0 Views

เด็กหนุ่มเรียกชื่อของซาลีนทันทีที่เขาเอามืออกมา ซาลีนไม่ได้มีความตั้งใจที่จะทำร้ายเขา ไม่เช่นนั้นเวทย์เปลวไฟระดับ 0 ที่ใช้ในระยะใกล้เช่นนี้คงจะเผาผิวและเนื้อหนังไปแล้ว

 

เดคกา?

 

ซาลีนคุ้นหน้าเด็กหนุ่มคนนี้แบบแปลกๆ เดคกานั้นเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกันซึ่งเป็นคนที่ซาลีนรู้จักในตอนที่เป็นขอทาน ก่อนหน้านี้พวกเขานั้นเคยยากจน ทั้งคู่ผอมแห้งและสกปรก การเจอกันโดยบังเอิญในวันนี้ทำให้เห็นซาลีนที่ดูต่างกันอย่างสิ้นเชิง และเดคกาก็ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

 

เดคกายิ้มด้วยความเขินอาย เขารู้จักซาลีนแต่จำไม่ได้จนถึงเมื่อสักครู่นี้ เขารู้ว่าซาลีนได้เป็นจอมเวทย์ฝึกหัด เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะได้รับยอมรับว่าเป็นเพื่อนเหมือนวันก่อนๆ ที่ยากจนไหม

 

“รอฉันที่ทางเข้า” ซาลีนพูดพลางตบไหล่ของเดคกา ซาลีนเติบโตสูงกว่าเดคกามากในหนึ่งปีมานี้

 

เมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นจากมือของเขา เดคกาหันไปและเดินออกนอกประตู จากนั้นก็รออยู่ในเงามืดฝั่งตรงข้ามของถนน

 

ไม่มีสหภาพแรงงานในเมืองซีลอนจึงทำให้ร้านขายอุปกรณ์ดูเหมือนจะร้าง นักผจญภัยได้รวมตัวกันที่ซินเจียงในตอนใต้ของจักรวรรดิแม้ว่าจะมีโจรสลัดจำนวนหนึ่งอยู่ที่ชายฝั่งทางตอนเหนือ ซาลีนเดินไปที่เคาเตอร์และตะโกนเรียกเจ้าของร้าน

 

เคาเตอร์นั้นสูงประมาณหนึ่งเมตร เจ้าของร้านนั้นง่วงและหลับอยู่บนโต๊ะ เขาได้ยินเสียงตะโกนแต่ไม่เห็นใครตอนที่ลืมตา เขาจึงยืนขึ้นและเห็นซาลีนที่ตัวเตี้ยกว่าเคาเตอร์

 

“เฮ้ ท่านเมตาทริน!” เจ้าของร้านเห็นซาลีนและยืนขึ้นในทันที

 

ซาลีนโบกมือเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ต้องการเป็นที่สนใจ เขาส่งรายการสิ่งของให้เขาและถาม

 

“ข้าต้องจ่ายมัดจำเท่าไหร่เพื่อที่จะสั่งสิ่งของเหล่านี้ ?”

 

เจ้าของร้านเหลือบตามองรายการอย่างรวดเร็วและยิ้มกว้างเพราะนี่ไม่ใช่การซื้อขายเล็กๆ น้อยๆ และมีมูลค่าอย่างน้อยหนึ่งร้อยทอง มันอาจจะไม่ได้มากมายนักในเมืองใหญ่ แต่นี่เป็นการซื้อขายใหญ่ๆ ที่หาได้ยากในเมืองซีลอน

 

“ท่านเมตาทริน กรุณารอสักครู่!” เจ้าของร้านหยิบลูกคิดขึ้นมาและดีดคิดเลข ทำให้เกิดเสียงกระทบกัน

 

ซาลีนเห็นเจ้าของร้านกำลังคิดราคาจึงตัดสินใจเดินดูรอบๆ ร้าน ขนาดของร้านอุปกรณ์นี้ไม่ได้เล็ก แต่ไม่มีชั้นวางของตรงกลาง ของทั้งหมดนั้นถูกวางอยู่บนตู้ติดกับกำแพง ของที่ดูน่าสนใจที่สุดนั้นคือชุดเกราะสองชุดที่อยู่ใกล้กับประตูทางเข้า

 

ชุดพวกนี้เป็นชุดเกราะอัศวินเต็มตัว ซึ่งมีคริสตัลที่ขัดเงาไว้ในส่วนตา ชุดเกราะชนิดนี้ไม่ค่อยได้เห็นคนใช้มากนักในปัจจุบัน เพราะพวกยศอัศวินได้ตายไปในช่วงราชวงศ์ ที่ 4 มีเพียงที่อาณาจักรศักสิทธิ์เท่านั้นที่ยังคงมีอัศวินอยู่หมื่นคน อีก 4 อาณาจักรที่เหลือนั้นไม่มีพวกอัศวินเหลืออยู่อีกแล้ว

 

ชุดเกราะสองชุดนี้ถูกทำเป็นรูปแบบเหมือนครั้งโบราณ แผ่นโลหะดูเหมือนไม่ได้รับการขัดดูแล มันดูเหมือนของเก่า คุณค่าของชุดเหล่านี้จึงมีไว้เพียงตั้งโชว์ ซาลีนวางมือลงบนชุดเกราะด้วยความเคารพ

 

พลังจิตของเขานั้นทะลุชุดเกราะไม่ได้! ดูเหมือนว่าชุดนี่จะเป็นของแท้ มันแทบเป็นไปไม่ได้ที่เวทย์ระดับ 0 ของเขาจะทำลายเกราะนี้ เกราะเหล็กนี้ดีกว่าเกราะหนังธรรมดาๆ ทั่วไป แม้ว่าซาลีนจะรู้ว่ามันไม่ได้ดีไปกว่าเกราะเวทย์ แต่เขาก็รู้ว่าระดับของเขานั้นยังต่อสู้กับนักดาบที่สวมเกราะไม่ได้

 

ถ้าเขาจะต้องจัดการกับทหารสองคน เขาแทบจะไม่มีโอกาสทำได้

 

เวทมนตร์บางครั้งก็ทำให้เขาเศร้า บางครั้งก็ทำให้ตื่นเต้น ด้วยการสัมผัสชั่วขณะหนึ่งนั้นทำให้เขาคำนวณความสามารถในการป้องกันของเกราะและรู้ว่าเวทย์ระดับไหนที่จะสามารถทำลายมันได้  น่าเสียดายที่เขาไม่มีหวังที่จะได้เป็นจอมเวทย์ในอนาคตอันใกล้นี้เลย

 

“ท่านเมตาทริน!” เจ้าของร้านตอบด้วยรอยยิ้มเมื่อคำนวณราคาเสร็จแล้ว

“ราคาทั้งหมดคือหนึ่งร้อยแปดสิบทอง ถ้าหากท่านมัดจำได้ในราคาร้อยทอง เพราะร้านเราเป็นเพียงร้านเล็กๆ จึงไม่มีกระแสเงินสนที่ดีนัก”

 

“ตกลง” ซาลีนหันและโยนถุงทอง 2 ถุงไปที่เคาเตอร์ และถาม

“เราจะได้ของเมื่อไหร่?”

 

“จะได้ในเวลานี้ของสัปดาห์ถัดไป ท่านต้องการให้ข้าส่งไปไหม?”

“ไม่ต้อง ท่านอาจารย์ไม่ต้องการการรบกวนโดยบุคคลอื่น”

“กรุณารอรับใบเสร็จสักครู่” เจ้าของร้านหยิบเหรียญทองไป ซาลีนถามไปส่งๆ ว่า

“เราจะสั่งของทุกอย่างที่นี่ได้ไหม?”

“ท่านเมตาทริน ข้านำเข้าสินค้าจากเมืองหย่าหยาง อะไรก็ตามที่สั่งจากเมืองเย่าหยางได้ก็จะสั่งที่นี่ได้ ถ้าท่านต้องการสิ่งที่พิเศษ ท่านต้องไปสั่งซื้อที่เมืองศิลาศักดิ์สิทธิ์ มันอาจจะใช้เวลาสักหน่อยและเกรงว่าท่านจะต้องรอราวหนึ่งเดือน”

“เข้าใจล่ะ” ซาลีนรับใบเสร็จที่เจ้าของร้านออกให้ และออกไปจากร้านอุปกรณ์

 

“เดคกา” ซาลีนเรียกไปยังอีกฝั่งของถนน เขาโบกมือขณะที่ก้าวออกมาจากประตู เดคกาปรากฏตัวออกมาจากเงามืดโดยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

 

“ไปหาอะไรกินกันเถอะ” ซาลีนรู้สึกหิว เขาจะไม่ไปที่วาฬแห่งซีลอนอีกแล้ว ขณะที่ทั้งคู่เดินไปทางเหนือของท่าเรือ เขาก็เจอร้านเล็กๆ นี่ยังคงเป็นเวลาเช้าอยู่และมีลูกค้าไม่มาก พวกเขานั่งที่ติดกับหน้าต่างและซาลีนก็สั่งก๋วยเตี๋ยวปลา 2 ที่

 

ทั้งทองใช้ส้อมหมุนเส้นก๋วยเตี๋ยวและกินกันอย่างเงียบเชียบ ตอนที่พวกเขากินเกือบจะหมด ซาลีนวางส้อมและถาม

 

“เดคกา ทำไมเจ้าถึง…”

“หมายถึง เหตุใดข้าถึงขโมยอย่างงั้นหรือ?” เดคกาวางส้อมลงเช่นกัน ครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ และตอบด้วยเสียงต่ำ

“มีกลุ่มโจรเข้ามาในเมืองนี้ในช่วงเวลานี้ของปีที่แล้ว พวกมันจับเด็กๆ ไปและข้าก็เป็นหนึ่งในนั้น ไม่มีใครบังคับข้า แต่เจ้าก็รู้ว่าคนอย่างพวกเราจะอดตายอยู่ข้างถนนเมื่อไหร่ก็ได้”

“กลุ่มโจร ?” ซาลีนขมวดคิ้ว ชื่อเสียงของพวก ‘กลุ่มโจร’ นั้นไม่ค่อยดีเท่าไรนัก และเมื่อถูกจับได้ก็จะถูกฆ่าโดยไม่ได้รับการสอบปากคำ

 

เดคกาเห็นซาลีนทำหน้าเป็นห่วงจึงบอกว่า

“ไม่ต้องห่วง กลุ่มโจรนี้ไม่ได้ทำคดีร้ายแรง” เมื่อเห็นซาลีนไม่เข้าใจ เดคกาจึงอธิบายต่อ

“เราแค่ขโมยสิ่งของ เราไม่ฆ่าใคร ไม่ได้ออกปล้น เราโกงคนเป็นหลัก หากเรื่องแดงออกไปเราก็หนีออกมา ยากที่จะติดตาม”

“นี่มันไม่เหมาะในระยะยาวนะ” ซาลีนพูดอย่างช่วยไม่ได้ เพราะมีโจรไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้ตายตามปกติ สำหรับโจรมีชื่อที่ทำเงินได้ มันก็ยากที่จะถอนตัวออกมา

“ข้าไม่มีทางเลือก มันสายไปแล้วที่จะถอนตัว”

 

เดคกาพูดด้วยเสียงต่ำขณะที่สายตามองไปที่ประตู

 

“ข้าจะพบเจ้าอีกได้ยังไง?”

“มันง่ายที่จะเจอข้า จะกลับไปที่หลบภัยและเจอกับพวกหัวหน้าไหมล่ะ?”

“หืม” ซาลีนแข็งทื่อ คิ้วทั้งสองของเขายกขึ้นและมองไปยังเดคกาด้วยความเด็ดเดี่ยว

 

“นี่เป็นแผนของหัวหน้าเจ้าล่ะสิ ? เจ้าไม่ต้องพูดอะไรแล้ว กลับไปบอกเขาว่าอย่างเล็งข้าถ้ายังไม่อยากตาย”

 

เดคการู้สึกสั่นสะท้าน สายตาของซาลีนที่จ้องมานั่นคมกริบราวกับดาบ จนทำให้เขาอยากจะหยิบมีดที่อยู่ในรองเท้า แต่เมื่อเขาขยับข้อมือก็รู้สึกถึงความเจ็บปวด รอยไหม้บนมือเขาทำให้เขาคิดถึงตัวตนของซาลีน

 

“ซาลีน มันช่วยไม่ได้ ในหน้าหนาวนี้กลุ่มหัวหน้าจะใช้ข้าหาตัวเจ้า”

“ข้าไม่สนใจพวกกลุ่มโจร หากอาจารย์ข้ารู้เรื่องล่ะก็ ข้าจะปกป้องเจ้าไม่ได้ เดคกา เจ้าดูแลตัวเองให้ดีเถอะ”

 

ซาลีนพูดสิ่งที่คิดออกมาทั้งหมด และหยิบเหรียญทองออกมาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นเดินออกมาโดยไม่หันกลับไปมอง

 

เดคกาที่นั่งอยู่นั้นตกตะลึงและประหลาดใด ซาลีนนั้นไม่ได้เป็นเด็กไม่รู้อิโหน่อิเหน่อีกแล้ว เขาพูดอย่างครุมเครือและมองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่ง นี่เป็นเพราะพลังของเวทมนตร์หรือเปล่านะ ?

 

ซาลีนที่เดินออกมาจากประตูรู้สึกถึงลมที่พัดผ่านเขา อารมณ์ในใจของเขาเหมือนได้รับการปลดปล่อยออกมา เมื่อคิดว่ากลุ่มโจรตั้งใจที่จะเชื่อมโยงกับจอมเวทย์! อาจารย์ของเขาไม่แม้แต่อยากจะอยู่กับพวกลอร์ดด้วยซ้ำ

 

โจรพวกนี้ไม่รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับอะไร ทางที่ดีที่สุดคือฆ่าพวกมันเพื่อไม่ให้มายุ่งกับเดคกาเพราะเขาคือเพื่อนคนเดียวที่ซาลีนมีในเมืองซีลอน

 

ซาลีนไม่ได้รู้สึกตัวว่าเขาระวังตัวมากขึ้นหลังจากเหตุการณ์ในปีที่แล้ว เขายังตื่นตัวกับอันตรายมากขึ้นแม้เจสันจะไม่ได้สอนเขามาก่อน เขาเพียงอ่านหนังสือ ทำอาหารให้เจสัน และกินอาหารร่วมกับเขา นั่นทำให้ซาลีนได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนในที่สุด

 

เขาพบร้านธัญพืช สั่งซื้อ จ่ายเงิน ซาลีนซื้อมากพอที่จะกินในครึ่งปี จากนั้นก็ออกมาจากเมืองซีลอน เขาเคยคิดมากกว่าหนึ่งครั้งว่าจะได้อยู่ในเมืองอย่างร่ำรวย สวมเสื้อผ้าที่ดีที่สุดและดื่มไวน์ประกอบกับฟังเพลง และเมื่อเขามีเงินเขาก็รู้ว่าที่เขาคิดนั่นมันช่างไร้เดียงสา เมื่อเห็นเมฆครึ้ม ซาลีนจึงรีบเดินเพราะรู้ว่าฝนในหน้าร้อนของเมืองซีลอนนั้นคาดเดาไม่ได้

 

เมื่อกลับไปที่บ้าน ซาลีนไปหาเจสันและบอกวันที่จะได้สินค้า

 

เจสันถามทันที

 

“ซาลีน ข้าอยู่ที่นี่มานานเท่าใดกัน”

“หนึ่งปีกับอีกหกวันครับ”

“เอาล่ะ เอานี่ไปเมื่อเจ้าไปรับของในสัปดาห์หน้า”

 

เจสันให้ถุงหนังใบใหญ่กับซาลีน

 

“นับจากนั้น ในวันแรกของทุกสัปดาห์ เจ้าจะต้องร่วมการทดลองกับข้า”

“ท่านอาจารย์!”

“นับแต่นี้ไป เจ้าคือศิษย์ของข้าอย่างเป็นทางการ”

 

ซาลีนตื่นเต้นมาก เจสันไม่เคยให้เขาดูการทดลองมาก่อน เขาไม่เคยคิดว่าเขาจะได้รับการชี้นำจากอาจารย์ของเขา และไม่คิดว่าวันนี้จะมาถึงเร็วขนาดนี้ เขาไม่รู้ตัวว่าเจสันได้ตามเขาจากระยะไกล ขณะที่เขาไปยังที่เมือง จริงๆ แล้ว เจสันนั้นได้ยินแม้กระทั่งบทสนทนาของเขากับเดคกา

 

ซาลีนผ่านการทดสอบของเขา หากมีอะไรผิดปกติในตอนที่เขาคุยกับเดคกา เจสันจะให้ซาลีนนั้นเลิกเป็นจอมเวทย์ฝึกหัด ในการฝึกศิษย์สักคนนั้น ต้องใช้ทั้งพลังและจิตใจ เพราะซาลีนนั้นเข้ากับธาตุได้ไม่ดี เข้าก็ต้องหาวิธีแก้ไขมัน เจสันยิ้มและมองไปยังศิษย์ของเขา เขานำขวดออกมาและยื่นให้ซาลีน

 

“ในนี้มียาอยู่ กินวันละหนึ่งเม็ดเพื่อพัฒนาโครงสร้างร่างกายของเจ้า มาเอาที่ข้าเพิ่มหากมันหมด”

 

ซาลีนสัมผัสขวดโดยไม่รู้จะแสดงความรู้สึกออกมายังไง

 

“ไปอ่านหนังสือของเจ้าซะ ข้าหวังว่าเจ้าจะยังคงขยันขันแข็งต่อไป”

“ครับท่านอาจารย์!” ซาลีนตอบอย่างชื่นชมยินดีในใจ

 

เขากลับไปที่ห้องของเขา ถอดรองเท้าและผ้าคลุม เขาโยนทองที่เหลือบนโต๊ะและนั่งพัก

 

หลังจากได้รับการยอมรับจากเจสัน ซาลีนยิ่งขยันมากขึ้นไปอีก ในวันแรกของแต่ละสัปดาห์ เขาจะอยู่กับเจสันในห้องทดลอง ขณะที่เขาทดลองเวทมนตร์ เจสันจะอธิบายหลักการของเวทมนตร์ที่เกี่ยวข้องกับการทดลอง ในวันที่ห้าของแต่ละสัปดาห์ เขาจะเข้าไปในเมืองเพื่อสั่งของและรับของที่สั่งไว้ในสัปดาห์ก่อนหน้า

 

เขาลืมเรื่องของเดคกาไป มันมีกลุ่มโจรใต้ดินอยู่ในเมืองซีลอนที่เริ่มทำให้ลอร์ดหนักใจ ซาลีนนั้นได้รับคำสอนจากหนังสือว่าจอมเวทย์จะไม่ติดต่อกับโลกภายนอก  นอกเหนือจากสิ่งที่ได้รับจ้างให้ทำ พวกเขาจะไม่ไปแทรกแทรงชีวิตคนธรรมดา

 

ครึ่งปีให้หลังซาลีนนั้นได้เรียนรู้เวทย์ระดับ 0 ที่ 6 เวทย์เตือน เวทย์เตือนเป็นเวทย์ที่อยู่อย่างน้อย 2 ชั่วโมงนับแต่ปล่อยออกมา ตามแต่วิธีใช้เวทย์เตือนจะเป็นแบบมีเสียงหรือไม่มีเสียงก็ได้

 

แบบมีเสียงนั้นจะเป็นผลดีเมื่อใช้กับทีมเพื่อเป็นการป้องกันคนในทีม แบบไม่มีเสียงนั้นตรวจสอบได้โดยจอมเวทย์กันเองเท่านั้น และคนที่ร่ายเวทย์ก็จะไม่รู้ว่าเป็นใคร