0 Views

บทที่ 11 คุณสัปปะรด

คุณนายซูตัดสินใจออกไปไหว้พระมาเมื่อเช้า

พระประจำวัดต้าซือนั้นศักดิ์สิทธิ์มากจริงๆ ตอนเช้าเธอออกไปจุดธูปเทียนและอธิษฐานให้ลูกสาวเธอเจอคนดีๆ และตอนบ่าย ลูกสาวเธอก็พาคนมาที่บ้าน!!!

แค่คิดว่าพอเปิดประตูออกไป เห็นชายแปลกหน้าอุ้มนั่วนั่วของเธอ หัวใจของหม่าม้าซูก็สะดุดไปสองจังหวะ นี่คือคุณจาง เพื่อนร่วมงานของสามีเธอ… เขาก็ดูโอเคนะ ทำงานกับราชการก็มั่นคงดี ดีมาก

หม้าม้าซูพออกพอใจว่าว่าที่ลูกเขยมาก แต่พอคิดถึงเรื่องเท้าของนั่วนั่วแล้วก็อดเจ็บแทนไม่ได้ เธอบ่นตลอดเวลา “ลูกเอ๊ย แม่ไม่รู้จะพูดอะไรดี เมื่อกี้ออกจากบ้านไปดูตัวยังดีๆอยู่เลย แล้วไหงเจ็บตัวกลับมาบ้านได้ล่ะ”

“นั่วนั่วที่ได้ยินคำว่า ดูตัว ก็แอบกลัวว่าบอสใหญ่เซียวจะระเบิดตูมไม่ได้ ก่อนแอบเหลือบมองเซียวอี้ เธอไม่เห็นปฏิกริยาอะไร เขากำลังจิบชาด้วยท่าทีสบายอารมณ์อย่างยิ่ง เธอทำปากยื่น ก่อนพูด “แม่คะ แค่เคล็ดนิดหน่อยเอง ไม่เป็นอะไรมากอย่างที่แม่พูดหรอกค่ะ”

เมื่อพูดจบ แม่เธอก็ไม่ตอบโต้ เซียวอี้วางถ้วยชาลง “ฉันจำได้ว่า หมอบอกว่าเอ็นข้อเท้าเคล็ด ควรจะพักหนึ่งอาทิตย์”

“อาทิตย์นึง?”

ดวงตาโตๆของนั่วนั่วเบิกกว้างกว่าเดิม บอสใหญ่ก็รู้ว่าวันมะรืนเป็นวันจันทร์นี่น่า แล้วก็…

หม้าม้าซูตะโกน “ใช่ ครั้งนี้ลูกต้องดูแลตัวเอง ไม่งั้นกระดูกก็จะเบี้ยว แล้วลูกก็จะกลายเป็นคนขาเป๋ และก็จะไม่มีใครสนใจลูก ลูกรีบโทรหา เซียว เซียวสัปปะรด ขอลางานเดี๋ยวนี้เลยนะ”

นั่วนั่วพ่นน้ำชาที่กำลังจิบออกมา เวลาเธอคุยกับพ่อเรื่องที่ทำงาน เธอไม่ค่อยได้เรียกเซียวอี้ว่า “เซียวซยง”[1] แต่มักจะเรียกว่า บอส มากกว่า เพราะพ่อเธอเป็นคนทันสมัย มักจะร่วมงานและไปสังสรรค์กับคนรุ่นใหม่ๆอยู่เสมอ จึงยอมรับที่ลูกสาวตัวเองเรียก บอส แทน “เซียวซยง” นั่วนั่วสงสัยว่าแม่เธอได้ยินอะไรตอนพวกเขาคุยกันเนี่ย

จะว่าไป แม่เธอก็เคยสงสัยจนอดวิ่งไปถามพ่อไม่ได้ว่า “ตาเฒ่า เจ้านายใหม่ของนั่วนั่วนี่ประหลาดจริงๆ เรามีคำภาษาจีนตั้งเยอะตั้งแยะ ทำไมถึงไม่เลือกชื่อเพราะๆมาตั้งล่ะ ทำไมถึงเรียกเขาว่าสัปปะรด หรือว่าตอนแม่เขาท้องจะชอบกินสัปปะรดเป็นพิเศษกัน”

พ่อของเธอหัวเราะจนปวดท้อง แต่ไม่อยากทำให้ภรรยาตัวเองเขิน เลยพยายามกลั้นหัวเราะ “ไม่ใช่สัปปะรด แต่เป็น บอส.

“เปอร์เซีย?” หม้าม้าซูเอ่ย “ลูกอมเปอร์เซี่ยน่ะเหรอ งั้นเราก็เรียกเขาว่าสัปปะรดเถอะ”

มุขตลกเล็กๆของแม่นี้ ทำเอาเธออยากร้องไห้ นั่วนั่วไม่เคยคิดว่า แม่จะเข้าใจผิดว่าเซียวอี้ที่พาเธอมาส่งบ้านคือคู่นัดของเธอ และไม่คิดว่าแม่เธอจะกล้าเรียก ชื่อเล่น “สัปปะรด” ต่อหน้าเซียวอี้ แบบนี้อีกด้วย

นั่วนั่วรีบอธิบาย  “แม่คะ ไม่ใช่ค่ะ เจ้านายหนูไม่ได้ชื่อ สัปปะรด เขาชื่อ….”

แต่ขณะกำลังพูด นั่วนั่วเหลือบไปเห็นเซียวอี้ส่งสายตาปรามๆมาให้ พร้อมกับส่ายหัวน้อยๆ “เอ๋? เซียวอี้อายที่ต้องพาพนักงานมาส่งที่บ้านงั้นเหรอ หรือเขาจะกลัวแม่เธอซาบซึ้งกับน้ำใจที่ไม่คาดคิดนี้

คุณนายซู “เขาชื่ออะไรล่ะ?”

นั่วนั่วกลืนน้ำลาย กัดฟัน “เอ่อ เขาชื่อสัปปะรดค่ะ”

แม่เธอเดินออกไปปอกแอปเปิ้ลให้ว่าที่ลูกเขยด้วยท่าทีร่าเริง นั่วนั่วพูด “เจ้านาย ขอโทษค่ะ เหมือนว่าแม่ฉันจะเข้าใจผิดว่าคุณเป็นคู่นัดของฉันก็เลย…”

เซียวอี้ขัด ก่อนเหล่ตามองนั่วนั่ว “ฉันไม่ใช่เป้าหมายนัดบอดของเธอเหรอไง”

{{{(> _ <)}}}

เธอเหมือนเหยียบโดนกับระเบิดเข้าให้แล้ว

“หรือว่าเธออยากให้คู่นัดคนเมื่อกี้พาเธอมาส่งบ้านกันล่ะ?”

“ไม่ค่ะไม่..” นั่วนั่วน้ำตาไหล ทำไมการพูดอะไรสักคำกับบอสใหญ่เซียวมันยากอย่างนี้นะ “ฉันแค่รู้สึกว่า…. แม่เข้าใจคุณผิด… ขอโทษค่ะ”

เซียวอี้ที่เห็นนั่วนั่วก้มหัวลงต่ำอย่างเสียขวัญ เลยแตะบ่าเธอเบาๆก่อนพูด “เธอไม่ได้บอกคุณลุงคุณป้าเรื่องนัดบอดคราวก่อนเหรอไง”

นั่วนั่วส่ายหัวรัวๆ เหตุการณ์วันนั้น เธอจะกล้าเล่าได้ยังไง พ่อกับแม่คงจะสรุปสั้นๆว่า ลูกสาวไม่พอใจคู่นัดน่ะสิ

เซียวอี้หัวเราะหึๆ เอนหลังพิงโซฟา แววตาดูอ่อนลงเมื่อเขามองไปที่นั่วนั่ว นั่วนั่วที่แสนอ่อนโยนกำลังเครียดจนตัวแข็ง

เจ้ากระต่ายขาวตัวน้อย…น่าตลกจริงๆ

นั่วนั่วมองเขา กระพริบตา ก่อนพยายามเปลี่ยนเรื่อง “แต่เจ้านายคะ ทำไมไม่บอกแม่ฉันว่าคุณเป็นเจ้านายฉันล่ะ”

เมื่อได้ยิน คิ้วของเซียวอี้ก็คลายออก ก่อนพูดอย่างสุขุม “เพราะว่าฉันไม่พร้อมที่จะพบพวกเขาน่ะสิ”

……

ถ้านั่วนั่วไม่ได้นั่งอยู่ คงอาเจียนออกมาเป็นเลือดแล้ว

บอสใหญ่เจ้าคะ บอสใหญ่เจ้าขา ฉันถามไปเฉยๆเท่านั้นเอง ทำไมต้องตอบแบบเป็นทางการขนาดนั้น พ่อแม่ฉันเป็นคนธรรมดาๆ การที่บอสใหญ่พาพนักงานมาส่งถึงบ้านนี่ พวกเขาคงปลื้มใจจนแทบจะร้องไห้แล้ว แล้ว “ไม่พร้อมที่จะพบ” มันคืออะไร หรือว่าเพราะคุณตั้งใจจะแกล้งฉันกันเนี่ย

นั่วนั่วไม่กล้าสบตาเซียวอี้ ดวงตาเป็นประกายนั้นมองไปทุกทิศ เพดาน โซฟา บรรยากาศช่างน่าอึดอัด ตอนที่แม่เธอเดินถือชามผลไม้เข้ามา

“พ่อหนุ่ม มากินแอปเปิ้ลสิ”

“ขอบคุณครับ คุณป้า”

หม้ามี้ซูมองว่าที่ลูกเขยด้วยสายตาเอ็นดู เธอไม่ได้ลงแรงไปเสียเปล่าจริงๆ “นั่วนั่ว ลูกคอยดูแลแขกนะ เดี๋ยวแม่จะออกไปซื้อของ อยู่ทานข้าวเย็นด้วยกันก่อนนะ”

เมื่อได้ยิน เซียวอี้ลุกขึ้นและปฏิเสธด้วยท่าทีสุภาพ “ไม่ล่ะครับ ผมมีงานต้องทำที่บริษัท” และมันไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย เพราะว่าที่จริงเขากำลังนั่งเคลียร์เอกสารที่บ้าน ขณะที่เจ้ากระต่ายน้อยกำลังจะปีนกำแพงหนี… นี่มันเป็นการเดินทางที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า

“ผมจะช่วยนั่วนั่วขอลางานเองครับ ให้เธอพักที่บ้านอาทิตย์หนึ่ง”

“คุณมีน้ำใจจริงๆค่ะ ถ้านั่วนั่วรบกวนอะไรคุณก็บอกฉันได้นะคะ” หม้ามี้ซูตาเป็นประกายอย่างมีความสุข จนมันหรี่ลงจนเหลือแค่ขีดบางๆ เธอคิดว่าที่ลูกเขยคนนี้แสนดีจริงๆ นั่วนั่วเองก็ไม่คิดว่าเขาจะช่วยเธอขอลาป่วย หรือจะเอาใจใส่ หรือจะแข็งแรงกว่าพ่อของเธอเสียอีก

นั่วนั่วได้ยินว่าเซียวอี้ต้องไปแล้ว และอดยินดีไม่ได้ เธอรีบพูด “เซียว…… คุณมีธุระใช่ไหมคะ ฉันคงไม่กวนคุณแล้ว ขาแบบนี้ ฉันคงเดินไปส่งคุณไม่ได้ แต่แม่ฉันคงช่วยเดินไปส่งคุณแทน”

แววตาของเซียวอี้ซ่อนรอยยิ้มไว้ เขาเดินไปที่ประตูด้วยท่าทีคล่องแคล่ว ก่อนหันกลับมา ทำเอาหัวใจนั่วนั่วหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ และบอสใหญ่เซียวก็หันไปพูดกับแม่เธอ “ผมขอโทษที่มารบกวนวันนี้นะครับ”

“ด้วยความยินดีค่ะ ครั้งหน้ามาทานข้าวเย็นด้วยกันสิคะ”

เซียวอี้เอ่ย “แน่นอนครับ ผมรู้จักที่นวดดีๆแถวถนน ซีชาน  พวกเขารักษาเรื่องรอยช้ำและเคล็ดขัดยอกเก่งมาก เท้านั่วนั่วบวมแบบนี้ ถึงแม้จะมียาจากโรงพยาบาลแล้ว แต่ถ้าได้นวดทุกวันก็จะหายเร็วขึ้นนะครับ”

เมื่อได้ยิน หม้าม้าซูทำท่าเขินอาย “แหม ดีก็ดีหรอกค่ะ นั่วนั่วลงไปข้างล่างไม่สะดวกหรอกค่ะ แล้วสามีฉันจะต้องเดินทางไปงานข้างนอกพรุ่งนี้ด้วย ผู้หญิงแก่ๆแบบฉันจะพา…….”

นั่วนั่วฟังแม่เธอพร่ำบ่น ทำไมเธอรู้สึกเหมือนคำพูดของทั้งคู่ก้องไปมาในหู รอยยิ้มของเซียวอี้ทำเธอมึนไปหมด “ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมมีรถ ตอนบ่ายผมจะมารับนั่วนั่วไปที่ร้านนวดเอง”

หม้าม้าซู “อุ๊ยจริงเหรอคะ งั้นพวกเราต้องรบกวนคุณแล้วค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับ”

เหมือนมีใครจุดระเบิด……

นั่วนั่วนั่งแข็งทื่ออยู่บนโซฟาเหมือนถูกฟ้าผ่า

“ไม่จริง… ไม่จริงน่า คุณยุ่งจะตาย มาทุกวัน…” นั่วนั่วรู้สึกอยากจะอาเจียน แค่ข้อเท้าเคล็ดนิดหน่อย พักหนึ่งอาทิตย์เต็มๆก็เว่อร์แล้ว แล้วนี่นวดอีก… นวดทุกวันด้วย?

โชคร้ายจริงๆที่คนทั้งสองตรงประตูไม่ได้ยินคำประท้วงของเธอแม้แต่น้อย

“หลังจากนั้น ถ้ามีเวลา ผมคงต้องมารบกวนคุณป้าด้วยนะครับ”

“ไม่หรอกค่ะ นั่วนั่วเองก็ดีใจที่มีคุณมาเยี่ยม จริงไหมจ๊ะนั่วนั่ว?” หม้าม้าซูยิ้มกว้าง แต่เมื่อไม่มีสัญญาณตอบรับจากลูกสาว “ว่าไงจ๊ะ นั่วนั่ว? นั่วนั่ว! ทำไมเงียบแบบนั้นละลูก?”

เซียวอี้ยิ้มน้อยๆ เธอไม่สนองตอบ และยังเอาผ้าห่มคลุมหัวอีกด้วย นั่วนั่วแกล้งทำเป็นหูตึง

แม่คะ ไหงเห็นคนอื่นดีกว่าลูกสาวตัวเองได้ล่ะ แง

————————

[1] เซียวซยงเป็นคำเรียกบอสใหญ่แบบสุภาพเป็นทางการค่ะ  ส่วนบอสสำเนียงจีนจะออกเสียงคล้ายๆสัปปะรด