0 Views

เดคก้าเห็นอีกฝ่ายวิ่งเข้ามา เขาฝืนอาการบาดเจ็บของตัวเอง ชักมีดขึ้นมาและพุ่งไปยังนักดาบ แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีออร่าดาบ แต่ดาบของเขาก็ปะทะกับมีดของเดคก้าและทำให้มีดลอยขึ้นไปกลางอากาศ เดคก้าเลือดไหลที่ข้อมือเยอะมาก เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเขาเต็มที่กล้ามเนื้อหรือกระดูกกันแน่

 

การป้องกันของเดคก้าทำให้ซาลีนร่ายเวทย์เสร็จ ในมือของเขามีแสงสีเขียวสว่างขึ้น และพุ่งเป็นเส้นตรงสีขาวไปยังใบหน้าของนักดาบ

 

นักดาบยกดาบขึ้นมาด้วยความยากลำบาก มีเสียงดาบสแตนเลสหักดังขึ้นมา แท่งน้ำแข็งแทงผ่านหัวเขาทะลุไปถึงด้านหลัง น้ำแข็งกระจายตัวเป็นทางไปรอบๆ ขุนนางหนุ่มตกตะลึงในชั่วพริบตา

 

แสงสีเขียวในมือของซาลีนนั้นไม่ได้กระจัดกระจายไปไหน แท่งน้ำแข็งที่สองพุ่งออกมาเร็วกว่าเดิม ขุนนางหนุ่มอ้าปากหวอ มองไปที่รูที่หน้าอกตัวเองแล้วล้มลงไป

 

“หยุดนะ !”

 

เสียงอันคุ้นเคยดังออกมา แต่ก็สายไปเสียแล้ว หัวใจของขุนนางหนุ่มนั้นฉีกขาดออกมา แม้แต่เทพเจ้าก็ช่วยเขาในตอนนี้ไม่ได้แล้ว ซาลีนรู้สึกว่ามีใครเข้ามาจากข้างหลัง เดคก้าล้มลงบนพื้น เขาพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ไม่ช่วยอะไร

 

ซาลีนหันไปข้างหลัง แสงสีเขียวบนนิ้วสว่างขึ้นมาอีกครั้ง แม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่เวทย์น้ำแข็งเพราะเขามีเวลาไม่มากพอ ซาลีนจึงรีบร่ายเวทย์กรดออกมา แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะหยุดคนที่กำลังมาได้ไหม

 

เสียงคำรามแหลมเกิดขึ้น ข้อมือของซาลีนนั้นโดนตีอย่างหนัก และเวทย์ที่ร่ายไว้ก็ถูกยกเลิก ใครบางคนจับไหล่ของซาลีนไว้และซาลีนก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดที่กล้ามเนื้อทั้งร่างกาย

 

“มากับข้า”

 

เมื่อซาลีนเห็นชัดๆ จึงรู้ว่านั่นเป็นยูลิเซสที่มาจับเขา

 

ในการต่อสู้ ซาลีนได้จัดการนักดาบไปสามคน ขบวนแห่งานเทศกาลเริ่มเละเทะ ยูลิเซสเตะไปที่เอวของเดคก้า เดคก้ามองยูลิเซสอย่างโกรธเกรี้ยวและลุกตามมา

 

ยูลิเซสมองเขาอย่างเย็นชา และรีบมองไปยังนักดาบบาดเจ็บสามคนที่นอนกองกับพื้น ก่อนที่จะลากซาลีนออกมา เดคก้ามีเหงื่อเย็นๆ ไหลออกมา โดยรู้ทันทีว่ายูลิเซสนั้นหมายถึงอะไร

 

เดคก้าทนความเจ็บปวด และดึงมีดเล่มที่สองออกมาจากหน้าอกจากนั้นแทงไปที่คอของนักดาบทั้งสาม

 

ยูลิเซสพาซาลีนมาในตรอกมืด ปล่อยซาลีนและเริ่มพูด

 

“ซาลีน เจ้าแย่แล้ว”

“พวกนั้นมันเป็นใคร ?”

