0 Views

วัตถุดิบหลักทั้งเจ็บสิบสองชนิดนั้นราคาไม่สูงและหาซื้อได้ไม่ยากนัก สิ่งที่ยากคือการกำหนดเวลาและความร้อน พลังจิตของซาลีนนั้นมีความคงที่อยากมาก ตอนนี้เขาพลาดไปเจ็ดครั้ง ความล้มเหลวช่วยให้เขามีประสบการณ์มากขึ้น ตอนนี้เขายังมีวัตถุดิบในการทำยาสายใยเวทย์เหลืออีกสองชุด และเขาไม่ต้องการที่จะล้มเหลวอีก

หกชั่วโมงผ่านไป ประตูห้องทดลองของเจสันยังคงล็อค เขานั้นใช้เวลาทดลองสามถึงห้าวันตามปกติ หลังจากที่เตรียมอาหารเสร็จซาลีนก็ไม่ต้องทำอะไรอีก

ความเจ็บปวดยังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกายของเขา ซาลีนนั่งพัก เขารู้สึกว่าครั้งนี้ระดับพลังจิตของเขาเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขารู้สึกได้แม้กระทั่งการเคลื่อนที่ของอากาศภายในห้อง รู้สึกถึงแมลงบินชนหน้าต่างโดยไม่มีเสียง ซาลีนหันไปมองแมลงที่ตายก่อนจะได้บินออกไป

เขาลุกขึ้นไปที่โต๊ะ จุดไฟเวทย์และเพิ่มใส่ส่วนผสมลงในที่ผสมยา พลังจิตของเขาแข็งแรงดี เมื่อเขารู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวยา เขาก้ได้ใช้พลังเวทย์ที่มีอย่จำกัดควบคุมความคงที่ของเปลวไฟขณะที่จ้องมองไปยังวัตถุดิบและสังเกตการเปลี่ยนแปลงในที่ผสมยา

สิบชั่วโมงผ่านไป ซาลีนไม่มีแม้แต่ความรู้สึกหิว ส่วนสุดท้ายได้ถูกใส่เข้าไปผสม ยาข้างในที่ผสมนั้นละลายกลายเป็นของเหลว และเปล่งแสงสีต่างๆ หลายสี

ความสำเร็จใกล้เข้ามาแล้ว! ซาลีนรีบใส่ยาไฟเวทย์ลงไปในที่ผสมเพื่อจุดไฟ

คลื่นเวทมนตร์อันทรงพลังถูกปล่อยออกมา หัวใจของซาลีนเต้นระรัว มันทำให้เขาตกใจมาก มันไม่มีเครื่องประดับเวทย์ระดับสูงในห้องซาลีน และภายในสามวินาที เจสันจะต้องรู้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในห้องของเขา

การสมรู้ร่วมคิดของซาลีนและกักเกอร์นั้นถูกทำลับหลังเจสัน ถ้าเจสันรู้ว่าซาลีนทำยานี้ เขาจะต้องรู้ว่าซาลีนได้เงินมาจากกักเกอร์

ซาลีนกำตราประจำตระกูลและจุ่มมันลงไปในตัวยาพร้อมกับปล่อยเวทย์ระดับ 0 ตราลึกลับนั้นได้ดึงพลังเวทย์จากซาลีนและดูดซับคลื่นพลังใหม่ที่ถูกปล่อยออกมาไปพร้อมๆ กัน ซาลีนล้มลงบนพื้นด้วยความกลัวสุดขีด

เขาที่เป็นจอมเวทย์ฝึกหัดนั้นไม่อาจพูดอย่างตรงไปตรงมาได้ว่าได้รับเงินจำนวนมากมาจากกักเกอร์

เมื่อตกกลางคืนซาลีนลุกขึ้นมาจากพื้น และเมื่อเห็นว่าที่ผสมยานั้นว่างเปล่า เขาก็อยากจะร้องไห้ออกมา มันไม่มียาเหลืออยู่เลย มันเกือบจะสำเร็จอยู่แล้วเชียว!  เมื่อเขาตกใจจากคลื่นเวทย์ที่แข็งแกร่ง เขาก็ได้ทำลายยาสายใยเวทย์ด้วยมือตัวเอง ไอ้ตราเวรเอ้ย !

ซาลีนหยิบตราประจำตระกูลขึ้นมา จ้องมองลงไป

รูปแบบเวทย์สีเขียวหม่นบนโลหะสีดำได้กลายเป็นสีเขียวอันงดงาม ส่วนตรงกลางของรอยแตกนั้นมีของเหลวสีน้ำเงินซึมออกมา เขาไม่พบคลื่นเวทย์ใดๆ จากการตรวจสอบของเหลวนั้น ซาลีนไม่กล้าปล่อยเวทย์ตรวจสอบออกมา เพื่อจะได้ไม่ต้องนอนลงไปอีกหกชั่วโมง

นี่มันอะไรกัน ? ยาสายใยเวทย์ ?

ตามปกติยาสายใยเวทย์จะต้องมีสีสันสดใส ซาลีนมองไปที่ของเหลวสีน้ำเงิน เขาไม่กล้าที่จะดื่มโดยไม่แน่ใจในทันที  เขาหยิบขวดหยกออกมาและเก็บของเหลวสีน้ำเงินไว้ในขวดนั้น มันเป็นขวดหยกเล็กๆ ที่สั้นกว่านิ้ว ที่ซาลีนซื้อมาสองร้อยเหรียญทอง ซึ่งมันถูกเตรียมไว้สำหรับเก็บยาสายใยเวทย์ตั้งแต่แรก

ซาลีนไม่รู้ว่าเขาได้สร้างอะไรขึ้นมา และยังกลัวว่าตัวยามันจะระเหยจึงเก็บมันไว้ก่อน เขาเก็บกวาดโต๊ะและกินมื้อเย็นโดยไม่ลิ้มรสชาติ จากนั้นเขาก็เอนลงบนเตียงและคิดหนัก

อีกสองสัปดาห์จะถึงเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง เขายังเหลือเงินอีกสี่พันเหรียญทองและวัตถุดิบทำยาสายใยเวทย์สองชุด เท่ากับว่าเขาจะมีวัตถุดิบได้เป็นหกชุด แต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าเขาจะทำมันไม่สำเร็จกับหกชุดต่อไป ดูจากอดีตที่ทำมา

เขากัดฟัน ตัดสินรอให้ถึงวันถัดไป หากเขาไม่สำเร็จด้วยวัตถุดิบสองชุดที่มี เขาจะเก็บเงินสี่พันทองเอาไว้ เพราะเมื่อเขาได้เป็นจอมเวทย์ระดับ 1 เขาจะต้องใช้เงินมากกว่านี้ ถ้าเขาใช้เงินหมดในการทำยาสายใยเวทย์แล้ว การเติบโตในอนาคตของเขาคงจะย่ำแย่

ซาลีนไม่อาจจะขอเงินจากกักเกอร์ได้ มันต่างจากที่กักเกอร์จ้างเขา การเรียกเงินจากเขานั่นหมายถึงการเป็นคนของเขา

สองวันถัดมา ซาลีนได้ใช้วัตถุดิบไปอีกสองชุด ท้ายที่สุดสิ่งที่เขาได้ก็คือซากวัตถุดิบ ความรู้สึกที่คิดว่าสร้างยาสำเร็จในครั้งที่แล้วนั้นไม่มีเหลืออยู่อีก ถึงจะทำได้ครั้งเดียวก็ไม่ได้การันตีความสำเร็จ

ซาลีนจึงเริ่มที่จะคิดใช้ยาสีน้ำเงินในขวดหยกอย่างไม่มีทางเลือก

อีกสิบวันจะถึงงานเทศกาล ซาลีนต้องรอจนกว่าเจสันจะทำการทดลองครั้งต่อไป ก่อนจะไปซ่อนในห้องเพื่อดื่มยาในขวด

ความเย็นสดชื่นได้ไหลผ่านลำคอของเขาไปยังท้อง ซาลีนทำตามเงื่อนไขในหนังสืออย่างเคร่งครัด เขาดื่มแค่นมทั้งวันและไม่กินอาหารแข็ง เขายังกำจัดสิ่งสกปรกออกจากร่างกายก่อนกินยาอีกด้วย ซาลีนรู้สึกว่ายานั้นเจาะทะลุกระเพาะอาหาร เข้าไปในเส้นเลือด และไหลเวียนไปยังทั้งร่างกาย

ผลที่ได้มันต่างจากที่หนังสือเขียนไว้ ! ซาลีนกังวลเล็กน้อยแต่มันก็สายไปแล้วที่จะเสียใจ

ตอนนี้ ร่างกายของซาลีนค่อยๆ แปลกไป ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อไหลออกมาไม่หลุด และกลิ่นของเหงื่อนั้นก็น่าสะอิดสะเอียนมาก ทั้งยังเป็นสีดำขุ่น นานกว่าสิบนาที ซาลีนรู้สึกว่าเขาเสียน้ำอย่างมาก เขาใช้จวักตักน้ำสะอาดอย่างน้อยครึ่งกิโลกรัมจากถังไม้ และดื่มมันอย่างตะกละ แต่ความรู้สึกเสียน้ำก็ยังคงแย่ลง

ซาลีนรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติและไม่กล้าที่จะลังเล หากเขาไม่ทำอะไรตอนนี้เขาคงจะกลายเป็นซากแห้งตายในไม่ถึงครึ่งชั่วโมง  เขารีบสวมผ้าคลุมอย่างสั่นเทาและรีบออกไปจากบ้าน

บ้านของเขาสร้างอยู่หน้าภูเขา ซาลีนรีบวิ่งไปยังข้างหลังเขาที่มีลำธารเล็กๆ

ตามปกติมันจะใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการไปที่นั่น แต่ซาลีนรีบวิ่งไปถึงในห้านาที เขาตรงดิ่งไปยังลำธารและเจอที่ที่ลึกมากพอ เขาโยนผ้าคลุมทิ้งไป ถอดเสื้อผ้าและเอาตัวลงไปในน้ำ

น้ำในลำธารเข้าไปในท้องของซาลีนและในขณะเดียวกันก็ผ่านทางจมูกเข้าไปในปอดของเขา ซาลีนไม่ได้รู้สึกสำลักน้ำ ทุกรูขุมขนของเขานั้นได้รับการหายใจเข้าและหายใจออกผ่านน้ำสะอาดในลำธารและไหลออกมาเป็นของเหลวสกปรกภายในร่างกาย

มันเป็นขั้นตอนที่ไม่เจ็บปวด แต่ใช้พลังกายมาก ซาลีนรู้สึกหิวอย่างรุนแรงแต่ไม่มีอาหาร และเขาคงไม่กล้าจะออกไปจากลำธาร แม้ว่าเขาจะจุ่มตัวเองลงในน้ำแต่ซาลีนก็รู้สึกว่าเขามีของเหลวในร่างกายไม่พียงพอ มันไม่ใช่ความรู้สึกกระหายแต่เป็นการสูญเสียน้ำ

ยาสายใยเวทย์ไหลผ่านเส้นเลือดของซาลีน ดูดซับน้ำภายในร่างกายของเขาและปล่อยสิ่งสกปรกจากร่างกายออกมาในเวลาเดียวกัน

ขั้นตอนนี้ดำเนินต่อเนื่องไปอีกหกวัน ซาลีนคิดว่าเขาคงจะอดตายในป่าร้าง ในตอนนี้มันมีความเปลี่ยนแปลงใหม่จากยาสายใยเวทย์ในร่างกายของเขา

ซาลีนรู้สึกถึงธาตุน้ำในรอบกาย และพลังจิตของเขาตื่นตัว เขาหลับตา รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองโปร่งใส และดูเหมือนจะสามารถดูกระบวนการทำงานทั้งหมดของร่ายกายได้ ยาสีน้ำเงินนั้นเหลือน้อยลงจางๆ คล้ายกับเส้นใย ถึงขนาดมันจะไม่ถึงนิ้ว แต่หลังจากที่มันไหลผ่านเส้นเลือดไปทั้งร่ายกายในสัปดาห์ที่แล้ว ตัวยาก็ได้เข้าไปในสมองของเขาและเหมือนจะระเบิดโดยไม่ทันตั้งตัว

ซาลีนขวัญหนีดีฝ่อ เขาคิดว่าเขาคงจะแย่แน่ๆ แต่เขาก็ตระหนักได้ว่ามันเป็นเพียงภาพลวงตา

พื้นที่ว่างปรากฏขึ้นมาในกลางสมองของเขาทันที โดยมีของเหลวสีน้ำเงินโปร่งแสงเข้าไปอยู่ในนั้น และดูดซับธาตุน้ำจากสวรรค์และโลกอย่างต่อเนื่อง

แต่เดิมเมื่อเขาใช้พลังจิตในการรู้สึกถึงธาตุน้ำ มันไม่มีรูปร่าง แต่ตอนนี้ราวกับว่าเขากำลังมองมันจากด้านข้าง ทำให้เห็นธาตุที่ยังไม่ก่อตัว องค์ประกอบสีน้ำเงินโปร่งใสมากมายเรียงอยู่ในพื้นที่ว่างเปล่าได้รวมกันเป็นคริสตัลสีน้ำเงินขนาดใหญ่ มันแปลกที่ไม่มีขอบด้านใดๆ เลย

ซาลีนสังเกตโครงสร้างพื้นฐานของธาตุน้ำอย่างละเอียด ก่อนที่จะเป็นจอมเวทย์ระดับ 4 นี่เป็นเพียงโอกาสเดียวที่จะได้รู้สึกถึงธาตุในวิธีนี้

เส้นใยตรงกลางของพื้นที่ว่างในสมองของเขากำลังดูดซับธาตุน้ำ แต่ไม่ได้ขยายขนาดใหญ่ขึ้น มันยังคงยาวเท่านิ้วและบางกว่าเส้นผม นี่ต้องเป็นสายใยเวทย์ที่หนังสืออธิบายไว้ สายใยเวทย์พื้นฐานนั้นจะพัฒนาเป็นเครือข่ายจนเป็นสายใยเวทย์ที่สำเร็จ

เครือข่ายสายใยนี้มีหกส่วนที่แสดงถึงเวทมนตร์หกประเภท ยิ่งสายใยของจอมเวทย์ยาวเท่าไหร่ นั่นหมายถึงเวทมนตร์อันทรงพลังที่เขาจะร่ายออกมา

แต่ละครั้ง สายใยเวทย์จะฟื้นฟูตนเองหลังจากปล่อยเวทมนตร์ออกไป จอมเวทย์ฝึกหัดนั้นใช้การทำสมาธิในการฟื้นฟูพลังเวทย์ แต่พลังที่จอมเวทย์ฝึกหัดฟื้นฟูได้นั้นน้อยมาก และเทียบไม่ได้เลยกับสายใยเวทย์

หากใช้สายใยเวทย์ จอมเวทย์ระดับ 1 จะสามารถปล่อยเวทย์ระดับ 2 ได้หนึ่งครั้ง เวทย์ระดับ 1 ได้สิบถึงสิบสองครั้ง และปล่อยเวทย์ระดับ 0 ได้นับร้อยครั้ง โดยพื้นฐานแล้วจอมเวทย์ฝึกหัดส่วนใหญ่จะสามารถใช้เวทย์ระดับ 1 ได้หนึ่งครั้งและระดับ 0 ประมาณสิบครั้ง

นี่เป็นพลังของสายใยเวทย์ มันเป็นรากฐานสำคัญในโลกของเวทมนตร์

เมื่อทำสมาธิร่วมกับสายใยเวทย์จอมเวทย์จะฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว จอมเวทย์ที่แข็งแกร่งนั้นใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งถึงสองชั่วโมงเพื่อฟื้นฟูความสามารถในการต่อสู้ สำหรับจอมเวทย์ทั่วไปนั้นจะใช้เวลาหกชั่วโมงในการฟื้นฟูพลังสายใยเวทย์ทั้งหมดที่หายไปได้

สายใยเวทย์ในสมองของเขาค่อยๆ เติบโตอย่างคงที่ มันจะโตต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะยาวถึงหนึ่งฟุต ก่อนที่จะมีความหนาเท่านิ้วหัวแม่มือและหยุดเติบโต   หลังจากนั้นมันจะเริ่มงอกกิ่งก้านสาขาออกมา ซาลีนไม่รู้ว่ามันจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ประสาทสัมผัสของเขาค่อยๆ หายไป และใช้พลังทั้งหมดในการสังเกตในขอบเขตของจิตใจ เพื่อดูการเติบโตของสายใยเวทย์

พื้นที่ในกลางสมองของเขานั้นกว้างมาก ราวกับว่าเป็นหยดน้ำที่สูงสามเมตร กิ่งก้านที่งอกออกมาจากสายใยเวทย์หลักนั้นมีขนาดเล็กมาก พวกมันเติบโตเป็นเส้นของใบไม้ และส่วนใหญ่กระจายตัวอยู่ในสมอง

ซาลีนนึกถึงภาพประกอบของสายใยเวทย์จากในหนังสืออย่างละเอียด สายใยเวทย์ยาวหนึ่งเมตรนั้นเป็นลักษณะพิเศษของจอมเวทย์ระดับ 1 เขาได้ผ่านด่านการเป็นจอมเวทย์ฝึกหัดชั้นสูง และกลายมาเป็นจอมเวทย์ระดับ 1 ทันที นี่มันดีมากๆ

แต่อย่างไร มันก็มีสองอย่างที่ต่างจากหนังสือบรรยายไว้

ปัญหาแรกคือหนังสือกล่าวว่าพื้นที่สายใยเวทย์ของจอมเวทย์นั้นมีขนาดประมาณหนึ่งลูกบาศก์เมตร แต่พื้นที่ของซาลีนนั้นใหญ่ว่าที่หนังสือบอกถึงหกเท่า

นี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เมื่อพื้นที่สายใยเวทย์นั้นใหญ่ นั่นหมายถึงสามารถเรียนรู้เวทมนตร์พื้นฐานได้มากขึ้น  แต่อีกปัญหานั้นร้ายแรงกว่า

สายใยเวทย์จะมีกิ่งก้านยี่สิบสี่กิ่งในพื้นที่ และแบ่งออกเป็นหกสี สีเหลืองหมายถึงเวทย์ดิน สีน้ำเงินเหมายถึงเวทย์น้ำ สีใสหมายถึงเวทย์ลม สีแดงหมายถึงเวทย์ไฟ สีดำหมายถึงเวทย์ความมืด และสีขาวคือเวทย์แสงสว่าง

สายใยเวทย์หกสีนี้แสดงถึงประเภทของเวทมนตร์ที่เขาจะใช้ได้ แต่กับของซาลีนนั้นทั้งหมดเป็นสีน้ำเงินโปร่งใส นั่นหมายถึงเขาจะใช้ได้เพียงแค่เวทย์น้ำ จนกว่าสายใยเวทย์จะก่อตัวเสร็จสมบูรณ์เขาจะรับรู้ถึงธาตุใดๆ ไม่ได้

ซาลีนจะขาดความสามารถในการใช้เวทย์ไปอีกมากกว่าหกชนิด ตอนนี้เขาไม่สามารถใช้เกราะล่องหนได้

ซาลีนนึกถึงประโยคที่เขียนไว้ในหนังสือ

— “เจ้าจะต้องจ่ายเกินว่าสิ่งที่จะได้รับ”

นี่คือการจ่ายที่ว่าใช่ไหม ? ซาลีนว่ายไปที่ฝั่ง รู้สึกหมดแรง เขานอนคว่ำหน้าที่ข้างลำธาร ดื่มน้ำนั้นอย่างหมดท่า เพราะความหิวที่มีเป็นทุนเดิม ซาลีนรู้ว่าหากดื่มน้ำเข้าไปจะทำให้ร่างกายมีพลังงานอีกนิดหน่อยพอที่จะพาเขากลับบ้านได้


ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ my-novel.com , amnovel.com