0 Views

ตอนที่ 59 ขอโทษ

รายการ ‘รักป่วน กวนหัวใจ’

แม้จะไม่เต็มใจแค่ไหน แต่นั่วนั่วก็ยังยืนอยู่บนเวทีอันสว่างไสว เมื่อเริ่มทำอะไรแล้วก็ต้องจบมันด้วยตัวเอง นั่วนั่วเลยปฏิเสธซู่ซู่ไม่ออก
ดังนั้นนั่วนั่วเลยต้องเข้าร่วมรายการหาคู่จนกว่ามันจะจบลง แต่ก่อนที่นั่วนั่วจะทันพูดอะไรกับทีมเหล่าแม่เสือว่าเธอกำลังจะแต่งงาน
ก็ต้องอึ้งกิมกี่เมื่อเห็นหน้าแขกรับเชิญหนุ่มที่กำลังเปิดตัว

บอสใหญ่เซียวที่สวมสูทและรองเท้าหนังยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟสาดส่องบนเวทีกลางนั้นช่างดูดีมีรสนิยม นั่วนั่วได้แต่อึ้ง เมื่อเห็นบอสใหญ่เซียว ผ่านด่านแล้วด่านแล้ว จนกระทั่งมาถึงด่าน “การสอบปากคำโดยทีมคุณแม่” เธอก็เริ่มเป็นห่วงเขา แต่ก็ไม่อาจแสดงออกอะไรได้

ช่วงนี้เป็นเสมือนฝันร้ายของเหล่าชายหนุ่มทุกคนที่มาเข้าร่วมรายการ หลังจากขึ้นเวทีแล้ว พิธีกรก็จะจัดให้เขาขึ้นลิฟท์ตัวเล็กๆ ที่จะเลื่อนขึ้นไปบนเวทีกลาง ก่อนจะได้ตอบคำถามสุดหิน ถ้าเหล่าป้าเสือนั้นไม่พอใจกับคำตอบก็จะกดปุ่ม ‘ลง’ และชายหนุ่มก็จะหายไปจากเวที
หมดโอกาสในการพูดคุยกับเหล่าสาวๆ ไปอย่างโหดร้าย

เวลานี้บอสใหญ่เซียวนั้นกำลังถูกเหล่าป้าเสือคาดคั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย

“หนุ่มๆ อย่างนายที่บอกว่าตัวเองเป็นบอสใหญ่ของบริษัท นายทั้งดูดี มีความสามารถ สุภาพแบบนี้ ทำไมยังไม่มีแฟนล่ะ ไม่ได้เป็นโรคอะไรที่บอกใครไม่ได้ใช่ไหม”

และก็มีเสียงหัวเราะดังลั่นจากทั้งห้องส่ง

เซียวอี้ที่เสมือนเมฆกำลังโดนสายลมพัดผ่านอย่างอ่อนโยนนั้น ขยับริมฝีปากทรงเสน่ห์ ก่อนให้คำตอบทิ่ผิดคาด “ผมไม่มีโรคอะไรที่บอกใครไม่ได้หรอกนะ คู่หมั้นของผมก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดี ทำไมไม่ขอให้เธอขึ้นเวทีมาตอบคำถามนี้ล่ะ”

พอได้ยินแบบนี้ นั่วนั่วที่ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าผู้เข้าแข่งขันสาวๆก็ตัวแข็งทื่อ ขาก็แทบทรุดลงมา

>__<

พอพิธีกรได้ยินคำพูดของบอสใหญ่เซียว ก็ถลึงตาใส่ท่าทีไม่ยี่หระนั้น ขยับเข้ามาแก้สถานการณ์ “ที่เซียวซยงพูดนั้นหมายถึงแฟนเก่าเขาที่——”

พูดไม่ทันจบเซียวอี้ก็ขัดขึ้นมา ด้วยการส่ายหัว “ไม่ เธอเป็นแฟนคนปัจจุบันของผม”

“นาย!” หนึ่งในเหล่าแม่เสืออยู่นิ่งไม่ไหว “คนหนุ่มสาวสมัยนี้นี่ไร้ความรับผิดชอบจริงๆ มีแฟนแล้วยังมาเข้าร่วมรายการนี้ทำไม”

พอได้ยินดวงตาเซียวอี้ก็ส่องประกายวิบวับ ก่อนพ่นออกมาหนึ่งประโยค “เพราะ……..ผมมาจับตัวเธอคนนั้นไง”

ทุกประโยคนั้นราวกับอัญมณีเลอค่า

และทำเอาทั้งเวทีเงียบกริบไปครู่หนึ่ง

พอจบประโยคนั้นที่ทำเอาทั้งบนเวทีและนอกเวทีวุ่นวายยุ่งเหยิงไปหมด เพราะเหล่าแขกรับเชิญสาวๆ ก็โกลาหลขึ้นมาทันที  นั่วนั่วที่เหมือนจะไม่ได้ยินหรือเห็นอะไร เธอมีเพียงความคิดเดียวในหัว —— หนี!

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ก่อนค่อยถอยอย่างเงียบๆ ก่อนที่เธอจะทันก้าวออกไป ก็ได้ยินเสียงบอสใหญ่เซียวจากด้านหลัง

“นั่วนั่ว เธอคิดว่าจะหนีพ้นเหรอ”

ทั้งเวทีนั้นเงียบกริบ

ขณะที่เธอเตรียมตัวจะย่องออกไปนั้นเอง นั่วนั่วก็ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

บอสใหญ่เซียวหันกลับมาเล็กน้อย ดวงตาแวววับคู่นั้นเต็มไปด้วยความมุ่งร้าย ก่อนสืบเท้าก้าวเข้าไปทางนั่วนั่ว ที่รีบ………ใช้สมอง ขยับออกจากบริเวณแท่นที่มีไฟแดง เอ่ย “พวกเราเป็นผู้เข้าร่วมรายการหาคู่เหมือนกัน มีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ฉันออกจากบริเวณไฟแดงของคุณแล้วนะ คุณจะพาฉันไปไม่ได้”

“เอ๋?” เซียวอี้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก้าวกลับมาพร้อมหรี่ตาลงอย่างอันตรายจนเป็นเส้นตรง นั่วนั่วเห็นแบบนั้นก็กลืนน้ำลาย เธอรู้ดีว่าบอสใหญ่เซียวที่กำลังทำแบบนี้น่ะ กำลังโมโห โมโห……….สุดๆ

นั่วนั่วกัดฟัน ระหว่างที่กำลังจะพูดอะไรก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองลอยขึ้นจากพื้น และเสียงกึกก้องจากบนเวที — เธอโดนบอสใหญ่เซียวอุ้มจากไป

เสียงโหยหวนคร่ำครวญของนั่วนั่วไม่ได้ผล ไม่มีหนทางใดที่จะขัดขืน ทุกอย่างนั้นเหมือนถูกหมอกปกคลุม เธอได้แต่ฟังเสียงตะโกนของพิธีกร “ผะ….ผู้กำกับคร้าบ เร็วๆ เข้าครับ มีคนโดนลักพาตัวคร้าบบบบบ………”

ถึงจะถอยมาถึงหลังเวทีแล้วบอสใหญ่เซียวก็ไม่ปล่อยเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยลง จับใครบางคนไว้ และจูบเธออย่างหนักหน่วง นั่วนั่วรู้ดีถึงความผิดมหันต์ที่ตัวเองก่อ ได้แต่รอวันที่บอสใหญ่เซียวจะลงโทษเธอให้สาสม ได้แต่กระพริบดวงตาแดงก่ำ เอ่ย

“ฉัน——”

“เธอ——”

และต้องแปลกใจกันทั้งคู่ ที่อยากพูดขึ้นมาพร้อมกัน

นั่วนั่ว” คุณก่อนเถอะ”

บอสใหญ่เซียวส่ายหัว ก้มหน้าแนบหน้าผากนั่วนั่ว พูด “พวกเราพูดพร้อมกันนะ”

ทั้งคู่มองตากันและกัน ก่อนส่งเสียงพร้อมกัน “ฉันขอโทษ”

และนั่วนั่วก็ปล่อยเสียงหัวเราะลั่น ก่อนเริ่มอธิบายก่อน “ฉันไม่ควรโมโหกับอะไรเล็กๆน้อยๆ และไม่ควรพูดจาทำร้ายจิตใจคุณ เพราะฉันรู้สึกด้อยกว่าเลยทำตัวกร่าง ตั้งแต่นี้ฉันจะไม่ห่วงเรื่องกำไรขาดทุนของตัวเองอีกแล้ว” เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยชะงัก กลอกตา คิดถึงเรื่องที่ตัวเองพูด

“และวันนี้ที่ฉันเข้าร่วมรายการวันนี้ไม่ใช่เพราะว่าฉันโกรธคุณหรอกค่ะ ฉันแค่อยากอธิบายกับผู้ชมว่าฉันกำลังจะแต่งงาน ไม่ใช่——”

เธอพูดไม่ทันจบ บอสใหญ่เซียวก็ปิดปากนั่วนั่วเสียแล้ว เขาหลับตา
พยักหน้า “ฉันรู้”

“คุณรู้อะไรน่ะ”

บอสใหญ่เซียวเกาจมูกนั่วนั่วอย่างขี้เล่น ด้วยสีหน้าเอาแต่ใจ
“อ้อ ถ้าพวกเราไม่เล่นละครให้เรตติ้งพุ่งอีกรอบ ผู้หญิงเย็นชาอย่างซู่ซู่จะปล่อยเธอไปงั้นเหรอ”

พอได้ยินนั่วนั่วก็บรรลุขึ้นมาทันที ด้านหนึ่งเธอก็ซึ้งกับการที่บอสใหญ่เซียวยื่นมือเข้ามาช่วย แต่ก็อดห่อปากอย่างโมโหไม่ได้ “คุณหลอกฉันนี่”

เซียวอี้เลิกคิ้ว “งั้นเป็นฉันที่ต้องขอโทษเธอ ฉันผิดเอง ไม่ว่าจะเรื่องอะไรฉันก็เก็บไว้คนเดียว ทำให้เธอคิดบ้าๆ ไปไกล ฉันสัญญาว่าตั้งแต่นี้
ไม่ว่าฉันคิดอะไร ฉันจะบอกเธอทุกอย่าง”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยหน้าแดงระเรื่อ ก้มหน้าลงอย่างเขินอายก่อนตกลง

ในอนาคต ฉันจะเรียนรู้เรื่องของคุณให้มากขึ้น จนกระทั่งแค่มองตาก็เข้าใจกันทุกอย่าง เวลานั้นผมพวกเราอาจจะเปลี่ยนเป็นสีเทา ต้องพึ่งพากันและกันเพื่อก้าวเดิน เวลานั้นไม่ว่าจะแค่เฝ้ามองตะวันตกดิน หรือนับดวงดาวบนท้องฟ้า เท่านั้นก็พอ

ชีวิตนี้ที่มีคุณ เท่านี้ก็เพียงพอ