0 Views

ทหารไม่กล้าที่จะหนีออกไป และยืนอย่างกลัวๆ

 

มันมีทหารไม่มากในเมืองซีลอน กองกำลังจริงๆ นั้นอยู่ที่บ้านของลอร์ด ที่ตั้งขึ้นมาใช้งานส่วนตัว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นได้ถูกรายงานไปยังกองกำลังของลอร์ดแล้ว

 

ไม่นาน ก็มีเสียงกีบเท้าม้าดังกึกก้องมาตามทาง มีนักดาบกว่าร้อยคนล้อมรอบทหาร สิบคนกระโดดลงจากม้าและเข้าไปในส่วนรักษาความปลอดภัย ก่อนที่เจสันจะทำลายประตูด้วยบอลไฟ

 

หัวหน้ากลุ่มที่สวมชุดเกราะนักดาบชักดาบออกมาและเดินเข้าไปในโถง นักดาบข้างหลังเขาทุกคนชักดาบออกมา นักดาบสวมเกราะเห็นข้างในและชี้ไปที่เจสัน

“เจ้าเป็นใครกัน กล้าดียังไงบังอาจมาช่วยนักโทษ? มาเจอข้าหน่อยเป็นไง!”

“เจ้าพวกสวะ!” เจสันตวาดและยกนิ้ว เกิดแสงสีเขียวปรากฏขึ้นและน้ำกรดก็พุ่งไปยังใบหน้าของนักดาบ ทำให้เกิดเสียงไหม้และควันสีขาวลอยขึ้นมา กรดได้กร่อนใบหน้าของนักดาบทันที และล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวด

 

หลังจากที่เจสันใช้เวทย์ เขาก็บอกซาลีนว่า

“แม้จะเป็นศัตรู เขาก็ไม่ควรหมิ่นพวกเราเหล่าจอมเวทย์ แม้กษัตริย์จอมเวทย์ก็ไม่ก้มหัวให้ เจ้าไม่จำเป็นต้องให้เกียรติใดๆแก่พวกไร้มารยาท”

“เข้าใจแล้ว ท่านอาจารย์” ซาลีนตอบด้วยเสียงเบา

คนที่ได้ยินเจสันพูดต่างสั่นกลัว

 

“ลากมันออกไป  เสียงดังน่ารำคาญเสียจริง” เจสันบอกกับทหารที่อยู่ฝั่งตรงข้าม เขารีบลากเพื่อนที่บาดเจ็บออกไป

“ข้าไม่มีเวลามากนัก ใครที่รับผิดชอบเรื่องการจับศิษย์ของข้า? เอามันมาให้ข้าในครึ่งชั่วโมง”

เจสันหยิบนาฬิกาทรายเวทมนตร์ออกมาและคว่ำมันลงบนโต๊ะ

 

จากนั้นนักดาบสวมเกราะอีกสองคนก็เดินเข้ามา ชุดเกราะนั้นแสดงให้เห็นถึงยศที่สูงกว่า ทั้งสองดูคล้ายกันและมีรูปร่างที่ดี หนึ่งคนมีผมสีแดงส่วนอีกคนผมสีบลอน นักดาบผมบลอนเงยหน้ามองเจสันที่ยังคงใช้เวทย์แสง และรู้สึกหนาวจับใจ

 

เขาไม่ใช่ทหารโง่ๆ ธรรมดา ผ้าคลุมเวทย์ของเจสันมีสัญลักษณ์จอมเวทย์สองเส้น ที่บอกว่าเป็นจอมเวทย์ระดับ 5 เจ้าโง่ที่ไหนกันที่มาสร้างปัญหากับคนผู้นี้?

 

ผ้าคลุมจอมเวทย์นั้นมี 3 สีด้วยกัน – สีขาวสำหรับระดับ 1 ถึงระดับ 3 สีเทาสำหรับระดับ 4 ถึงระดับ 6 และสีดำสำหรับระดับ 7 ถึงระดับ 9 สัญลักษณ์บนผ้าคลุมนั้นจะบอกระดับของจอมเวทย์ ผู้ใช้ผ้าคลุมสีเทานั้นเป็นตัวตนที่แม้แต่ลอร์ดก็ทำอะไรไม่ได้

 

นักดาบผมแดงคำนับเจสันอย่างเงียบเชียบและบอกทหารรอบๆ

“พวกเจ้า จับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มา ถ้าพวกมันหนีไปได้ พวกเจ้าต้องรับผิดชอบ”

 

พวกทหารจ้องมองไปยังเจสัน แต่ไม่ได้มีท่าทีต่อต้าน

 

นักดาบผมแดงพูดอย่างระวัง

“ท่านจอมเวทย์ ท่านต้องการให้ข้าทำอะไรอีกหรือไม่?”

“อืม…” เจสันลังเล

“อย่าให้ลอร์ดของเจ้ามาเจอข้า ข้าไม่อยากเจอเขา”

 

นักดาบผมแดงประหลาดใจ เขาโค้งศีรษะลง

“ได้ครับ ท่านจอมเวทย์ นายน้อยผู้นี้บาดเจ็บ ให้ข้าพาผู้วิเศษมาได้หรือไม่?”

 

“ไม่จำเป็น เขาทนความเจ็บปวดเล็กน้อยนี่ได้” เจสันปฏิเสธข้อเสนอของนักดาบ เขาเห็นว่าอาการบาดเจ็บของซาลีนนั้นไม่ได้ร้ายแรงถึงชีวิต และต้องการที่จะให้มันสลักลึกลงไปในใจของซาลีนว่าได้เกิดอะไรขึ้นในวันนี้ ซาลีนทำอะไรให้โดนจับกันนะ? ไม่ว่าเขาจะถูกหรือผิด บทเรียนนี้ก็จะทำให้มันไม่เกิดขึ้นอีกในวันข้างหน้า

 

นักดาบผมแดงพูดสั้นๆกับนักดาบผมบลอน และเดินออกไปจากโถงด้วยศีรษะโค้งลง นักดาบผมแดงยืนอยู่ในอีกด้านหนึ่ง ซาลีนคิดว่าเขาจะตายและไม่คิดว่าอาจารย์ของเขาจะมา อาจารย์ของเขาไม่สนใจแม้จะพูดกับลอร์ด

 

ตอนนี้ซาลีนเข้าใจจริงๆ แล้วว่าการเป็นจอมเวทย์คืออะไร ในหนังสือบอกอยู่เสมอว่าจอมเวทย์ได้รับการยกย่องแค่ไหน แต่ซาลีนไม่เคยเห็นมันด้วยตัวเองมาก่อน เขาจำนักดาบผมแดงได้ว่าเป็นคนที่อยู่ในบ้านของลอร์ด เขาไม่ใช่คนเลว ในกลางฤดูใบไม้ผลิที่แล้วเขายังให้แป้งถุงเล็กๆ กับซาลีนเมื่อเขาไปรับแป้งที่ลอร์ดแจกจ่าย

 

มันใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงในการจับตัวทหาร 4 นายที่จับซาลีนและพ่อค้ากับข้ารับใช้

 

หกคนนั้นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อค้าเห็นซาลีนยืนอยู่ใกล้กับเจสันและรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาเป็นคนแรกที่คุกเข่าลงกับพื้นและข้ารับใชก็ทำตาม

 

“ใครจับศิษย์ของข้า?” เจสันถามอย่างเย็นชา

 

ทหารสี่คนไม่มีทางเลือกจึงตอบ

“พวกข้าเอง เราได้รับรายงานมาว่า เด็กคนนี้ขโมยเหรียญทองของท่านฮ่านหู่”

ทหารชี้ไปยังพ่อค้า ทำท่าทีไม่รู้เรื่อง

 

“ฮ่านหู่? เดาว่าคงเป็นเจ้าสินะ ทำไมเจ้าถึงใส่ร้ายศิษย์ของข้า?” เจสันจ้องมองไปยังพ่อค้า

“ท่าน นี่เป็นการเข้าใจผิด ข้าจำผิดคน…”

“เจ้ากำลังโกหก ข้าจะให้โอกาสเจ้าอีกครั้งเดียว” เจสันพูดแทรก

“ท่าน นี่เป็นความจริง ข้าไม่ได้เป็นศัตรูกับเขา ข้าจะปรักปรำเขาได้อย่างไร? ข้า…”

 

พ่อค้าพูดต่อไปเรื่อยๆ เจสันไม่สนใจ และร่ายเวทย์ แสงสีขาวสว่างขึ้นมาและแท่งน้ำแข็งแหลมก็พุ่งไปยังหัวของพ่อค้า โดยทิ้งรูที่เต็มไปด้วยเลือดเอาไว้

 

“อย่าโง่ไปหน่อยเลย จอมเวทย์นั้นจับโกหกได้… เจ้า บอกข้า ทำไมศิษย์ข้าจึงถูกใส่ความ?”

