0 Views

ตอนที่ 56 การปรากฏตัวของสาวงาม และอดีต!

ในที่สุดความฝันของนั่วนั่วที่จะได้กลับไปทำงานที่ ‘เซียวอี’ นั้นก็กลายเป็นความจริง

ถึงแม้ตอนแรกเธอจะไม่ได้วางแผนให้บอสใหญ่เซียวคุกเข่ากราบกรานขอร้องเธอเหมือนไหว้พระโพธิสัตว์ เพื่อกลับไปแบบอลังการ แต่ทุกอย่างที่บอสใหญ่เซียวลงแรงไปนั้นทำให้นั่วนั่วปลาบปลื้มมาก ข่าวการกลับมาของนั่วนั่วทำเอาเหล่าพี่น้องแห่งแผนกวางแผนเห่าหอนกันอย่างตื่นเต้น ไม่ใช่ เป็นการเคารพบูชาอย่างดีอกดีใจ หรือจะกล่าวว่าเป็นวันที่แผนกวางแผนนั้นหลุดออกจากวัดเส้าหลิน[1]เสียที……

สรุปสั้นๆ ก็คือนั่วนั่วคิดว่าการกลับมาครั้งนี้ประสบความสำเร็จมากจริงๆ และเป็นเวลาที่เหมาะมากด้วย เพราะหลังจากการทะเลาะกันครั้งล่าสุด ปมเล็กๆ ในหัวใจนั่วนั่วนั้นก็ยังไม่คลี่คลาย เช่น ความจริงของคืนที่
เวปไซต์ของ ‘เซียวอี’ โดนโจมตีนั้น ก็ยังไม่กระจ่างเท่าไหร่ ตั้งแต่ต้นจนจบนั้นบอสใหญ่เซียวไม่เคยพูดถึงมันเลยสักคำ เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเคยถามบอสใหญ่เซียวแล้ว แต่เขาก็แก้ตัวว่า “เวปไซต์โดนโจมตีโดยบังเอิญ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอวี้ฉู่ทั้งนั้น”

ถึงแม้นั่วนั่วจะไม่ค่อยเข้าใจ แต่เพราะเธอไม่มีพื้นฐานเรื่องนี้เลยถูกทิ้งไว้แบบนั้น แต่เมื่ออะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ [2] เรื่องราวที่แท้จริงก็เริ่มเปิดเผย……..

เหตุการณ์นี้เริ่มต้นเมื่อบ่ายอันสดใสวันหนึ่ง เพราะว่าห้องหอนั้นกำลังติดตั้งตู้ปลา นั่วนั่วเลยลางานครึ่งวันมาดูคนงาน และ เธอก็ออกไปซื้อสาหร่าย หินสลับลาย และปลาเขตร้อนสำหรับตกแต่งตู้ปลาตามคำสั่งของคุณสามีต้าเหริน

ใครจะไปรู้ว่าตอนที่นั่วนั่วเข้าไปประตูใหญ่ของตึกธุรกิจนั้นก็อดเซ็งสุดๆ ไม่ได้ บ่ายแก่ๆ แบบนี้  รถติดมากจริงๆ ติดยาวถึงไหนต่อไหน ด้านหน้ารถคันหลังเกือบจะเกยกับกันชนคันหน้าอยู่แล้ว แม้แต่คนเดินถนนยังต้อง ’พยายามทุกวิถีทาง’ เพื่อที่จะเดินข้ามไปเลย  นั่วนั่วถอนหายใจ ลังเลว่าควรจะเดินต่อสักสักสองสามป้ายดีไหม แต่พอเธอกำลังจะโบกมือเรียกแท็กซี่นั่นเองก็มีเงาทอดมาบนหัวของเธอ

“ขอโทษนะคะ ตึกหน้าใช่ตึกติงเฟิงธุรกิจไหมคะ”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเงยหน้าขึ้นอย่างน่าสงสาร ก่อนแววตาจะทอประกายวิ้งวับ สาวงาม! สาวงาม งามสุดๆไปเลย !!! ในความคิดของนั่วนั่วนั้นสาวงามต้องมีผมยาวดำสนิทหยักศกเป็นลอน ตัวสูงเพรียว ผิวขาวผ่อง และที่สำคัญที่สุดต้องมีดวงตากลมโตสดใส และริมฝีปากเล็กสีเหมือนผลอิงเถา[3]

คนงามตรงหน้าเธอนี่มีครบทุกอย่าง!

ใครเป็นคนบอกว่าผู้หญิงนั้นไม่มองผู้หญิงด้วยกัน ใครบอกว่าผู้หญิงไม่ชอบสาวงาม? นั่วนั่วที่ตอนนี้เจอกับ “สาวงามในฝัน” ก็รีบแกว่งหาง หัวส่ายไปมาอย่างบ้าคลั่งขณะที่เธอพยักหน้ารัวๆ “อ่ะห้ะ ตึกตรงหน้าคุณคือติงเฟิงธุรกิจ คุณเห็นตึกสูงที่สุดตรงนั้นไหมคะ”

ตึกติงเฟิงนั้นเป็นออฟฟิศสำนักงานในเขตพาณิชย์ที่เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยเดินเข้าออกอยู่ทุกวันจึงคุ้นเคยมาก นั่วนั่วใช้นิ้วชี้ไปทางตึก
พลางแอบมองใบหน้าด้านข้างของสาวงามคนนั้นอย่างหลงใหล

สาวงามคนนี้เป็นสาวแกร่ง[4]อย่างแท้จริง ถ้าไม่ใช่ระดับประธานบริษัทก็ต้องเป็นผู้หญิงประเภทที่สามารถล้างสมองคุณได้ เธอมีพลังบางอย่างที่เปล่งประกายจนผู้อื่นไม่อาจทำเป็นไม่สนใจ แต่สิ่งที่ทำให้นั่วนั่วอิจฉาสุดๆ คือชุดสีแดงเข้มแสนธรรมดาบนเรือนร่างนั้น พออยู่บนเรือนร่างสะสวย
ก็สามารถเน้นให้เห็นส่วนโค้งส่วนเว้าอันงดงามสมบูรณ์แบบ แน่นอนว่า………คนสวยแบบนี้ ไม่สิ คนแบบนี้จะใส่อะไรก็สวยไปหมดนั่นแหละ
/(ㄒoㄒ)/~~

ขณะที่เธอกำลังตกอยู่ในภวังค์นั่นเอง นั่วนั่วก็ได้ยินสาวแกร่งคนสวยขยับเข้ามาถาม “คุณพอทราบไหมคะ ว่าออฟฟิศ ‘เซียวอี’ อยู่ในตึกนั้นหรือเปล่า”

“อยู่ค่ะ” หลังจากคำถูกพูดออกไปจากปากนั่วนั่ว เธออดจ้องอย่างสงสัยด้วยตาเบิกกว้างไม่ได้ “คุณ……อยากไปที่ ‘เซียวอี’ เหรอคะ”
สาวงามคนนี้เป็นลูกค้าของบริษัทหรือเนี่ย

พอได้ยินดวงตาสาวแกร่งนั้นก็หันมา “ที่จริงฉันอยากไปแผนกวางแผน เพื่อพบและพูดคุยกับเพื่อนแสนดีคนหนึ่งน่ะ”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย: ( ⊙ o ⊙) เอ๊ะ!

นั่วนั่วที่ตัวแข็งทื่อไปสามวินาทีก็ประมวลคำพูดเสร็จ สัญชาติญาณเรื่องซุบซิบนั้นถูกปลุกให้ตื่นขึ้นทันที คนสวยพึ่งพูดว่า “พบและพูดคุยกับเพื่อนแสนดีคนหนึ่งน่ะ” เพื่อนแสนดี พบและพูดคุย…… คำพูดนี้มันแบบว่า นี่มันประโยคที่นิยายรักโรแมนติกมักจะชอบใช้เวลาเริ่มเรื่องนี่นา”