 

ซาลีนถามเสียงเบาขณะพยายามสงบสติลง เดคก้ามาถึงพวกเขาในเวลานี้พอดีและมายืนอยู่หน้าซาลีน

 

ยูลิเซสเห็นรูปลักษณ์ของซาลีนที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเขาไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์นี้ แต่เขาก็ตัดสินใจพูดอย่างเร็ว

 

“เขาเป็นลูกชายของเอิร์ล ซูฟอนโซ่จากเมืองเย่าหยาง เจ้าควรจะออกจากเมืองนี้ไปซะ อาจารย์ของเจ้าไม่สามารถปกป้องเจ้าได้ ซื้อม้าและออกไปให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้”

 

ซาลีนรู้สึกเหมือนโดนบีบหัวใจอย่างแรง เขาฆ่าลูกชายของเอิร์ล และเป็นเอิร์ลจากเย่าหยางที่เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุด มีพื้นที่หลายพันตารางเมตร เอิร์ล ซูฟอนโซ่มีกองกำลังขนาดใหญ่ ยิ่งกว่านั้นที่รอบเมืองเย่าหยางยังมีหอคอยเวทย์กับจอมเวทย์ระดับ 6

 

หากจอมเวทย์ระดับ 6 คนนี้จะช่วยเอิร์ลฆ่าเขา อาจารย์ของเขาเองก็ช่วยเขาไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะจะถูกโกรธจากจอมเวทย์อาวุโสคนอื่น

 

หัวใจของซาลีนสับสนวุ่นวาย เขาไม่สามารถยอมรับความจริงได้ เมื่อเขาได้หนทางที่จะฝึกเวทมนตร์ที่แท้จริง แต่ก็สร้างปัญหาใหญ่ให้กับตัวเองในทันที

 

เมืองเย่าหยางไม่ได้เล็กเหมือนกับเมืองซีลอน มีนักดาบอย่างน้อยสองถึงสามร้อยคนที่อยู่ในระดับปรมาจารย์ดาบ ขณะที่ซาลีนเพิ่งฆ่านักดาบรุ่นใหม่ไป ความตายของพวกเขานั่นเป็นความผิดของซาลีนอย่างแน่นอน ยูลิเซสนั้นเป็นนักดาบรุ่นใหม่เช่นกัน แต่ซาลีนก็ถูกเขาจับได้ในทีเดียว

 

เดคก้าคุกเข่าลง ก้มหัวลงต่ำ

 

“ซาลีน ข้าขอโทษ”

 

ยูลิเซสชักดาบออกมาอย่างแรงเพื่อจะทำให้เขาเงียบ เขาต้องการฆ่าโจรนี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่เขาต้องหลบฉากออกมาก่อน เขาเคยมอบงานสกปรกให้โจรนี่ทำ

 

ซาลีนยื่นมือมากันเอาไว้

 

“นี่คือสหายข้า ข้าเชื่อใจเขา”

 

เดคก้านอนลงไปกับพื้น มองไปยังซาลีนและไม่ได้ลุกขึ้นมาอีก เขาตื้นตันร้องไห้ออกมาเพราะซาลีนนั้นบอกว่าเขาเป็นเพื่อน ตั้งแต่ยังเด็ก ไม่มีใครที่จะมองตาเขาตรงๆ ยกเว้นซาลีน หลังจากที่ซาลีนกลายเป็นศิษย์ของจอมเวทย์ เขาจะคิดว่าซาลีนคงจะกลายเป็นคนอื่นในเมืองซีลอน แต่ตอนนี้ซาลีนได้ช่วยชีวิตเขาและยังบอกว่าเขาเป็นเพื่อนอีกด้วย

 

คำว่า ‘เพื่อน’ สำหรับหลายๆ คนนั้นถูกใช้เพื่อทรยศ อย่างไรก็ตามกับคนอีกพวกหนึ่ง เพื่อนคือคนที่ไว้ใจจะฝากชีวิตไว้ได้

 

“เจ้าไปซะ มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าไปซะหมด ข้าเองที่ใจร้อน”

 

ซาลีนพูดจบก็หันไปทางยูลิเซสและโค้งตัวลง

 

“ข้าไม่แน่ใจว่าทำไมเจ้าถึงช่วยข้าออกมา สักวันหนึ่งข้าจะตอบแทนให้เจ้า โปรดบอกลอร์ดกักเกอร์ว่าข้าขอโทษที่รับเงินมาโดยไม่ได้ทำหน้าที่ให้เสร็จ ข้าจะไม่ให้เงินของเขาสูญเปล่า ข้าต้องไปแล้ว เจ้าล่ะ ?”

 

“เอิร์ล ซูฟอนโซ่ตอนนี้เป็นแขกของบ้านกักเกอร์ เจ้าต้องรีบไปให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ข้าจะไปรายงานว่าเจ้าฆ่าใครบางคนไป แต่ด้วยรูปลักษณ์ของเจ้าที่เปลี่ยนไป ข้าจะอธิบายรูปลักษณ์แบบเก่าของเจ้าแทนเพราะไม่มีใครในบ้านกักเกอร์รู้เรื่องนี้ ก่อนเจ้าจะไป เจ้าต้องโจมตีข้าด้วย”

 

ยูลิเซสชี้ไปแขนของเขา ซาลีนรู้ว่าเขาชักช้าอีกไม่ได้แล้ว เขากัดฟันร่ายเวทย์กรดออกมา ยูลิเซสครวญครางออกมาเมื่อกรดนั้นเผาไหม้แขนของเขา ควันสีขาวลอยขึ้นมา

 

หลักจากยูลิเซสจากไป ซาลีนหันมาพูด

 

“เดคก้า ไปกันได้แล้ว”

 

เดคก้ายกหัวขึ้นมา ความสำนึกผิดเต็มอยู่บนใบหน้าของเขา

 

“ซาลีน หากข้าถูกจับได้ข้าคงไม่รอด  ข้าจะไม่พูดถึงเจ้าซักคำเดียว หากข้าหนีไปได้ข้าจะไปที่ตังกุลาสีและจะไม่กลับมาที่ซีลอนอีก”

 

เดคก้าพูดจบ กดหัวตัวเองลงกับพื้นและจากไป

 

ซาลีนนำผ้ามาปิดหน้าตัวเองด้วยความกระวนกระวายก่อนจะออกไปจากซอย เขารีบไปทางทิศตะวันออกออกจากเมืองซีลอนด้วยความรวดเร็ว เขารีบไปที่บ้าน เขายืนที่หน้าห้องทดลองของเจสัน ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง  แต่ก็เคาะประตู

 

ยูลิเซสลดความเร็วในการไปยังบ้านของกักเกอร์ เมื่อเขาเข้าไป เขาก็รีบวิ่งไปที่ห้องโถงและตะโกนเสียงดัง

 

“นายท่าน มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแล้ว!”

 

กักเกอร์กำลังคุยอยู่กับเอิร์ล ซูฟอนโซ่ เมื่อเขาเห็นยูลิเซสรีบมาด้วยเสื้อผ้าขาดวิ่นและแขนที่ได้รับบาดเจ็บอย่างเห็นได้ชัด แทนที่จะลงโทษเขา เขาถามอย่างอ่อนโยน

 

“ยูลิเซส เจ้าไปโดนอะไรมา ?”

 

ยูลิเซสคุกเข่าลงทันที แต่มองไปที่เอิร์ล ซูฟอนโซ่

 

“ลอร์ดเอิร์ล บางอย่างเกิดขึ้นกับลูกชายของท่าน ข้านั้นไปถึงช้าเกินกว่าจะปกป้องเขา….”

 

กักเกอร์และซูฟอนโซ่ตกตะลึง เอิร์ล ซูฟอนโซ่นั้นแก่กว่ากักเกอร์ไม่มากนัก เขาอายุประมาณสี่สิบปี แต่ก็ดูอ่อนเยาว์กว่ากักเกอร์

 

เอิร์ล ซูฟอนโซ่นั้นมีดวงตาสีดำ  ตาดำของเขาราวกับมีชั้นของหมอกควันปกคลุม ผลเช่นนี้เกิดจากการที่ได้รับการฝึกฝนออร่าดาบของตระกูล เมื่อได้ยินว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับลูกชาย ร่างกายของเขาก็มีจิตสังหารพุ่งออกมาทันที หากยูลิเซสไม่ได้คุกเข่าอยู่ก่อนแล้ว เขาจะต้องคุกเข่าเพราะจิตสังหารรุนแรงอยู่ดี

 

“เกิดอะไรกับเขา ?”

 

เอิร์ลจ้องยูลิเซสอย่างกินเลือดกินเนื้อ ม่านหมอกในตาเขาเพิ่มความหนาแน่นขึ้น

 

“นายน้อยถูกจอมเวทย์ฆ่าตาย ข้าเห็นมันพอดีเมื่อข้าถึงที่นั่น และได้รับบาดเจ็บจากเวทมนตร์กลับมา”

 

ยูลิเซสชี้ไปที่แขนของเขาอย่างตื่นกลัว

 

“มันอยู่ที่ไหน ?”

“ประตูตะวันออกของจัตุรัสที่ 12 ครับ”

“พาข้าไปที่นั่น”

 

เอิร์ลลุกขึ้นยืน ตัวเขาตั้งตระหง่านดุจภูเขา

 

“ลอร์ด…..”

“อะไร ?”

“ข้ารู้จักจอมเวทย์ที่ฆ่าเขา”

“เจ้าหมายความว่ายังไง  ?”

 

เอิร์ลคว้าอากาศที่ว่างเปล่าแต่มันก็ยกยูลิเซสขึ้นมา ม่านตาของเขาหดตัวอย่างรวดเร็ว และจ้องไปในตาของยูลิเซส

 

“ลอร์ดเอิร์ล ฟังข้าก่อน…”

 

ยูลิเซสตกใจมาก ออร่าดาบของเอิร์ลนั้นไม่ได้แค่มีมากเท่านั้น แต่ยังสามารถควบคุมวัตถุได้ด้วย เขากลายเป็นปรมาจารย์ดาบแล้วงั้นหรือ ? เขาคิดผิดไหมนะที่ปล่อยซาลีนไป ? แต่ทุกสิ่งมันก็เกิดขึ้นไปแล้ว เขาทำได้แค่กัดฟันและทนมันจนถึงที่สุด หากพวกเขามองออก เขาจะต้องชดใช้และเลี่ยงที่จะไม่ให้ลอร์ดกักเกอร์เข้ามาเกี่ยวข้อง

 

เขาพยายามจะเล่าพื้นเพของซาลีนให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ หลังจากที่เอิร์ลรู้ว่าอาจารย์ของซาลีนเป็นจอมเวทย์ระดับ 5 เขาก็วางยูลิเซสลงอย่างอ่อนโยน และครุ่นคิด

 

เขานั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจอมเวทย์ระดับ 5 เขาไม่ได้พาองครักษ์มาเยอะตอนนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นเขาจะต้องพบกับจุดจบ แต่ถ้าเขาได้กลับไปที่เย่าหยางและขอให้จอมเวทย์อาวุโสเขียนหนังสือว่าฆาตกรไปหลบอยู่ที่ไหน กักเกอร์ก็จะต้องช่วยเขากำจัดจอมเวทย์ระดับ 5 หากกักเกอร์ช่วยเขารวบรวมกองกำลัง มันก็เป็นไปได้ที่จะฆ่าจอมเวทย์นั่น

 

กักเกอร์ถลึงตาออกมา เขานั้นคิดได้อย่างรวดเร็ว เมื่อยูลิเซสพูดว่าเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เขาก็เดาได้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ได้คิดว่าจอมเวทย์ฝึกหัดจะฆ่านักดาบสี่คนและหนีไป ยังไงก็ตามยูลิเซสปล่อยเขาไป เขาไม่ต้องเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีก ยูลิเซสนั้นทำได้ดีต่อเขา

 

เขาหยุดคิดและหันไปพูดกับเอร์ล

 

“พวกเราอย่าพูดถึงเรื่องนี้ ยูลิเซส เจ้าไปจัดการกับที่เกิดเหตุ คริส เจ้าไปรวบรวมคนทั้งหมดและปิดประตูเมือง หากเจ้าเห็นซาลีนให้ฆ่าทันทีถ้าเขาต่อต้าน ลอร์ดเอิร์ล ข้าจะไปหาจอมเวทย์กับท่านเพื่ออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น”

 

แม้เขาจะพูดเช่นนั้น แต่เพราะยูลิเซสได้ใช้เวลาถึงครึ่งวันในการอธิบายสถานการณ์ ซาลีนนั้นคงหนีออกจากเมืองไปไกลแล้ว เขานั้นได้ให้คนของเขาไม่เจอกับจอมเวทย์ตรงๆ เขาจะไปเจอจอมเวทย์กับเอิร์ล จอมเวทย์ที่อยู่ในซีลอนมาสามปี และกักเกอร์ไม่ได้ไปรบกวนเขาเลย ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ต้องแลกด้วยความตาย

 

ผลสุดท้ายจะไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกับเขา

 

“ขอบคุณมาก สโนว รวบรวมคนของเราและตามข้ามา”

 

เอิร์ลระงับความโกรธเอาไว้ชั่วคราวและเรียกคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเขามาเมื่อสักครู่

 

ชายคนนี้ชื่อว่าสโนวดูผิดขาวซีด คิ้วของเขาตก นิ้วทั้งสิบของเขานั้นดำสนิท เขาผอมและไม่ได้สวมชุดเกราะใดๆ เมื่อได้ยินเอิร์ล เขาก็หันและหายตัวไปจากห้องโถง นั่นมันนักฆ่ามือฉมัง! กักเกอร์รู้สึกเย็นไปทั้งหลัง พร้อมกับความรู้สึกที่ยากอธิบาย

 

ในการรบนั้นไม่ต้องใช้มือสังหารมากนัก แต่ในเวลาปกติมือสังหารคืออาวุธร้ายแรง เมื่อเจอกันหนึ่งต่อหนึ่ง นักดาบนั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนักฆ่าเลย แม้ว่าจะเป็นระดับเดียวกันก็ตาม

 

กักเกอร์เดินตามเอิร์ลอย่างไม่ลดละขณะคิดว่าเขาจะเสียและได้อะไร ถ้าเขาช่วยเอิร์ลจับซาลีนเขาจะได้ประโยชน์อะไรกัน ?

 

ไม่นะ! เงินสองถึงสามพันที่เสียไปก่อนหน้านี้บวกกับที่ต้องให้ยูลิเซส หากซาลีนไม่โง่ขนาดนี้ล่ะก็เขาคงจะได้ผลตอบแทนกลับมาแล้ว

 

หากเขาฆ่าซาลีน เจสันก็จะมาลงความโกรธที่เขา แม้ว่าเอิร์ลจะช่วยเขาแต่เขาก็ไม่อาจเอาหอคอยเวทย์มาจากเย่าหยางได้

 

มันเป็นการดีที่สุดที่จะตามน้ำไปก่อน กักเกอร์ถอนหายใจ

______________________________

 

ติดตามต่อได้ที่ my-novel.com   และ amnovel.com

ติดตามข่าวสาร ติชม ให้กำลังใจ ได้ใน Banshee Translate