0 Views

ร่างกายของเขาราวกับไม่ใช่ของตัวเขาเอง นี่มันแย่กว่าความทรมาน และเจ็บปวดยิ่งกว่าการใช้ยาประจำตระกูล แต่ซาลีนยังยิ้มได้ เพราะสายใยเวทย์นั้นก่อตัวแล้ว เขาได้กลายเป็นจอมเวทย์เต็มตัว เขาวิ่งตุปัดตุเป๋กลับบ้าน เมื่อเขาเข้าไปที่ห้อง ซาลีนเห็นเจสันทำสมาธิอยู่บนเตียงของเขา

“อาจารย์…”

เจสันลืมตาและมองไปที่ซาลีนครู่หนึ่ง

“วัตถุดิบของข้าใกล้จะหมดแล้ว เข้าไปในเมืองพรุ่งนี้ซะ”

ซาลีนไม่แน่ใจ เขาไม่รู้ว่าจะบอกเจสันดีไหมว่าเขามีสายใยเวทย์แล้ว เจสันไม่ได้พูดอะไรและออกไปจากห้องของซาลีน

ซาลีนไม่รู้ว่าเจสันรู้อะไร เขาไม่มีเวลาที่จะไตร่ตรองมัน ท้องของเขาลั่นเป็นกลอง เขาวิ่งไปที่ครัว กระชากเนื้อรมควันที่แขวนอยู่บนเตา และเอามันใส่ปากด้วยความหิวโหย เขากินไปเดินกลับห้องไป เขาดูนาฬิกาเวทย์บนโต๊ะและตระหนักว่ามันเป็นเวลากว่าสิบวันแล้ว

วันพรุ่งนี้จะเป็นเทศกาลฤดูใบไม้ร่วง!

ซาลีนหมดแรง แต่ต้องพยายามเพื่อที่จะเรียนเวทย์ระดับ 1 อย่างหมดท่า – เวทย์น้ำแข็ง

เขาสำเร็จในครั้งแรก แสงสีขาวปรากฏขึ้นมาระหว่างมือของเขา น้ำแข็งที่มีความหนาเท่านิ้วปรากฏขึ้นมาไปชนกับกำแพงฝั่งตรงข้าม เกิดรูบนกำแพงหิน ซาลีนยืนขึ้นใช้นิ้วลูบดู เขารู้สึกถึงความเสียหายรอบๆ แต่ไม่รู้สึกถึงความลึกทั้งหมด

เขารู้สึกอัศจรรย์ใจมาก พลังของเวทย์ระดับ 1 นั้นช่างอันตราย เทียบกันไม่ได้เลยกับเวทย์ระดับ 0

มันแย่ที่เขายังใช้มันได้ไม่ดีพอ และต้องใช้ทั้งสองมือในการร่ายเวทย์นี้ การเตรียมเวทย์ก็ใช้เวลาถึงหกวินาที ตามกฏเขาจะสามารถร่ายเวทย์นี้ได้สิบสองครั้งเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่าเขาจะต้องใช้เวทย์ระดับ 0 เรียกน้ำกรดแทน สายใยเวทย์นั้นเป็นแหล่งสำรองพลังสำหรับจอมเวทย์และมันไม่ควรถูกใช้พลังจนหมด

มันแย่ที่เขาจะใช้ได้เพียงแค่เวทมนตร์น้ำในอนาคต มันคงจะดีถ้าเขาเรียนบอลไฟได้ มันใช้พลังเวทย์เล็กน้อยและใช้เวลาเตรียมเวทย์สั้นกว่าแต่มีประสิทธิภาพ

มองไปดูอุปกรณ์เวทมนตร์ที่ไม่เป็นระเบียบบนโต๊ะของเขา เจสันก็ไม่มีกระจิตกระใจจะทดลองต่อไปในตอนนี้ เขารู้สึกถึงคลื่นเวทมนตร์ในห้องของซาลีนแต่ไม่รู้ว่าซาลีนทำอะไร เขาคิดมากไปกับลูกศิษย์เขาไหมนะ ? ซาลีนยังเด็กและอาจจะหลอกเขาได้หากเจสันไม่ให้ความสนใจเขามากนัก

ซาลีนดูเปลี่ยนไป มันต้องมีอะไรที่เจสันคาดเดาไม่ได้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ซาลีนฝึกเวทย์น้ำแข็งทั้งคืน มันน่าประหลาดที่เขาปล่อยเวทย์น้ำแข็งอย่างต่อเนื่องได้มากกว่ายี่สิบครั้ง บอกได้ว่าเขามีสายใยเวทย์ที่ใหญ่กว่าจอมเวทย์ระดับ 1 ทั่วไป และหากทำสมาธิ เขาจะฟื้นฟูสายใยเวทย์ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้เวลาเพียงสองชั่วโมง