คุณ XX มักจะเงียบขรึม ไม่ชอบพูดจา วันหนึ่งจู่ๆ ก็มีสาวสวยมาที่บริษัท ก่อนที่จะตบหน้า XX สองครั้งอย่างไม่ลังเล นัยน์ตาทั้งสองเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ก่อนเอ่ยประโยคสุดแสนคลาสสิก “คุณรู้ไหมว่าหลายปีที่ผ่านมา ฉันตามหาคุณอย่างยากลำบากแค่ไหน——”

ด้านหนึ่งนั้นนั่วนั่วคิดแต่เรื่องลามกเพ้อเจ้อในหัว[5] ขณะที่อีกด้านก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเพื่อนที่คนสวยนั้นมาหาที่บริษัทนั้นจะเป็นใคร บอสเฟยหลงหรือรุ่นพี่จื้อหยวน ไม่ว่ายังไงฉากนี้น่าตื่นเต้นสุดๆ ดังนั้นแววตาเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นจึงส่องประกายวิ้งวับ เสนอตัวทันที “ฉันเองก็เป็นพนักงานแผนกวางแผนที่ ‘เซียวอี’ ค่ะ เดี๋ยวจะพาคุณขึ้นไปเอง”

การปรากฎตัวของสาวงามคนนี้ช่างอลังการงานสร้างหาที่เปรียบไม่ได้จริงๆ

นั่วนั่วกับสาวงามมาถึงประตูแผนกวางแผนอย่างเงียบๆ แต่กลับทำให้เหล่าพี่น้องมืออาชีพที่ทำงานหนักมาทั้งวันลงไปนอนกลิ้งอยู่กับพื้น —— จ้องมองมาพร้อมน้ำลายที่ไหลย้อยออกจากปาก เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยอดอับอายไม่ได้: ผู้หญิงทำงานสุดแกร่งแบบนี้ จะไปที่ไหนก็สามารถดึงดูดสายตาผู้ชายได้ OTZ……

ขณะที่นั่วนั่วกำลังคิดว่าจะเชิญคนงามนั่งลง ก็ได้ยินเสียงดังลั่นจากด้านหลัง เมื่อหันไปก็พบว่าแฟ้มในมือบอสเฟยหลงร่วงลงมาบนพื้น
นั่วนั่วเงียบ คงไม่ใช่ว่ารักแรกของผู้หญิงคนนี้คือบอสเฟยหลงหรอกนะ

บอสเฟยหลงเป็นคนแรกที่มีปฏิกิริยา โดยไม่รอให้คนงามพูด รีบวิ่งไปในห้องทำงานเล็ก ส่งเสียงคร่ำครวญทั้งน้ำตา “จื้อหยวน รีบออกมาเจอมนุษย์ดาวอังคารเร็วววววววววววววววว อ่ะ อ๊า อ๊า อ๊า ——”

แค่ประโยคเดียวก็ทำเอาทั้งออฟฟิศได้สติ คนคนหนึ่งนั้นแอบยื่นหน้าไปมองในห้องทำงานเล็กเงียบๆ: สาวงามสุดแกร่งมาด้วยความประสงค์ร้าย รุ่นพี่จื้อหยวนซวยแน่ๆ

ครู่หนึ่งผ่านไปรุ่นพี่จื้อหยวนเดินทอดน่องออกมาสบายๆ ท่ามกลางสายตาสงสัยใคร่รู้ เขาพูดด้วยสีหน้าเรียบๆ “ทุกคนไม่ยุ่งกันเหรอ”
พอพูดจบรุ่นพี่ทุกคนก็กลับไปทำเรื่องของตัวเองต่อทันที

ม่อจื้อหยวนเงยหน้ามองสาวงามตรงๆ แววตาฉายประกายแปลกใจ
ริมฝีปากห่อเข้าด้วยกัน พูดอะไรไม่ออก บอสเฟยหลงแอบอยู่ข้างหลังม่อจื้อหยวน พูดเสียงเบา “เห็นไหม ฉันบอกว่ามนุษย์ดาวอังคารมา เธอไม่กลับมาเป็นปีๆ แต่พอกลับมาปุ๊บ ก็วิ่งมาหาเรื่องพวกเราที่นี่ทันที”

