0 Views

ตอนที่ 52 บังเอิญ

นั่วนั่วใช้นิ้วเท้าคิดก็รู้ว่าใครเป็นต้นคิดเรื่องโรงแรม แต่อะไรที่เกิดไปแล้วก็ย้อนกลับมาไม่ได้ ดังนั้นหลังจากกลับบ้านเธอก็ทำตัวเป็นเต่า ไม่พูดอะไรสักคำ ทั้งพ่อและแม่ก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ทำตัวยุ่งกับการเตรียมงานแต่ง ส่วนด้านเจ้าหมาป่าเซียวที่ได้ลิ้มรสความหวานหอมของชีวิต ’รัก’ อันสดใสในอนาคต[1]แล้วนั้น ก็เต็มอกเต็มใจเตรียมงานแต่งเพิ่มขึ้นอีก

แม้บอสใหญ่เซียวจะเป็นคนวางแผน แต่คนที่ต้องวิ่งไปจัดการโน้นนี่นั่นคือเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยแสนโชคร้ายนามว่านั่วนั่ว

=__=

หลังจากคู่รักคุยเปิดใจกันแล้วนั่วนั่วไม่เต็มใจอยู่ก่อเรื่องในบริษัทเซี่ยวเซียวต่อ ดังนั้นจึงยื่นใบลาออก ดังนั้นนั่วนั่วผู้ว่างงานจึงต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการส่งคำเชิญ การตกแต่งเรือนหอ ดูโรงแรมที่จะจัดงาน และอื่นๆ อีกมากมาย

แต่นั่วนั่วก็มีความคิดเป็นของตัวเองเช่นกัน ถึงเธอจะทำให้บอสใหญ่เซียวกลายเป็นหมาป่าเชื่องๆ ไม่ได้ อย่างน้อยเธอต้องจัดการกับอีโก้ผู้ชายของเขาเสีย หลังจากจัดงานแต่งแล้ว ถ้าบอสใหญ่เซียวไม่ยอมให้เธอกลับไปทำงานที่ ‘เซียวอี’ เธอจะออกไปหางานอื่นทำ

ไม่ใช่เพราะว่าเธอเป็นคนเจ้าอารมณ์ หรืออยากขู่เขา แต่เธออยากให้เซียวอี้เข้าใจว่า: ผู้หญิงก็แบกฟ้าไว้ครึ่งหนึ่งเช่นกัน แต่พอนั่วนั่วยื่นใบลาออกที่ 《หวงเหยียน》 ก็มีเรื่องเกิดขึ้นเช่นกัน

ขณะที่นั่วนั่วไปยื่นใบลาออกนั้นก็ได้ยินข่าวเรื่องผู้จัดการฝ่ายบุคคล หรานชิงเหอนั้นก็ลาออกไปแบบไม่มีเหตุผล เนื่องจากเขาทำงานที่ 《หวงเหยียน》มาหลายปี เซี่ยวเซียวเลยรักษาหน้าให้หรานชิงเหอบ้าง โดยการเปลี่ยน “ไล่ออก” เป็น “ลาออก” นั่วนั่วเคยถามบอสใหญ่เซียวอย่างสุภาพเรื่องนี้ แต่เซียวอี้บอกแค่เพียงว่าหรานชิงเหอนั้นเป็นคนตื้นเขินและโลภมาก เขาเคยติดการพนัน ถึงตำแหน่งผู้จัดการนั้นจะเงินเดือนดีแค่ไหน ก็ไม่พอสำหรับค่าใช้จ่าย ต้นปีมานี้หนี้บัตรเครดิตของเขาพอกพูนจนเขาหลีกเลี่ยงการรับโทรศัพท์ ครั้งนี้บริษัทคู่แข่งถือโอกาสใช้หรานชิงเหอเป็นสายลับให้คอยรายงานข่าวการพัฒนาใหม่ๆ ของบริษัท《หวงเหยียน》

โชคดีที่เรื่องของเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นทำให้บอสใหญ่เซียวสังเกตเห็นอะไรทะแม่งๆ หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบเรื่องการตกลงลับๆ ของหรานชิงเหอ โชคดีที่หรานชิงเหออยู่ในแผนกกบุคคลเลยไม่มีโอกาสเข้าถึงเอกสารลับสุดยอด ส่วนใหญ่เขาเลยมีแค่ข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ให้รายงานเท่านั้น

พอนั่วนั่วได้ยินเรื่องนี้ก็อดอุทานเสียงดังไม่ได้ ด้านหนึ่งก็อดเสียใจว่าหรานชิงเหอนั้นเป็นคนแย่ขนาดไหน ส่วนอีกด้านเธอก็พอใจมาก: เวรกรรมติดจรวดจริงๆ

เธอตั้งใจไปที่《หวงเหยียน》 เพื่อทำให้บอสใหญ่เซียวโมโห แต่ผลก็คือจับสายลับในบริษัทได้ เยี่ยมไปเลย! ฮ่าๆ!

หลังจากนั่วนั่วกับบอสใหญ่เซียวหารือกันเรื่องนี้ พวกเขาก็มีแต่เสียงหัวเราะ และไม่คิดอะไรอีก เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นไม่สนใจเรื่องความเป็นไปของหรานชิงเหออีก  แต่เมื่อผ่านไปหนึ่งอาทิตย์นั่วนั่วกับหรานชิงเหอนั้นก็พบกันโดยบังเอิญ

วันนั้นนั่วนั่วกับแม่ออกไปซื้อของด้วยกันทั้งวัน ตัดสินใจซื้อแชนเดอเลียร์สวยๆ สำหรับเรือนหอ หมอนสำหรับโซฟา ผ้าปูโต๊ะ และอื่นๆอีกมากมาย มะม้าสวี่นั้นอารมณ์ดีสุดๆ เธออยากพาลูกสาวไปที่ซุปเปอร์ ซื้อของทำหม้อไฟสำหรับมื้อเย็น

นั่วนั่วนั้นหอบหิ้วสารพัดถุงใหญ่และเล็กไม่ไหวแล้ว เลยตรงขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นหก ขณะที่กำลังนั่งพักจิบกาแฟรอมะหม้าสวี่ชอปปิ้งอย่างอดทน พลางพลิกหน้านิตยสารอย่างเพลิดเพลิน เธอก็เห็นคู่รักคู่หนึ่งเดินควงแขนกันออกมาจากลิฟท์ ทั้งคู่นั้นคุยเจ๊าะแจ๊ะกันอย่างร่าเริง เสียงพวกเขาจึงค่อนข้างดังสำหรับร้านกาแฟเงียบๆ นั่วนั่วเงยหน้าจากนิตยสารอย่างเกียจคร้าน ก่อนต้องตกตะลึง ผู้ชายหนุ่มสุดหล่อในชุดสูทรองเท้าหนังตรงหน้าเธอคือหรานชิงเหอ!

หลังจากเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลนั้น นั่วนั่วกับหรานชิงเหอก็เป็นกึ่งศัตรูกัน ดังนั้นการพบกันแบบนี้นั่วนั่วก็แกล้งทำเป็นไม่เห็นอะไร ดื่มกาแฟต่อเงียบๆ แต่วันนี้สิ่งที่ทำให้เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยแปลกใจสุดๆ คือผู้หญิงที่กำลังควงแขนหรานชิงเหออยู่

แม้จะรู้จักอีกฝ่ายมาหลายปีเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยก็มองหรานชิงเหอไม่ออก แต่เธอเข้าใจดีว่าผู้ชายคนนี้ชอบคนหน้าตาดี ไม่ว่าจะเป็น
สาวน้อยโลลิต้า หรือผู้หญิงจริงจัง ตั้งแต่แบบน่ารัก จนไปถึงสาวเซ็กซี่ เกือบทุกคนที่เขาจีบนั้นเป็นสาวสวยเอ๊าะๆ แต่คนข้างตัวเขาวันนี้ออกจะ……แปลกไปสักนิด

คิ้วรกๆ ดวงตาเล็ก หางตาตก ริมฝีปากหนาและผิวหยาบกร้านที่แม้แต่แป้งหนาก็ยังปิดไม่ได้ ถึงจะแต่งตัวทันสมัยขนาดไหน แต่ผู้หญิงคนนี้ดูยังไงก็เป็นรุ่นป้าอยู่ดี ตัวอย่างชั้นยอดสำหรับผู้หญิงที่ต้องพึ่งพาเสื้อผ้าและเครื่องสำอางค์ในการปกปิดริ้วรอยของวัยที่ร่วงโรย หรานชิงเหอตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างไรกันนะ

การค้นพบนี้ทำให้นั่วนั่วแปลกใจจนแอบมองพวกเขาต่อไม่ได้ คุณป้านั้นความรู้สึกไวมาก จึงหยุดและจ้องนั่วนั่วตอบเหมือนกัน ทำให้หรานชิงเหอที่กำลังแสดงความรักอยู่นั้นรู้สึกถึงการมีตัวตนของนั่วนั่วในที่สุด

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นอายหน่อยๆ เลยแสร้งทำเป็นก้มหัวลงอ่านนิตยสารต่อ แต่ก็ยังได้ยินเสียงหรานชิงเหออยู่ดี “เบบี๋ ไปเอารถก่อนเถอะ เดี๋ยวผมจะตามไป”

คุณป้าคงเดาได้ว่านั่วนั่วกับหรานชิงเหอรู้จักกัน หลังจากส่งสายตาเดียดฉันท์มาทางเธอก็ฮึ่มฮั่มจากไป หลังจากหรานชิงเหอเห็นคุณป้านั้นเดินจากไปไกลพอสมควรแล้วก็นั่งลง เยาะเย้ยพร้อมสีหน้าไม่จริงจัง “นั่วนั่วน้อย ทำไมบอสใหญ่เซียวของเธอไม่มาเป็นเพื่อนล่ะ”

นั่วนั่วทำตัวนิ่งๆ ในสถานการณ์แบบนี้ แสร้งทำเป็นไม่เห็นใบหน้าน่าเกลียดนั้น ก่อนอ่านนิตยสารต่อ ไม่แปลกใจสักนิดที่จี้ผินหนานจะรู้จักบอสใหญ่เซียว สามีเธอน่ะออกจะดังในวงการนี้จะตายไป ถ้าหรานชิงเหอถามคนโน้นคนนี้ดูจะน่าจะหาข้อมูลได้ พอหรานชิงเหอเห็นนั่วนั่วเมินเขา ก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันก่อนคำรามอย่างโมโหทันที

“นั่วนั่ว ดี ดีมาก! เธอร่วมมือกับเซียวอี้มาจัดการฉัน แต่ช่างเถอะ ถึงเธอจะรู้ว่าฉันทำอะไรกับ 《หวงเหยียน》 ก็ตาม ไหนล่ะหลักฐาน ถ้าไม่มีหลักฐานก็ฟ้องฉันไม่ได้อยู่ดี”

นั่วนั่วชะงัก เข้าใจแล้วว่าทำไมเซี่ยวเซียวถึงบอกว่า หรานชิงเหอลาออกไป เหมือนว่าบอสใหญ่เซียวจะไม่ปล่อยหรานชิงเหอไปง่ายๆ พร้อมจะส่งเขาเข้าคุกทุกเมื่อ แต่โชคร้ายที่เจ้าจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์รู้เรื่องและหนีไปแบบไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้

ดังนั้นหรานชิงเหอจึงมาระบายอารมณ์ใส่เธอแบบนี้

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยทำหน้าบึ้ง หัวใจเต้นผิดไปหนึ่งจังหวะ อีกด้านนั้นหรานชิงเหอหรี่ตาลงเล็กน้อยเอ่ย “นั่วนั่ว ฉันไม่กลัวหรอกนะ จะบอกให้ว่าเมื่อกี้คือซีอีโอของอวี้ฉู่ ทุกคนในวงการนี้รู้กันหมดว่าอวี้ฉู่น่ะมีอำนาจทางการเงินที่แข็งแกร่งที่สุด เซียวอี้น่ะไม่ซาบซึ้งเอาเสียเลย ซีอีโอบริษัทอวี้ฉู่อยากซื้อ ‘เซียวอี’ แต่เขาปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย แถมยื่นมือมาช่วย 《หวงเหยียน》อีก รอวันร้องไห้ได้เลย!

นั่วนั่วยังเงียบต่อ เสียงหัวใจเธอเต้นดังขึ้นเรื่อยๆ เธอเองก็เคยได้ยินเรื่องอวี้ฉู่มาเหมือนกัน เรื่องที่หรานชิงเหอบอกมานั้นเป็นเรื่องจริง พวกเขารวยและทรงอำนาจมาก แต่ก็เป็นแค่ยักษ์ใหญ่ไร้เขี้ยวเล็บ ซีอีโอนั้นไม่รู้จักราคาตลาดและไม่รู้เรื่องเทคโนโลยีอะไร เริ่มต้นจากการพัฒนาที่ดิน หลายปีที่ผ่านมาพวกเขาทำเงินได้มาก และรู้ว่าธุรกิจเทคโนโลยีนั้นกำไรงาม จึงลงเงินเพื่อสร้างความวุ่นวาย

ที่พวกเขานั้นอยากซื้อ  ‘เซียวอี’ ก็เป็นเรื่องจริงเหมือนกัน เมื่อทุกคนไปกินข้าวด้วยกัน เธอมักจะได้ยินรุ่นพี่เอาเรื่องนี้มาล้อเล่นกัน ผลก็คือแม้รุ่นพี่จะไม่พูดอะไร นั่วนั่วก็เดาออกว่า ท่านเปาหน้าดำ[2] อย่างบอสใหญ่เซียวคงปฏิเสธข้อเสนอแบบไม่ไว้หน้าใคร จากที่หรานชิงเหอพูดมา นอกจากเขาจะรับงานสายลับ รับเงินคู่แข่งแล้ว ยังยอมรับคุณป้าซีอีโอด้วย

=__=

ตอนนี้เมื่อบอสใหญ่เซียวรู้เรื่องคุณป้าซีอีโอกับหรานชิงเหอว่าอยู่เบื้องหลังไส้ศึกที่ 《หวงเหยียน》แล้ว แค้นนี้ก็ทบต้นทบดอก

นั่วนั่วห่อปาก “คุณหมายความว่ายังไงคะ อวี้ฉู่ไม่ได้สนใจแค่ 《หวงเหยียน》 แต่อยากได้ ‘เซียวอี’ ด้วยงั้นเหรอ?”

พอหรานชิงเหอได้ยิน ก็หัวเราะอย่างดุร้ายขึ้นทุกที “นั่วนั่ว เธอฉลาดมาก รอดูเถอะ ถึงฉันจะไม่อยู่ใน 《หวงเหยียน》แล้วก็ตาม มันก็จะพังแน่ๆ ส่วน ‘เซียวอี’ แผนการเทคโอเวอร์น่ะดำเนินการไปแล้ว พอถึงเวลาเซียวอี้ก็จะร้องไห้มาคุกเข่าขอร้องพวกเรา ตอนนั้นพวกเราอาจจะเมตตาให้ตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายเทคนิคกับเขาก็ได้…….”

ขณะที่หรานชิงเหอพูด เขาก็ยื่นอุ้งเท้าแสนชั่วร้ายมาบีบคางนั่วนั่ว “เหอะ เหอะ ดูใบหน้านี้สิ นั่วนั่ว จากความสัมพันธ์ในอดีตของเรา ยังไม่สายเกินไปนะถ้าเธอจะเปลี่ยนใจ อย่ารอให้เซียวอี้กลายเป็นขอทานก่อนค่อยมาขอร้องฉันล่ะ เธอก็แค่อยากได้เงินของเขาไม่ใช่เหรอ”

หลังจากได้ยินคำพูดแบบนี้นั่วนั่วก็รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนด้วยความขยะแขยง

ด้านหนึ่งเขาก็เฟลิร์ตกับคุณป้าซีอีโออย่างขี้เล่น แต่ลับหลังเขาก็อยากให้เธอมาเป็นเมียเก็บเขา คอยดูแลบ้านช่องหรือเนี่ย หรานชิงเหอผู้แสนน่ารังเกียจคนนี้วางแผนไว้จนหมดแล้วหรือ นี่คือเหตุผลที่เขาคอยไล่ตามเธอมาตลอดหรือเนี่ย

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยรังเกียจเขามากขึ้นเรื่อยๆ หัวใจเธอเหมือนหล่นอยู่กลางทะเลและจมลึกลงไปเรื่อยๆ เธอโมโหจนพูดอะไรไม่ออก ร่างกายนั้นสั่นเทิ้มไปหมด ได้แต่จ้องผู้ชายตรงหน้าอย่างดุดัน น่าเกลียด น่าเกลียดเกินไปแล้ว ถ้าเธอจ้องคนแบบนี้ต่อไปต้องเป็นการทำร้ายสายตาแน่ๆ

นั่วนั่วหลับตาลง หันไปตะโกนลั่นอย่างตั้งใจ “รปภ.คะ รปภ.! คนชั่วนี้ลวนลามฉันค่ะ”

……………

ท้ายที่สุดนั้นหรานชิงเหอหน้าขาวเผือด ขณะที่เขาโดนรปภ. “เชิญ” ออกไป

นั่วนั่วนั่งลงอย่างซึมๆ จนกระทั่งมะหม้าสวี่กลับมาพร้อมข้าวของ ก่อนตามแม่กลับบ้านอย่างใจลอย ระหว่างทางนั้นนั่วนั่วที่หนักอกหนักใจมาตลอดก็ทนไม่ไหว ถามเสียงเบาหวิว “มะหม้าคะ คิดว่า…บริษัทที่รวยมากๆ เนี่ยอยากจะเหยียบย่ำบริษัทอื่นๆ ในวงการเดียวกันยังไงก็ได้เหรอคะ”

มะหม้าสวี่ที่ชอปอย่างเมามันส์มาตลอดทั้งวันไม่เก็บคำพูดลูกสาวมาใส่ใจ คิดว่าเป็นเรื่องละครหรือนิยายอะไร ได้แต่โบกมือไปมา “อ้ะ ใครจะไปรู้ ผู้หญิงแก่ๆ อย่างแม่จะรู้อะไรล่ะ ถ้าลูกถามว่ามันฝรั่งหนึ่งกิโลราคาเท่าไหร่ แม่ก็พอจะรู้นะ”

นั่วนั่วเงยหน้ามองท้องฟ้า พึมพำกับตัวเอง “ใช่แล้ว บอสใหญ่เซียวน่ะเก่งจะตาย ทำไมถึงจะ——”

ประโยคนั้นพูดไม่ทันจบ มะหม้าสี่ที่ตรวจสอบข้าวของแล้วก็ยิ้ม ก่อนเสริม “ในละครทีวีน่ะเป็นอย่างนั้นตลอดแหละ พวกคนรวยๆ บ้าอำนาจแบบนั้นน่ะ เรื่องอะไรบ้างที่พวกเขาไม่กล้าทำน่ะ”

พอเธอได้ยินแบบนี้ หัวใจที่พึ่งสงบลงของนั่วนั่วก็เต้นกระหึ่ม ก่อนมีภาพผุดขึ้นมาในสมองแบบห้ามไม่ได้:

คืนนั้นในโรงแรม บอสใหญ่เซียวเหนื่อยจนหลับคาเอกสารที่ถืออยู่ เธอจะดึงออกแบบเงียบๆ แต่จู่ๆบอสใหญ่เซียวก็ลืมตา บีบมือเธอแรงจนเจ็บ

นั่วนั่วลูบข้อมืออย่างเผลอไผล เหมือนว่าความเจ็บปวดนั้นยังอยู่ มันทั้งรุนแรง กระวนกระวายสุดๆ  เอกสารแบบไหนกันกันที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้นได้ แถมช่วงนี้บอสใหญ่เซียวเองก็ยุ่งมาก บินไปที่โน้นที่นี่ไม่หยุด ทุกครั้งที่เธอถามว่าทำไมเขาก็ได้แต่ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร คำตอบของรุ่นพี่เองก็กำกวมไม่ชัดเจน

หวังว่าคงจะไม่ใช่ว่า……….

เรื่องที่หรานชิงเหอจะกลายเป็นเรื่องจริง อวี้ฉู่เริ่มทำตามแผนการแล้วหรอกนะ

[1] คำพ้องเสียง 幸福 แปลว่าความสุข แต่คนเขียนใช้ “性”福 แทน โดยที่ 性 แปลว่าเซ็กส์

[2] เปากง หรือที่คนไทยรู้จักในนามเปาบุ้นจิ้นนั่นเอง