0 Views

ในขณะนี้ แดนอยู่ในร่างของชายวัยกลางคน เป็นร่างที่เขาเองก็ไม่เคยคุ้นกับมันสักเท่าไหร่ บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยความความอาฆาตที่น่าหวาดหวั่น กลิ่นความเย็นชืดของเหล็กคละคลุ้งอยู่รอบกาย ผู้คนต่างก็หลีกหนีด้วยความหวาดกลัว

 

เขาเข้าไปนั่งในภัตตาคารชั้น 3 แห่งหนึ่ง ก่อนจะสั่งอาหาร เขาจ้องมองไปยังหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่นั่งรับประทานอาหารและสนทนากันอยู่อย่างออกรส

 

“ดูเหมือนว่าไอ้เจ้าเด็กของตระกูลองกินุสมันยังไม่ตายสินะ…” เด็กหนุ่มที่ในชุดหรูหราของขุนนางเป็นคนกล่าว

 

“ใช่ มันคงจะมีเชื้อแมลงสาบอยู่ในตัวสิท่า ถึงได้ตายยากตายเย็นเหลือเกิน” เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มข้างชายหนุ่มกล่าวขึ้น แดนคุ้นเคยกับหญิงสาวผู้นั้นดี ใบหน้าที่ถูกปั้นแต่งมาอย่างได้สัดส่วน คิ้วโค้งมลรับกันดีกับดวงตากลมโต ริมฝีปากเพรียวบางน่าทะนุถนอม หญิงสาวผู้นี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากบุตรสาวของผู้นำตระกูล เบลเทียนนั่นเอง

 

“ใช่.. เธอรู้มั้ยว่าแบบนี้เค้าเรียกว่าอะไร เค้าเรียกว่าพ่อเป็นยังไง ลูกก็เป็นอย่างนั้นยังไงละ ตัวพ่อมันเองก็ตายยากตายเย็นอย่างกับแมลงสาบ ไม่แปลกใจเลยที่ลูกจะได้รับเชื้อจากพ่อมันมาเต็ม ๆ”

 

หญิงสาวพยักหน้าเห็นด้วยกับคำกล่าวของชายหนุ่ม

เธอหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาแกว่งวนเบา ๆ ด้วยท่าทีสง่างาม ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาว่า “ข้าเห็นด้วย ไม่มีชายใดในโลกนี้ดีเลิศไปกว่าท่านพี่ของข้าอีกแล้ว ท่านพี่ของข้ายอดเยี่ยมที่สุด”

 

สองพี่น้องนั่งทานอาหารกันต่ออย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่รู้ตัวเลยว่า มีสายตาเย็นยะเยือกจ้องมองเขาอยู่จากมุมห้อง

 

สองสามชั่วโมงถัดมา สองพี่น้องคู่นั้นเดินออกจากภัตตาคาร โดยในมือของหญิงสาวนั้นถือไอศกรีมแสนอร่อยออกมาด้วย เขาและเธอเดินเคียงกัน มุ่งตรงไปยังป่าภายใต้แสงจันทร์สลัวของยามราตรี

 

แดนขมวดคิ้วด้วยความตะหงิดใจ “พวกมันเข้าไปทำอะไรในป่าเวลานี้วะเนี่ย?” ไม่นานเขาก็สะกดรอยตามทั้งคู่ไปอย่างเงียบเชียบ แดนถึงกับหยุดชะงัง เมื่อได้ยินแหบพร่าของหญิงสาวร้องครวญครางด้วยอารมณ์เสียวซ่าน

เสียงนั่นดังมาจากทิศทางของทั้งคู่ที่หายไป

 

“ชอบแบบนี้ใช่มั้ยนังผู้หญิงสำส่อน! เจอแบบนี้เข้าไปแล้วยังจะกล้าเสนอหน้าเอาตัวไปให้ไอ้ขยะตระกูลองกินุสย่ำยีอีกมั้ย!” ชายหนุ่มฟาดมือลงบนก้นของหญิงสาว ปรากฏรอยฝ่ามือแดงระเรื่อตัดกับผิวขาวผ่องราวหิมะของเธอ

 

“ได้โปรด.. ท่านพี่ ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว อ่าห์…. ข้าจะไม่ทำอีกแล้ว ให้อภัยข้าด้วย” หญิงสาวตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่ทว่านัยน์ตากลับมีแสงแห่งความพึงพอใจอยู่ในนั้น ชายหนุ่มพยายามสอดท่อนเอ็นเข้าไปในร่างหญิงสาว เธอครางออกมาไม่เป็นเสียง ร่างทั้งคู่ผสานเข้าหากัน เธอค่อย ๆ ขยับสะโพกรับแรงกระแทกของชายหนุ่มที่เร็วถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ท่วงท่าของเขาราวกับสัตว์ป่าที่หิวกระหาย

 

แดนที่สังเกตการณ์อยู่ถึงกับพูดอะไรไม่ออก ‘ทำไมต้องเอาชื่อตูไปใช้ในบทสนทนาแบบนั้นด้วยฟะ!” เขาคิดอย่างขมขื่น ก่อนที่เขาจะหยิบหยกบันทึกภาพออกมาบันทึกภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า

 

เสียงกระเส่าและลมหายใจที่หอบถี่ของทั้งสองผสานเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับเสียงจิ้งหรีดที่ร้องระงมอยู่ในป่า ม่านตาพริ้มเล็กลงจังหวะที่เร่งเร้าจนยากจะฉุดอยู่ เป็นสัญญาณบอกว่าเขาใกล้ไปถึงจุดสูงสุด ชายหนุ่มผ่อนจังหวะลงพร้อมปล่อยเมือกขาวขุ่นลงบนเรือนร่างเปล่าเปลือยของหญิงสาว

 

หญิงสาวใช้ปลายนิ้วชี้ปาดลงบนของเหลวเหนียวเหนียวเหนอะ ก่อนจะลิ้มรสชาติฝาดเฝื่อนของมัน ไม่นานเธอนั่งย่อตัวคุกเข่าต่อหน้าชายหนุ่ม และใช้ปลายลิ้นโลมเลียทำความสะอาดท่อนเอ็นของชายหนุ่ม ก่อนจะลุกขึ้นยืนและส่งรอยยิ้มให้เขาอย่างพึงพอใจ “นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกเรารีบกลับกันก่อนเถอะ บางที อาจจะพอมีเวลาให้เราได้ต่อกันอีกสักสองสามยก…”

 

ชายหนุ่มผงกศีรษะตอบรับอย่างหื่นกระหาย ไม่นาน ร่างทั้งสองก็หายลับไปจากสายตาของแดน พวกเขาไม่รู้เลยว่า มีแววตาชั่วร้ายคอยจับจ้องการกระทำสุดหฤหรรษ์ของพวกเขาอยู่

 

“ไม่น่าเชื่อว่าเราจะได้หลักฐานอันล้ำค่ามาได้ง่าย ๆ แบบนี้…หึหึ” แดนเดินออกจากป่า ตั้งแต่ที่ตระกูลเบลเทียนเป็นศัตรูของตระกูลเขา แดนก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากหวังว่าหลักฐานชั้นยอดที่อยู่ในมือของเขานั้นจะทำให้เกิดการแสดงสนุก ๆ ขึ้น