สาวงามที่ได้ยินก็คลี่รอยยิ้มแปลกๆฝืนๆ “บอสเฟยหลง ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว ปากคุณก็ยังไม่งอกงาช้างออกมาอีก[6]” บอสเฟยหลงปกติเป็น
คนอารมณ์ดี แต่ยังไงเขาก็เป็นรุ่นพี่ มีตำแหน่งระดับอาวุโส การใช้คำพูดว่า ‘หมา’ กับบอสเฟยหลงนี่ทำให้คนต้องแกล้งเป็นทำงานต่อขณะตัวสั่นระทวยไปด้วย

ม่อจื้อหยวนกระแอม เปลี่ยนเรื่องให้บอสเฟยหลงลงจากเวที “อิงอวี้
มาหาพวกเรามีเรื่องอะไรเหรอ”

สาวงามนามอิงอวี้หัวเราะเสียงดังลั่น “ไม่ต้องกลัวไปหรอกน่า ฉันแค่ผ่านมาเท่านั้น พอดีรถติดอยู่แถวนี้แล้วนึกขึ้นมาได้ว่าตึกพวกนายอยู่แถบนี้เลยแวะมา แต่ ——” อิงอวี้ชะงัก แววตาเปลี่ยนเป็นยิ้มเจ้าเล่ห์เอ่ย
“ฉันไม่ได้มาหาพวกนาย แต่ฉันมาพบรุ่นน้อง[7]ต่างหาก” นั่วนั่วที่แอบฟังเงียบๆ อดตะกุกตะกักออกมาไม่ได้ “คะคุณเป็นเพื่อนร่วมชั้นของบอสเฟยหลงกับรุ่นพี่จื้อหยวนเหรอคะ งั้นรุ่นน้องคุณก็คือ——”  พูดไม่ทันจบประโยค ประตูห้องทำงานประธานบริษัทจู่ๆ ก็เปิดออก บอสใหญ่เซียวปรากฏตัวขึ้นตรงไหนเหมือนมีเวทมนตร์ ถึงแม้จะหน้าตายเหมือนเดิม แต่ก็ไม่สามารถซ่อนน้ำเสียงตื่นเต้นและกระตือรือร้นได้

“อิงอวี้”

ระหว่างคนงามกับเซียวอี้นั้นมีอะไรบางอย่างที่เฉพาะสองคนนั้นจะเข้าใจ เป็นระยะเวลาครู่ใหญ่ก่อนเธอจะเอียงคอ “นายจะไม่เชิญฉันเข้าไปเหรอ”

บอสใหญ่เซียวยิ้ม ไม่พูดอะไร ก่อนผายมือเชิญอิงอวี้เข้าไปในห้องทำงาน ก่อนปิดประตู การกระทำไหลลื่นต่อเนื่องโดยไม่แม้แต่จะมองนั่วนั่วที่ยืนอยู่ตรงมุมห้องแม้แต่น้อย

พอได้ยินเสียงปิดประตู นั่วนั่วก็อดส่ายหัวแบบไม่รู้ตัว สมองว่างเปล่า รู้สึกเหมือนเธอพึ่งหยิบหินทุ่มใส่เท้าตัวเอง[8]

เพื่อนที่คนสวยพูดถึง กลายเป็นบอสใหญ่เซียวเสียนี่………

รุ่นน้องตัวน้อย ……..รุ่นน้องเซียว[9]

เรื่องรุ่นพี่สาวกับรุ่นน้องหนุ่มนี่เกิดขึ้นตอนไหนเนี่ย

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยที่คิดว่าตัวเองวางตัวดีมาตลอด กลายเป็นกระปุกน้ำส้มไปแล้ว

กลิ่นหอมกรุ่นของใบชารวยระริน

นั่วนั่วมองไอน้ำลอยขึ้นมาจากถ้วยชา ถอนหายใจไปด้วย เพราะอารมณ์หดหู่ เธอเลยไม่อยากกลับไปเฝ้าคนงานติดตั้งตู้ปลา แต่กลับตรงไปหาเพื่อนซู่ซู่ที่ออฟฟิศ ผู้ประสานงานโครงการซู่ซู่ที่พึ่งแต่งงานไม่นานก็ตั้งครรภ์ ต้องทำงานถึงปลายเดือนก่อนจะกลับไปพักผ่อนที่บ้านได้ หัวหน้าเธอเองก็ไม่ได้ให้งานเธอเยอะมาก หวังเพียงเธอจะทำงานได้อย่างปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนโดยไม่ชนนู้นชนนี่เท่านั้น

แต่ตอนนี้เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยได้แต่หน้าม่อยคอตกอยู่ตรงหน้าซู่ซู่
เธอควรจะเล่าตั้งแต่ตรงไหนดีล่ะ——

พอนั่วนั่วเห็นว่าบอสใหญ่เซียวกับอิงอวี้ รุ่นพี่รุ่นน้องคู่นี้ผูกพันกันแค่ไหนเมื่อพวกเขาเข้าไปในห้องทำงาน ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ในห้องกันสองคน เธอก็ต้องไม่สบายใจเท่าไหร่อยู่แล้ว เธอสอบถามประวัติอิงอวี้จากบอส
เฟยหลงและม่อจื้อหยวนเล่นๆ แต่กลับได้ข้อมูลที่ไม่คาดคิดมา

ที่จริงอิงอวี้นั้นเป็นเพื่อนร่วมชั้นของบอสเฟยหลง ความสามารถอันโดดเด่นของเธอนั้นกลบแสงของเหล่าหนุ่มๆไปหมด จึงได้รับฉายาว่า
“ราชินีไอที” ราชินีไอทีนั้นทั้งสวยและมีความสามารถ จึงเป็นที่เฝ้าใฝ่ฝันของเหล่าชายหนุ่มในแผนก แต่ไม่มีคนกล้าพอที่จะสารภาพรักกับอิงอวี้เลยสักคน

ผ่านไปสองปีนอกจากการที่อิงอวี้ได้แต่ออกไปกินข้าวกับสาวๆ ในหอเดียวกันแล้ว ทั้งมหาวิทยาลัยก็ยังไม่มีใครที่คู่ควรกับอิงอวี้เลยสักคน จนกระทั่งเซียวอี้เข้ามาเรียนที่นั่น

เด็กปีหนึ่งอย่างเซียวอี้ ต่อให้นิสัยนิ่งขรึมสงบอย่างไร เขาก็พึ่งอายุ 19
ยังมีบางอย่างที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ พอได้ยินว่าเทพแห่งเทพนั้นเป็นผู้หญิง เซียวอี้ที่คิดว่าเป็นการหยามหน้าผู้ชายเกินไปก็ตรงเข้าไปในห้องเรียนพร้อมเหล่าหนุ่มๆ เพื่อไปดูหน้าราชินีไอที ก่อนพ่นประโยคแรก

“พวกเรามาประลองกัน ดูว่าใครจะเจาะเวปไซต์โรงเรียนได้ก่อนกัน ถ้าเธอชนะ ฉันจะเรียกเธอว่ารุ่นพี่ ถ้าฉันชนะ เธอก็โยน คำว่า ‘ราชินี’ ทิ้งไปเสีย”

เหตุการณ์นี้กลายเป็นนิทานของเหล่ารุ่นพี่และรุ่นน้อง เหตุผลที่มันเรียกว่านิทาน ไม่ใช่เพราะว่าเป็นละครรักแสนหวานระหว่างเซียวอี้กับอิงอวี้ แต่เพราะเซียวอี้พ่ายแพ้ต่างหาก —— อิงอวี้ได้ยินคำท้าของรุ่นน้อง ก็ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ ได้แต่ยิ้ม เดินจากไป ก่อนตรงเข้าไปที่ออฟฟิศผู้อำนวยการคณะ กล่าวหาเซียวอี้ด้วยคำพูด “รุ่นน้องเด็กใหม่ต้องการเจาะเข้าเวปไซต์ของโรงเรียน” ผลก็ชัดเจน เซียวอี้โดนคาดโทษ

