0 Views

ที่ตอนเหนือของแผ่นดินใหญ่เมตาทริน  แผ่นน้ำแข็งขนาดใหญ่บนทะเลมีความหนามากกว่าห้าไมล์ ด้านบนของแผ่นน้ำแข็ง มีเมืองที่ทั้งเมืองสร้างจากน้ำแข็งตั้งอยู่ และที่จริงแล้ว เมืองนี้เป็นเมืองของสมาคมจอมเวทย์

 

การสร้างสมาคมในที่ที่มีอากาศหนาวจัดนั้นยากลำบากไม่น้อย อุณหภูมิโดยเฉลี่ยตลอดปีอยู่ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งถึงติดลบ 20 องศา ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ก็ไม่พบสัญญาณของพืชพรรณใดๆ แม้แต่พืชที่มีเวทมนตร์แก่กล้าก็ไม่อยากเติบโตที่นี่

 

ยกเว้นที่เดียวก็คือศูนย์กลางของสมาคมจอมเวทย์
ในข้างใต้ของหอคอยเวทมนตร์นั้นมีรูปปั้นขนาดใหญ่ที่รายล้อมไปด้วยสวนขนาดย่อมๆ

 

ที่นี่เป็นสถานที่ต้องห้ามภายในสมาคมจอมเวทย์ รูปปั้นนั้นเป็นที่ร่ำลือกันว่าได้รับการสร้างขึ้นในรูปลักษณ์ของลอร์ดซาลีนแห่งเมตาทรินแผ่นดินใหญ่ เขายังเป็นผู้อาวุโสคนแรกของสมาคมจอมเวทย์อีกด้วย และตัวตนผู้อาวุโสท่านนี้ได้กลายเป็นตำนานเพราะไม่มีนักเรียนคนไหนที่เคยเห็นเขานับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมจอมเวทย์

 

บริเวณรอบของสวนมีความกว้างเพียง 100 เมตร อุณหภูมิในสวนนั้นจะสูงกว่าจุดเยือกแข็งและด้วยสภาพแวดล้อมเช่นนี้จึงทำให้มันมีหมอกปกคลุมอยู่ตลอดเวลา สามารถมองเห็นรูปปั้นได้แค่ส่วนหน้าเท่านั้น ภายในสวนมีเด็กสาววัยรุ่นรดน้ำต้นไม้ด้วยขวดหยก หยดน้ำไหลลงบนพื้นดินอย่างสม่ำเสมอเมื่อน้ำถูกเทออกจากขวด เด็กสาวที่เท้าเปลือยเปล่าสวมชุดกระโปรงยาวท่ามกลางความหนาวเหน็บ

 

เมื่อมีคนผ่านไปผ่านมาอาจจะคิดได้ว่า “ช่างน่าสงสารจริงๆ”

 

ข้อกำหนดในการเข้าสมาคมจอมเวทย์นั้นคือต้องเป็นจอมเวทย์ระดับ 9 ขึ้นไป ที่ต้องการก้าวเข้าสู่ความลับของเวทมนตร์ต่อไป ในเมตาทรินแห่งนี้ ระดับ 9 นั้นไม่ต่างกับคนที่ขยันหมั่นเพียรอย่างมาก

 

ท่าที่นิ่งเงียบของเด็กสาวทำให้เหล่าจอมเวทย์ที่ผ่านไปผ่านมาสงสาร แต่ก็ไม่ได้ลงมือทำอะไร เห็นเป็นเรื่องไม่สำคัญ

 

ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้รอยยิ้มของรอยยิ้มจะปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเด็กสาวตัวน้อย

จากนั้นก็มีสาวสวยเดินมาเพื่อจะตำหนิเธอ “ไมเออร์ ตั้งใจทำงานสิ!”

ไมเออร์ก้มหัวลงอย่างน่าสงสารและทำงานของเธอต่อ

ไมเออร์นั้นจะโดนอย่างนี้เป็นประจำ แต่ไม่มีใครที่จะกล้าไปว่าหญิงสาวผู้นั้น ถ้าใครกล้าก็จะต้องพบเจอกับโชคร้ายโดยต้องถูกทิ้งร่างกายเปลือยเปล่าจัตุรัสกลางเมืองที่หนาวเหน็บเป็นอย่างน้อย บางคนก็หายตัวไปและไม่ถูกพบอีกเลย เป็นการลงโทษแก่การเสียมารยาทต่อหญิงสาวคนนั้น

 

หญิงสาวคนนั้นมีปีศาจร้ายในสมาคม บ้างก็ว่ากันว่าเธอมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้อาวุโส

 

ในดินแดนเมตาทรินนั้นไม่มีใครกล้าพอที่จะเข้าไปยุ่งกับไมเออร์ ว่ากันว่าไมเออร์นั้นถูกผนึกปีศาจอยู่ในภายในร่างกาย
และผู้ทีร่ายเวทย์นั้นคือสัตว์ในตำนานที่ซ่อนตัวอยู่ในทะเลน้ำแข็ง

 

สมาคมได้ให้ภารกิจจำนวนมากทุกปีและมีภารกิจเดียวที่นักเรียนทุกคนไม่สามารถทำได้ คือการขับไล่ปีศาจนี้ ซึ่งต้องฆ่าสัตว์ร้ายนั้นและการเก็บเลือดของมันมาเพื่อชำระล้างเด็กหญิงตัวน้อย

 

ดิ้ง…..ด่อง……

 

ระฆังส่งเสียงไพเราะขึ้น สมาคมน้ำเริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นเพราะจอมเวทย์จำนวนมากที่ระดับต่ำนั้นรีบกรูเข้าไปที่ห้องโถงวารีเพื่อเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม

 

จอมเวทย์ระดับ 9 – จอมเวทย์ระดับต่ำ – ซุบซิบไปมาราวกับเด็กผู้หญิง แต่ไม่น่าแปลกใจเพราะตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมเมื่อไม่กี่พันปีมานี้ ดาราแห่งเวทย์นั้นปรากฏให้เห็นน้อยกว่า 10 ครั้ง และไม่ปรากฏให้เห็นอีกเลยใน 300 ปีที่ผ่านมา

 

ดาราแห่งเวทย์นั้นไม่ต้องมีสายเลือดพิเศษ และความสามารถในการใช้เวทย์ที่แข็งแกร่ง แต้องมีความสามารถในการควบคุม มีความสามารถในการเล่นแร่แปรธาตุ และสร้างอุปกรณ์ด้วยตนเองในการทำ 12 ภารกิจของสมาคม
เงื่อนไขเหล่านี้เป็นเพียงพื้นฐานของการที่จะถูกได้รับเลือกให้เป็นดาราแห่งเวทย์ และนักเรียนหลายคนก็ต้องเจอกับมัน ผู้ที่โดดเด่นที่ถูกพบโดยกระบวนการนี้จะได้เข้าร่วมในสมาคมอาร์คติก

 

ช่วงเวลานี้ที่ระฆังดังแบบพิเศษ มันดัง 3 ครั้ง ด้วย 13 เสียงในแต่ละครั้ง นั่นหมายความว่าผู้ได้ที่รับเลือกเป็นดาราแห่งเวทย์คือนักเรียนระดับ 13

 

ในสมาคมอาร์คติกนั้นนักเรียนระดับ 9 จะจบด้วยการไปถึงระดับ 12 แต่ก็มีตัวเลือกที่จะไม่ออกจากสมาคมและศึกษาต่อในระดับต่อไปในฐานะของรุ่นพี่ รุ่นพี่จะมีระดับ 13 ไปจนถึง 15 โดยระดับ 13 นั้นจะเป็นระดับต่ำสุด

 

คราวนี้ดาราแห่งเวทย์นั้นเป็นรุ่นพี่ระดับ 13 นานมาแล้ว ระดับสูงสุดที่ทำภารกิจของดาราแห่งเวทย์สำเร็จที่ได้รับการคัดเลือกคือระดับ 15

 

ในห้องโถงมีคนประมาณ 300 คน ผู้อาวุโสปรากฏตัวขึ้นในกลางลาน

 

ฟรานซิสเป็นจอมเวทย์ระดับ 16 ว่ากันว่าความสามารถของฟรานซิสนั้นอยู่ในระดับธรรมดา  แต่ด้วยการนำของผู้อาวุโสซาลีนและคำแนะนำ ทำให้เขาประสบความสำเร็ตอย่างมากในตอนนี้

 

อย่างไรก็ตามนี่ไม่ได้ขัดขวางฟรานซิสให้กลายเป็นไอดอลของนักเรียน เขามีชีวิตอยู่เป็นเวลาหลายพันปีและได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้อันยิ่งใหญ่หลายครั้งเพื่อนำความสงบสุขสู่ดินแดนทองคำ

 

ว่ากันว่าจอมเวทย์ของดินแดนทองคำนั้นชั่วร้ายและมีพลังมหาศาล เพราะว่าเขาได้มอบวิญญาณให้แก่ปีศาจ ทำให้เขาได้มีร่างกายที่ไม่เกรงกลัวต่อสิ่งใด

 

ด้วยผมสั้นสีทอง ทำให้ฟรานซิสดูเหมือนราวกับคนอายุ 30 เขามองไปที่เด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างหน้า

“เมฟิสโต เจ้าเป็นนักเรียนระดับ 13 คนแรกนับตั้งแต่ก่อตั้งสมาคมอาร์คติกขึ้นมาที่ได้รับเลือกให้เป็นดาราแห่งเวทย์ นี่คือตราของเจ้า”

 

จอมเวทย์สาวเมฟิสโตรับตราอย่างยินดี ตรานี้มีรอยแตกเป็นตำหนิรูปร่างเหมือนสายฟ้า

 

ทำไมมันถึกแตกล่ะ?

 

ฟรานซิสเห็นเมฟิสโตมองอย่างสงสัยจึงพูดว่า

“เมฟิสโต ประวัติความเป็นมาของตรานี้นั้นยาวนานนับตั้งแต่สมัยโบราณกาลของจักรวรรดิแรก นอกจากนั้นผู้ทรงคุณวุฒิซาลีนยังได้ใช้ตรานี้เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลเมตาทรินอีกด้วย”

 

เมฟิสโตกำตราอย่างแน่นด้วยความตกใจ กลัวว่าฟรานซิสจะริบคืนกลับไป

 

แม้ตระกูลเมตาทรินจะหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ เมืองเมตาทรินยังคงอยู่เป็นดินแดนศักสิทธิ์ของแผ่นดินใหญ่
สิ่งของที่ซาลีนได้ใช้นั้นได้กลายมาเป็นสมบัติที่เหล่าจอมเวทย์หมายปอง มีตำนานมากมายเกี่ยวกับตรานี้และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือตรานี้มีพลังซ่อนอยู่ ผู้ยิ่งใหญ่ซาลีนได้ใช้ตรานี้ในการสังหารเทพปีศาจมากมายนับไม่ถ้วนเพื่อปลดแอกอาณาจักรเมตาทรินสู่อิสระภาพ

 

แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงแค่ตำนานเล่าขานสืบต่อกันมา แต่เมฟิสโตนั้นนับถือซาลีนเป็นไอดอล นั่นหมายความว่าตรานี้นั้นมีค่าต่อเธอนับล้านเท่า

 

มีเสียงซุบซิบท่ามกลางผู้คนในห้องโถง ทุกคนอิจฉาเมฟิสโต เด็กสาวมีพรสวรรค์ที่ใช้เวลา 10 ปีเติบโตจากระดับ 10 ถึงระดับ 13 เธอได้รับการยกย่องว่าเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในช่วงหลายร้อยปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามข้อเท็จจริงที่ว่าระดับของเธอยังคงถือว่าอยู่ในระดับต่ำภายในสมาคมอาร์คติก แต่พลังของเธอเทียบเท่ากับระดับ 12 ในช่วงราชวงศ์ที่ห้า

 

“เมฟิสโต เจ้าต้องการสิ่งใดอีกหรือไม่?”

ฟรานซิสมองเด็กสาวอย่างพอใจ แม้ว่าเธอจะเคยผิดพลาดในการใช้เวทย์น้ำ แต่เธอก็ได้ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อเธอสามารถควบคุมเวทย์ธาตุได้อย่างดี เธอเติบโตขึ้นมาจากตอนนั้นมาก

 

“ความต้องการของข้างั้นหรือ?”

“ใช่แล้ว เพราะว่าเจ้าคือผู้ชนะจาก 12 คนที่ได้รับเลือก เจ้ามีสิทธิที่จะเลือก”

 

เมฟิสโตดีใจมาก เธอรู้ว่าแม้ว่าเธอจะได้เป็นดาราแห่งเวทย์ แต่ 11 คนที่เหลือนั้นก็ถือนักเรียนที่มีเกียรติเช่นกัน เธอแค่เป็นคนที่โชคดีมากกว่าเท่านั้นเอง

 

“ข้าอยากที่จะเข้าไปในหอคอยวารีเพื่อที่จะฝึกฝน!”

“ได้สิ ไม่มีปัญหา!”

 

“หืม…….”  เสียงจากชายที่ยืนอยู่ข้างหลังเมฟิสโต เขาแพ้โดยเมฟิสโตที่อยู่ระดับ 13 ในการต่อสู้โดยคาดไม่ถึง เขาที่แพ้ระดับ 13 ในขณะที่เป็นระดับ 15 นั้นหดหู่มาก สำหรับคนอื่นนั้นรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้เป็นผู้ท้าชิง แต่สำหรับเขานั้นมีแต่ความอัปยศอดสู

 

“ยินดีด้วย อดัม! เจ้าทำได้ดีในการเป็นผู้ถูกคัดเลือกดาราแห่งเวทย์ ทางสมาคมได้ตัดสินใจให้นี่กับเจ้า ดูแลมันให้ดีล่ะ”

ฟรานซิสไม่ได้สนใจกับสิ่งที่อดัมคิด จอมเวทย์นั้นดีได้ก็เพราะการควบคุมพลังเวทย์ ไม่ใช่เพราะเหตุผลส่วนตัว ก

 

ฟรานซิสหยิบคทาเวทย์ขึ้นมา เมื่อมองเห็นคทานี่อดัมก็รู้สึกสบายใจ ฟรานซิสไม่ได้โกหก รางวัลสำหรับผู้ท้าชิงนั้นดียิ่งกว่าผู้ได้รับเลือกซะอีก มันเป็นคทาที่ได้รับการขัดเกลามาจากวัตถุเวทย์และมีเศษหินมังกรข้างใน เศษหินมังกรนั้นไม่ได้ถูกทำการเจียระไน แต่ 64 ด้านของมันนั้นเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบเท่าๆกัน มันเป็นหินมังกรที่มีขนาดใหญ่ โดยทั่วไปจะถูกใช้โดยระดับ 16 หรือสูงกว่าเท่านั้น

 

“อดัม ความต้องการของเจ้าล่ะ?”

 

อดัมที่หดหู่ได้เปลั้ยนเป็นดีใจและตอบกลับไปว่า

 

“ท่านผู้อาวุโส ข้าอยากให้เด็กหญิงเป็นอิสระ”

“เด็กหญิงงั้นหรือ?”

 

ฟรานซิสรู้สึกท้อแท้

 

“ใช่แล้ว ไมเออร์ ไมเออร์ผู้น่าสงสาร”

 

น้ำตาของอดัมนั้นเคลือบดวงตาของเขาทันทีที่นึกถึงเด็กสาวผู้ที่ถูกขังอยู่ในสวน เป็นเวลานานสองสามพันปีแล้ว ปีศาจในร่างกายเธอนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย ปีศาจนั้นไม่ได้ทำอะไรกับร่างกายของเธอ

 

“มันเป็นไปไม่ได้!”

“ท่านผู้อาวุโส ท่านบอกว่าข้าสามารถขอสิ่งใดก็ได้มิใช่หรือ?”

“อดัม ความต้องการของเจ้านั้นต้องไม่ขัดต่อข้า เจ้าใจใช่ไหม?”

 

อดัมมองไปที่ผู้อาวุโสอย่างไม่เข้าใจ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องนี้มันถึงยากนักกับผู้อาวุโส

 

“นางมิได้ถูกจองจำโดยข้า นางเป็นของของใครบางคน”

 

ฟรานซิสกล่าวด้วยรอยยิ้ม