0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

เล่ม 4 ตอนที่ 7 : สมาคมแห่งความมืด (2)

 

ลอเร็นโซ่สูญเสียครอบครัวไปตั้งแต่ยังเด็ก เขาจึงใช้ชีวิตอยู่กับลุงที่เปิดร้านขายของอยู่ในเซเลบริด อีกฝ่ายที่รับเขาไปก็คือโวลโคซูนั่นเอง

โวลโคซูก็ไม่ใช่คนที่จะเป็นมิตรอะไรมากนัก

ลอเร็นโซ่จึงต้องทำงานอย่างยากลำบากตั้งแต่ยามค่ำคืนจนถึงรุ่งสาง และหากเขาทำอะไรผิดพลาดแม้สักนิด เขาจะได้รับการลงโทษอย่างรุนแรง

เรื่องราวดังกล่าวจึงทำให้ลอเร็นโซ่คิดที่จะหนีออกมา

จากนั้นหลายปีเขาต้องทนทุกข์ใช้ชีวิตอยู่ข้างถนนมาโดยตลอด และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ลอเร็นโซ่เริ่มกลายเป็นคนเหลวแหลก

ในวันหนึ่ง ลอเร็นโซ่ได้ถูกจับไประหว่างข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างแก๊งและบังเอิญไปฆ่าชายคนหนึ่งเข้า ดังนั้นแล้ว ลอเร็นโซ่จึงกลายเป็นฆาตกรนับแต่นั้น อีกทั้งยังโดนไล่ล่าโดยเหล่าทหารยาม จนกระทั่งเขาต้องระหกระเหินกลับมาหาโวลโคซูที่เซเลบริด

เขาคิดไปขู่กรรโชกโวลโคซูให้มอบเงินมาจำนวนหนึ่งเพื่อให้เขาใช้หลบหนี

ทว่า เมื่อเขาได้ไปถึงร้าน ขณะนั้นเขาจึงได้รับฟังเรื่องราวหนึ่ง เขาได้ยินพนักงานคิดเงินพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เขาต้องอึ้งไป

โวลโคซูได้ถามถึงพวกคนที่เคยโดนลอเร็นโซ่รีดไถเงินไป เขากระทั่งใช้จ่ายเงินคืนพวกเขาไปทีละรายในแต่ละเดือน และความจริงที่ลอเร็นโซ่ยังไม่โดนพวกทหารยามจับตัวไปในช่วงเดือนนี้ก็เป็นเพราะโวลโคซูเช่นกัน

“ข้าไม่เคยรู้มาก่อน พ่อของข้า… เขาไม่เคยทำอะไรที่แสดงออก ข้าจึงไม่เข้าใจว่าเขารักข้าหรือไม่ ถ้าหากข้ารู้ตัวเร็วกว่านี้ ข้าคงไม่ทำเรื่องราวโง่เง่าพวกนั้นลงไป…”

ลอเร็นโซ่พูดกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

และด้วยเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ลอเร็นโซ่ต้องห่อไหล่หันกลับและออกจากร้านไปอีกครั้ง

ด้วยความช่วยเหลือที่ได้รับ เขาจึงสามารถหลบเลี่ยงพวกนักล่าเงินรางวัลและพวกทหารยามจนกระทั่งมาถึงไคโร้ทได้ เขาได้สร้างกระท่อมขึ้นหลังหนึ่งภายนอกไคโร้ทและใช้ชีวิตอยู่โดยสาบานกับตนเองว่าจะไม่กระทำเรื่องเลวร้ายใดอีก และหลังจากนั้นไม่นานอาร์คก็มาเยือนที่นี่

“แม้ว่าข้าจะลืมไปสักพักหนึ่งแล้ว… แต่พ่อของข้านั้นกลับมาเปิดร้านภายในไคโร้ท พ่อของข้าไม่เคยเกิดก่อเรื่องอาญาใดทั้งสิ้น เขาถึงกับใช้ม้วนคัมภีร์ [ลวง] เพื่อปิดบังตนเองและเพื่อให้ได้มาทำธุรกิจในเมืองแห่งนี้

ลอเร็นโซ่ถึงกับกัดฟันแน่นขณะพูดกล่าวออกมา

โวลโคซูมีเหตุผลมากมายจึงมาเปิดร้านในไคโร้ท แน่นอน… เหตุผลหลักย่อมต้องเป็นเพราะลอเร็นโซ่

ลอเร็นโซ่ถึงกับร้องไห้ออกเมื่อได้ตระหนักถึงใจของโวลโคซู ทว่า เมื่อความสัมพันธ์มันสะบั้นไปแล้วมันก็ไม่ง่ายที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ในระหว่างที่คิดอยู่เป็นเดือนว่าควรเข้าไปหาโวลโคซูดีไหม ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ไม่กล้าที่จะไปขอให้อีกฝ่ายอภัยให้

“ข้าอยู่ที่นี่ไม่เคยไปรบกวนเขา ตั้งแต่ที่เขามาที่นี่เพื่อเปิดร้านก็เจอกับความรุนแรงเรื่อยมา ข้าพยายามบอกให้เขาจากไปเสีย… แม้ว่าข้าจะอยากร้องขอให้เขาอภัยให้… แต่ข้าก็ไม่อาจ กับข้าที่ปล่อยให้เขาทุกข์ตรมมากว่าสิบปี มันจะยังมีโอกาสที่เขาจะอภัยให้อีกหรือ? ข้า… คิดว่าคงดีกว่าที่จะให้เขาทิ้งข้าไว้ที่นี่ บางที นั่นคงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพ่อของข้าจึงคิดว่าข้าขโมยสิ่งของเหล่านั้นไป เพราะเขาคงคิดว่าข้าอยากให้เขาออกไปจากที่นี่เลยทำแบบนั้นลงไป”

“งั้นแล้วใครมันขโมยของไปกัน?”

“พวกมันเป็นลูกน้องของลูกพี่ที่ข้าเคยติดตาม”

“ว่าอะไร ลูกน้องของลูกพี่?”

“ใช่ ข้าออกมาจากสมาคมนั่นก่อนที่จะรู้ว่าตัวเองทำผิดพลาดไปมากขนาดไหน แล้วข้าจึงค่อยมายังที่แห่งนี้ ทว่า พวกเขากลับไล่ตามข้ามาจนถึงไคโร้ท พวกเขาต้องการให้ข้าทำการปล้นครั้งใหญ่ แน่นอนว่าข้าปฏิเสธออกไป เพราะงั้นเจ้าพวกนั้นก็เลยไม่คิดปล่อยพ่อของข้าไว้แน่หากข้าไม่เชื่อฟังพวกมัน”

จากนั้น อาร์คจึงค้นพบคำตอบของปัญหาที่ค้างคาอยู่

เหตุผลที่เจ้าของร้านอย่างโวลโคซูมีม้วนคัมภีร์ [ลวง] มากมายขนาดนั้นก็เพราะเขามีเพื่อไว้ใช้เอง

และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลที่ว่าทำไมอาร์คจึงได้รับภารกิจสำหรับคนที่ไม่ใช่ฆาตกรในเมืองฆาตกรมา เป็นเพราะเจ้าของร้านไม่เชื่อใจพวกอาชญากร ดังนั้นแล้วมันก็เลยเป็นที่อธิบายได้ว่าเพราะอะไรอีกฝ่ายถึงไม่แจ้งรายงานไปยังเอ็นพีซีทหารยาม และทำไมถึงพยายามเตือนเขาไม่ให้ทำร้ายลอเร็นโซ่… เรื่องนี้มันยากจะพูดกล่าวเสียจริง

‘นี่มันหนังดราม่าเกรดสามหรือไงกัน’

ท้ายที่สุด เบาะแสมันก็ชี้ไปยังหัวหน้าของกลุ่มโจร พอเขารู้เข้าก็โมโหแทบตาย

“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ เป็นแบบนี้นี่เอง ผมเข้าใจแล้วครับ เขาสมกับเป็นพ่อดีนะ แม้ว่าผมจะไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะ”

ซิดที่เริ่มอินกับเรื่องราวจึงเผยน้ำตาหยาดหยดออกมาผ่านใบหน้าขณะพูดกล่าวขึ้น

แม้ว่าจะไม่ได้รู้สึกร่วมอะไรมากนัก แต่อาร์คก็ยังคงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเช่นเดียวกัน

หลังจากที่เขาได้พบเจอกับพวกอดีตนักโทษเหล่านั้น มุมมองที่เขาเคยมีก็เริ่มเปลี่ยนไป

ผู้คนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงการก่ออาชญากรรมทำให้พวกเขาต้องเดินบนหนทางอันมืดมิด พวกเขามีเรื่องราวชีวิตของตนเอง เขาไม่อาจทำตัวดวงตามืดบอดตัดสินตราหน้าว่าพวกเขาเป็นอาชญากรอย่างเต็มตัวได้

ลอเร็นโซ่เองก็มีเรื่องราวในชีวิตมากมาย เบื้องหลังการก่ออาชญากรรมของเขาก็เพื่อมีชีวิตรอดและเพื่อมีชีวิตใหม่

แม้ว่าเขาจะเคยกระทำผิดพลาดไป แต่หากลูกพี่ของเขายอมรับฟังเหตุผล มันก็ไม่ใช่ว่าเขาจะสามารถเริ่มต้นใหม่ได้หรอกหรือ? กลับกัน อีกฝ่ายกลับเอาความแค้นไปลงที่บิดาของลอเร็นโซ่เสียแทนเนี่ยนะ?

กระทั่งในบรรดาเอ็นพีซีก็ยังมีคนที่สกปรกโสมมถึงเพียงนี้

แม้จะไม่ได้เห็นชัดกับตา แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในความเป็นจริงมันก็มีเกิดขึ้นในเกมด้วย

“ที่จริง ข้าก็ได้ยินมาว่าหลังพวกมันไล่ตามข้ามาจนถึงไคโร้ท พวกมันก็ออกปล้นร้านค้าอยู่หลายครั้งเช่นกัน รวมถึงเมื่อคืนที่ผ่านมาด้วย ถ้าหากข้าไม่ตกปากรับคำพวกมันภายในสัปดาห์นี้ ข้าก็ไม่รู้ว่าพวกมันจะทำอะไรกับพ่อและตัวข้าบ้าง ถ้าหากเป็นพวกมันแล้วล่ะก็…”

ลอเร็นโซ่ถึงกับกัดฟันจนดังกรอด

“แล้ว? คราวนี้จะทำยังไง?”

“ข้าจะไม่ทนอีกแล้ว”

“จับพวกมันมาจัดการให้อยู่หมัด?”

“มันก็มีอีกหลายหนทาง”

ขณะนั้นเอง ซิดพลันกล่าวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล

“ว่าแต่ พวกมันมีกันเยอะหรือเปล่าครับ?”

“เหอะ จะยังไงมันก็ต้องเกิดเรื่องขึ้นเพราะข้าอยู่แล้ว ข้าต้องอยู่ต่อเพื่อต่อรองกับพวกมัน”

“ได้ครับ เจ้างู คลายรัดออก”

เจ้างูเลื้อยกลับมาพันรอบเอวของอาร์คอีกครั้งหนึ่ง

“เอาล่ะ ถ้าพวกเราตัดสินใจได้แล้ว งั้นก็รีบไปจบเรื่องราวกันน่าจะดีกว่า”

“ว่าอะไร นี่เจ้าเอาจริง…?”

อาร์คจึงพูดออกด้วยน้ำเสียงด้านชา

“มันก็ยังไม่มีอะไรรับรองได้ว่าที่พูดมานั่นจริงหรือเท็จนี่นะครับ คุณอาจหนีไปก็ได้ ดังนั้นแล้ว ผมจึงต้องคอยติดตามไปเพื่อยืนยันว่าสิ่งที่เล่าออกมานั้นมันจริงหรือไม่ อีกทั้ง ผมยังได้ให้สัญญากับเจ้าของร้านเอาไว้แล้ว ว่าผมจะไปเก็บกู้สิ่งของของเขากลับคืนมา เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่อาจปล่อยสิ่งของเหล่านั้นเอาไว้ในมือพวกอาชญากรได้”

“อะ-อาร์คนิม!”

ซิดตะโกนขึ้นด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้น ลอเร็นโซ่เองก็มองมาทางเขาด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความกังขา

‘อย่าได้มองพร้อมดวงตาแดงก่ำแบบนั้น เป็นเพราะเราไม่คิดกลับไปมือเปล่าโดยที่ไม่อาจจัดการภารกิจได้ต่างหากเล่า’

อีกทางหนึ่ง เดดริคกำลังพึมพำกับท่าทีของอาร์ค

“เชอะ เอาอีกแล้ว เจ้านายสร้างภาพ…”

ลอเร็นโซ่มองอาร์คอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะเริ่มกัดฟันเสียงดัง

“ถ้าจะพูดขอบคุณ… ผมไม่ต้องการหรอกนะ”

“เพราะยังไงแล้ว ที่ผมช่วยนี่ไม่ใช่การลงแรงฟรีแน่นอน”

ขณะนั้นเอง เสียง ทะ-ทะ-ด๊าม ได้ดังขึ้นพร้อมหน้าต่างภารกิจที่เด้งขึ้นมา

 

=====

ภารกิจได้รับความคืบหน้า

ความทุกข์ของเจ้าของร้าน > นามของลอเร็นโซ่

ท่านได้พบว่าลอเร็นโซ่เป็นบุตรบุญธรรมของโวลโคซูที่เป็นเจ้าของร้าน

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมาที่ร้านขายของ เป็นสหายเก่าของลอเร็นโซ่ที่ต้องการปลุกเร้าให้เขากลับเข้าร่วมกลุ่มโจร เดินทางไปยังแหล่งกบดานพร้อมกับลอเร็นโซ่ ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จจงจัดการพวกมันให้สิ้นพร้อมเก็บกู้สิ่งของที่ถูกขโมยไปกลับคืน (คำเตือน หากลอเร็นโซ่ตายระหว่างทาง ภารกิจจะล้มเหลว)

ระดับความยาก : D

====

 

‘ถือว่าเดินมาถูกทางแล้วละมั้ง’

อาร์คยกยิ้มขณะหัวเราะออก

ฉับพลันนั้นเอง ข้อความที่ไม่คาดคิดพลันปรากฏขึ้น

 

=====

อันเดลได้ใช้งาน [ขนนกเสียงกระซิบ] เพื่อพูดคุยกับท่าน

=====

 

‘ว่าอะไร? อันเดล?’

อาร์คถึงกับเผยสีหน้างุนงง

แม้เขาจะลืมเรื่องของมันไปพักหนึ่งแล้ว แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่อาร์คจะลืมชื่อของอันเดล แถมคราวนี้มันยังคิดจะมาพูดคุยอะไรอีก หลังไตร่ตรองอยู่พักหนึ่ง เขาจึงส่ายศีรษะออกมา

ถ้าหากมันเป็นการกระซิบเช่นนี้ มันก็พอจะเดาได้ว่าเนื้อหาภายในคืออะไร ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ยังคงรังเกียจอีกฝ่ายอยู่ดี นอกจากนี้ ในตอนนี้เขายังไม่ต้องการเข้าไปพัวพันโดยที่ต้องต่อสู้กับอันเดลอีกด้วย

“ปฏิเสธการกระซิบ”

อาร์คทำเป็นเมินเฉยการกระซิบนี้ไป

ในตอนนั้นเอง อาร์คถึงกับลืมตระหนักถึงเรื่องหนึ่งไป

การกระซิบ มันจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่นอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

* * *

 

“อาร์ค เจอตัวแกจนได้!”

อันเดลในตอนนี้กำลังเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกจากมุมปาก

เขาได้ร่วมทางกับทีมสังหารที่ถูกส่งมาโดยกิลด์มือสังหารมาเป็นเวลาเกือบครึ่งเดือนแล้ว

หลังจากอันเดลเข้าร่วมกับทีมสังหารที่เซเลบริด พวกเขาจึงมุ่งหน้าออกไปยังกิรันโดยทันที อาร์คที่ได้รับภารกิจอีเวนท์จากสมาคมเวทมนตร์ ดังนั้นแล้วเขาก็เลยไม่มีโอกาสได้เจออาร์คที่กลับไปยังกิรัน เป็นเพราะทางด้านอาร์คนั้นมีซิดเข้าร่วมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นั่นจึงทำให้เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปกลับกิรันแต่อย่างใด

ด้วยสิ่งนั้น อันเดลกับทีมสังหารจึงไม่อาจพบเจอได้ว่าอาร์คนั้นอยู่ที่ไหนกันแน่ ทว่าหลังจากนั้น อันเดลได้ผุดแผนการขึ้นโดยการตระเวนไปรอบกิรันเพื่อใช้งาน [ขนนกเสียงกระซิบ]

แต่การจะกระซิบนั้นจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในรัศมีที่กำหนด หรือก็คือ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะปฏิเสธการกระซิบหรือไม่ ตราบเท่าที่ [ขนนกเสียงกระซิบ] สามารถทำงานได้ นั่นก็หมายความว่าอีกฝ่ายอยู่ไม่ห่างไกลออกไปอย่างแน่นอน

และเมื่ออันเดลเดินทางมาถึงพรมแดนของไคโร้ท [ขนนกเสียงกระซิบ] ก็พลันใช้งานได้ขึ้นมา

“มันสมควรอยู่แถวนี้แหละ”

เมื่ออันเดลกล่าวคำเช่นนั้น มือสังหารทั้งสิ้นสามคนจากสมาคมแห่งความมืดพลันกระจายตัวออกไป

“หมู่บ้านในบริเวณเทือกเขาแบรนท์นี้มีไม่มากนัก แต่มันก็มีหลายสถานที่ที่เป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายจะอยู่”

“ได้ งั้นคอยรักษาระยะเอาไว้และเริ่มใช้ [ตามรอย] กันเลย”

มือสังหารคนหนึ่งเริ่มกางม้วนคัมภีร์ออก

[ตามรอย] มันเป็นม้วนคัมภีร์ที่จะแจ้งถึงตำแหน่งของเป้าหมายหากอยู่ในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร

เมื่อยืนยันบริเวณพื้นที่โดยคร่าวได้ ตำแหน่งของอาร์คจะเผยขึ้นตอนไหนก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว

‘อาร์ค คราวนี้แหละ แกได้จบสิ้นแน่!’

เปลวเพลิงแห่งความคลั่งแค้นกำลังเผาไหม้อยู่ภายในดวงตาของอันเดล

‘ถือว่ามันยุ่งด้วยผิดคนแล้ว ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ฉันคนนี้จะต้องคืนกลับมันอย่างสาสม หากฉันคนนี้ไม่อาจผ่านการคัดเลือกเข้าทำงานได้ เช่นนั้นมันก็ต้องไม่ได้เช่นเดียวกัน ฉันจะลากแกลงนรกร่วมไปด้วยกัน ไม่ กระทั่งว่าเราต้องเสียเงินอีกเป็นล้านวอน เราก็จะเข้ามานิวเวิลด์เพื่อจัดการมันอีกครั้ง! ชีวิตแกจบสิ้นแน่!’

* * *

 

“พวกมันมีกันกี่คน?”

“น่าจะมีหกหรือเจ็ดคนได้”

ลอเร็นโซ่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงตึงเครียด

หลังปล่อยให้ซิดอยู่ที่กระท่อมแล้ว อาร์คจึงร่วมทางกับลอเร็นโซ่กลับมายังไคโร้ท

สถานที่กบดานของพวกโจรเหล่านี้เป็นลอเร็นโซ่ล่วงรู้ตำแหน่งที่ตั้ง พวกมันอาศัยอยู่ส่วนลึกภายในไคโร้ท แม้ลอเร็นโซ่จะบอกว่าพวกมันมีกันแค่หกหรือเจ็ดคนก็ตาม แต่จากขนาดสิ่งปลูกสร้างที่เห็นนี่สมควรมีให้กบดานได้อย่างน้อยก็ยี่สิบคนแล้ว

‘ทำไมรู้สึกเหมือนภารกิจแต่ละอย่างมันยาวกว่าที่คิดทั้งนั้นเลยนะ… เอาเถอะ มันก็ไม่น่าจะแย่อะไรมั้ง’

พวกโจรเหล่านี้ล้วนอ่อนด้อยกว่าลอเร็นโซ่

ด้วยความที่ลอเร็นโซ่เลเวลมากถึง 80 พวกมันกลับเลเวลต่ำกว่าอยู่ในระดับเพียงแค่ 60~70 เท่านั้น ถ้าหากเทียบกับอาร์คแล้ว ก็ยังนับได้ว่าเขามีความได้เปรียบมากกว่าถึง 20 เลเวล อีกทั้งเขายังเคยสู้กับพวกโจรแถบกิรันมาแล้วด้วย ดังนั้นงานนี้คงไม่ยากอะไร เขาคิดว่าภารกิจครั้งนี้สมควรจัดการได้ภายในสิบนาทีด้วยซ้ำ

‘พอภารกิจนี่เสร็จเราจะได้เริ่มหนทางความร่ำรวยที่วางเอาไว้เสียที’

ร้านค้าถูกปล้นไปแล้วถึงสามครั้งคราวด้วยกัน

เพราะแบบนั้น ไอเทมที่ถูกขโมยมาก็สมควรที่จะมีจำนวนมากเอาเรื่อง เขาจะสามารถซื้อหาพวกมันได้ด้วยราคาที่ลดแล้วถึง 40% จากราคาดั้งเดิมได้

ในตอนนี้อาร์คถือครองเงินเอาไว้ถึง 1,000 เหรียญทอง ใบนูรุนม่าที่เขาถือครองเอาไว้ก็สมควรทัดเทียมได้กับเงิน 1,600 เหรียญทองจากการประมาณ เมื่อภารกิจครั้งนี้จบลง อาร์คจะสามารถเริ่มจัดการเงินและซื้อหาไอเทมได้เสียที

‘พวกมันน่าจะพอให้กระเป๋าซิดเต็มพอดี พอได้ไอเทมทั้งหมดมาแล้วก็เตรียมตัวจากไปได้…’

ในกรณีที่ไม่มีสินค้าตามรายการพิเศษที่สั่งมา ร้านค้าที่จ้างวานซิดก็สมควรซื้อหาพวกมันด้วยราคามากกว่าเดิมถึง 50%

ทว่า เขานั้นสามารถขายที่ราคามากกว่าถึง 80% ให้กับผู้เล่นที่ต้องการไอเทมเหล่านี้ได้ อีกทั้ง ไอเทมที่หาได้จากที่นี่มันเป็นไปไม่ได้ที่จะหาได้ตามร้านค้าธรรมดา นี่ย่อมมีโอกาสที่จะเพิ่มราคาได้สูงถึง 120% จากราคาที่ซื้อหามาด้วยซ้ำ

หากใช้การคำนวณโดยคร่าว ถ้าหากเขามีเงิน 1,000 เหรียญทองและสามารถซื้อหาไอเทมที่ราคา 60% ไปได้ และหากเขาสามารถขายได้ราคามากถึง 120% นั่นหมายความว่าเขาจะได้กำไรมากถึง 600 เหรียญทองด้วยกัน

บางเงื่อนไขของภารกิจมันโหดหินก็จริง แต่หากสามารถกระทำมันให้สำเร็จได้ ก็หมายความถึงผลตอบแทนอันคุ้มค่าที่จะนำไอเทมไปขายยังเมืองอื่นและได้รับผลกำไรมหาศาลกลับคืนมาได้

‘หึหึหึ ดีเสียจริงที่พาซิดมาด้วย’

แน่นอนว่าอาร์คไม่ได้คิดจะนำไอเทมพวกนั้นไปขายโดยตรง

ถ้าหากใช้เงินทั้งสิ้น 1,000 เหรียญทองเพื่อทำให้กระเป๋าทุกใบเต็มได้แล้ว เขาก็ไม่คิดที่จะเสียเวลาไปทำธุรกิจการค้ากับผู้เล่นอื่น

เขาคิดปล่อยส่วนงานที่น่ารำคาญนี้ให้ซิดทำเป็นที่เรียบร้อย กระทั่งว่าต้องเสียกำไรไปถึง 10~20% ก็ตามที แต่เขาก็ยังสามารถทำกำไรได้มากกว่า 500 เหรียญทองโดยไม่ต้องเสียเวลาทำเรื่องพวกนี้ด้วยตนเองแต่อย่างใด

‘พอภารกิจนี้เสร็จสิ้น เราจะได้กำไรมหาศาล’

และทันทีที่เขามาถึงไคโร้ท เขาถึงกับสามารถได้รับภารกิจที่ดีเยี่ยมถึงเพียงนี้!

ตอนนี้มีสิ่งเดียวที่เขาต้องเป็นกังวลคือลอเร็นโซ่

หากลอเร็นโซ่ตาย เขาคงต้องเตรียมพบเจอกับความพิโรธของโวลโคซูเป็นแน่ และนั่นจะทำให้หนทางในไคโร้ทของเขาลำบากมากยิ่งขึ้น ดังนั้นแล้ว ภารกิจครั้งนี้ความสำคัญอันดับแรกเลยคือปกป้องลอเร็นโซ่ จากนั้นค่อยเป็นการสังหารพวกโจรที่เป็นเป้าหมาย

“ลอเร็นโซ่นิม คอยตามหลังไว้นะครับ”

“เอ่อ แต่ว่า…”

“คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ได้รับบาดเจ็บ หากบาดเจ็บเสียที่นี่คิดว่าพ่อของคุณจะเสียใจเพียงใดกัน? ที่คุณสมควรทำคืออย่าปล่อยให้พ่อของคุณที่อุตส่าห์มาถึงที่นี่เศร้าเสียใจไป คงรู้นะผมหมายถึงอะไร… หรือต้องให้ผมพูดซ้ำกัน?”

อาร์คในตอนนี้แตกต่างจากอาร์คที่เคยป้อนอาหารจนอีกฝ่ายคิดอยากตาย เพียงแค่คิดถึงผลกำไรมันก็เพียงพอที่จะทำให้อาร์คเปลี่ยนท่าทีไปได้แล้ว อีกทั้ง ลอเร็นโซ่ยังเป็นเอ็นพีซีที่เรียบง่ายคนหนึ่ง ดังนั้นแล้วเขาจึงทำเพียงแค่ถอนหายใจออกและพยักหน้ารับ

“ขอบคุณเจ้ามาก ข้าจะระวังตัว”

“ต้องแบบนั้นแหละครับ”

ขณะที่อาร์ครับคำสัญญาดังกล่าว เขาจึงเปิดประตูที่อยู่ตรงหน้า

ทุกอย่างมันฉับพลัน แสงสว่างวาบพลันสาดส่องพร้อมความเสียหายมหาศาลที่บังเกิดขึ้น

 

=====

ท่านโดนการโจมตีคริติคอลจากทักษะลอบสังหาร ความเสียหาย 200×3

=====

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร