0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

เล่ม 4 ตอนที่ 6 : เมืองไร้กฎเกณฑ์ ไคโร้ท (3)

 

‘นี่ก็เพิ่มเลเวลได้ด้วย?’

“ที่นั่นเหรอไคโร้ท?”

อาร์คกำลังมองไปยังภาพเงาสีดำของเมืองที่กำลังเผยขึ้นอยู่บริเวณเหนือสันเขา

ที่ด้านข้าง ซิดกำลังพึมพำเสียงเบาออกมา

“พอจะพักกันก่อนได้ไหมครับ?”

“ได้สิ นี่ก็ได้เวลาฉันต้องไปอาบน้ำพอดี”

อาร์คกำลังมองสำรวจแผนที่ก่อนจะพยักหน้าให้

“ดีเลยครับ”

พร้อมกันนั้นซิดจึงล้มตัวลงนั่ง

พวกเขามาถึงไคโร้ทได้ภายในสี่วันหลังออกเดินทางจากกิรัน

ที่จริง การเดินทางอย่างต่อเนื่องสี่วันขนาดนี้ออกจะเกินแรงไปบ้าง

และมันก็เป็นเพราะคำพูดหนึ่งของอาร์คนั่นแหละ

“เพื่อที่จะได้ประหยัดเวลาก็มุ่งตรงไปยังไคโร้ทเลย”

แม้ว่าแฮนสันที่เป็นนักวาดแผนที่จะบอกตำแหน่งของไค้โร้ทอย่างชัดเจนมาแล้ว แต่แผนที่รอบบริเวณของมันกลับยังไม่เด่นชัดอะไร การที่จะหาเส้นทางที่เหมาะสมจากกิรันไปยังเป้าหมายปลายทางออกจะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลามากพอสมควร ดังนั้นแล้ว อาร์คจึงตัดสินใจเลือกใช้เส้นทางที่เร็วที่สุดที่จะสามารถไปยังไคโร้ทได้โดยการตัดตรงแผนที่มา

…นับว่ามันคือความผิดพลาด

พื้นที่ระหว่างกิรันและไคโร้ทมันเป็นอะไรที่ไม่ค่อยกระจ่างชัดเพราะพวกเขายังไม่เคยไปสำรวจ

มันเป็นป่าหนาทึบที่แทบมองไม่เห็นทางออกเลยด้วยซ้ำ

เขาไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นพื้นที่การล่าเลเวลสูงที่มีมอนสเตอร์ประหลาดเลเวล 100 อยู่เต็มไปหมด

ด้วยโบนัสจากความมืดที่ทำงานตอนกลางคืน ทำให้เขาสามารถรับมือกับพวกมอนสเตอร์ได้ แต่ระหว่างช่วงเวลากลางวันนั้นไม่อาจ นอกจากนี้ มันยังมีส่วนที่ต้องข้ามช่องเขามาซึ่งมันเป็นสถานที่คล้ายวงกตอะไรทำนองนั้น มันยากที่จะผ่านแถมยังง่ายที่จะหลงทาง นับว่าเป็นปาฏิหาริย์แล้วที่พวกเขาสามารถหลุดพ้นป่าแห่งนั้นมาอย่างมีชีวิตรอดได้

ซิดถึงกับมองอาร์คด้วยดวงตาไร้แววตา

‘โชคยังดีที่พวกเราพบเจอโบราณสถานลับภายในป่านั่น แถมยังได้เพิ่มค่าความสัมพันธ์กับเอ็นพีซีเผ่ามิกุมิกุอีก… หากไม่ได้เรื่องนี้ช่วยล่ะก็ เราคงตายอยู่ในนั้นแหง’

ที่สถานการณ์มันยากขึ้นมาก็เพราะอาร์ค นับได้ว่าเป็นการปลุกกระตุ้นความหวาดกลัวในตัวซิดได้เป็นอย่างดี

ยิ่งสถานการณ์ยากลำบาก นั่นก็หมายถึงในหนึ่งวันอาร์คจะได้นอนน้อยกว่าสองชั่วโมง ด้วยเหตุนั้น กระทั่งซิดจึงต้องโดนลากถ่วงเวลาไปด้วย นอกจากนี้ พวกสัตว์ในป่ายังไม่คิดหยุดพักไล่ล่าพวกเขาจนตึงเครียดมากยิ่งขึ้น แน่นอนว่าทั้งความเหนื่อยล้าอีกทั้งยังไม่ได้นอน มันยิ่งบั่นทอนสุขภาพของพวกเขาจนย่ำแย่เลยทีเดียว

เกือบตายไปแล้ว ความคิดพวกนี้ผุดขึ้นในหัวพวกเขากี่ครั้งกัน?

พอออกจากกิรันก็มุ่งหน้าตรงมายังป่าแห่งนี้ แน่นอนว่าสถานที่สุดท้ายสำหรับการฟื้นคืนชีพย่อมต้องเป็นที่กิรัน… ซิดแทบคิดอยากตายในป่าแห่งนี้เสียจะได้กลับไปพักที่กิรันด้วยซ้ำไป แต่ทว่า…

เขาได้พบว่ายามที่อาร์คต่อสู้ อีกฝ่ายมักจะปกป้องซิดอยู่เสมอ แน่นอน กระทั่งซิดยังรู้ว่านี่ไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์ที่มีต่อกันอันใด แต่มันเป็นเพราะสิ่งของทั้งหลายที่อยู่ในกระเป๋าทั้งหกใบของเขาต่างหาก

หลังจากนั้น ทั้งสองจึงสามารถผ่านนรกอันโหดร้ายมาจนกระทั่งถึงไคโร้ทได้

เพียงแค่มองเห็นไคโร้ทที่อยู่ไกลออกไปก็แทบทำเอาน้ำตาไหลได้แล้ว

‘นายทำได้ซิด! นายทำได้! ทำได้ดีมากซิด! นี่มันวิเศษยิ่งนัก!’

“เป็นอะไรไปน่ะ?”

“เอ่อ เปล่าหรอกครับ ฝุ่นมันเข้าตาน่ะครับ…”

ซิดปาดน้ำตาที่ทำให้ดวงตาพร่ามัวออกด้วยแขนเสื้อ

“เอาล่ะ ไปกันเถอะ พวกเราต้องจัดสิ่งของแถมยังต้องพักผ่อนกันอีก”

“ครับ!”

พอเขาพูดจบคำเท่านั้น ซิดก็เผยรอยยิ้มกว้างขณะพยักหน้ารับอย่างเร็วแรง

ผ่านไปไม่นานทั้งสองจึงค่อยขึ้นไปยังด้านบนสันเขา

ตำแหน่งของไคโร้ทนั้นตั้งอยู่ที่บนสุดของสันเขา คล้ายกับพวกมาชูปิกชูอะไรพวกนั้นที่เคยเห็นตามสารคดี ด้วยขนาดของเงาที่ปรากฏผ่านทางแสงจันทร์ที่หมองหม่น ขนาดของมันดูแล้วสมควรทัดเทียมได้กับปราสาทแจ๊คสันเลยทีเดียว

เถาวัลย์ที่ขึ้นอยู่ตามพื้นก็ค่อนข้างหนาอีกทั้งยังไต่ไปทั่วเมืองคล้ายกับเป็นปราการธรรมชาติ

หากไม่มีตำแหน่งที่แสดงบนแผนที่ ไคโร้ทนับได้ว่ายากต่อการพบเจอเพราะเถาวัลย์หนาเตอะจนทำให้มันดูคล้ายป่าไป

ทางหน้าของไคโร้ทมีทหารยามเอ็นพีซีคุ้มกันอยู่

ไม่เหมือนกับเมืองอื่น ทหารยามเมืองนี้สวมใส่ชุดราวกับเป็นโจรก็ไม่ปาน

อาร์คและซิดจ้องมองเถาวัลย์เหล่านั้นด้วยสายตาเหลือเชื่อก่อนที่จะเข้าไปใกล้ทางเข้า ทหารยามที่ขมวดคิ้วรออยู่ก่อนแล้วจึงกล่าวขัดขวางไม่ให้พวกเขาเข้าไปได้

“เดี๋ยว! พวกเจ้ามีธุระอะไร?”

“ครับ? ก็แค่เข้าไปในเมือง?”

“เหอะ! ไปให้พ้น! นี่ไม่ใช่สถานที่ให้เด็กน้อยเข้าไปได้!”

“หมายความว่าอะไร?”

“ไม่ได้ยินที่ข้าบอกให้ไสหัวไปหรือไง?”

“หากให้ข้าต้องพูดอีกครั้ง ข้าก็คงต้องทำให้เจ้าเดินกลับไปทั้งน้ำตาแล้ว!”

ทหารยามเอ็นพีซีที่หยาบกระด้างหลายคนกำลังเข้ามารุมล้อม

สภาพแวดล้อมกลับกลายเป็นตึงเครียด พวกเขาไม่อาจสร้างปัญหากับเอ็นพีซีได้ตั้งแต่วันแรกที่มาถึงไคโร้ท นั่นทำให้ทั้งอาร์คและซิดต้องจากไปด้วยความสับสนมึนงง

“ทำไมพวกเขาทำแบบนั้นล่ะ? เอ็นพีซีห้ามไม่ให้ผู้เล่นเข้าเมืองเนี่ยนะ?”

แน่นอนว่า บางครั้งทหารยามก็มีหน้าที่คัดกรองผู้เล่นที่จะเข้าเมือง ทว่า นั่นก็เป็นการคัดกรองผู้เล่นฆาตกร ขณะที่ครุ่นคิดเรื่องราวความเป็นไปได้ อาร์คจึงนึกถึงเรื่องหนึ่งที่เขาลืมไปเสียได้

“อ๋า นี่มันเมืองสำหรับผู้เล่นฆาตกร!”

“โอ๊ะ จริงด้วยครับ ผมได้ยินว่ามีเพียงผู้เล่นฆาตกรที่จะเข้าไปยังไคโร้ทได้”

ซิดก็ดูเหมือนจะคิดเช่นเดียวกันจนถึงกับร้องเสียงแปลกออกมา

“งั้นแล้วพวกเราจะทำไง? นี่พวกเราเดินทางมาไกลมากแล้วนะ…”

“ไม่หรอก ยังมีทางอยู่”

รอยยิ้มชั่วร้ายพลันกระจายบนใบหน้าของอาร์ค

‘หึหึหึ ดีนะที่เก็บเจ้าสิ่งนี้มา นี่เกือบลืมไปเลยนะเนี่ย… ไม่คิดว่าจะได้เอามาใช้งานตอนนี้ แน่นอนว่าที่เก็บมาก็เพราะคิดว่ามันต้องมีประโยชน์ในสักวัน เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่าเราจะต้องการมันตอนไหนและที่ไหน’

“เจ้างู เอาม้วนคัมถีร์ [ลวง] ออกมา!”

เจ้างูคายเอาม้วนคัมภีร์สีแดงออกมา

หลังจากที่ซิดตรวจสอบม้วนคัมภีร์แล้ว ดวงตาของเขาถึงกับเบิกกว้างขณะส่งเสียงดังขึ้น

“ครับ? นี่มัน!”

“ไอ้นี่ฉันได้มาจากตอนที่ฆ่าลีโอไปน่ะ”

อาร์คพูดกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม ที่จริง มันเป็นไอเทมที่เขาคิดจะขายมันทุกครั้งที่พื้นที่ในกระเป๋าไม่พอเสียด้วยซ้ำ ทว่า การพยายามขายไอเทมพิเศษที่เขาลำบากลำบนกว่าจะได้มาเช่นนี้กลับทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจนัก… นับได้ว่าโล่งอกไปทีที่ยังมีมันอยู่

“เอาล่ะ ไหนดูสิใช้ยังไงกัน?”

อาร์คใช้งานม้วนคัมภีร์เพื่อแก้ไขข้อมูลตัวละคร

 

=====

ชื่อตัวละคร : อาร์ค

เผ่าพันธุ์ : มนุษย์

แนวโน้ม : ความดี +200

ชื่อเสียง : 1635

เลเวล : 90

อาชีพ : ผู้เดินทางแห่งความมืด

ฉายา : อัศวินแห่งแมว, ผู้เยียวยาสรรพสิ่ง, วีรบุรุษแห่งแจ๊คสัน

พลังชีวิต : 1,745

พลังมานา : 1,355 (+100)

พลังจิตวิญญาณ : 100

พละกำลัง : 234 (+5)

ความคล่องตัว : 264 (+17)

ความอดทน : 334

สติปัญญา : 33

ความฉลาด : 262

โชค : 45

ความยืดหยุ่น : 26

ศาสตร์แห่งการสื่อสาร : 23

เสน่หา : 55 (+10)

ค่าสถานะพิเศษ ภูมิความรู้โบราณวัตถุ : 63

ผลจากอุปกรณ์สวมใส่

ชุดเกราะหนังหนูหมีสีดำ : ความคล่องตัว 2, ภูมิต้านทานความหนาว +20

อุ้งตีนแมว : ความเร็วโจมตี +10%, ความคล่องตัว +15, อัตราการโจมตีคริติคอล +10%

หมวกโกเลมคริสตัล : +100

รองเท้านอแรต : ความเร็วเคลื่อนที่ 10%, หลบหลีก +5%

สร้อยคอของอเดเลียน : พลังป้องกัน +40, เสน่หา +10

ปลุกวิญญาณ : พละกำลัง +5, ฟื้นฟูพลังมานา +5%

*ทุกความสามารถเพิ่มขึ้น 30% ในความมืด

*ท่านได้รับความสามารถหลบซ่อนตัวตนในความมืด ระยะเวลาส่งผล 15 นาที ยกเลิกเมื่อเข้าสภาวะต่อสู้

*ภูมิต้านทานความกลัว ความมืด ตาบอด และคาถาเสน่ห์เพิ่มขึ้น 50%

*ท่านสามารถนำเอาความสามารถแท้จริงออกมาได้จากอุปกรณ์ทุกชนิด

=====

 

ม้วนคัมภีร์ [ลวง] เป็นม้วนคัมภีร์ที่เอาไว้ใช้แก้ไขเลเวลและแนวโน้มของผู้เล่น รวมถึงค่าสถานะที่สามารถสุ่มขึ้นมาใหม่ได้ ทว่า เลเวลและค่าสถานะทั้งหลายจะต้องไม่มากหรือน้อยเกินกว่า 10 ระดับที่เป็นอยู่ ระยะเวลาส่งผลก็จะคงอยู่ถึงหนึ่งชั่วโมง

“เพิ่มเลเวลสัก 10 ระดับแล้วกัน ส่วนแนวโน้มก็เปลี่ยนเป็นฆาตกร”

เลเวลของอาร์คในตอนนี้เพิ่มขึ้นมาถึง 90 ได้แล้วเพราะเหตุการณ์ในป่าทั้งสามวันที่ผ่านมา ม้วนคัมภีร์ลวงสามารถเพิ่มเลเวลของเขาให้เป็น 100 ได้ และทำให้เขาได้กลายเป็นผู้เล่นฆาตกรและมีชื่อที่เปลี่ยนไปเป็นสีแดง ในขณะที่ผู้เล่นอื่นใช้มันเพื่อลดทอนเลเวลของตนเอง เขากลับเพิ่มเลเวลขึ้นเสียแทน

เหตุผลก็เพราะเขาในเวลากลางคืนก็มีเลเวลทัดเทียมนี้ไม่ต่างออกไป

“แต่ม้วนคัมภีร์นี่มันม้วนเดียวเสียด้วยสิ”

“เอ่อ แล้วผมล่ะครับ…?”

“เดี๋ยวฉันเข้าไคโร้ทไปซื้อม้วนคัมภีร์มาก่อน แถมฉันต้องไปรวบรวมข้อมูลเท่าที่จะเป็นไปได้ด้วย ซิดนายไปหาสถานที่รอก่อนแล้วกัน พยายามอย่าทำอะไรให้เป็นที่สนใจเพราะแถวนี้เป็นถิ่นพวกผู้เล่นฆาตกร นายอาจตกอยู่ในอันตรายได้”

“ครับ เอาตามนั้นก็ได้ครับ”

ซิดพยักหน้ารับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ

อาร์คจึงยิ้มอ่อนตอบกลับไป

“มูลค่าของคัมภีร์ที่ต้องให้นายใช้ก็หักจากกำไรที่นายขายของได้นะ”

เขาเกือบเผลอใจคิดว่าอาร์คจะใจดีไปเสียแล้ว ที่ซิดยังอยู่รอดปลอดภัยตลอดทางมาจนถึงไค้โร้ทได้ก็เพราะเขามีประโยชน์ด้านขนของ แต่อีกฝ่ายเป็นใคร อาร์คยังไงล่ะ เป็นตัวตนที่เสมอต้นเสมอปลายอยู่วันยังค่ำ

ซิดถึงกับเผยรอยยิ้มแปลกประหลาดให้ขณะพยักหน้ารับ

“ครับ ฮ่ะฮ่ะ! ตามนั้นแหละครับ”

“งั้นฉันไปก่อนนะ หาที่หลบซ่อนตัวดี ๆ แล้วก็ดูแลตัวเองให้ดีด้วย”

แทนที่อาร์คจะมองหน้าซิด เขากลับมองไปยังกระเป๋าทั้งหกใบแทน เรื่องราวเป็นไปอย่างที่คาดคิดเอาไว้ หลังจากมาถึงประตูทางเข้าอีกครั้ง พอชื่อของเขาที่แสดงเป็นสีแดงท่าทีของเอ็นพีซีถึงกับเปลี่ยนแปลงไป

“อ้าว? นี่นายคนเมื่อกี้นี้นี่นา?”

“ครับ ใช่…”

หลังจากพิจารณาอาร์คไปมาพักหนึ่ง เอ็นพีซีตรงหน้าจึงค่อยหัวเราะออกมาเสียงดัง

“คึคึคึ กลิ่นเลือดของเจ้าช่างหอมหวนยิ่งนัก มันฟุ้งกระจายจากร่างเจ้าเลยทีเดียว ว่าไป แล้วสหายตัวน้อยเจ้าล่ะ?”

“แถวนี้แหละครับ เจ้าฮอบบิทนั่นเป็นอาหารสัตว์ป่าอยู่แถวนี้แหละ ว่าแต่นี่เสร็จเรื่องหรือยังครับ?”

“หึหึหึ เจ้าช่างเลวร้ายขนาดทรยศเพื่อนที่ร่วมทางมาจนถึงที่แห่งนี้ได้ แต่ข้าชอบการกระทำของเจ้านะ ทำได้ดีเลยทีเดียว แล้วก็สถานที่นี้ไม่ใช่สถานที่สำหรับพวกอ่อนแอ ในเมื่อเจ้าละทิ้งหน้ากากดั้งเดิมไปแล้วพวกเราก็ยินดีต้อนรับ”

ค่าความสัมพันธ์ระหว่างเขาและทหารยามพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

อาร์คคิดใช้โอกาสนี้รวบรวมข้อมูล

“ว่าไป เคยเห็นผู้ชายที่มีผมสีแดงมาที่นี่บ้างหรือเปล่าครับ?”

“ชายผมสีแดงรึ? อืม น่าจะเห็นมั้ง? มันเป็นคำถามที่ตอบได้ยากนะ สถานที่แห่งนี้วันหนึ่งมีผู้คนนับร้อยเข้าออกตลอด แล้วส่วนใหญ่ก็จะใส่หมวกเสียด้วย”

“งั้น ช่วงไม่กี่วันมานี้มีเรื่องประหลาดอะไรเกิดขึ้นบ้างหรือเปล่าครับ…”

“เรื่องแปลกเนี่ยนะ? นี่มันเมืองไร้กฎเกณฑ์ ปัญหาเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้านั่นแหละ มันไม่มีเรื่องอะไรน่าแปลกเลยสักนิด แม้ว่าช่วงหลายวันมานี้เถาวัลย์ที่คุ้มกันเมืองดูจะเหี่ยวเฉาลงไปบ้าง แต่ก็มีแค่นั้น เจ้าอยากรู้เรื่องอะไรพวกนี้ด้วยงั้นรึ?”

“ครับ ก็สนใจอยู่บ้าง”

“แล้วก็ ถ้าตอนไหนมีปัญหาขึ้นมาก็เรียกได้นะครับ ผมพร้อมช่วยเหลือเสมอ”

“ขอคืนมันให้เจ้าแล้วกัน คนต่างถิ่นน่ะต้องปกป้องตัวเองยิ่งกว่าพวกเราเสียอีก”

เอ็นพีซีทหารยามหัวเราะคิกคักออกมา

อาร์คทำเมินเฉยพวกเขาและเข้าไปยังไคโร้ท

เขาไม่อาจรู้สึกถึงความปลอดภัยใดในเมืองแห่งนี้ได้เลย ไคโร้ทสมแล้วที่เป็นเมืองไร้กฎเกณฑ์ มีทหารยามเอ็นพีซีก็จริง แต่พวกเขามีเอาไว้คัดแยกไม่ให้ผู้เล่นธรรมดาเข้ามาต่างหาก เรื่องอื่นใดพวกเขาล้วนไม่สนใจ

หน้าที่ของพวกเขายังมีอีกอย่าง นั่นก็คือปกป้องไคโร้ทหากโดนบุกโจมตี

สถานที่แห่งนี้มันส่งเสริมอาชญากรรมอย่างชัดเจน

แน่นอนว่า หากพวกเขาเอาแต่สู้กับผู้เล่นฆาตกรทุกวันคงต้องเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา ดังนั้นแล้วจึงมีกฎเกณฑ์อยู่บ้างเล็กน้อย แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่อาร์คต้องไปสนใจเพราะเขาเพิ่งเข้ามายังไคโร้ท

อีกทั้ง มันยังมีแสงวูบวาบปรากฏขึ้นทุกครั้งที่เขาเดินผ่านทางถนนไป

เหล่าผู้เล่นฆาตกรต่างหลบซ่อนอยู่ในหลืบขณะใช้ [สอดส่อง] เพื่อตรวจสอบเลเวลของอาร์ค นอกจากนี้ ผู้เล่นบางคนยังยื่นคำขอปาร์ตี้มาอีก จุดประสงค์ของพวกเขาไม่ใช่เพื่อตั้งปาร์ตี้ แต่มันเป็นเพราะต้องการหยั่งเชิงว่าอาร์คมีแนวร่วมในปาร์ตี้อยู่ก่อนหน้าหรือไม่

“ชิ เลเวลสูงเสียจริง”

“แถมยังมีปาร์ตี้เสียด้วย เผลอไปมีเรื่องด้วยคงไม่จบง่ายแน่”

“หน้าใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอย่างน้อยพวกเราก็ควรสอนบทเรียนอะไรให้มันบ้าง”

ตอนนี้ พวกผู้เล่นที่หลบอยู่ตามซอกซอยต่างกำลังถอนตัวไป

 

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร