0 Views

บทที่ 50 ว่าด้วยโรงแรมคู่รักระดับไดมอนด์

วันที่ 20 นั่วนั่วอยู่ไม่สุขตลอดทั้งวัน

ตอนเช้าเธอก็หยิบแปรงสีฟันมาแปรงฟันผิดด้าม ตอนกินข้าวก็ลืมกิน ตอนประชุมเธอก็เหม่อลอยจนเผลอดื่มน้ำจากแก้วคนข้างๆแทน และอื่นๆ อีกมากมาย จนทำให้ทุกคนในรัศมีเก้ากิโลเมตรจากนั่วนั่วลงความเห็น: วันนี้ต้องมีอะไรผิดปกติกับนั่วนั่วแน่ๆ

ความวิตกกังวลนี้ยังไม่หายไป แม้กระทั่งตอนกลางคืนที่ออกไปกินข้าวกับบอสเซียว พอเขาเห็นว่านั่วนั่วตื่นเต้นจนหั่นสเต็กไม่ได้ด้วยซ้ำ บอสใหญ่เซียวก็อดส่ายหัวไม่ได้ เขาเอื้อมมือไปเช็ดซอสที่มุมปากของเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยและเอ่ย “นั่วนั่ว ถ้าเธอไม่ต้องการ คืนนี้พวกเราไม่ต้องไปก็ได้นะ”

“หือ” นั่วนั่วที่จมอยู่ในโลกเล็กๆ ของตัวเอง พอได้ยินคำพูดของเขาก็ตื่นขึ้นมาทันที เปิดปากส่งเสียงดังลั่นก่อนจะทันได้คิด “ไม่มีทาง!”

ไม่แน่นอน จะพันหมื่นครั้งก็ไม่ เธอต้องใช้พลังและความมุ่งมั่นขนาดไหนตอนที่เธอยอมลดศักดิ์ศรีลงยื่นคูปองวีไอพีให้บอสใหญ่เซียวน่ะ ถ้าเธอถอนตัวตอนนี้เธอจะไม่เสียหายสองเท่าเหรอไง

แต่พอนั่วนั่วคำรามออกไปก็นึกขึ้นมาได้ว่า………. เธอจะโจ่งแจ้งเกินไปไหมเนี่ย ดังนั้นเธอจึงพยายามจะใช้กลยุทธ์กู้หน้าตัวเองคืน “ที่จริงฉันหมายความว่า มันไม่ง่ายเลยที่พ่อกับแม่นั้นจะได้รางวัลมา แล้วฉันเองก็ไม่เคยพักในห้องสวีทคู่รักระดับไดมอนด์ด้วย จะทิ้งให้ของขวัญดีๆแบบนี้เสียเปล่าได้ยังไงคะ >O<“

แววตาบอสใหญ่เซียวนั้นทอประกายขบขัน แต่เขาก็ยอมรักษาหน้า ไม่เปิดโปงเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยของเขา เขาพยักหน้า “งั้นก็กินเร็วๆ พอเธอกินเสร็จ ฉันจะได้พาเธอไปดู พวกเราจะได้เห็นว่าห้องสวีทคู่รักระดับไดมอนด์น่ะมันหน้าตาเป็นยังไง”

หนึ่งชั่วโมงถัดมานั่วนั่วยืนอยู่ในห้องสวีทคู่รักนั้นอึ้งสุดๆ อ้าปากค้าง พูดอะไรไม่ออกสักคำ

กลางห้องนั้นเป็นเตียงเจ้าหญิงทรงกลมที่มีจุดศูนย์กลางขนาดหนึ่งเมตร ห้อมล้อมไปด้วยสายคริสตัลระยิบระยับ ประดับผ้าม่านสีขาวโปร่งบางล่องลอยชวนฝัน สร้างบรรยากาศอบอุ่นแสนสบายให้กับทั้งห้อง พื้นห้องนั้นปูด้วยพรมสีชมพูฟูนุ่ม มีโซฟาหนึ่งตัว และยังมีโต๊ะเตี้ยๆที่มีหมอนน่ารักๆกองสูง แม้แต่โทรทัศน์ในห้องยังมีผ้าคลุมลายคิตตี้

ตรงหน้าต่างนั้นมีคอมพิวเตอร์สีฟ้าอ่อนเครื่องเล็กน่ารัก มีตุ๊กตาหลากหลายวางไว้ข้างๆ นั่วนั่วอึ้งสนิท นี่มันไม่ใช่ห้องสวีทคู่รัก แต่เป็น………ห้องส่วนตัวของเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่แสนขี้อายชัดๆ!

พอบอสใหญ่เซียวเห็น ก็หัวเราะลั่น คว้าตุ๊กตาหมีขึ้นมา ตบอุ้งเท้ามันเบาๆ “โรงแรมนี้ฉลาดมาก การเลือกโรงแรมนั้นส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายหญิง พวกเขาเลยตกแต่งให้เข้ากับรสนิยมผู้หญิงเป็นพิเศษ”

พอเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยได้ยิน ก็ขยิบตาให้แบบขี้เล่น “เอ๋? คุณรู้ได้ยังไงว่าการเลือกโรงแรมน่ะเป็นการตัดสินใจของผู้หญิงน่ะ หรือซีอีโอเซียวจะพาผู้หญิงมาค้างคืนแบบนี้บ่อยๆคะ”

พอคำพูดจบลงบอสใหญ่เซียวยิ้มจางๆขณะที่มองนั่วนั่ว ดวงตาเขานั้นมีแววลึกซึ้งเกินจะหยั่งถึง พอเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยสบตากับเขา หัวใจดวงน้อยนั้นก็เริ่มเต้นอย่างบ้าคลั่ง ขณะที่หัวใจเธอเต้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ ฝีเท้าของบอสใหญ่เซียวที่ก้าวมาทางนั่วนั่วนั้นก็เร็วขึ้นเช่นกัน

ตึก! ตึก! ตึก!

เป็นพรมขนสัตว์แน่นอน ทั้งสองคนถอดรองเท้าก่อนเข้ามาในห้อง แต่นั่วนั่วได้ยินเสียงฝีเท้าทุกก้าวของบอสใหญ่เซียวอย่างชัดเจน แค่พริบตาหัวนั่วนั่วก็ถูกเงาสูงใหญ่บังไว้จนมิด

เสียงของเซียวอี้นั้นแหบพร่าทุ้มต่ำ “นั่วนั่ว คนที่พาฉันมาที่นี่วันนี้คือเธอ”

แก้มนั่วนั่วแดงระเรื่อ นิ้วมือเริ่มขยุ้มเข้าหากัน ถึงบอสใหญ่เซียวนั้นจะทำเหมือนตอบรับการหยอกล้ออย่างขี้เล่นของเธอก็จริง แต่ความหมายแฝงของเขานั้นเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นเข้าใจอย่างชัดเจนกระจ่างแจ้ง ——  เธอพาฉันมาที่นี่ ดังนั้นคืนนี้เธอต้องรับผิดชอบทั้งหมด

บอสใหญ่เซียวเอนเข้ามาหาเธอช้าๆ ในขณะที่เขากำลังจะคว้าตัวเธอ เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยไร้ยางอายก็หลบไปด้านข้างทันที คว้ากระเป๋า หนีเข้าห้องน้ำ ขณะที่เธอวิ่งหนีไปก็พูดหลอกตัวเอง “ฉะ ฉันจะไปอาบน้ำ——”

ขณะที่เจ้ากระต่ายขี้อายโต๋เต๋ไปมา รวบรวมความกล้าออกมาจากห้องน้ำ บอสใหญ่เซียวนั้นก็อยู่ในชุดนอน หลับสนิทอยู่บนเตียงเสียแล้ว

>__<

ตอนแรกนั่วนั่วก็ไม่อยากจะเชื่อ ……….ในนิยายมักจะเป็นแบบนี้หมูตัวผู้แสร้งทำเป็นหลับ นอนรอให้นางเอกคนสวยแสนซื่อเดินมาดู และเขาก็จะตื่นขึ้นมาทันที กอด และจูบ…….. เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยทำปากยื่น บอสใหญ่เซียวน่ะร้ายกายจริงๆ เสแสร้งแกล้งทำแบบนี้ ฮึ! เธอจะไม่ตกหลุมเขาหรอกนะ!

ดังนั้นเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยแสนฉลาดหลีกเลี่ยงกับดักที่เห็นตรงหน้า เป่าผมจนแห้ง เปิดคอมพิวเตอร์ เธออยากเห็นว่าบอสใหญ่เซียวนั้นจะแสร้งทำได้นานแค่ไหน ผลก็คือ ——

ครึ่งชั่วโมงผ่านไป บอสใหญ่เซียวนั้นหายใจอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีแม้แต่วี่แววของความตื่นเต้นใดๆ……..

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปบอสใหญ่เซียวก็ยังหลับใหลอย่างเป็นสุข ไม่แม้กระทั่งจะพลิกตัวสักครั้งเดียว ……..

หนึ่งชั่วโมงครึ่งผ่านไปบอสใหญ่เซียวนั้นฝันดีอย่างยิ่ง ถึงกับกรนออกมาสองที ก่อนจะพลิกตัว กอดหมอนและหลับต่ออย่างสบายใจ

=__=

สองชั่วโมงถัดไป เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นเดือดปุดๆ

ช่างน่าอับอาย ช่างน่าอับอายจริงๆ นี่มัน —— ไม่ใช่แค่ภัยคุกคามแต่มันคือวิกฤตผสมกับความอัปยศแล้วนะ!

คนงามอยู่ตรงหน้า แต่บอสใหญ่เซียวกลับไม่สนใจ กลับอาบน้ำนอนเสียนี่ นี่มันไม่ยุติธรรมเลยสักนิด เธอถึงกับซื้อชุดชั้นในใหม่สำหรับคืนนี้เลยนะ…….

เธอยอมรับก็ได้ว่าคืนนี้เธอตื่นเต้นมาก แต่พอคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับบอสใหญ่เซียวน่ะอยู่ขั้นไหนแล้ว มะหม้าซูถึงขนาดตัดสินใจเรื่องงานแต่งแล้วด้วยซ้ำ ดังนั้นนั่วนั่วจึงรู้สึกว่า ถึงพวกเขาจะมีอะไรกันก็ไม่เป็นไร

แล้วก็ช่วงที่ผ่านมานี่ บอสใหญ่เซียวเหมือนจะอดทนมาตลอด มีหลายครั้งที่พวกเขาเกือบจะก้าวข้ามขั้นนั้นไป แต่ก็มีเหตุผลหรือเหตุการณ์ที่ขัดขวางพวกเขาไว้ คืนนี้เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นทั้งเปิดสัญญาณเชื้อเชิญอย่างเต็มอกเต็มใจ ดังนั้นถึงเธอจะตื่นเต้นแต่ก็เตรียมตัวไว้แล้ว ท้ายที่สุดเธอนั้นพรั่นพรึงไปคนเดียว ขณะที่อีกฝ่ายนั้นหลับสนิทไปเสียแล้ว

นั่วนั่วร้องไห้ในใจเงียบๆ เมื่อนึกถึงซู่ซู่จอมปากมาก ที่แพร่ข่าวเรื่องคืนนี้ให้กับกลุ่มพื่อนผู้หญิงไปเรียบร้อย เธอเลยหดหู่ยิ่งกว่าเดิม ถ้ากลุ่มเพื่อนสนิทเธอรู้ว่าเธอกับแฟนค้างคืนในห้องสวีทคู่รักด้วยกัน แต่ดันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนี่ย เธอจะไม่กลายเป็นตัวตลกหรอกหรือเนี่ย

ดังนั้นเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นบุกถึงข้างเตียงอย่างกล้าหาญ ขณะที่เธอกำลังจะเขย่าปลุกเซียวอี้ให้ตื่นนั่นเอง ก็เห็นว่ามีอะไรในมือเขา—— เป็นเอกสารฉบับหนึ่งนั่นเอง

นั่วนั่วถอนหายใจจ้องบอสใหญ่เซียวที่นอนขมวดคิ้ว หัวใจเธอกระตุกก่อนไม่อาจทำใจปลุกเขาได้ ช่วงนี้งานที่บริษัทยุ่งมากขนาดไหน บอสใหญ่เซียวนั้นทำงานทั้งวันทั้งคืน สองวันก่อนเขายังบินไปบินมาตั้งหลายที่เพราะเรื่องงาน หลังจากรู้จักเขามานาน นี่คือช่วงที่ยุ่งที่สุดของการทำงานเลยทีเดียว

นั่วนั่วแอบถามบอสเฟยหลงเรื่องนี้มาแล้ว เขาบอกสั้นๆ เพียงแค่: บริษัทนั้นมีโครงการใหญ่ เซียวอี้เลยบินไปบินมาเพื่อหาคนร่วมลงทุนที่เหมาะสมสำหรับโครงการนี้ พยายามรวบรวมเงินทุนเพิ่มเติม แต่สำหรับรายละเอียดโครงการนั้นเฟยหลงไม่ยอมเปิดเผยอะไรอีก

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยไม่กล้าถามอะไรเพิ่มเติม แม้จะอยากรู้แค่ไหน เธอลูบหน้าผากเซียวอี้เบาๆ ไปถึงรอยย่น และอยากจะดึงเอกสารออกจากมือเขา ขณะที่เธอแตะเอกสารนั่นเอง มือเธอก็หยุดชะงักกลางอากาศ เซียวอี้ที่พึมพำอะไรอยู่ในฝันนั้นจู่ๆ ก็คว้าข้อมือเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยไว้

เขาลืมตาขึ้น ห้องนั้นมีเพียงแสงจากไฟบนกำแพง บอสใหญ่เซียวกวาดสายตามองรอบๆ อย่างรวดเร็ว นั่วนั่วที่ตื่นตระหนกก้มหัวลงถาม “ฉันทำให้คุณตื่นหรือเปล่าคะ”

เซียวอี้ไม่ตอบ สายตาเขาเข้มขึ้น จ้องมองนั่วนั่วราวกับไม่เคยพอ ทั้งคู่ยังอยู่ท่าเดิม คนหนึ่งนอนอยู่ ขณะที่อีกคนนั้นก้มลงไปแบบแข็งๆ เพราะความใกล้ชิด นั่วนั่วสัมผัสได้ที่ลมหายใจอุ่นๆ ที่ห้อมล้อมเธอ ทำให้คอนั้นคันยุบยิก นั่วนั่วนั้นประหม่าอย่างยิ่งขณะที่เธอผลักบอสใหญ่เซียวออกอย่างขี้เล่น เธออยากดึงมือกลับ ขณะที่เธอพึมพำกับตัวเองนั่นเอง จู่ๆ เธอก็ถูกดึงเข้าไปสู่อ้อมแขนของเซียวอี้

กลิ่นของชายหนุ่มที่คุ้นเคยเข้าโอบล้อมเธอ นั่วนั่วฝังศีรษะเข้ากับอกเซียวอี้อย่างเขินอาย ไม่กล้าเงยหน้า บอสใหญ่เซียวเริ่มแทะเล็มติ่งหูนั่วนั่วที่แดงราวกับไฟ ก่อนกระซิบ “นั่วนั่ว เธอรู้ไหมว่าราคาที่ต้องจ่ายสำหรับการปลุกหมาป่าตัวโตน่ะคืออะไร”

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยหน้าแดงก่ำ แต่ก็ยังพยักหน้า

“เธอเต็มใจใช่ไหม”

นั่วนั่วเงยหน้า เธอสามารถมองเห็นใบหน้ากระตือรือร้นของบอสใหญ่เซียวภายในแสงไฟริบหรี่ ก่อนตอบพร้อมทั้งแววตายิ้มๆ “ฉันยังมีโอกาสถอนตัวไหมคะ”

พอเธอพูดจบ ริมฝีปากเธอก็ถูกแนบลงมาอย่างหนักแน่น แสนอ่อนหวานแต่ช่างเผด็จการ ลมหายใจของทั้งคู่นั้นเร่งเร้าขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะกลายเป็นไม่สม่ำเสมอ การจูบครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ ทั้งบ้าคลั่ง และครอบงำ ราวกับเป็นสายชนวนที่ค่อยๆ จุดไฟในร่างของพวกเขาให้ลุกโชน

นั่วนั่วรู้สึกอึดอัด เหมือนกับทั้งร่างนั้นกำลังถูกไฟมอดไหม้ ขณะที่เธอลังเล มือใหญ่ของบอสใหญ่เซียวนั้นเริ่มลูบแผ่นหลังเธอ เหมือนกับการลูบขนแมว เซียวอี้ค่อยๆ ใช้มือปลอบนั่วนั่วที่ละน้อยๆ

ขณะเดียวกันลิ้นของเจ้าหมาป่าเซียวนั้นจะถือโอกาสนี้สอดแทรกเข้าสู่โพรงปากของนั่วนั่วอย่างชาญฉลาด ไล่พัวพันหยอกเย้าอย่างร่าเริง ภายใต้แสงไฟอบอุ่นชวนฝัน ผ้าม่านนั้นค่อยๆ ร่วงหล่น นั่วนั่วที่ปล่อยตัวตามการชักนำของเซียวอี้ ทำให้บรรยากาศนั้นเร่าร้อนเข้มข้น ลมหายใจกระชั้นถี่ หัวใจเธอนั้นราวกับถูกไฟเผาผลาญขณะที่มือใหญ่นั้นแอบสอดเข้าไปใต้ชุดของเธอ ก่อนคว้าอกอิ่มไว้

“อ๊ะ——” เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยพึมพำประท้วง แต่เพราะใครบางคนจูบเธอจนเวียนหัวและแข้งขาอ่อนไปหมด จนทั้งร่างนั้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรง แค่พลิกตัว คนทั้งคู่ก็เปลี่ยนท่าใหม่อย่างง่ายดาย —— เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อยนั้นถูกกดไว้ใต้ร่างของหมาป่าเซียวตัวโต ขณะที่ชุดนอนเธอถูกดึงออกไปแล้ว >O<

นั่วนั่วรู้สึกอายมาก อายจนเกือบจะร้องไห้ ได้แต่ตะโกนอย่างไร้ทางสู้ “ไฟค่ะ ปิดไฟ ปิดไฟด้วย!” ครั้งนี้เหมือนกับที่เขียนไว้ในนิยายจริงๆ เวลาแบบนี้…….ผู้หญิงมักจะกลัวแสงไฟ

บอสใหญ่เซียวยกริมฝีปากขึ้น หัวเราะน้อยๆ ลุกขึ้นปิดไฟ ภายใต้ความมืดนั้นนั่วนั่วรู้สึกมั่นคงขึ้น ขณะที่เธอถอนหายใจนั่นเองบอสใหญ่เซียวก็ถือโอกาสถอดเสื้อผ้าออกจนเกลี้ยง พอเธอสัมผัสได้ถึงแผ่นอกแกร่งที่แนบกับแผ่นหลังเธอ นั่วนั่วก็รู้สึกร้อนไปหมดทั้งตัว

แต่บอสใหญ่เซียวนั้นไม่อยู่นิ่ง ครั้งนี้เขากอดนั่วนั่วจากด้านหลัง เมื่อเขาพรมจูบเปียกๆ จากใบหู ต่ำลงไปที่ลำคอ นั่วนั่วก็อดคราวออกมาเบาๆ ไม่ได้ ด้วยความใกล้ชิดแบบนี้ เธอสามารถสัมผัสถึงความเปลี่ยนแปลงของบอสใหญ่เซียวได้ เซียวอี้บ่นอย่างขี้เล่นขณะแทะเล็มเจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย และถูเข้ากับนั่วนั่ว “นั่วนั่ว เธอรู้ไหมว่าฉันพยายามอดทนแค่ไหน”

“อา……” นั่วนั่วต่อต้านเขาไม่ไหว ภายใต้มือคู่นั้นของบอสใหญ่เซียว เธอก็เริ่มมีอารมณ์เช่นกัน นี่คือชั่วเวลาที่เธอก็เฝ้ารอมานานเหมือนกัน

ริมฝีปากทั้งคู่นั้นสัมผัสกัน แขนขากอดก่าย ภายใต้การนำของบอสใหญ่เซียว ทั้งคู่อยู่ตรงหน้าซึ่งกันและกัน

ก่อนเซียวอี้จะเข้าไปนั่นเอง นั่วนั่วก็ขัดขืน กอดบอสใหญ่เซียวไว้แน่น ร้องไห้ “ฉัน……..ฉันกลัว……….”

“ไม่เป็นไรนะ ฉันจะอยู่กับเธอตลอดไป”

อยู่เคียงข้างเธอ หลงใหลเธอ รักเธอ ตลอดไป

จนกว่าโลกนี้จะแตกสลาย

คืนนั้นบอสใหญ่เซียวนั้นประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง ได้กินอาหารมื้อใหญ่จนเต็มคราบ

ดีงามสุดๆ ประสบความสำเร็จสุดๆ

ในที่สุดเจ้าหมาป่าก็ได้ลิ้มรสเนื้อกระต่ายแล้วค่า