0 Views

ซาลีนพังประตูห้องทดลองเข้าไป เจสันเห็นซาลีนที่สภาพกระเซอะกระเซิงและถามด้วยความตกใจ

 

“ซาลีน เกิดอะไรขึ้น ?”

“ท่านอาจารย์ ข้าแย่แล้ว ข้าไปฆ่าลูกชายของเอิร์ล ซูฟอนโซ่”

“แค่เอิร์ลงั้นเหรอ ?”

 

เจสันไม่สนใจเรื่องทางโลกมากนัก สำหรับเขามันไม่ใช่ปัญหาอะไรที่จะเป็นศัตรูกับเอิร์ล เมื่อได้เห็นการเติบโตของซาลีนในปีที่ผ่านมาเขาก็รู้ว่าซาลีนไม่ใช่คนชอบหาเรื่อง

 

“ท่านอาจารย์ มันมีหอคอยเวทย์ที่เย่าหยางด้วยนะ!”

ซาลีนตอบอย่างตื่นตระหนก

 

“หืม ?”

 

เจสีนให้ความสนใจ หากอีกฝ่ายมีจอมเวทย์ที่แข็งแกร่ง เขาจะไปแทรกแทรงตรงๆ ไม่ได้ ระดับของซาลีนตอนนี้หากจะต่อกรกับเอิร์ลคงถึงตาย

 

“เจ้าไปฆ่าเขาทำไม ?”

“ข้าเพียงเดินไปและเห็นคนกำลังจะถูกฆ่า…”

 

ซาลีนไม่ได้พูดถึงความสัมพันธ์ของเขากับเดคก้า แต่ที่พูดไปก็เป็นความจริง ซาลีนได้เสนอเขาไปแล้วว่าจะให้ของชดเชย หากลูกชายของเอิร์ลไม่ทำพฤติกรรมต่อต้านและหยาบคาย ซาลีนนั้นคงไม่ต้องทำร้ายหรือฆ่าใคร การโจมตีรอบแรกของเขายังไม่แม้แต่หวังผลเอาชิวิต

 

“ซาลีน…ถึงเจ้าจะเป็นคนผิด ข้าก็ยังคงปกป้องเจ้าอยู่ดี”

 

เจสันถอนหายใจ

 

“แต่ถ้าหากจอมเวทย์ของอีกฝ่ายส่งหนังสือมาถึงข้าล่ะก็ ข้าคงจะช่วยอะไรเจ้าไม่ได้ เจ้าต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป”

“ท่านอาจารย์ ข้าได้สร้างปัญหาอะไรให้ท่านไหมครับ ?”

 

ซาลีนถามคำถามที่กวนใจเขา เขาเป็นห่วงว่าจอมเวทย์อีกฝั่งจะโกรธและทำให้อาจารย์ของเขาเดือดร้อน

 

“ไม่ นี่เป็นเรื่องของเจ้ากับเอิร์ล จอมเวทย์นั่นกับข้าจะไม่ทำอะไร ซาลีน…เจ้าคงจะไม่ว่าข้านะ ถ้าหากข้าไม่เข้าไปยุ่งเรื่องนี้ ?”

 

เจสันมองไปที่ซาลีนและถามด้วยความรู้สึกผิด เขาวางแผนที่จะฝึกเวทมนตร์ให้กับซาลีนเมื่อเขาเชี่ยวชาญขึ้น แต่คงจะไม่มีโอกาสเสียแล้ว

 

“ท่านอาจารย์…เรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะความใจร้อนของข้าเอง ข้าต้องไป”

 

ซาลีนตระหนักถึงสถานการณ์ของตัวเองดี  ถ้าเจสันช่วยเขาไม่ได้ เอิร์ลที่โกรธเกรี้ยวจะต้องฉีกเขาเป็นชิ้นๆ

 

“รอเดี๋ยว”

 

เจสันดึงกล่องที่อยู่ใต้ที่ทดลองออกมาและเปิดหาของบางอย่างให้กับซาลีน

 

มันเป็นผ้าคลุมเวทมนตร์ที่ขาวเก่าๆ มีไหมพรมและสัญลักษณ์เวทย์ใกล้ๆ กับส่วนอก สร้อยคอที่มีโซ่ยาวเป็นผลึกขุ่นๆ ผลึกนี้จะช่วยเพิ่มความเข้ากับธาตุ กระเป๋าหนังที่ทนทานสามารถใส่ของได้ทั้งหมด

 

ซาลีนจ้อมองไปยังสิ่งสุดท้าย มันเป็นแหวานที่มีคริสตัลสีขาวติดตั้งอยู่กับแหวนที่เป็นโลหะเงินสีเทา

 

คริสตัลขาวนั้นมีค่ามาก และช่วยเพิ่มการฟื้นฟูของสายใยเวทย์ มันมากเกินไปสำหรับจอมเวทย์ฝึกหัด ซาลีนไม่รู้จะพูดอะไรและไม่รู้จะบอกเจสันดีไหมว่าเขาได้กลายเป็นจอมเวทย์แล้ว

 

“ซาลีน…ผ้าคลุมนี่ข้าได้รับมาจากอาจารย์ของข้า มันใช้ได้ตั้งแต่ระดับ 1 ถึงระดับ 3 มันมีตัวปรับเวทมนตร์ให้คงที่ติดอยู่สามอัน”

 

เจสันสัมผัสของอันอื่นและพูดต่อ

 

“ความเข้ากับธาตุของเจ้าน้อยมาก สร้อยผลึกจะช่วยเจ้าได้ มันยังมีหนังสือเวทย์ที่ข้าเคยอ่านอยู่ในกระเป๋าและจะช่วยเจ้าได้ในการไปถึงระดับ 3 ส่วนแหวนคริสตัลขาวนี้…เจ้าจะรู้ว่ามันช่วยเจ้าได้มาก”

 

ซาลีนสวมผ้าคลุมอย่างเงียบๆ ใส่สร้อยคอและสวมแหวน สะพายกระเป๋า

 

“ไปเก็บของของเจ้า ข้าต้องเตรียมรับมือกับเอิร์ลที่กำลังจะมา เจ้าต้องรีบแล้ว”

 

ซาลีนไม่พูดอะไรอีก ยูลิเซสปล่อยเขาออกมาโดยไม่มีใครรู้ อาจารย์ของเขาก็ปล่อยให้เขาไปเจอกับความโกรธของเอิร์ล เขารีบไปที่ห้อง หยิบตราประจำตระกูลจากในกล่องและเหน็บไว้ด้านในเข็มขัด เขายังเอาใบรายการหนี้สินที่ไร้ค่าในกล่องยัดใส่ในกระเป๋าอีกด้วย ถึงมันจะไร้ค่าแต่มันก็เป็นสิ่งเดียวที่พ่อเขาทิ้งไว้ เขาเพียงเก็บมันเพื่อไว้เป็นของดูต่างหน้า

 

ตั๋วเงินสี่พันทองและแกนเวทย์ระดับ 3 สิบอันกับหนึ่งร้อยแปดเหรียญทองในถุงเงินสองถุงถูกยัดใส่กระเป๋า เงินสำหรับใช้จ่ายอีกแปดเหรียญทองเก็บไว้ในกระเป๋าเงินที่เอว เขาใส่รองเท้าคู่ใหม่แล้วออกมาจากทางหน้าต่างโดยไม่กล่าวลาอาจารย์และรีบหนีไปที่ภูเขา

 

เขาไม่มีม้า และถึงจะมีเขาก็หนีจากทหารของเอิร์ลไม่ทันอยู่ดี

 

หลังจากที่เข้ามาในป่าทึบของภูเขามานานกว่าครึ่งเดือน อากาศก็เริ่มเย็นลง ซาลีนยังไม่เห็นทางออกจากป่า เขาไม่เจอแม้กระทั่งหมู่บ้าน ดีที่สายใยเวทย์ของเขาก่อตัวขึ้นมาแล้วทำให้การเคลื่อนที่ของเขาเร็วขึ้น สัตว์ป่าธรรมดานั้นใช้แค่เวทย์ระดับ 0 ในการจัดการ ตอนนี้เขายังไม่เจออันตรายใดๆ

 

เขาอยู่คนเดียวและเดินไปตามทิศทางของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และกลุ่มดาว เขาเดินไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้โดยมีจุดหมายที่แคว้นฉิน

 

แม้เอิร์ลจะมีอิทธิพลแต่อำนาจของเขาก็ไม่สามารถขยายไปถึงแคว้นฉินได้ แม้สันตะสำนักก็ไม่มีอิทธิพลใดๆ กับแคว้นฉิน พวกเขาล้มเหลวในการสร้างโบสถ์แม้จะเตรียมการมากว่าร้อยปี

 

วันนี้ซาลีนเจอน้ำตกที่ระหว่างภูเขา ผืนไหมสีขาวที่แบ่งแยกยอดเขาไหลมาบดกันที่สระน้ำที่ผุดมาจากผืนดิน น้ำในสระนั้นเย็น สายน้ำตกที่ตกลงมาทำให้เกิดไอหมอกปกคลุม

 

ซาลีนรู้สึกถึงธาตุน้ำเข้มข้นที่นี่ มันมีพลังเต็มเปี่ยม แม้ว่าจะไม่พบร่องรอยจากการต่อสู้แต่ชีวิตของน้ำนั้นก็เชื่อมโยงต่อกันอย่างประหลาด ซาลีนกระโดดไปในสระน้ำและเริ่มทำสมาธิ

 

สำหรับคนส่วนใหญ่การฝึกเวทย์นั้นเป็นเรื่องน่าเบื่อ อย่างแรกมันต้องการความรู้เรื่องเวทย์ การร่ายคาถาและทำท่ามือ และยังต้องรอสายใยเวทย์นั้นหมดพลัง อย่างที่รู้กันดีในการใช้เวทมนตร์ เมื่อพลังหมด จอมเวทย์ก็ต้องทำสมาธิฟื้นฟู

 

ซาลีนไม่ได้คิดว่ามันน่าเบื่อ เขาชอบความรู้สึกตอนทำสมาธิที่ได้รับรู้ถึงรูปร่างของสิ่งต่างๆ บนโลก มันเป็นตอนที่จิตใจเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายเต็มที่ ช่วงเวลานั้นจอมเวทย์จะรู้สึกถึงชีวิตที่อยู่ภายในธาตุแม้ไม่ได้ร่ายคาถาใดๆ

 

ความเข้ากันกับธาตุน้ำของเขานั้นสมบูรณ์แบบ แม้ว่าเขาจะมองสายใยเวทย์ของตัวเองไม่เห็นตรงๆ เหมือนตอนที่มันถูกสร้างขึ้นมาครั้งแรก เขาก็รู้สึกได้ว่าพลังธาตุน้ำนั้นได้ทะลุทะลวงเข้ามาบนทุกเซลล์ของร่างกายและช่วยหล่อเลี้ยงร่างกาย

 

โดยเฉพาะเมื่อเขาเข้าไปในน้ำ ซาลีนไม่ต้องใช้เวทมนตร์เพื่อช่วยหายใจใต้น้ำและสามารถขยับและทำสมาธิในน้ำได้เป็นเวลานาน ผลจากการทำสมาธิใต้น้ำนั้นมากกว่าการทำบนพื้นดินมากมายนัก ซาลีนคิดว่ามันใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้นในการฟื้นฟูสายใยเวทย์ทั้งหมดที่ถูกใช้จนหมด

 

ปลาสีเงินเล็กๆ ในสระน้ำว่ายวนรอบตัวซาลีนและมองเขาอย่างสงสัย ซาลีนยื่นมือออกไปสัมผัสพวกมัน แทนที่มันจะหนีไป มันกลับว่ายวนฝ่ามือเขาไปมา

