0 Views

บทที่ 10 มื้อค่ำอันแสนทุกข์ทรมาน

แม่คะ สนใจคนนอกมากกว่าหนูได้ยังไง?

กะเพราไก่ แกงแดง ปูนึ่ง ต้มยำกุ้งรสชาติเผ็ดร้อนทานคู่กับข้าวหอมมะลิควันฉุย ผักต้ม สลัดผลไม้… มื้ออาหารที่แขกกำลังทานอย่างมีความสุข ขณะที่เจ้าภาพอย่างนั่วนั่วกลับเศร้า

ถึงแม้ว่าเธอจะยอมจ่ายเพื่อกินหูฉลามได้บางครั้ง แต่ทำไมเธอต้องจ่ายมื้ออาหารราคาเท่ากับเงินเดือนเธอตั้งหลายเดือนด้วยล่ะ

ในร้านอาหาร นั่วนั่วรู้สึกเหมือนโลกหมุนเมื่อมองไปที่ห้องโถงสุดหรู ว้าว ที่นี่เหมือนที่เห็นในทีวีไม่มีผิด รับแต่บัตรเครดิตเท่านั้น แล้วคุณยังสามารถสั่งไวน์ฝากไว้ที่ร้านได้ เวลามาทานอีกก็แจ้งชื่อและไวน์ขวดนั้นก็จะถูกนำมาเสิร์ฟต่อ

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เมื่อทั่งคู่หย่อนก้นนั่งลงบนเก้าอี้ในร้าน พนักงานเสิร์ฟก้มตัวไปทางบอสใหญ่เซียวอย่างสง่างาม และเขาไม่ยอมให้นั่วนั่วแตะเมนูอาหารด้วยซ้ำ ก่อนที่จะสั่งอาหารห้าหกอย่างรวมเมนูแนะนำอย่างเป็นกันเอง

=__=

นั่วนั่วกัดริมฝีปากกล้ำกลืนคำพูด “พอแล้วค่ะ ที่คุณสั่งเนี่ยสองคนทานกันไม่หมดหรอก แต่เธอในฐานะเจ้ามือมื้อนี้ ถ้าพูดอะไรไปจะดูเป็นคนขี้เหนียวทันที

แต่เธอไม่คุ้นเคยกับการกินอาหารไทยและไม่ได้แตะเมนูเลย เธอไม่รู้ราคาสักอย่าง กระเป๋าตังค์เธอมีแค่เงินสดสามร้อยหยวนเท่านั้น… และเธอไม่ได้หยิบบัตรเครดิตออกมาซะด้วย…

มื้อนี้นั่วนั่วแทบจะไม่รู้รสอาหารที่กินลงไป..

การทานข้าวกับบอสใหญ่เซียวนี่ ทำให้เธออาหารไม่ย่อยแน่ๆ

นั่วนั่วได้แต่มองอาหารเลิศหรูตรงหน้า กัดตะเกียบเงินอย่างเหม่อลอยเรื่อยเปื่อย พลางคิดถึงเวลาบิลมา เธอไม่มีเงินพอที่จะจ่าย หน้าของบอสใหญ่คงจะดำคล้ำยิ่งกว่าเมฆฝน เจ้าของร้านอาหารคงจะด่าเธอไม่มีชิ้นดี  นั่วนั่วที่คิดไม่ตกบอกว่าจะไปห้องน้ำแต่เนียนไปที่พนักงานต้อนรับข้างหน้าแทน

เมื่อเห็นแขก พนักงานยิ้มอย่างสุภาพ ก่อนถาม “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ช่วยไหมคะ”

นั่วนั่วยิ้ม ร้านอาหารใหญ่ๆไม่ใช่เหมือนกันหมด และรอยยิ้มของพนักสาวคนนี้ก็อ่อนหวานอย่างยิ่ง

“สวัสดีค่ะ ขอสอบถามยอดรวมโต๊ะข้างหน้าต่างตรงนั้นหน่อยค่ะ”

เมื่อได้ยินพนักงานทำหน้าตื่นๆ ก่อนมองนั่วนั่วแบบแปลกๆ

ใบหน้าขาวๆของนั่วนั่วเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงหลายเฉด ก่อนก้มหน้าก้มตาถามซ้ำพลางยิ้มน้อยๆ “ช่วยเช็คให้หน่อยค่ะ” ผลคือ… เธอเอาเงินมาไม่พอ และทางออกเดียวคือการหาเพื่อนใกล้ๆมาช่วยออกให้ก่อน

อ๊ากซ์ เธอไม่เคยรู้สึกขายขี้หน้าแบบนี้มาก่อน นั่วนั่วยังคิดไม่ตกว่าจะโทรหาใครดี ก่อนที่พนักงานเสิร์ฟจะกลับมาพร้อมจำนวนเงินที่น่าเป็นลม

นั่วนั่วกลืนน้ำลาย “เอ่อ… แน่ใจเหรอคะว่าถูกหน่วย เงินเหรียญ ไม่ใช่เงินเยน เป็นดอลล่าร์ไต้หวัน ไม่ใช่เงินวอนใช่ไหมคะ”

พนักงานเสิร์ฟยิ้มเขินๆ “ขอโทษค่ะ แต่ทั้งหมดราคาตามที่แจ้งค่ะ”

นั่วนั่วน้ำตาหยด… นี่มันอะไรกัน ตลาดมืดเหรอไง ใช่ ร้านดูดีกว่าปกตินิดหน่อย พนักงานเสิร์ฟก็สวยกว่าปกตินิดหน่อย อาหารที่เสิร์ฟก็ตกแต่งอลังการ แต่มีใครอยากกินเงินเดือนเธอทั้งเดือนเลยเหรอไง เธอเดินโซซัดโซเซกลับไปที่โต๊ะ

พนักงานต้อนรับสองคนกำลังสงสัยอย่างมาก

พนักงาน A: ผู้หญิงคนนั้นแปลกจัง สามีเธอเป็น VIP ที่นี่ และค่าใช้จ่ายทั้งหมดจะถูกหักจากบัตรสมาชิก VIP เธอไม่ต้องจ่ายสักแดงเดียว ทำไมเธอถึงทำหน้าไม่พอใจแบบนั้นล่ะ

พนักงาน B: เธอไม่เข้าใจงั้นเหรอ? ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่คิดถึงคนอื่น ดังนั้นเธอจึงกังวลเรื่องเงิน แต่เธอรู้ได้ไงว่าเขาเป็นสามีภรรยากันน่ะ ถ้าเขา–?
พนักงาน A: นี่ๆ อย่าฝันกลางวันน่า เมื่อสักครู่ คุณผู้ชายแจ้งมาล่วงหน้าว่า ภรรยาเขาชอบทานรสเผ็ด ดังนั้นวันนี้ให้ทำอาหารรสเผ็ดพิเศษน่ะ

……

นั่วนั่วซ่อนอยู่ในห้องน้ำ พยายามโทรหาเพื่อน เมื่อได้ยินจำนวนเงิน ทุกคนอึ้ง เงียบสนิท นั่วนั่วร้องไห้ เธอน่าจะรู้ การยืมเงินมันเป็นเรื่องธรรมดา แต่นี่มันสิ้นเดือน ไม่มีใครสะดวกให้ยืมเลย

เพราะว่าเธอไม่สามารถยืมเงินใครได้ และไม่กล้าพอที่จะโทรขอความช่วยเหลือจากพ่อกับแม่ นั่วนั่วค่อยๆเดินกลับโต๊ะอย่างมึนๆ เธอเดินเซไปมาเป็นเลขแปด และเกือบเดินชนคุณแม่ผู้อ่อนโยนคนหนึ่ง

เซียวอี้ได้ยินเสียงจึงหันมามองจากข้างหลังฉาก เขาเห็นกระต่ายขาวตัวน้อยที่ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา นอนคว่ำอยู่กับพื้น ราวกับตายไปแล้ว

บนพรมในร้านถึงแม้ว่าเธอจะไม่ได้เจ็บมาก แต่พอเซียวอี้เดินไปดู ก็เห็นดวงตาแดงก่ำเปียกชื้นที่จ้องมาทางเซียวอี้ และริมฝีปากแดงระเรื่อที่เหมือนโดนกัด

“ลุกขึ้นสิ” เซียวอี้ที่ดูสงบและเยือกเย็นอยู่เสมอทำให้คำพูดที่ออกจากปากนั้นฟังดูโหดร้ายและเหมือนเป็นการออกคำสั่งมากกว่า แต่ที่จริงมันมาจากความเป็นห่วง นั่วนั่วที่ได้ยินน้ำเสียงเย็นชาจึงเริ่มโกรธเขาในใจ

นั่วนั่วพยายามลุกขึ้น แต่ไม่สามารถทรงตัวได้และล้มลงไปกับพื้นอีกครั้ง ดวงตาของเซียวอี้กระตุกเมื่อเห็นท่าทางการยืน ก่อนเลื่อนลงไปที่ส้นสูงคู่บาง และข้อเท้าบวมเป่ง

นั่วนั่วคร่ำครวญ “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้อยากทำให้คุณเสียหน้า แต่พอดีฉันไม่ค่อยได้ใส่ส้นสูง รองเท้าคู่นี้มันสูงจัง… ฉัน…”

เธอหยุดพูดกลางคัน ก่อนกลายเป็นใบ้ เพราะว่า บอสใหญ่เซียวอี้ที่แสนจะหล่อเหลาและเก่งกาจ ก้มตัวลงก่อนอุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าหญิง

………… (> _ <) …………

นั่วนั่วได้แต่มองอย่างประหลาดใจ ใจเธอนั้นมุ่งไปที่สิ่งเดียว ความฝันของผู้หญิงทุกคนคือ การถูกอุ้มแบบเจ้าหญิงนี่แหละ

ภายในอ้อมแขนของเซียวอี้ นั่วนั่วแอบเพลิดเพลินกับช่วงเวลา “ที่แสนโชคดี” นี้ไม่ได้ นี่คือพรที่ปลอมตัวมาในคราบโชคร้ายใช่ไหม

เซียวอี้พานั่วนั่วไปหาหมอ ที่บอกว่ากล้ามเนื้อเจ็บนิดหน่อย แต่พักสองสามวันก็น่าจะหายดี

นั่วนั่วที่นึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้อย่างกระทันหัน “เอ๊ะ เมื่อกี้ที่พวกเราออกมาจากร้าน พวกเราไม่เห็นต้องจ่ายเงินเลยนี่น่า?”

พนักงานเสิร์ฟก็ไม่ได้หยุดพวกเขา ไม่มีรปภ.ไล่ตามมา เธอไม่คิดว่าจะเบี้ยว แต่ทำไมมันดูง่ายนักล่ะ

>__<

เมื่อได้ยิน บอสใหญ่เซียวเลิกคิ้ว “ฉันบอกเมื่อไรว่าจะให้เธอเลี้ยงน่ะ”

“อะ..เอ่อ…” ตั้งแต่ต้นจนจบ เธอพูดเองเออเองเลยนี่น่า

เซียวอี้ที่เห็นนั่วนั่วอารมณ์ดีขึ้น อ้าปากพูด “ไม่เป็นไร มื้อนี้ฉันเลี้ยง”

“เอ๊ะ?” นั่วนั่วตอบอย่างงงๆ

เซียวอี้กอดอกมองออกนอกหน้าต่าง ก่อนจะกระพริบตา “ฉันไม่เคยเห็นใครที่น่าอายเท่าเธอมาก่อนเลย”

=__=

นั่วนั่วตีความหมายที่ซ่อนอยู่ เธอทำให้เขาผู้สูงส่งหัวเราะได้ ดังนั้นเขาจึงเลี้ยงอาหารตัวตลกคนนี้มื้อหนึ่งเป็นการตอบแทน

เสี้ยววินาทีหนึ่ง นั่วนั่วรู้สึกคันไม้คันมืออยากเอารองเท้าส้นสูงทิ่มหน้าผากเซียวอี้เหลือเกิน

หลังจากพันแผลอย่างดีแล้ว บอสใหญ่เซียวอี้ยืนกรานที่จะขับรถไปส่งเธอถึงบ้าน แต่เมื่อมาถึงล็อบบี้นั่วนั่วก็เจอกับปัญหาใหญ่ เธอไม่สามารถปีนบันไดขึ้นไปด้วยเท้าข้างเดียวได้ โดยเฉพาะเมื่อยังสวมส้นสูงเจ้าปัญหาอยู่ ถ้าบอสใหญ่ไม่อยู่ตรงนี้ นั่วนั่วคงถอดรองเท้า เดินเท้าเปล่าขึ้นตึก แต่ตอนนี้…

นั่วนั่วนั่งเงียบในรถๆ เซียวอี้หน้าตายสนิทเมื่อเอ่ย “เดี๋ยวฉันพาเธอขึ้นไปเอง”

ได้ยินคำว่า “พา” นั่วนั่วคิดถึงท่าอุ้มสไตล์เจ้าหญิง ก่อนหน้าแดงทันที “ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันรบกวนคุณเกินพอแล้ววันนี้ เดี๋ยวฉันโทรเรียกคุณพ่อลงมาดีกว่า”

หลังจากชะงักเล็กน้อย บอสใหญ่หันมานิดหน่อย ดวงตายิ้มๆ “เธอคิดว่า พ่อเฒ่าจะทำให้เธอขยับได้เหรอไง”

O___o

นั่วนั่วอยากกัดคนซะจริงๆ

รู้ไหมว่าเรื่องน้ำหนักนี่มันเป็นเรื่องต้องห้ามของผู้หญิงน่ะ!! แต่บอสใหญ่เซียวนั้นไม่สน เขาพูด “ไม่ต้องห่วง ฉันออกกำลังกายบ่อย เธอหนักกว่าดัมเบลที่บ้านฉันนิดหน่อยเอง”

นั่วนั่วกำมือแน่น ถ้าคุณไร้หัวใจแบบนี้ ฉันเองจะก็สนองตอบเหมือนกัน!

“ครอบครัวฉันพักอยู่ที่ชั้นแปด ตึกนี้ไม่มีลิฟท์”

“……..”บอสใหญ่ผู้มากสามารถผู้นี้กลับพูดไม่ออกเสียแล้ว