เจสันถามข้ารับใช้หลังจากฆ่าพ่อค้า เขาไม่ได้ตามหาตัวคนร้าย แต่เขาอยากรู้ว่าซาลีนเป็นฝ่ายหาเรื่องหรือไม่

 

ข้ารับใช้นั้นฉี่รดกางเกงด้วยความกลัว เขาล้มลงไปบนพื้นและร้องไห้พูด

 

“ท่าน นี่ไม่ใช่ความคิดของข้า เจ้านายของข้าอยากที่จะซื้อบ้านของตระกูลเมตาทริน แต่อยากจะเลี่ยงขั้นตอนทางกฎหมาย ท่านเมตาทรินนั้นรอดจากความตายของเจ้านายข้ามา เจ้านายข้าจึงคิดแผนนี้ขึ้นมา ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย…”

“ข้ารู้ว่ามันไม่ใช่ความคิดเจ้า” เจสันพูดและสลัดดาบลมไปที่เขา ดาบลมเขียวใสก็ได้หั่นคอของข้ารับใช้ออก เลือดทะลักออกมา ตามด้วยน้ำมูกและน้ำตาจากส่วนหัว ที่กลิ้งไปยังอีกด้าน

 

หลังจากนั้นเจสันก็บอกซาลีน

“ซาลีน นี่ไม่ใช่ความผิดของเจ้า กลับมากับข้า … พวกเจ้าทั้งสี่ ข้าไม่พอใจที่เจ้าจับคนตามที่คนอื่นขอมา ข้าควรจะตัดมือของพวกเจ้าทิ้งเสีย หากต่อไปพวกเจ้าจับคนผิดอีก ข้าจะมาเอาชีวิตเจ้า”

“ท่าน ศิษย์ของท่านไม่ได้เป็นอันตรายใดๆ ทำไมไม่…” นักดาบผมแดงเริ่มต่อรอง

 

เจสันยืนขึ้นและพาซาลีนออกไปโดยไม่หันกลับมามอง เสียงของเขาดังก้องในห้องโถง

“ข้าไว้ชีวิตของมันเพราะศิษย์ข้าไม่เป็นอันตราย แต่ถ้าหากเขาตาย พวกเจ้าทั้งหมดจะต้องถูกฝังไปพร้อมกับเขา วันพรุ่งนี้จงแยกทรัพย์สินของฮ่านหู่ และส่งมายังชานเมืองเพื่อเป็นการไถ่โทษแก่ศิษย์ข้า ข้าจะฆ่าหนึ่งคนต่อหนึ่งเหรียญทองที่ส่งมาไม่ครบ”

 

นักดาบผมแดงสั่นสะท้าน มันไม่มีจอมเวทย์สักคนในเมืองซีลอน และหากจอมเวทย์ผู้นี้คิดจะทำลายเมืองล่ะก็ มันคงจะเกิดการกวาดล้างสังหารก็เป็นได้

 

ซาลีนถูกเจสันแบกออกมาจากเมืองซีลอน ทหารที่ประจำอยู่ตรงประตูทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้เปิดประตูอย่างรวดเร็ว หวังว่าตัวปัญหาจะได้ออกไปสักที

 

ในบ้านของบรรพบุรุษซาลีน เจสันใช้เวทย์ฝนเพื่อรักษาบาดแผลให้เขา ขณะที่รักษาเขาก็ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ ซาลีนค่อยๆอธิบายถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องที่เจสันจะสามารถเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

 

เขาไม่ได้ว่าอะไรซาลีน การเป็นเด็กทำให้เขาไม่รู้ว่ามีการหลอกลวงแบบนี้ บทเรียนนี้จะทำให้ซาลีนเข้าใจได้ว่าความแข็งแกร่งคือหลักการของโลกใบนี้

 

หลังจากการรักษา ซาลีนกลับไปที่ห้องของเขาเพื่อพักผ่อนและระลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์ของเขา เหรียญทองนั่นอาจจะทำให้เขาตายไปแล้ว

 

เขาต้องแข็งแกร่งขึ้น ต้องแกร่ง…ต้องแกร่งขึ้นเท่านั้น!

 

ดวงตาของเขานั้นยังเปิดอยู่แม้จะนอนลงบนเตียงแล้ว ทำให้เขานึกถึงตอนที่อยู่ในคุกใต้ดิน ความห่ดหู่ในใจไม่ได้ลดลงไปและความกลัวตายได้กัดกร่อนจิตวิญญาณน้อยๆ ของเขา ซาลีนลุกออกจากเตียงและจุดเทียนบนโต๊ะ แล้วเขาก็เผลอหลับไปบนโต๊ะนั้น

 

วันรุ่งขึ้นนักดาบผมแดงมาพร้อมกับเหรียญทอง มันแสดงให้เห็นว่าเขานั้นจัดระเบียบทรัพย์สินของผู้ตายมาตลอดคืน เจสันไม่ได้พูดอะไรและให้ซาลีนไปหาเขา

 

ชายผมแดงนั่งอย่างไม่สบายใจที่หน้าห้องโถง ทันทีที่ซาลีนลงมาจากบันได เขาก็รีบยืนขึ้นและทักทายซาลีน

 

“นายท่านเมตาทริน ท่าตื่นแล้วเหรอครับ”

 

ซาลีนรู้สึกไม่คุ้นเคยกับการทักทายที่อบอุ่นเช่นนี้
ก่อนหน้านั้นตอนที่เขาเดินไปบนถนน เจ้านายของชายผมแดงทำเป็นมองไม่เห็นเขา นักดาบคนนี้อาจจะใจดี แต่ถ้าไม่ใช่เพราะอาจารย์ของเขา สิ่งที่เขาจะทำกับซาลีนคงมีแค่ให้ถุงแป้งในช่วงเทศกาล เขาอาจจะลืมมันไปแล้ว?

 

“ท่านเมตาทริน…” นักดาบผมแดงเรียกซาลีนที่กำลังเหม่อลอย

“อืม มีอะไร?”

 

ชายผมแดงตอบด้วยท่าทีอับอาย

“สินทรัพย์ของฮ่านหู่ถูกจัดระเบียบแล้ว มันมีเหรียญทองประมาณสองพันสองร้อยเหรียญ และอสังหาริมทรัพย์สองที่ที่มีมูลค่าประมาณสี่ร้อยเหรียญทอง นี่เป็นช่วงเวลาไม่ดีที่จะขาย เราเลยรอก่อน ทันทีที่ขายได้แล้วข้าจะส่งเหรียญทองมาให้ นี่เป็นตั๋วแลกเงินมูลค่าสองพันเหรียญทอง และนี่อีกสองร้อยเหรียญทอง”

 

นักดาบผมแดงวางกระเป๋าสี่ใบลงบนโต๊ะ แต่ละใบนั้นมีเหรีญญทองอัดอยู่เต็มจนถึงขอบกระเป๋า

 

ตาของซาลีนนั่นกระตุกไม่หยุด ไม่คิดว่าหลังจากที่ทรมานมาหนึ่งวัน เขาจะได้มานั่งนับเงินมากมายขนาดนี้  ซาลีนพูดอย่างเคร่งขรึม

 

“อสังหาริมทรัพย์สองที่นั้นจะเป็นของเจ้า ถ้าเจ้าให้ข้าสามร้อยเหรียญทอง และถ้าเป็นไปได้ ส่งเงินมาภายในบ่ายนี้ และนำเสบียงอาหาร ข้าว แป้ง เครื่องเทศ และเนื้อแห้งสำหรับครึ่งปีมาให้ข้า เป็นไปได้หรือไม่?”

“ไม่มีปัญหา!”

 

นักดาบผมแดงนั้นรู้สึกยินดี มันยากที่จะขายอสังหาริมทรัพย์ในราคาสี่ร้อยเหรียญทอง เขากลัวที่เจสันได้เตือนไว้ – ข้าจะฆ่าหนึ่งคนต่อเหรียญทองที่ตกหล่นไป
ซาลีนเลยตั้งใจจะขายให้เขาในราคาถูก เพื่อที่เขาจะได้กำไรบ้างและไม่ต้องกังวลกับข้อพกพร่องใดๆ

 

หลังจากนักดาบผมแดงออกไป ซาลีนนำกระเป๋าเงินสี่ใบและตั๋วแลกเงินธนาคารแคว้นฉินไปให้เจสัน

 

“เจ้าเก็บมันไว้ ถ้าความสามารถในการใช้เวทย์ของเจ้าพัฒนาขึ้น เจ้าจะต้องการเงินมหาศาล มาเอาเพิ่มจากข้าอีกถ้าเจ้าต้องใช้” เจสันไม่ได้เอาเงินมาจากซาลีน เขาไม่ได้สนใจเงินพวกนั้น เขาแค่เบื่อหน่ายในตอนที่ถูกพ่อค้าดูถูกศักดิ์ศรีด้วยการโกหกเขา นี่คือเหตุผลที่เขาใช้โอกาสนี้ในการเอาสินทรัพย์ของฮ่านหู่มาเพื่อชดเชยแก่ตนเองและซาลีน