0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

เล่ม 4 ตอนที่ 7 : สมาคมแห่งความมืด (1)

 

‘ที่นี่งั้นเหรอ?’

ผ่านไปยี่สิบนาทีหลังออกมาจากไคโร้ทและเดินไปตามเส้นทางขึ้นไปเนินเขา ในที่สุดกระท่อมจึงค่อยปรากฏขึ้น

อาร์คใช้งาน ‘ลอบเร้น’ เพื่อไปสำรวจผ่านทางหน้าต่าง

ดังคาด มีเอ็นพีซีนามว่าลอเร็นโซ่ที่เป็นฆาตกรอยู่ภายใน เลเวลของอีกฝ่ายคือ 80 แม้ว่าจะเป็นเลเวลที่ค่อนข้างสูงสำหรับผู้อื่น แต่นั่นย่อมไม่อาจเทียบเปรียบอะไรกับอาร์คที่มีเลเวลถึง 90 ได้ และเขายังมีโบนัสจากความมืดอีกด้วย แถมระดับภารกิจยังเป็น E

ด้วยความที่มีเลเวลถึง 90 ทำให้ระดับความยากนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ทว่า มันก็ไม่ใช่ภารกิจเรียบง่ายที่เขาจะลงมือบุ่มบ่ามได้

ตามปกติแล้วมันจำเป็นต้องสังหารอีกฝ่ายจึงจะสามารถได้รับกุญแจซึ่งเอาไว้ไขเข้าห้องเก็บของเพื่อเก็บกู้สิ่งของกลับคืนมาได้ ทว่า เขาไม่อาจสังหารลอเร็นโซ่ได้ อีกทั้งยังไม่อาจใช้งานดาบได้อีก กล่าวก็คือ เขาจะเป็นต้องหาให้เจอเสียก่อนว่าสิ่งของเก็บซ่อนเอาไว้ที่ไหน

‘ต้องนึกถึงตอนที่พบเจอพวกโจรภายในโบราณสถาน…’

หลังสำรวจรอบบริเวณกระท่อมแล้ว อาร์คจึงถอนตัวไปพูดคุยกับซิด

“เหมือนที่คิดไว้ ด้านหลังมันมีทางเข้าอยู่ ถ้าหากต้อนอีกฝ่ายให้จนมุมได้ เขาก็จะหนีไปผ่านเส้นทางที่อยู่ด้านหลังได้ เพราะงั้นแล้ว ซิด นายไปขวางเส้นทางประตูหลังเอาไว้ ถ้าหากขัดขวางเอาไว้โดยการใช้ร่างค้ำยัน มันก็ไม่น่าจะมีอันตรายอะไร”

“เข้าใจแล้วครับ”

ซิดตอบรับด้วยน้ำเสียงตึงเครียดขณะมุ่งหน้าไป

‘ตอนนี้ก็วางกับดักปิดทางถอยเอาไว้แล้ว’

ถ้าหากขวางเส้นทางหลบหนีของเอ็นพีซีเลเวล 80 คนนี้เอาไว้ได้ พวกเขาก็คงไม่จำเป็นต้องรื้อค้นกระท่อมแต่อย่างใด การข่มขู่สักพักหนึ่งสมควรพอใช้ได้ และถ้าหากไม่ได้ผลค่อยเริ่มใช้ความรุนแรงสักนิดก็พอไหว

โดยทันที อาร์คใช้ลูกเตะเปิดประตูโพล่งเข้าไปภายในกระท่อม ลอเร็นโซ่ถึงกับแตกตื่นจนลุกพรวดขึ้นมา

“เจ้าเป็นใครกัน?”

“ฉันไม่ขอพูดให้มากความ แกซ่อนของที่ขโมยมาเอาไว้ที่ไหน?”

“ของที่ขโมยมา? นี่เจ้าพูดถึงเรื่องอะไร?”

“อย่ามาทำไขสือ ฉันรู้มาหมดแล้ว บอกมาว่ามันอยู่ไหนก่อนที่จะเจ็บตัว”

“ว่าอะไรนะ? ขโมยงั้นเรอะ? ใครมันบ้าบอไปพูดเรื่องพวกนี้ให้เจ้าฟังกัน?”

“ใครงั้นเหรอ? โวลโคซูยังไงล่ะ หรือจะบอกว่าไม่รู้จักโวลโคซูอีก ทั้งที่ฉันต้องเปลืองน้ำลายไปขนาดนี้แล้ว?”

ขณะนั้นเอง เมื่อได้ยินชื่อของโวลโคซู ลอเร็นโซ่ถึงกับสั่นศีรษะอย่างรุนแรง ดวงตาของเขากลอกไปมาขณะถอนหายใจออก

“โวลโคซู…!”

ลอเร็นโซ่ถึงกับกัดฟันกรามพูดกล่าวออกมา

“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าได้แรงจูงใจจากเรื่องไร้สาระนั่นได้ยังไง แต่ข้าไม่ได้ขโมยอะไรมา! กลับไปซะ! ถ้าไม่อย่างนั้นข้าจะส่งเจ้าเป็นศพกลับไปแทน”

“โห ส่งเป็นศพกลับไปงั้นสินะ?”

อาร์คหัวเราะออกขณะพยักหน้าให้

“งั้นก็ยินดีที่ได้รับฟังเรื่องราวเช่นนั้น มาลองกันสักตั้งหน่อยแล้วกัน”

“ไอ้หนูนี่!”

ลอเร็นโซ่เตะเก้าอี้พร้อมกับพุ่งเข้าใส่

อีกฝ่ายพยายามใช้เก้าอี้เบนความสนใจและเข้าโจมตี มันเป็นวิธีการที่พวกโจรที่เขาเคยเจอมักใช้กันบ่อยครั้ง ทว่า วิธีการชั้นต่ำเช่นนี้มันไม่อาจใช้งานกับอาร์คได้ผล มันไม่พอจะทำให้เขาแตกตื่นตกใจได้ด้วยซ้ำไป

อาร์คคว้าเก้าอี้นั้นไว้ขณะเตะไปอีกด้าน และชั่วขณะนั้นเอง หมัดของเขาได้พุ่งออกราวแสงที่วาบผ่านไป อาร์คถึงกับใช้การโจมตีคริติคอลออกอย่างต่อเนื่อง!

“อุ๊ก!”

เมื่อได้รับบาดเจ็บหน้าที่หน้าอก เอว และสีข้าง พอโดนโจมตีเข้าใส่จากทั้งสามจุดนี้ แถมยังเป็นการโจมตีคริติคอล ลอเร็นโซ่จึงต้องครวญครางออกและเริ่มถอย

แม้ว่าอาร์คจะไม่ใช้ดาบเพื่อโจมตี แต่เขาก็ยังมีสิ่งที่ทำได้ทั้งโจมตีและป้องกันไปในตัวอย่างอุ้งตีนแมวที่เป็นถุงมือ ด้วยความที่มันเป็นไอเทมที่เติบโตได้ ทำให้พลังโจมตีของมันตอนนี้คือ 9~15 (โบนัสจากการคำนวณ +8.9)

หากมองแล้ว มันดีเสียยิ่งกว่าดาบด้วยซ้ำ นอกจากนี้ อาร์คยังสามารถเก็บเกี่ยวการต่อสู้ด้วยดาบและมือไปพร้อมกันได้ ดังนั้นแล้วเขาจึงไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะคิดว่าการไม่ให้ใช้ดาบนี้เป็นข้อจำกัดแต่อย่างใด

พลังชีวิตของลอเร็นโซ่ลดฮวบลงถึง 30% อย่างรวดเร็ว

“อั่ก นี่มัน เป็นไปไม่ได้!”

ลอเร็นโซ่เริ่มกัดฟันขณะพุ่งเข้าใส่อีกครั้งหนึ่ง

“ฮ่าฮ่าฮ่า อย่าหวัง!”