ทั้งสองคนควรจะเป็นศัตรูที่หลีกเลี่ยงกันและกัน แต่กลับกลายเป็นว่า ทั้งสองคนมักจะอยู่ด้วยกันตลอด ไม่ว่าจะเป็นห้องเรียน ห้องสมุด ฯลฯ
มีข่าวลือว่าทั้งสองคบหากัน แต่พอเรียนจบมหาวิทยาลัย ราชินีไอทีก็สมัครไปเรียนต่อต่างประเทศอย่างไม่ลังเล และไม่เคยกลับมาอีกเลย

บอสใหญ่เซียวเองก็ไม่เคยพูดอะไรเรื่องนี้ บอสเฟยหลงกับม่อจื้อหยวนเองก็ไม่ค่อยพูดอะไร แต่จู่ๆ ก็โดนนั่วนั่วทรมานคาดคั้นให้สารภาพ คนนั่งดูอยู่ริมรั้วอย่างบอสเฟยหลงก็อดหลั่งน้ำตาไม่ได้

พอซู่ซู่ฟังนั่วนั่วจบก็ดื่มชาไปพยักหน้าไป “ทั้งคู่นั้นเป็นหัวกะทิด้านไอที เรื่องตอนเด็กๆ แบบนั้นถึงจะมีอะไรจริงก็ไม่เห็นเป็นไร อิงอวี้เองก็พูดว่า เธอแวะมาดูเพราะว่ารถติด นั่วนั่ว ถ้าเธอจะหึงเพราะเรื่องนี้มันเกินไปนะ”

นั่วนั่วร้องไห้ จับมือซู่ซู่ไปด้วย “ปัญหามันคือเรื่องถัดจากนั้นต่างหาก”

เรื่องที่เวปไซต์บริษัท ‘เซียวอี’ โดนแฮกน่ะ ไม่ได้เป็นแบบที่บอสใหญ่เซียวอธิบายสักนิด คนแฮกเวป ‘เซียวอี’ น่ะคืออิงอวี้

หลังจากอิงอวี้เรียนจบก็ทำงานที่บริษัทไอทีในอเมริกา สะสมประสบการณ์และทุนทรัพย์ก่อนที่จะเปิดบริษัทซอฟท์แวร์ของตัวเอง ผ่านไปเจ็ดแปดปี บริษัทก็เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอเมริกา ไม่ต้องอธิบายก็รู้ว่าบริษัทเธอมีเงินทุนมากมาย

การลงทุนทำละครโทรทัศน์ เรื่อง ‘กิเลนมาร’นั้นทำเอาเซียวอี้ปวดหัววิ่งวุ่นไปทุกหนทุกแห่ง บอสเฟยหลงนั้นเสนอว่าเซียวอี้ควรจะไปหาอิงอวี้
แต่เขาหยิ่งเกินไปเลยปฏิเสธ บอสเฟยหลงเลยไปพบอิงอวี้เอง แต่พออิงอวี้ฟังจบก็ยิ้มพูด “ฉันไม่สนใจละครโทรทัศน์หรอก แต่ถ้ารุ่นน้องเซียวยุ่งขนาดนี้ และฉันไม่ช่วยหน่อยคงไม่ดี งั้นแบบนี้ละกัน ฉันจะทดสอบเขา ถ้าเขาผ่านมันไปได้ ฉันจะร่วมลงทุนด้วย”

ณ เวลานั้นบอสเฟยหลงไม่ได้เก็บมาใส่ใจ ผลก็คืออาทิตย์ถัดมา เวปไซต์ทางการของ ‘เซียวอี’ ถูกโจมตีอย่างหนักหน่วง หลังจากดวลกันทั้งคืนเวปไซต์ก็กลับคืนสู่ปกติ ระหว่างที่เหล่าพี่น้องมืออาชีพนั้นหายใจโล่งอก ขณะเดียวกันบอสใหญ่เซียวก็ได้รับข้อมูลจากอีกฝั่ง:

“นายผ่านบททดสอบแล้ว ฉันจะช่วยลงทุนในละครโทรทัศน์ของนาย”

