงลำพัง” นั้นสามารถนำไปสู่คำตอบแสนชั่วร้ายลามกได้มากมาย

ก่อนพี่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นจะโดนแกล้งนั้น บอสใหญ่เซียวก็ออกมาจากห้องหนังสืออย่างน่าเกรงขามราวกับเทพเจ้าที่ลงมาปกป้อง พอทุกคนเห็นเจ้านาย ก็เข้าสู่โหมดทำตัวแสนเหมาะสมทันที ก่อนตะโกนพร้อมกัน “บอส”

บอสใหญ่เซียวถอดแว่นกรอบทองออก เงยหน้าขึ้น “ทำไมพวกนายมาที่นี่กันหมด”

บอสเฟยหลงกับลุงลามกมองหน้ากันก่อนตอบ “แน่นอนว่าต้องมาดูบ้านใหม่สิครับ ที่จริงการตกแต่งที่นี่ดีมากเลย”

ลุงลามกก็พยักหน้าถี่ๆ หัวเราะน้อยๆ เสริม “วันหยุดแบบนี้ ก็ต้องซื้อของขวัญมาให้คุณสิครับ ฮ่าฮ่า”

รุ่นน้องยืนรายงานอย่างว่าง่าย “ใช่ครับ พวกเรามาดูเรือนหอใหม่กับเจ้าสาว”

“ผมได้ยินมาว่าเพื่อนของนั่วนั่วเป็นคนวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังใช่ไหมครับ รูปนี้สวยมากเลย ช่วยแนะนำคนวาดให้ผมหน่อย ผู้ชายหรือผู้หญิงอ่ะครับ”

“แล้วแต่นะ นายไม่มีแฟนให้สัมผัสด้วยซ้ำ การแนะนำศิลปินฝาผนังให้นายจะมีประโยชน์อะไร”

“นายไม่เข้าใจเรอะ ชิงชวนน่ะมีเป้าหมายแฝง[2] น่ะ”

“เฮ้ย เฮ้ย ระวังปากหน่อยสิเว้ย เจ้าสาวอยู่นี่นะ จะขนหรือไม่มีขนอะไรกันเล่า”

…………

เหล่าพี่น้องผู้เชียวชาญนั้นแซวอย่างขี้เล่น จนลืมจุดประสงค์ที่แท้จริงในการมาเยือนบ้านเซียวไปเสียสิ้น ที่จริงวันหยุดยาวแบบนี้ทำทุกคนเบื่อกับชีวิตการแต่งงานแสนหวานสุดๆ จนตกลงมากินฟรีที่บ้านเซียวนั่นเอง

╮(╯_╰)╭

นั่วนั่วรู้สึกหดหู่มาก ทุกคนนั้นล้อเลียนที่บอสใหญ่เซียวกับเธอนั้นเป็นเหมือนถั่วสองเม็ดในฝักเดียวกัน แต่เธอไม่ได้หน้าหนาเท่าบอสใหญ่เซียว

คนทั้งกลุ่มเล่นสนุกจนเข้าสู่ยามราตรี เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นแสนเข้าอกเข้าใจว่า เนิร์ดกลุ่มนี้นั่งเฉยๆ ไม่เป็น เลยขนหม้อไฟออกมาเลี้ยง ซื้อส่วนประกอบทำหม้อไฟจากซุปเปอร์ฯ มาเพียบ และคนกลุ่มนี้ก็นั่งล้อมวงอยู่ในห้อง เฝ้ารอไฟใต้หม้อสีแดงเดือดปุดๆ พูดคุย กินอาหาร และดื่มเบียร์กันอย่างสนุกสนาน

พอเนื้อกับเครื่องดื่มหมดไปได้ครึ่งหนึ่ง บางคนก็เริ่มกรนคร่อกๆ ก่อนเหล่าพี่น้องจะเริ่มอาละวาด

>O<

S.K. เริ่มนำไปก่อนด้วยการถือเบียร์ หรี่ตาเล็กน้อย “เซียวเกอ พักนี้พี่ไม่สบายไปหน่อยเหรอ ทั้งดื่ม ทั้งกิน แถมมีสาวงามเคียงข้างแบบนี้ พี่ไม่กลัวว่าจะใช้โชคดีของชาติหน้าหมดเกลี้ยงจนได้เกิดเป็นขอทานเหรออ่ะ”

พวกเขาส่วนใหญ่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเซียวอี้ การล้อเล่น แซวกันแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นบอสใหญ่เซียวที่ได้ยินแบบนี้เลยไม่ถือสาอะไร ยิ้ม ก่อนรินไวน์ให้ม่อจื้อหยวนเพิ่ม:

“เมื่อชะตาลิขิตไว้ ถึงนายจะอยากหยุด หรือพยายามจะหยุดมันแค่ไหน นายก็หนีไม่พ้นหรอก”

บอสเฟยหลงนั้นคออ่อนมากจึงเมาไปแล้ว พอได้ยินแบบนี้ก็หัวเราะลั่น “ดูสิ พวกนายก็เห็นว่าเขามีความสุขแค่ไหน แต่นายจะกินหม้อไฟได้ทุกวันเลยเหรอไง”

น้องซือคิดอะไรขึ้นมาได้ก็ขัดขึ้นมา “ช่าย อา ผมพึ่งไปล้างมือที่ห้องครัวมา ทำไมผมถึงเห็น…. ห้องครัวถึงไม่ได้เปิดไฟ แถมยังมีหม้อและกระทะไม่ครบด้วย”

…………

……………

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเงียบไปอีกครั้ง ก่อนหัวเราะแห้งๆ ที่ฟังดูแย่กว่าร้องไห้เสียอีก

ที่จริงนี่เป็นเหตุผลที่แท้จริงที่นั่วนั่วอยากย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเซียว
ใช่ ที่บ้านใหม่นี่ พวกเขาไม่เคยทำกับข้าว หนทางแก้ปัญหาของสองหนุ่มสาวคือการออกไปกินข้างนอก ถ้าพวกเขาตื่นสายและไม่อยากออกไปกินข้าวข้างนอก ก็ได้แต่กินบะหมี่ที่ใช้เวลาทำสองนาทีเท่านั้น ตั้งแต่บะหมี่ไข่ดาว บะหมี่ตันตัน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป บะหมี่สูตรพิเศษของคุณนายเซียว พวกเขากินแต่บะหมี่จนอยากจะอ้วกอยู่แล้ว

ที่เหล่าพี่น้องมาเห่าหอนกันอยู่ก็คือต้องการทำให้เซียวอี้ขายขี้หน้าสินะ ตอนนี้ไม่ว่าจะใครในบริษัทก็รู้กันหมดแล้วว่าทั้งคู่น่ะไม่เคยเข้าครัว แม้แต่ป้าแม่ครัวในโรงอาหารก็ยังรู้ แต่ทุกคนฉลาดพอที่จะแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ แต่ลับหลังก็แอบเยาะเย้ยบอสใหญ่เซียวว่า: อย่าคิดนะว่าแต่งเมียที่ทั้งเด็กและสวยแล้วจะอวดอะไรเขาได้ เพราะเสี่ยวนั่วนั่วของนายน่ะเป็นกระต่ายโง่ที่ทำกับข้าวไม่เป็นสักนิด!

นั่วนั่วไม่พูดอะไร บอสใหญ่เซียวเลยตอบอย่างเป็นธรรมชาติ “พวกเรารอให้ห้องครัวเสร็จก่อนจะเริ่มทำอาหารน่ะ”

เขาพูดจบ พื่จื้อหยวนที่เงียบมาตลอดก็ส่งเสียงหึเบาๆ ก่อนเริ่มหัวเราะซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างจากแม่มดในนิทานแม้แต่น้อย หัวเราะจนห่านขนร่วงโกร๋นหมดทั้งตัว “งั้นเหรอ วันนี้พวกเราเตรียมของขวัญพิเศษมาให้เซียวอี้”

บอสใหญ่เซียวนิ่วหน้า “พวกนายเอาของขวัญมาให้ด้วยเหรอ” ไอ้กลุ่มขี้เหนียวพวกนี้เต็มใจซื้อของขวัญมาให้จริงเหรอเนี่ย ฝนโลหิตจะตกลงมาจากฟ้าจริงๆเหรอ”

ชิงชวนรีบไปที่ประตูโดยไม่รอให้ม่อจื้อหยวนสั่ง ก่อนเดินมาพร้อมกล่องกระดาษขนาดใหญ่ในมือ นั่วนั่วที่จ้องมองอยู่นั้นอยากอาเจียนเป็นเลือดทันที: อุปกรณ์ทำครัวสิบชิ้น

เพราะกล่องกระดาษนั้นโปร่งแสง เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นสามารถเห็นภายในกล่องได้อย่างชัดเจน ข้างในนั้นนอกจากมีหม้อกับกระทะ ที่รองจานแล้วยังมีทุกอย่างครบครัน แม้กระทั่งทัพพี นั่วนั่วได้แต่ร้องไห้
เหล่ารุ่นพี่มากินข้าวหรือมาบังคับเธอให้เรียนทำอาหารกันแน่เนี่ย

ส่วนเซียวอี้ที่อยู่ข้างๆนั้นดูปกติมาก “ขอบคุณ”

บอสเฟยหลงแยกเขี้ยว หัวเราะแปลกๆ “จะรีบไปไหน นี่เป็นของขวัญจากพวกชิงชวนและพวกตัวเล็กๆ เท่านั้น คนงามอย่างจื้อหยวนกับฉันจะให้ของธรรมดาๆ แบบนี้กับนายได้ยังไงกัน”

นั่วนั่วอุทาน “ยังมีอีกเหรอคะ”

พอได้ยินม่อจื้อหยวนก็ยกยิ้ม หยิบผ้ากันเปื้อนออกมาจากกระเป๋าเสื้อเงียบๆ สะบัดๆ คลี่ออกมา บนนั้นเขียนไว้อย่างอลังการมาก ‘รักเมียที่สุด’ ความหมายนั้นแสนชัดเจน อุปกรณ์เหล่านี้ไม่ใช่ของขวัญให้เสี่ยวนั่วนั่ว แต่เป็นของขวัญให้บอสใหญ่เซียวต่างหาก

นั่วนั่วจ้องผ้ากันเปื้อนแบบอึ้งๆ ด้านหนึ่งเธอก็คิดถึงภาพสามีตัวเองสวมผ้ากันเปื้อน แล้วก็เลือดกระฉูด แต่ตอนนี้ใบหน้าบอสเซียวนั้นดำคล้ำราวกับถ่าน

บอสเฟยหลงนั้นใจกล้าขึ้นเยอะจากแอลกอฮอลล์ในเลือด เลยยังสดใส
ร่าเริงสุดๆ “เป็นไงบ้าง สี่คำนี้ดีใช่ไหม ฉันเป็นคนเขียนเองแหละ”

“ใช่” S.K. เสริม “เซียวเกอ ผมบอกเลยว่าอุปกรณ์ชุดนี้ดีมาก พี่สวมผ้ากันเปื้อนปุ๊บ ความสามารถในการทำอาหาร +5 จุด ความรักภรรยา +5 จุด กับความสามารถในการล้างจาน +8 จุดทันทีเลยนะพี่ เสี่ยวนั่วนั่ว
ดูสิว่าพวกเราเหล่าพี่น้องน่ะดีกับเธอแค่ไหน”

“พวกนายร้ายกาจเกินไปแล้ว เซียวเกอทำกับข้าวแล้วยังต้องล้างจานอีกเหรอเนี่ย”

“ไปเลยป่ะ ไอ้เด็กเปรตเอ้ย เอ็งจะเข้าใจอะไร ถ้าเสี่ยวนั่วนั่วต้องล้างจาน พลังงานก็จะลดลง แล้วจะมีแรงสู้กับเซียวเกอตอนกลางคืนได้ยังไงล่ะหือ”

“ฮ่า ฮ่า ฮา ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกนายเล่นกันยังไงน่ะ”

นั่วนั่ว:“………”

คืนนั้น หลังอาหารเย็น เธอโดนบอสใหญ่เซียวถล่มอย่างเมามาย

>__<

กลางดึกคืนนั้นหลังจากรับมือกับเหล่าพี่น้องชายหนุ่มแห่งแผนกวางแผนมาทั้งวัน นั่วนั่วก็อาบน้ำ ขึ้นเตียงนอนหลับฝันหวาน ก่อนจะรู้สึกถึงอุ้งมือที่ยื่นมา เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยปัดทิ้ง อุ้งเท้านั้นก็หดกลับไป ก่อนจะยื่นมาอีกครั้ง และนั่วนั่วก็ตกลงสู่อุ้งมือของศัตรูในที่สุด

พอเธอลืมตาก็เห็นบอสใหญ่เซียวกำลังช่วยเธอปลดเสื้อผ้า
เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยทำปากยื่น “วันหยุดนี่มันเหนื่อยกว่าวันทำงานเสียอีก คืนนี้ฉันขอพักผ่อน”

**

ใครจะรู้ว่าหลังจากบอสใหญ่เซียวได้ยิน แทนที่เขาจะถอดเสื้อผ้าเธอต่อ กลับดึงนั่วนั่วมากอด ถาม “……..เธอรู้สึกว่าผ้ากันเปื้อนนั่นเหมาะกับฉันไหม”

นั่วนั่วแปลกใจ ก่อนเข้าใจถึงความหมายของบอสใหญ่เซียว หัวเราะ “ทำไมจู่ๆ คุณคิดถึงเรื่องนั้นขึ้นมาละคะ”

บอสใหญ่เซียวครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนเอ่ย “นั่วนั่ว พรุ่งนี้ไปบ้านเธอกัน”

“เอ๋? ทำไมล่ะคะ” ไม่ใช่ว่าพวกเขาวางแผนจะอยู่ในโลกที่มีแต่สองเราหรอกเหรอ นี่คือเหตุผลที่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยอดทนกินบะหมี่
กึ่งสำเร็จรูปมาตลอดและไม่ยอมกลับบ้านแม่มาตลอดนี่นา

เซียวอี้ชะงัก พูดอย่างชัดเจน “กลับบ้านไปเรียนทำอาหารจากแม่เธอไง”

นั่วนั่วช็อค “คุณหรือฉันเป็นคนเรียนน่ะ”

เซียวอี้พูด “ฉันเรียนเอง”

สามคำนี้แฝงพลังทำลายล้างอย่างลึกล้ำ ชั่วขณะนั้นนั่วนั่วไม่อาจย่อความหมายในนั้นได้เลย

นั่วนั่วพูด “ทำไมคุณจู่ๆ ถึงคิดเรื่องนั้นขึ้นมา…”

อา… ก็ได้ นั่วนั่วยอมรับว่าเธอขี้เกียจ เธอรู้ดีว่าการเรียนทำอาหารน่ะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้หลังแต่งงาน แต่เธอผัดผ่อนมาตลอด ไม่ยอมทำอะไรเสียที แต่เธอไม่เคยคาดหวังว่าบอสใหญ่เซียวจะเชื่อฟังขนาดที่ยกเรื่องนี้มาพูดเอง”

“’งั้นหลังเลิกงานทุกวัน คุณจะกลับบ้านมาทำอาหารเหรอคะ”

“ใช่”

“บอสใหญ่เซียว คุณ —“

ก่อนที่จะทันพูดจบ ริมฝีปากทั้งคู่ก็ถูกแนบสนิท มีอะไรต้องพูดอีกล่ะ เขารู้มานานแล้วว่าเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยน่ะไม่ใช่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยจริงๆ รู้ดีว่ามีใครบางคนอยากเปลี่ยนเขาเป็นหมาป่าสีเทาเชื่องๆ
แต่บนเส้นทางที่นำไปสู่การแต่งงานนี้ เขาก็ค่อยๆ จมลงไปเรื่อยๆ ช้าๆ จนไม่อาจหลบหนีได้

เหมือนที่บอสใหญ่เซียวพูดไว้ก่อนหน้านี้  ‘เมื่อชะตาลิขิตไว้ ถึงนายจะอยากหยุด หรือพยายามจะหยุดมันแค่ไหน นายก็หนีไม่พ้นหรอก’

นี่อาจจะเป็นพรหมลิขิต เขาถูกลิขิตไว้ว่าจะโดนเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย
ทำให้เชื่องจนเป็นหมาป่าสีเทาผู้น่าสงสาร งั้น…ฉันจะยอมรับโชคชะตานี้ อันที่จริงหมาป่าสีเทาผู้น่าสงสารนั้นมีความสุขมาก เพราะว่ากำลังมีหมาป่าสีแดงแสนน่ารักจูบเขาอยู่

อา ดีงามจริงๆ น่าพอใจจริงๆ

แผนการหมาป่าสีเทาที่น่าสงสารประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แบบ

[1] 炸毛 อารมณ์โมโห โดยใช้แทนตัวคนที่อารมณ์ขึ้นลงได้ง่ายมาก หรือ Mood Swing นั่นเอง

[2] 醉翁之意不在酒 จุดประสงค์ของคนเมาไม่ใช่เหล้า แต่เป็นอย่างอื่น