และเมื่อเดดริคกับเจ้ากะโหลกเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย ลอเร็นโซ่ถึงกับต้องถอยกลับเข้ามุมอีกครั้งโดยทันที อาร์คยังคงโรมรันหมัดออกอย่างต่อเนื่อง แถมยังมีลูกเตะด้วย!

ไม่ช้า ลอเร็นโซ่จึงมีร่างกายที่เต็มไปด้วยรอยบวมช้ำ ท้ายที่สุด เมื่อเขาปล่อยออกไปอีกหมัด อีกฝ่ายถึงกับลอยลิ่วเข้าหาผนังอีกด้านหนึ่งเลยทีเดียว

“เอาล่ะ มีอะไรอยากสารภาพไหม?”

“ไม่มี!”

“งั้นเหรอ ปากแข็งขนาดนี้เชียว”

อาร์คปล่อยหมัดอีกครั้งโดยเล็งไปที่ใบหน้าของลอเร็นโซ่ โดยทันที อีกฝ่ายถึงกับใบหน้าซีดเผือด

ลอเร็นโซ่ในตอนนี้เสียพลังชีวิตไปกว่า 70% แล้ว ในขณะที่อาร์คเสียหายไปแค่ 10% เท่านั้น นี่มันเป็นเกมการข่มขู่ให้ยอมรับ ท้ายที่สุด ลอเร็นโซ่จึงโยนขวดน้ำออกและหันร่างไปอีกด้านหนึ่ง

อีกฝ่ายพยายามที่จะเปิดประตูทางด้านหลัง ทว่า… ใบหน้าของลอเร็นโซ่กลับยิ่งบิดเบี้ยว ซิดยังคงอยู่ที่อีกฝั่งเพื่อปิดกั้นทางออกของประตูเอาไว้ไม่ให้มันเปิดออกมาได้

“อะไร นี่มันบ้าอะไรกัน?”

“หึหึหึ โง่เง่ายิ่งนัก! คิดเหรอว่าฉันคนนี้จะมาโดยไม่เตรียมการอะไรเลยน่ะ?”

“บัดซบ รับนี่ไป!”

ลอเร็นโซ่เงื้อดาบที่ปักเอาไว้บนผนังข้างกายออกมา ทว่า อาร์คก็ยังคงมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วกว่ามากนัก

ตุบ!

อาร์คลั่นลูกเตะเข้าใส่ท้องของอีกฝ่ายเข้าอย่างจัง

โดยไร้ซึ่งความผิดพลาด ความแม่นยำนี้ของเขามันเล็งตรงไปยังท้องน้อยและเป็นการโจมตีหวังผลคริติคอล!

อีกฝ่ายถึงกับซวนเซแทบล้มลง

อาร์คที่กำลังรอคอยโอกาสนี้อยู่จึงตะโกนออกคำสั่งโดยทันที

“เจ้างู รัดมันไว้!”

ซื่อ ซื่อ!

เจ้างูแลบลิ้นออกมาขณะเข้าไปรัดแขนของอีกฝ่ายไว้อย่างแน่นหนา ด้วยเหตุนี้ การต่อสู้ในครั้งนี้จึงจบเรื่องราวลงอย่างง่ายดาย

เพียงแค่ก้าวเดียว อาร์คก็สามารถเข้ามาถึงตรงหน้าลอเร็นโซ่พร้อมกล่าวถามออกมา

“เอาล่ะ ตอนนี้พอจะคายเรื่องราวออกมาได้หรือยัง? หรือยังคิดจะเก็บมันเอาไว้ในปากนั่น? หรือจะสารภาพออกมาดี? ฉันขอบอกเลยนะ เพื่อตัวเองแล้วทางที่ดีควรยอมรับแล้วพูดออกมาซะให้หมด”

“บ้าบอ! ข้าบอกไปตั้งแต่แรกแล้ว! ข้าไม่ได้ขโมยอะไรมา!”