 

ที่ซาลีนเป็นก็คือเด็กหนุ่มช่างสงสัย เมื่อเขาคิดอะไรบางอย่างออก เขาอ้าปากและเป่าฟองอากาศออกมาเป็นสาย และจับปลาตัวเล็กจำนวนหนึ่งไว้ในฟองอากาศ ผิวของฟองอากาศนั้นถูกเคลือบด้วยเวทมนตร์และไม่ลอยขึ้นจากน้ำ ปลาที่ติดอยู่นั้นดิ้นรนอย่างตื่นตระหนกเพราะหนีออกมาไม่ได้

 

มันมีปลาเล็กใกล้ๆ อีกกว่าพันตัว เมื่อพวกมันรับรู้ถึงอันตรายก็ว่ายน้ำหนีไปทันที ซาลีนใช้มือสัมผัสฟองอากาศและสังเกตปลาที่อยู่ข้างในนั้น มันมีขนาดประมาณนิ้วหัวแม่มือมีเกล็ดบางแปลกๆ ตาเป็นสีทองและมีคลื่นเวทย์ภายในร่างกาย

 

พวกมันเป็นสัตว์อสูร เป็นพวกระดับต่ำไม่ถึงระดับ 1 ด้วยซ้ำ แม้มันจะมีแกนเวทย์แต่มันก็เล็กกว่าปลายเข็ม การที่จะเอาแกนเวทย์ออกมาจากพวกมันนั้นค่าน้อยกว่าหนึ่งเหรียญทองซะอีก

 

ซาลีนตอนนี้เป็นระดับ 1 และยังไม่สามารถยกเลิกเวทย์ที่เขาร่ายได้ เขาใช้นิ้วจิ้มฟองอากาศเพื่อหวังจะปล่อยปลาให้เป็นอิสระ แต่เขาได้ปล่อยพลังออกมาจากนิ้วอย่างคาดไม่ถึง เขาได้ใช้พลังของเขาด้วยสายใยเวทย์ ฟองอากาศนั้นจึงบุ๋มลงไปแทนที่จะแตกออก

 

ซาลีนรู้โดยทันทีว่าเขาได้สร้างเวทมนตร์ที่ไม่รู้จักบางอย่างขึ้นมาแล้ว

 

เขาพยายามนึกถึงตอนที่เขาเป่าฟองอากาศ ในแรกเริ่มดูเหมือนเขาจะร่ายเวทย์เกราะน้ำและใช้พลังจิตของเขาในการควบคุมเกราะเวทย์ที่สร้างขึ้นผ่านการรวมตัวของธาตุ จากนั้นเขาได้ใช้อากาศใส่ลงไปก่อนที่จะเป่าฟองอากาศออกมา

 

ซาลีนเลิกพยายามควบคุมฟองอากาศเหล่านี้ และปล่อยให้ฟองที่จับปลาเอาไว้ลอยขึ้น จากนั้นก็เป่าฟองขึ้นมาและร่ายเวทย์เกราะน้ำอีกครั้ง เขาพบว่าเขาควบคุมอากาศข้างในเกราะได้ไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะพยายามยังไงฟองน้ำที่เขาเป่าออกมาก็จะลอยขึ้นไปอย่างรวดเร็วโดยทิ้งชั้นคลื่นสีเขียวอ่อนอยู่ข้างหน้าเขา

 

แต่เดิมซาลีนต้องเรียนเวทย์นี้อย่างไม่มีทางเลือกอยู่แล้วเพราะเขาไม่สามารถเรียนเวทย์สร้างผิวเวทมนตร์ที่เป็นเวทย์ป้องกันระดับ 1 ได้และต้องไปพึ่งเวทย์ของผ้าคลุม ยังไงก็ตามการใช้เวทย์พวกนี้จะต้องใช้แกนเวทย์ ดังนั้นด้านการป้องกันของซาลีนนั้นจึงเท่ากับจอมเวทย์ฝึกหัด เขาชอบที่จะฝึกฝนในน้ำและเรียนรู้คาถานี้โดยบังเอิญจากการร่ายในน้ำ

 

มันไม่มีทางอื่น เวทย์ป้องกันในสายธาตุน้ำนั้นแข็งแกร่งมาก แต่มันไม่มีเวทย์พื้นฐานเลย แม้เวทย์เกราะน้ำแข็งที่ระดับต่ำที่สุดนั้นก็เป็นเวทย์ระดับ 4 ที่ยังห่างไกลเกินไปสำหรับซาลีน

 

เวทย์เกราะน้ำนั้นจึงน่าสนใจขึ้นมานิดหน่อย มันต้องร่ายในน้ำและใช้เวลาในการร่ายเก้าวินาที ในการต่อสู้ ถ้าใช้เวลาเก้าวินาทีในการเรียนเกราะเวทย์นั่นหมายถึงเขาได้ตายไปแล้วสิบรอบ

 

ซาลีนนั้นเพราะมีสายใยเวทย์ที่บกพร่อง เขาจึงต้องใช้ทุกโอกาสที่มีในการฝึกเวทย์ ดังนั้นเขาจึงเรียนเวทย์เกราะน้ำ

 

เขาอดทนกับการทดลองของเขา เขารู้ว่าความเร็วของเวทมนตร์ที่เขาเสกขึ้นมานั้นขึ้นอยู่กับอากาศ ด้วยการฝึกฝนมันจะกลายเป็นเวทย์ที่ใช้ได้ทันที หากมันสำเร็จเขาจะหวังพึ่งในการเอาตัวรอดก่อนจะเป็นจอมเวทย์ระดับ 4

 

อย่างไรก็ตามซาลีนได้หมดความสนุกในการลองเวทย์ที่มีเมื่อสักครู่ไปแล้ว และรู้สึกไม่เป็นธรรมชาติอีกเลยไม่ว่าจะพยายามยังไง

 

หลังจากพยายามมากว่าสิบครั้ง สายใยเวทย์ของเขาได้ถูกใช้ไปกว่าครึ่ง เมื่ออากาศในปอดของเขาเกือบถูกใช้จนหมด ในที่สุดซาลีนก็สามารถปล่อยฟองเวทย์ขึ้นมาได้ ครั้งนี้เขาใช้เวลาสามวินาทีและช้าลงสามเท่า

 

ฟองเวทย์นั้นเปราะบางเล็กน้อย ซาลีนปล่อยเวทย์น้ำแข็งขึ้นมาใส่ฟองเวทย์ ฟองอากาศที่เสียเวทมนตร์จึงลอยขึ้นไปอย่างรวดเร็ว

 

ซาลีนตามฟองอากาศและว่ายไปที่ผิวน้ำ ออกซิเจนที่ใกล้หมดปอดของเขานั้นทำอันตรายเขาไม่ได้ แต่มันทำให้เขาทดลองต่อไปไม่ได้ หลังจากที่ขึ้นมาบนผิวน้ำ เขาเห็นเงาอะไรบางอย่างกระโดดมาที่สระน้ำ ซาลีนบิดตัวและหลบอย่างงายดาย

 

มันลงน้ำมาอย่างแรงทำให้น้ำกระจายไปรอบทิศทาง ซาลีนขึ้นฝ่าผิวน้ำและมาเจอกับหน้าอกสีขาวซีด

 

ซาลีนเกือบจะจมลงไปอีกครั้ง เขาแยกมือออกและคิดถึงทางหนี แต่เขาก็ได้ยินเสียงโกรธขึ้นมา

 

“โอ้ ไม่นะ…. หมูป่า!”

______________________________

 

ติดตามต่อได้ที่ my-novel.com   และ amnovel.com

ติดตามข่าวสาร ติชม ให้กำลังใจ ได้ที่ Banshee Translate