การใช้เวลาฟื้นฟูสองชั่วโมงนั้นเป็นความสามารถของจอมเวทย์อัจฉริยะ ซาลีนรู้ว่าความสามารถของเขานั้นอยู่ในค่าเฉลี่ย แต่ไม่รู้ว่ายาสายใยเวทย์นั้นได้เปลี่ยนโครงสร้างร่างกายของเขาทั้งหมด

ตอนรุ่งสางซาลีนนอนอยู่บนเตียงครู่หนึ่ง การนอนเวลานี้อาจจะฟังดูไม่ค่อยดี ในเวลาก่อนเที่ยง เขาลุกออกจากเตียงและไปที่หน้าต่าง เพื่อที่จะแต่งตัว

เวลานี้ซาลีนรู้สึกตกตะลึงเมื่อเห็นรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของตัวเอง

เด็กหนุ่มในกระจกนั้นส่วนสูงเพิ่มขึ้น สีผมของเขาเปลี่ยนจากน้ำตาลเป็นดำ สิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุดคือดวงตาของเขานั้นได้กลายเป็นสีฟ้าน้ำทะเล

เขาตกใจกับตัวเองชั่วขณะ พลางคิดได้ว่าอาจารย์ของเขาได้เห็นรูปลักษณ์ใหม่ของเขาเมื่อวานนี้ และรู้สึกผิดเล็กน้อย เขาไม่ได้ลาเจสันแต่หยิบกระเป๋าหนังและรีบออกจากบ้านทันที

ไม่ว่าเขาจะอ่านหนังสือมากี่เล่ม แต่เขาก็ยังเป็นเด็ก เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นยังไง และเลือกที่จะหลีกเลี่ยงมันแทน

เขามานอกเมืองซีลอนด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ ที่ๆ เห็นความสนุกนาน ซุ้มต้นไม้สีเขียวถูกประดับอยู่ข้างนอกประตูเข้าเมือง พืชสามชนิดถูกเอามามัดรวมกัน – เวิร์มวูดที่ตัดส่วนไม่ดีทิ้งแล้ว ช่อข้าวฟ่างนี่แสดงถึงการเก็บเกี่ยวอันอุดมสมบูรณ์ และกิ่งก้านของใบไหม

นี่เป็นประเพณีโบราณของดินแดนไมเออร์และเป็นร่องรอยที่ยังเหลืออยู่ของเทพีแห่งธรรมชาติ แม้สันตะสำนักจะเข้ามามีอิทธิพลมากกว่าครึ่งในแผ่นดินใหญ่ แต่ก็ไม่สามารถเปลี่ยนประเพณีของผู้คนได้

ซิกคินย่าเป็นอาณาจักรที่ก่อตั้งโดยพ่อค้า มันมีจัตุรัสหลากหลายขนาดในแต่ละเมือง เพื่อให้พ่อค้าที่ไม่มีร้านค้าสามารถมาตั้งร้านขายของได้ วันนี้ที่จัตุรัสนั้นได้ถูกตกแต่งใหม่ และกักเกอร์ได้ใช้เงินของตัวเองเพื่อเชิญคณะละครมาแสดงให้ฟรี

พูดตรงๆ นั้น กักเกอร์เป็นชนชั้นสูงแบบดั้งเดิม ที่ในช่วงเทศกาลจะต้องแจกจ่ายเงินและอาหารมากมายให้กับผู้ยากไร้ ครั้งหนึ่งซาลีนก็ได้ถูกช่วยชีวิตไว้ด้วยแป้งที่กักเกอร์แจก แม้จะรู้ว่ากักเกอร์ใช้เขาเพราะความสัมพันธ์กับเจสัน แต่ซาลีนก็เลือกที่จะยอมรับข้อเสนอนั้น

กักเกอร์ประกาศว่าจะมีการละเว้นภาษีในเดือนนี้ ทำให้ผู้คนมีใบหน้าอันสนุกสนานที่เกิดจากความสุขจากหัวใจของพวกเขา บนเทวีที่ดาดฟ้า คณะละครที่เดินทางมาได้แสดงอย่างสุดความสามารถ ซาลีนรู้สึกไม่ดีเล็กน้อย ทั้งหมดที่เห็นนั้นมันแปลกตาไปหน่อย

ทุกคนยิ้มโดยส่งเสียงเหมือนกับว่าออกมาจากภาพยนตร์ มันไม่เขามีเขาที่นี่ เขาแบกกระเป๋าอย่างท้อแท้และเดินผ่านจัตุรัสน้อยใหญ่ อารมณ์ของเขาหดหู่ทันที

ทุกคนที่เห็นเขานั้นถอยห่างจากเขาไป ราวกับว่าซาลีนเป็นสัตว์ร้ายที่เข้ามาในเมือง

ซาลีนเข้าใจแล้วว่าทำไมเจสันถึงไม่อาศัยอยู่ในเมือง มันรู้สึกอึดอัด ศักดิ์ศรีของจอมเวทย์นั้นเป็นดั่งโซ่ที่ล่ามพวกเขาเอาไว้ให้ห่างออกจากสามัญชน คนธรรมดานั้นยังคงความนับถือต่อจอมเวทย์ไว้ ในขณะที่จอมเวทย์จะต้องรักษาภาพพจน์ตลอดเวลา

กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินมาจากระยะไกล เป็นกลุ่มทหารที่ทำลังแบกรูปปั้นสัตว์ประหลาดท้องทะเล เทพีแห่งธรรมชาตินั้นห้ามสัตว์ประหลาดท้องทะเลไม่ให้รบกวนชาวประมงที่อยู่ใกล้กับชายฝั่ง หลังจากหมดยุคของเทพี ชาวประมงจึงตัดสินใจบูชาสัตว์ประหลาดท้องทะเลแทน เพื่อวิงวอนขอความปลอดภัย

ซาลีนหันไปทางอื่นอย่างเงียบเชียบ เพราะหากเขาเดินต่อไปในกลางถนน กลุ่มทหารอาจจะเปลี่ยนเส้นทางเดินเพื่อพบเขา ขณะนั้นเองก็เกิดความวุ่นวายท่ามกลางเหล่าทหาร เด็กหนุ่มคนหนึ่งวิ่งออกมาจากฝูงชน และตะโกนเสียงดัง

“ซาลีน ช่วยด้วย!”

ซาลีนขมวดคิ้วทันทีที่เด็กหนุ่มวิ่งเข้ามาหาเขาอย่างโซเซ แขนเสื้อของเขาขาดไปหนึ่งข้าง เลือดสดๆ ไหลอาบแขนของเขา เด็กคนนี้คือโจรเด็กที่เขาซื้อขายยาเวทย์กัน

“เดคก้า คืนของให้พวกเขาซะ”

ซาลืนรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“หากข้ากลับไป พวกเขาก็ต้องการฆ่าข้า”

เดคก้ามายืนหลบหลังซาลีน ซาลีนเห็นกระดูกสีขาวที่แขนซ้ายของเดคก้า กระดูกนั้นหัก นี่เป็นแผลที่เกิดจากออร่าดาบ ฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อยจะต้องเป็นนักดาบชายฉกรรจ์

ซาลีนถอนหายใจ เขาจะช่วยเดคก้าดีไหม ? เดคก้าสังเกตว่าดวงตาของซาลีนนั้นเปลี่ยนเป็นสีฟ้า และชี้ไปที่ซาลีนด้วยความตกใจไร้คำพูด

“คนตรงนั้นน่ะ จับโจรนั่นที่!”

นักดาบสี่คนออกมาจากความวุ่นวายของฝูงชนและตะโกนมาที่ซาลีน

ซาลีนขมวดคิ้วสูง เมื่อเขายังเด็ก เขาไม่เคยถูกดุด่ามาก่อน วันนี้เขาเก็บผ้าคลุมเวทย์ปลอมไว้ในกระเป๋าหนัง ไม่มีเวลามากพอที่จะเปลี่ยน แต่ยังไงคนในเมืองซีลอนก็รู้จักเขาดีและรู้ว่าเขาเป็นจอมเวทย์ฝึกหัดที่มีอาจารย์เป็นจอมเวทย์ระดับ 5 จึงไม่มีกล้าแม้แต่จะพูดกับเขา

นี่ต้องเป็นกลุ่มทหารจากต่างแดนแน่นอน !

เดคก้าขโมยของมาด้วยเหตุผลนี้เอง โดยทั่วไปโจรที่เชี่ยวชาญจะไม่ขโมยของคนในชุมชนเพราะจะทำให้เกิดปัญหากับการซื้อขายในอนาคต แต่ครั้งนี้โชคไม่ดีที่เดคก้าถูกจับได้ อีกฝ่ายประกอบด้วยนักดาบสี่คน และเดคก้าต่อกรกับพวกเขาด้วยตัวคนเดียวไม่ได้

นักดาบสี่คนแต่งกายด้วยชุดเกราะโลหะ มีดสั้นของเดคก้านั้นทำสู้กับดาบที่ยาวของนักดาบไม่ได้ เขาตกที่นั่งลำบาก ซาลีนขยับถอยหลังและเตรียมร่ายเวทย์

การฝึกเวทย์มาทั้งคืนไม่ได้ช่วยให้ซาลีนร่ายเวทย์เร็วขึ้น แต่ช่วยให้เขาท่องคาถาได้เร็วขึ้น หลังจากที่ซาลีนร่ายเวทย์น้ำแข็งไว้สามบท เขาจึงเริ่มพูดกับนักดาบที่เริ่มช้าลง

“ปล่อยเขาไป  บอกสิ่งที่เจ้าต้องการมา”

เวทย์น้ำแข็งของซาลีนที่ถูกร่ายเก็บเอาไว้แต่ไม่ปล่อยออกมา และกำลังดูดซับพลังเวทย์จากสายใยเวทย์ของเขาอย่างต่อเนื่อง เขาไม่กล้ารีบร้อนเพราะไม่รู้ว่าเดคก้ากำลังเล่นอยู่กับใคร

“ฆ่ามัน !”

นักดาบหนุ่มพุ่งออกมาจากฝูงชน ผ้าคลุมยาวสวยงามของเขาขาดตรงด้านหน้า หน้าผากของเขาช้ำซึ่งเหมือนจะเป็นเพราะเดคก้า ริมฝีปากบางเฉียบของเขาทาสีเขียวจางๆ ไว้

ซาลีนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เดคก้าคือเพื่อนของเขาในเมืองซีลอน เขามีค่าพอที่จะปกป้องไหม ? เพราะดูจากอีกฝ่ายแล้ว เขาจะต้องเป็นขุนนาง

ด้วยความคิดนี้ ซาลีนจึงปล่อยเวทย์น้ำแข็งออกไปเพราะนักดาบคนอื่นนั้นมีทีท่าว่าจะโจมตีเขา  เมื่อเขาเข้ามาใกล้ ซาลีนจะไม่มีเวทย์เพื่อป้องกันตัวเองจากดาบทั้งสี่เล่ม

ซาลีนได้เรียนเวทย์เกราะล่องหนมาก่อนหน้านี้ ที่เป็นเวทย์ลม แต่หลังจากที่สายใยเวทย์ของเขาก่อตัวขึ้นทำให้พลังเวทย์ลมหายไป ไม่ว่าเขาจะร่ายคาถาได้แม่นยำแค่ไหนหรือจะมีพลังจิตแข็งแกร่งเท่าใด เขาก็ไม่อาจร่ายเวทย์อื่นนอกจากเวทย์ธาตุน้ำได้

“จอมเวทย์ !”

นักดาบตรงข้ามเขารีบถอยกลับไป ยกเว้นนักดาบตรงกลางที่ใช้ดาบป้องกันเวทย์น้ำแข็งของซาลีน  นักดาบคนอื่นอีกสามคนถูกเวทย์แทงไปที่ท้องของพวกเขาทำให้เลือดสดๆ ไหลออกมาในทันที

นักดาบที่ป้องกันเวทย์ของซาลีนได้ตกใจ เขาเพิ่งจะมีออร่าดาบ เขาจึงป้องกันการโจมตีจากเวทมนตร์ได้ ดาบยาวในมือเขานั้นเย็นจนเกือบจะถือไม่ได้ ยิ่งกว่านั้นพลังของเวทย์น้ำแข็งยังแข็งแกร่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้ มันสั่นแขนของเขาทั้งสองข้างจนชา และออร่าดาบก็ได้หายไปจนหมด

ที่แย่ที่สุดก็คือจอมเวทย์หนุ่มที่อยู่ตรงข้ามเขากำลังร่ายเวทย์อีกครั้ง

ขุนนางหนุ่มตะโกนอย่างน่าอาย และชี้ไปที่ซาลีน

“เจ้าเด็กบ้า เจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร ?”

ซาลีนนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารทันที เป็นเวลาสามปีมาแล้วที่ไม่มีใครตวาดใส่เขาอย่างไร้มารยาทเช่นนี้ วันเหล่านั้นเหมือนไม่เคยมีอยู่จริงเมื่อขุนนางหนุ่มคนนี้ดึงซาลีนกลับมายังโลกความเป็นจริง เขามองไปที่ขุนนางหนุ่มอย่างเย็นชาและเปิดปากเพื่อร่ายเวทย์ นักดาบที่ไม่ได้รับบาดเจ็บนั้นเรียกออร่าดาบออกมาไม่ได้อีก เพียงได้แต่ตะโกน

“นายน้อย หนีไป!”

เมื่อเขาตะโกน เขาก็พุ่งเข้ามาด้วยดาบยาวของเขา เขาผ่านประสบการณ์สู้รบมานักต่อนักจึงเห็นแววตาสังหารสีน้ำเงินของซาลีน ผู้ที่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะฆ่าผู้อื่นเท่านั้นที่จะมีแววตาเช่นนั้นได้

 

______________________________

 

ติดตามต่อได้ที่ my-novel.com   และ amnovel.com

ติดตามข่าวสาร ติชม ให้กำลังใจ ได้ใน Banshee Translate