“อย่ามาพูดให้ขำ จะบอกว่าไม่มีหลักฐานอะไรที่บ่งชี้ว่าเป็นโจรไปขโมยของงั้นสิ? อันที่จริงนะ แค่ทำอะไรน่าสงสัยอย่างการกระทำเมื่อครู่นั่นก็พอให้โดนตราหน้าว่าเป็นอาชญากรได้แล้ว!”

“ชิ เจ้าจะรู้อะไร? เจ้าแก่นั่นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองพูดอะไรออกมา!”

“กระทั่งว่าจะตายอยู่แล้วยังไม่คิดสารภาพอีก?”

“ข้าไม่มีอะไรให้สารภาพ!”

“ไม่หรอกมั้ง”

ดวงตาของอาร์คพลันเย็นเยียบลง

เดดริคที่จ้องมองลอเร็นโซ่ถึงกับต้องเดาะลิ้นออกมา

“ชิชิชิ น่าสงสารยิ่งนัก ขุดหลุมฝังศพตัวเองโดยแท้”

เดดริครู้ดีจากประสบการณ์อันยาวนาน ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากอาร์คทำหน้าตาแบบนั้นออกมา

ดังคาด… พลังชีวิตของลอเร็นโซ่เริ่มฟื้นคืนกลับมาทีละน้อย อาร์คเตรียมเผยธาตุแท้ออกมา ครั้งก่อนหน้า เดดริคก็โดนฝึกให้เชื่องด้วยวิธีการเช่นเดียวกันนี้มาก่อน และตอนนี้มันก็กำลังจะเกิดขึ้นกับลอเร็นโซ่เช่นเดียวกัน!

ด้วยใบหน้าบึ้งตึง ลอเร็นโซ่ถึงกับกรีดร้องออกมาขณะเตะขาไปทั่วพร้อมเสียงร้องที่น่าเวทนา

“ว๊าก! นี่แก! แกทำอะไรกับข้า!”

ทว่า อาร์คก็ยังคงไม่กระพริบตา

ในอดีต วิธีการที่จะฝึกให้เชื่องคือต้องลงแส้!

นอกจากนี้ กับคนอย่างอาร์คแล้ว เมื่อเขาเริ่มทำสิ่งใดไปก็จะต้องทำมันให้ถึงที่สุด

อาร์คยังคงกระทำต่อจนกระทั่งใบหน้าของลอเร็นโซ่ขาวซีดและตกสู่สภาวะวิกฤตไป จากนั้น เขาก็รอให้พลังชีวิตของอีกฝ่ายฟื้นคืนมา แล้วค่อยลงมืออีกครั้ง แล้วก็รอคอยอีกครั้ง จำนวนครั้งที่เขาทำวนซ้ำแทบไม่อาจนับ…

“อาร์คนิมเสร็จธุระหรือยังครับ… เหวอ!”

ซิดที่โผล่หัวเข้ามาทางประตูหลังถึงกับกรีดร้องออก

นิวเวิลด์มันเป็นเกมเสมือนจริง ดังนั้นแล้วความรู้สึกที่ส่งออกมามันก็สมจริง…

ผ่านไปยังไม่ถึงสิบนาทีตั้งแต่ที่อาร์คบอกปัดว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงจัดการลอเร็นโซ่ แต่แล้วภาพฉากความรุนแรงที่เกิดขึ้นตอนนี้มันยิ่งกว่าหนังโหดสยองขวัญเสียอีก

“เอ่อ อาร์คนิม นี่ไม่มากเกินไปเหรอครับ?”

“แน่นอนว่าไม่ นี่ฉันยังไม่ได้เริ่มเลยด้วยซ้ำ”

คำตอบของอาร์คพร้อมรอยยิ้มนั่น ทำเอาใบหน้าของซิดต้องขาวซีดด้วยความหวาดกลัว

ทว่า ลอเร็นโซ่ก็ยังคงไม่ยอมรับ

กลับกัน ยิ่งอาร์คใช้ความรุนแรงมากเท่าไหร่ อีกฝ่ายก็จะยิ่งพ่นคำหยาบคายออกมามากเท่านั้น

“อั่ก สารเลว! ฆ่าข้าเสียดีกว่า!”

“ฮี่ฮี่ฮี่ เจ้านาย งั้นคงต้องใช้วิธีการที่สุดขั้วกว่านี้แล้วมั้งขอรับ?”

ขณะนั้นเอง เสียงหัวเราะชั่วร้ายของเดดริคพร้อมรอยยิ้มนั่น มันทำให้อาร์คเริ่มเผยรอยยิ้มที่เย็นเยือกตามออกมาเช่นกัน

“หืม เอางั้น? แกนี่มีด้านชั่วร้ายเหมือนกันนะเนี่ย”

“หึหึหึ เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้เจ้านายขอรับ”

เดดริคยังคงเยินยอ

…นั่นมันคำยกย่องหรือคำดูหมิ่นกัน?

ทว่า อาร์คที่ฟังคำแนะนำของเดดริคจึงหยุดใช้ความรุนแรง กลับกัน เขาเริ่มนำเอาหม้อออกมาพร้อมกับวัตถุดิบและวางพวกมันลงบนโต๊ะ จากนั้นจึงเริ่มการทำอาหารเพื่ออยู่รอด

ผ่านไปพักหนึ่ง กลิ่นหอมหวานของอาหารจึงอบอวลไปทั่วห้อง

“อั่ก? ไม่ นี่แกอะไรจะทำอะไร? หยุดนะ!”

อาร์คบีบปากของอีกฝ่ายเอาไว้เพื่อให้พร้อมรับอาหาร จากนั้นเขาจึงเทอาหารที่ทำออกมาใส่ปากของอีกฝ่ายลงไป ลอเร็นโซ่ถึงกับล้มลงกับพื้นพร้อมกรีดร้องออกมาและเริ่มดิ้นรน

‘ซุบพิษหอมฉุย’ มันทำให้ได้ผลลัพธ์อย่างอาการอัมพาต

“แก… แกมันเลวชั่ว! ไอ้…”

ลอเร็นโซ่ถึงกับพูดติดอ่างเพราะลิ้นโดนฤทธิ์อัมพาตเข้าไป ด้วยซุปนี้ ลำพังรสชาติก็น่าหวาดกลัวพอแรงแล้ว ถัดมา อาร์คจึงป้อนสลัดน่าสะพรึงให้ จากนั้นก็เป็นเจลลี่ขยะสด และยังมีอื่น ๆ อีกมากมาย แต่นี่ก็ยังเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น

ความน่ากลัวแท้จริงมันเริ่มจากซุปเครื่องเทศทะเลรวมมิตร

ด้วยการใช้ทักษะรวมมิตร และด้วยการใส่อาหารคุณภาพต่ำที่ให้ผลแย่เข้าไป ผลลัพธ์ที่ได้ออกมามันจึงเป็นอาหารที่น่าสะพรึง

และรสชาติของมันยังทำให้ ‘ช็อค’ ได้เพียงแค่ชิมเข้าไป นับได้ว่ามันให้ผลได้ดีเยี่ยมยิ่งกว่าการทำอาหารเพื่ออยู่รอดตามปกติมากนัก แต่ทั้งหมดนี้มันไม่ได้ลดทอนพลังชีวิตไปแต่อย่างใด มันทำให้เพียงแค่รบกวนประสาทของอีกฝ่ายให้ถูกจำกัดเอาไว้เท่านั้น…

อีกนิดมันก็อาจเรียกได้ว่าอาวุธเคมีชีวภาพแทนที่จะเป็นอาหารได้แล้ว

ด้วยซุปรวมมิตรที่ทำขึ้นมามากมาย ผลลัพธ์ที่ออกมาเพียงแค่มองก็รู้ได้แล้วว่าพวกมันน่ากลัวมากแค่ไหน อีกทั้งเขายังทำตัวประดุจปีศาจที่คอยป้อนอาหารให้ลอเร็นโซ่อย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่อีกฝ่ายกินเข้าไปก็จะดิ้นพล่านราวกับปลาโดนทุบหัวก็ไม่ปาน

นี่มันแนวคิดวิธีการทรมานด้วยอาหาร!