ตอนนั้นเองที่บอสเฟยหลงเข้าใจที่อิงอวี้พูด หลังจากคิดดูแล้ว มีแต่อิงอวี้คนเดียวที่จะใช้วิธีการสุ่มๆ แบบนี้ ทั้งสองคนต่อสู้กันมาตลอดหลายปี คงเป็นเวลาที่ทุกอย่างจะจบลงเสียที ตอนปีหนึ่ง เซียวอี้พูดว่า
“ถ้าเธอชนะ ฉันจะเรียกเธอว่ารุ่นพี่ ถ้าฉันชนะ เธอก็โยน คำว่า ‘ราชินี’ ทิ้งไปเสีย”

หลังจากพบกันที่ ‘เซียวอี’ เซียวอี้ไม่ได้เรียกเธอว่ารุ่นพี่อีกแล้ว แต่กลับเรียกว่า “อิงอวี้” แทน

หลังจากฟังคำพูดของนั่วนั่ว ซู่ซู่นั่งเท้าคางเงียบๆ ไม่พูดอะไร

พอเห็นแบบนี้เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยก็โกรธจัดจนเลือดออกภายใน
พูดด้วยน้ำเสียงลึกลับ “เธอเองก็คิดว่า เรื่องนี้น่ะเป็นความรักที่แสนสวยงามและโรแมนติกใช่ไหมล่ะ”

ซู่ซู่ยังทำท่าฝันกลางวันอยู่ ก่อนเอ่ย “ที่จริง” เสียงดัง “ฉันคิดว่าเรื่องนี้เหมาะกับการเอาไปทำรายการโทรทัศน์มากเลยล่ะ อา  ~ ~
ถ้าจะลองเปลี่ยนเป็นรายการตามหาคน น่าจะดีเนอะ เธอคิดแบบนั้นไหม ฉันจะลองปรับ จ้างนักแสดงมาสองคน นักแสดงหญิงจะแสร้งทำเป็นพึ่งกลับมาจากเมืองนอกมาตามหารุ่นน้องผู้ชาย”

พอได้ยินแบบนี้นั่วนั่วก็เดือดปุดๆ เพราะถึงขีดจำกัดแล้ว “ซู่ซู่!!!”

ซู่ซู่เห็นแบบนี้ก็หัวเราะ ดึงนั่วนั่วให้นั่งลง ก่อนที่จะได้ปลอบก็ได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้น เธออดขมวดคิ้วเล็กๆไม่ได้ “เข้ามาได้”

ประตูเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าตื่นตระหนกแดงระเรื่อของผู้ช่วย ขณะที่เธออ้ำอึ้ง  “ซู่ ผู้อำนวยการผลิตซู่คะ แย่แล้ว จู่ๆแขกรับเชิญหญิงของเราจู่ๆ ก็เป็นลมไปค่ะ”

ปัจจุบันมีรายการทีวีหาคู่เดทรายการหนึ่ง ‘รักป่วน กวนหัวใจ[10]’ เป็นรายการที่คล้ายๆกับรายการหาคู่เดททั่วไป โดยมีอะไรแตกต่างเล็กๆน้อยๆ โดยรวมคือการหาแขกรับเชิญสาวๆ มายืนเป็นครึ่งวงกลม หาแขกรับเชิญหนุ่มมาปรากฏตัวที่ละคนๆ โดยปล่อยให้แขกรับเชิญสาวถามคำถามยากๆ โหดๆ หาหัวข้อน่าปวดหัวให้คนดูวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเมามันส์ ฉะแหลกตั้งแต่หัวจรดเท้า

ซู่ซู่นั้นดูแลรายการนี้มาตั้งแต่แรก ดังนั้นเหล่าหัวหน้าจึงปล่อยให้ซู่ซู่ทำงานต่อจนถึงสิ้นเดือนก่อนจะส่งมอบ กรณีที่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นจึงต้องเข้ามารายงานเธอ

ซู่ซู่หงุดหงิดสุดๆ ตบโต๊ะถาม “เธอเป็นลมไปได้ยังไง โทรหา 120[11] หรือยัง ถ้าอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่สถานีโทรทัศน์ ใครจะรับผิดชอบ”

ผู้ช่วยนั้นหดหู่สุดๆ “ฉันโทรไปแล้ว คนก็ถูกส่งไปแล้วค่ะ พวกเขาบอกว่าเธอโรคหัวใจกำเริบ แต่ปัญหาก็คือ…….”

ซู่ซู่โกรธจัดเมื่อเห็นผู้ช่วยตัวสั่นด้วยความกลัว “แต่อะไรล่ะ พูดออกมาสิ”

แต่ฉันโทรหาคนที่จะมาแทนหลายคนแล้ว พวกเขาบอกว่าไม่ว่าง ไม่สะดวกมาเลยค่ะ”

“อะ——ไร——นะ” ซู่ซู่หอบ ความดันพุ่งกระชูด จนเกือบจะเป็นลมไป  นั่วนั่วรีบลูบหน้าอกให้ซู่ซู่ “อย่าโมโหสิ อย่าโมโห ถ้าเธอไม่คิดถึงตัวเอง คิดถึงลูกเอาไว้นะ แขกรับเชิญน้อยไปคนนึงก็ไม่เป็นไรนิ”

“ไม่ แบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ” ผู้ช่วยดันแว่นขึ้น กัดฟันพูด  “เวทีของเรามี 12 ตำแหน่ง ถ้าว่างไปที่นึง ผู้บริหารจะต้องถาม……..”

ขณะที่ผู้ช่วยพูด เสียงเธอก็เบาลงเรื่อยๆ ซู่ซู่ปวดหัวจนขมับเต้นตุบๆ
เธอไม่อยากให้เหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก่อนเธอจะลาหยุด อย่างแรกก็คือนอกจากตำแหน่งในสถานีเธอจะสั่นคลอนแล้ว ยังมีผลต่อชื่อเสียงของเธอตอนกลับมาทำงานด้วย

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยตบไหล่ซู่ซู่ “อย่าเครียดเลย ลองคิดหาวิธีอื่นๆดู
ซู่ซู่เธอบอกว่าแขกรับเชิญหญิงมักจะเป็นนักแสดงไม่ใช่เหรอ หานักแสดงสาวสักคนไม่น่ายากหรอก!”

“ใช่” พอเธอพูดจบ ผู้ช่วยก็จ้องซู่ซู่ด้วยแววตาเป็นประกาย ทั้งคู่คิดเหมือนกัน  ก่อนหันไปมองนั่วนั่ว

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นขนลุกซู่ทั้งตัว ปล่อยมือจากซู่ซู่ ถอยกรูด เข้าสู่โหมดเตือนภัย “พวกเธอ อะไรกันน่ะ ฉันเป็นผู้หญิงเรียบร้อยแสนดีอ่อนโยนนะ! “

[1] วัดเส้าหลินหรือสำนักเส้าหลิน เป็นวัดทางพระพุทธศาสนานิกายมหายานที่มีความเก่าแก่อายุมากกว่า 1,500 ปี  มีชื่อเสียงมากที่สุดทั้งในด้านของประวัติศาสตร์และในแวดวงยุทธภพ

[2] 人算不如天算  ผิดคาด ไม่ทันคาดคิด

[3] เชอร์รี่

[4] สาวทำงาน/สาวแกร่ง สาวออฟฟิศ

[5] 意淫 YY เป็นตัวย่อ แทนอี้อิน ที่แปลว่าเพ้อฝัน คิดอะไรแปลกๆ หรือลามก.

[6] ปากสุนัขไม่งอกงาช้าง งาช้างเป็นของดีของแพง สรุปเธอก็พูดว่าผ่านไปกี่ปี บอสเฟยหลงก็ปากไม่ดีเหมือนเดิม

[7] รุ่นน้องผู้ชาย

[8] หาเรื่องใส่ตัว

[9] เสี่ยวที่เป็นแปลว่าเล็ก เป็นคำพ้องเสียงกับเซียว นามสกุลของบอสใหญ่เซียว

[10] ภาษาอังกฤษ Non love Interference คนแปลขอตั้งชื่อรายการใหม่เองนะคะ ถ้าเทียบกับของไทย น่าจะคล้ายๆ Take Me Out Thailand ค่ะ

[11] เบอร์เรียกรถพยาบาลของจีน