“อึก ข้าทนดูไม่ไหวแล้ว!”

เดดริคถึงกับหันศีรษะไปอีกด้านด้วยใบหน้าหวาดหวั่นพรั่นพรึง

สำหรับซิดที่ไม่เคยมีประสบการณ์น่าหวาดกลัวกับอาหารเช่นนี้ หากมองเพียงผิวเผินมันก็คงคล้ายกับการเล่นตลก แต่ว่า…

“หยุด! ช่วยข้าด้วย! ข้าจะพูด ข้าจะยอมแล้ว ให้ข้าได้พูด! ให้ข้าทำอะไรก็ได้ตราบเท่าที่เจ้าจะหยุดป้อนอาหารพวกนั้น!”

หลังจากที่เขาทำอาหารจานที่ห้าออกมา ลอเร็นโซ่ถึงกับต้องกรีดร้องออกยอมรับความพ่ายแพ้

มันเป็นผลลัพธ์ตามที่คาดการณ์ หากยังคงกินต่อไป ดังเช่นอาร์ค หากกินต่อไปเรื่อย ๆ อีกฝ่ายอาจได้รับร่างกายทรหดก็เป็นไปได้ ทว่าในกรณีของเดดริค ด้วยการที่ต้องกินพวกมันเข้าไปจำนวนมาก เดดริคถึงกับสามารถพูดจาภาษาคนออกมาได้ว่าไม่อยากกินอีกต่อไปแล้ว

นับได้ว่าอาหารพวกนี้เข้าถึงระดับที่ว่า มันเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจกินได้ไปแล้ว

อาร์คหยุดมือจากการทำอาหารและยกยิ้มขึ้น

“ดีมาก ดีใจนะที่เลิกมีท่าทีแข็งขืนสักที”

“เจ้ามันเลวชั่วโหดเหี้ยม… เจ้ามันปีศาจสวมหน้ากากมนุษย์ ถึงกับสามารถทำอาหารพวกนั้นออกมาได้!”

“ว่าอะไรนะ?”

“โอ้ ไม่ ไม่ ข้าไม่ได้พูดอะไร”

“เอาล่ะ มาเข้าเรื่องกันดีกว่า ของพวกนั้นอยู่ไหนกัน?”

“ข้าขอพูดอีกครั้ง ข้าไม่ได้ขโมยอะไรมาเลยสักชิ้น!”

“หือ เอางั้น? นี่ยังหิวอยู่ใช่ไหม?”

อาร์คหันไปคว้าหม้อมาอีกครั้ง การกระทำนี้ทำเอาลอเร็นโซ่ถึงกับร้องตะโกนออกมาอย่างผิดโทนโดยทันที

“รอเดี๋ยวก่อน! ข้าพูดความจริง ข้าไม่ได้ขโมยอะไร แต่ข้าพอจะเดาได้ว่าใครขโมยมันไป ต้องเป็นมันแน่”

“แน่ใจนะว่าไม่ได้กลิ้งกลอกไปเรื่อย?”

“โปรดเชื่อข้า ความจริงแล้วข้าเองก็ตกเป็นเหยื่อ พวกมันออกปล้นร้านค้าไปทั่ว และตอนนี้พวกมันก็พยายามชักชวนข้าให้ทำเช่นนั้น”

“เอ่อ อาร์คนิม อย่าเชื่อคำพูดเขามากนะครับ”

ซิดถึงกับชะโงกหน้าออกมากล่าวขัดคำขึ้น

“แต่ก็พอฟังได้อยู่ ทำไมการขโมยของจากร้านค้าพวกนั้นถึงสาวหลักฐานมาที่นี่กัน?”

“ที่จริงแล้ว…”

ลอเร็นโซ่ลังเลที่จะตอบอาร์ค แต่แล้วเขาก็จำต้องพูดออกมา

“ที่จริงแล้ว ข้าเป็นบุตรบุญธรรมของโวลโคซู”

“ว่าอะไร บุตรบุญธรรม?”

 

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร