0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

เล่ม 4 ตอนที่ 6 : เมืองไร้กฎเกณฑ์ ไคโร้ท (2)

 

ชายที่ร่างสูงใหญ่ดั่งหมีพร้อมทั้งมีรอยสักรอบทั้งเอวและคอ มันเหมือนกับเขาในตอนนี้กำลังยืนเผชิญหน้ากับบอสมอนสเตอร์อย่างไรอย่างนั้น อีกทั้งมันคล้ายจะมีหน้าต่างข้อความโผล่ขึ้นมาแจ้งเตือนในหัวเขาเสียด้วย

ชายคนดังกล่าวเริ่มมองสำรวจเขาจากหัวจรดเท้า

“อะไรกัน? มีไก่มาด้วย?”

“อา… ผมมาพาลุงจีวอนฮวารังน่ะครับ”

“หืม? รู้จักจีวอนด้วย?”

“ครับ ผมชื่อฮยอนอู พอดีวันนี้มีนัดกันน่ะครับ…”

“โอ้! โอ้!”

อีกฝ่ายถึงกับเกาศีรษะขณะเผยดวงตาออกกว้างด้วยความตื่นตกใจ

“งั้นก็นายสินะ! นายคืออาร์ค!”

“ครับ ใช่ครับ…”

“แล้วนายรีรออะไรอยู่? นี่ฉันไง หมายเลข 1405 จำได้ไหม?”

“หมายเลข 1405? งั้นคุณก็เป็นลุงคนนั้น…”

“ใช่ ใช่แล้ว! ฉันได้รับความช่วยเหลือเยอะเลยทีเดียว อืม ว่าไปนายก็ดูเหมือนตัวในเกมจริงด้วย ขอโทษที ฉันมันไร้แววตาน่ะ เข้ามาก่อนสิ”

หมายเลข 1405 คว้าแขนของเขาก่อนจะลากตัวเข้าบ้านไป

ขณะที่เขาเข้ามาในบ้านอย่างไม่ทันรู้ตัว เขาจึงส่งเสียงเรียกพรรคพวกขึ้นมาโดยทันที

“เฮ้ อาร์คมาแน่ะ!”

ไม่ช้าหลังจากนั้น… ฮยอนอูรู้สึกคล้ายได้เข้ามาในสวนสัตว์ซาฟารีที่ตนโดนโยนไปมาราวกับเป็นของเล่น

ความประทับใจแรกของเขาคือ ชายเหล่านั้นถึงกับโผล่พรวดออกมาจากห้องคล้ายหินถล่มใส่ก็ไม่ปาน ฮยอนอูถึงกับคิดว่าแก๊งโจรเหล่านั้นน่ารักไปเลยหากเทียบกับบุคคลเหล่านี้ ตอนนี้คนกว่าสิบคนที่ขนาดตัวใกล้เคียงกันกำลังยืนล้อมเขาอยู่! ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ทำเอาเขาต้องนั่งลงพร้อมหลั่งเหงื่อเย็นออกมาเลยทีเดียว

‘ลุงจีฮวอนฮวารัง เห็นเรียกพวกเขาเป็นเจ้าหนู… ไหนล่ะเจ้าหนูที่ว่าน่ะ?’

“จีวอนเพิ่งออกไปเมื่อกี้เห็นว่ามีธุระเร่งด่วนน่ะ เขาก็อยากรอเธออีกเดี๋ยวนึงอยู่หรอกนะ แต่ก็นั่นแหละ เขารีบร้อนออกไปจนลืมเอาโทรศัพท์มือถือไปด้วย…”

ชายคนหนึ่งที่มีรอยแผลเป็ดมีดบาดบนใบหน้าได้พูดออกขณะยิ้มให้ ฮยอนอูแทบเผลอพูดออกไปว่า ‘ขอโทษครับ ผมจะไปซื้อโทรศัพท์มือถือเดี๋ยวนี้แหละครับ’

“ฉันหมายเลข 1404 คังโยจิน นี่นายซื้ออาหารมาให้พวกเราด้วยเหรอ?”

คังโยจินกำลังมองไปยังเซ็ตไก่ทอดในมือของฮยอนอู

“ครับ”

หลังจากเขาตอบกลับไป ไก่เหล่านั้นจึงกลับกลายเป็นกระดูก

‘นี่แค่สิบนาทีเองนะ น่ากลัวเกินไปแล้ว นี่พวกเขาจะกินเราไหมเนี่ย? เราคงไม่ตายที่นี่หรอกใช่ไหม?’

ฮยอนอูกำลังกรอกตาไปมาด้วยความหวั่นวิตก ปีกไก่ชิ้นสุดท้ายได้ถูกกลืนกินเข้าไปโดยหมายเลข 1405 ที่ชื่อว่ามาโชรัง ไม่ช้าอีกฝ่ายจึงถามออกมา

“ว่าไป นี่นายไม่ได้ไปไหนมาไหนกับโรโค่หรอกเหรอ?”

“ครับ? พวกเราเพิ่งเจอกันครั้งสุดท้ายที่ร้านกาแฟน่ะ”

ทั้งกลุ่มถึงกับระเบิดเสียงหัวเราะออกเข้าใส่คำตอบของฮยอนอู

“นายนี่มันไร้เดียงสา!”

“ฉันหมายถึงนายชอบเธอหรือเปล่า”

“หุหุหุ ใช่แล้ว แล้วนี่นายจูบเธอไปหรือยังกัน?”

“ยะ-อย่าพูดอะไรแบบนั้นสิครับ! พวกเราเป็นเพื่อนกันนะ…”

“เฮ้ เฮ้! นี่นายไม่รู้เหรอพูดแบบนั้นเรียกว่าอาชญากรรมได้เลยนะ?”

บทสนทนาพลันระเบิดออกขณะที่ชายเหล่านี้กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ฮยอนอูจึงทำเพียงแค่นั่งเงียบฟังขณะส่ายหัวไปพลาง

“ระหว่างผมกับฮเยซอนไม่มีอะไรกันครับ เธอก็เหมือนลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง…”

“ว่าอะไร?”

ทั้งกลุ่มถึงกับหยุดชะงักงัน พวกเขาเริ่มส่งสายตาเปี่ยมด้วยความสงสัยมองหน้ากันเองขณะกระซิบกระซาบ

ข้างเขาคือคังโยจิน อีกฝ่ายถึงกับถอนหายใจออกมาขณะส่ายศีรษะ

“เอาเป็นว่าพอก่อนแล้วกัน ถือว่าขอแล้วกันนะ เพราะยังไงแล้ว… โรโค่ก็ค่อนข้างจริงจังเอาเรื่อง แต่นี่มันเหมือนต้นไม้กับหินเลย…”

“ครับ? หมายถึงผมเหรอ?”

“ไม่หรอก ที่จริงฉันก็ไม่อยากรบกวนหรอกนะ แต่ว่านะฮยอนอู ไม่สิ เรียกอาร์คจะง่ายกว่าสินะ ไม่เป็นไรใช่ไหม? ถ้ายังไงแล้วก็ผ่อนคลายหน่อย นั่งลงให้มันสบายตัวหน่อยก็ได้ นี่ไม่ใช่การลงโทษนะ ทำไมนายถึงดูกังวลอะไรขนาดนั้นกัน?”

ฮยอนอูเพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ เขาจึงกระแอมไอออกมาขณะเปลี่ยนท่านั่งเป็นขัดสมาธิ คังโยจินจึงยิ้มให้และพูดต่อขึ้นมา

“ไม่ต้องกระวนกระวายอะไรหรอก พวกเราเหมือนสัตว์ป่าดุร้ายก็จริง แต่พวกเราไม่ใช่คนไม่ดีน่า”

มาโชรังกล่าวขัดขึ้น

“ตามจริง พวกเราก็เป็นคนไม่ดีนะ”

“เรื่องนี้ไม่เถียง มันค่อนข้างชัดเจนอยู่”

“แต่พวกเราก็ไม่ได้เกลียดคนอย่างนายหรอกน่า”

“ครับ? คนอย่างผม?”

“อืม นายก็น่าจะรู้ตัวดีนะ…”

มาโชรังแค่เปิดปากพูดก็มีแต่เรื่องใต้สะดือแล้ว นี่เป็นสิ่งที่คังโยจินกล่าว

“ความตั้งใจของพวกเราก็เหมือนที่พูดไปแล้ว อีกอย่าง มันดีกว่านั้นเสียด้วย ในเกมพวกเราก็มีเป้าหมายเช่นเดียวกัน นิวเวิลด์มันซับซ้อนกว่าที่คิดเอาไว้เยอะ เพราะงั้นถ้าหากได้พบเจอคนที่เชี่ยวชาญมันฉันก็อยากถามเรื่องนิวเวิลด์ให้มากเข้าไว้”

“ครับ ยินดีเลยครับ”

ในเมื่อมันเป็นหัวข้อที่ฮยอนอูรู้เป็นอย่างดี เขาจึงพยักหน้ารับ

ที่จริงแล้ว ปฏิกิริยาตอบสนองของฮยอนอูที่มีต่ออดีตนักโทษเหล่านี้ นับได้ว่าแตกต่างจากผู้คนส่วนใหญ่ที่โดนอคติเข้าบดบัง

ถ้าหากพวกเขาเป็นอดีตนักโทษ นั่นก็หมายถึงพวกเขาเป็นอดีตอาชญากร บุคคลภายนอกย่อมต้องคิดว่าพวกเขาทั้งโหดร้ายและเลือดเย็นเป็นธรรมดา

และเป็นเพราะบุคคลเหล่านี้ต่างพิเศษ ฮยอนอู… จึงมีท่าทีผิดแผกไปบ้าง

ทว่า เมื่อได้พูดคุยกันพอสมควร ความคิดดั้งเดิมที่เขาเคยมีก็พลันหายไป

โดยเฉพาะกับ เมื่อตอนที่เขาแนะนำตัวกับหมายเลข 1401 เป็นครั้งแรก คังโยจินดูเหมือนจะเป็นคนที่แข็งกระด้างเพราะรอยแผลเป็น แต่แล้วเขากลับเป็นคนที่มีความคิดอ่านเหนือล้ำกว่าผู้คนธรรมดาเสียอีก

เพียงแค่ภายนอกก็ทำเอาเขาเข้าใจผิดไปแล้ว? เขาที่ได้ยินน้ำเสียงของบุคคลเหล่านี้ที่ใช้พูดจาจึงคิดได้ คนอื่นต่างก็เป็นเช่นเดียวกัน แม้ว่าภายนอกพวกเขาจะดูหยาบกระด้าง แต่หากเมื่อพวกเขาพูดถึงเกมแล้ว สายตาของพวกเขายังทอประกายเสียยิ่งกว่าเด็กด้วยซ้ำ

ฮยอนอูแปลกใจพอสมควรที่ท่าทีกับรูปลักษณ์ของพวกเขาถึงกับแตกต่างมากถึงขนาดนี้

ฮยอนอูจึงใช้ช่วงเวลาเหล่านี้สนทนาถึงเรื่องเกมอย่างเป็นจริงเป็นจังกับคนอื่นที่ร่วมสนุกกับเกมด้วยเช่นเดียวกันให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ หลังจากที่เขาปล่อยวางความคิดไปได้แล้ว บทสนทนายิ่งมาก็ยิ่งสนุกมากยิ่งขึ้น ความแตกต่างในวิถีการเล่นเกมของฮยอนอูยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกสนุกสนานและสนใจมากยิ่งขึ้นกว่าเก่า

“เคลื่อนไหวอย่างอิสระเหนือคณะปกครอง?”

ฮยอนอูได้รับฟังข่าวใหม่ที่เกิดขึ้นที่แจ๊คสัน

“ใช่ เรื่องนี้ก็เพราะจีวอนเลย เงื่อนไขที่เขารับมาคือ ไปยังเมืองหลวงและได้รับชื่อเสียงจากอารีน่าต่อหน้าเหล่าชนชั้นสูง ก็นะ พวกเราก็ชอบด้วยแหละ เป็นเพราะการต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์ออกจะเริ่มน่าเบื่อไปแล้ว”

ฮยอนอูเองก็คิดจะไปอารีน่าแห่งนั้นในสักวันเช่นกัน แต่เขาไม่คิดว่าจีวอนฮวารังจะเป็นฝ่ายได้ไปยังสถานที่แห่งนั้นก่อนเขาเสียอีก

ดูเหมือนว่าที่มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้ก็เพราะคำพูดของฮยอนอูที่ฝากฝังท่านลอร์ดหนุ่มเอาไว้… จุดเด่นของนิวเวิลด์ก็คือ คำพูดหรือการกระทำของบุคคลที่สามมันสามารถส่งผลกระทบต่อผู้เล่นอื่นได้ด้วย เรื่องราวธรรมดาเช่นนี้กลับยิ่งทำให้บทสนทนาเป็นไปอย่างมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น

บางครั้งฮยอนอูยังหยอกล้อและมีส่วนร่วมในการสนทนาของพวกเขา

ทักษะที่พวกเขาได้เรียนรู้กันไปนั้นนับได้ว่าน่าสนใจมากเอาเรื่อง

ทั้งหมดเป็นทักษะอันเป็นเอกลักษณ์ในโลกแห่งความเป็นจริง ด้วยความโหดร้ายของสังคมทำให้พวกเขามีความสามารถเช่นนั้น แม้ว่าพวกเขาจะให้สัญญาร่วมมือกับโปรแกรมฟื้นฟูชื่อเสียงที่ดีกลับคืนมา แต่โปรแกรมเหล่านั้นมันก็ไม่เพียงพอที่จะปิดฝีไม้ลายมือของพวกเขาเอาไว้ได้มิด และนิวเวิลด์มันก็เป็นเกมที่สามารถใช้งานฝีมือเหล่านั้นได้อย่างเปิดเผยเสียด้วย

“หึหึหึ แม้ว่าในหมู่บ้านฮารันจะหาเงินได้ยากเอาเรื่อง แต่พวกเราก็ใช้ฝีมือของตนในการหาสิ่งที่ถูกกว่ามาได้ เป็นเพราะทักษะ ‘ข่มขู่’ นั่นแหละนะ พวกเราสามารถใช้ทักษะ ‘ข่มขู่’ เพื่อให้ร้านค้ามอบส่วนลด 10% มาได้! แต่ว่า มันก็แลกมาด้วยความสัมพันธ์กับเจ้าของร้านที่ลดน้อยลง”

มันเป็นทักษะของคนที่เรียกตัวเองว่าหมายเลข 1402 เพราะเขาเคยเป็นอดีตนักทวงหนี้มาก่อน

และทางด้านหมายเลข 1406 ก็เป็นอดีตนักล้วงกระเป๋า เขาพูดแทรกขึ้น

“มีอะไรน่าภูมิใจกัน? ฉันนี่ มีทักษะ ‘ล้วงกระเป๋า’ จนสามารถฉกฉวยเอาไอเทมจากมอนสเตอร์ที่อยู่ในสภาวะวิกฤตมาได้ นี่มันดียิ่งกว่าไปข่มขู่เอ็นพีซีเสียอีก”

“พูดมากน่า! แค่ทักษะล้วงกระเป๋าอย่าอวดไปหน่อยเลย! ข่มขู่ก็สามารถใช้กับมอนสเตอร์ได้เหมือนกัน นี่นายไม่เคยเห็นจังหวะที่มันหัวหดกลับไปหรือไง? นั่นแหละเป็นเพราะฉันข่มขู่มันยังไงล่ะ”

“หึหึหึ เรื่องเล็กน้อยทั้งนั้น ข่มขู่? ล้วงกระเป๋า? พวกนายมีโอกาสได้ใช้ชีวิตแต่กลับยังวนเวียนกับวงจรเดิมอยู่เนี่ยนะ ดูฉันนี่ ทักษะ ‘คนรักไวน์’ ที่มอบค่าความสัมพันธ์ 20 หน่วยให้กับเอ็นพีซีหญิงสาว เป็นยังไงล่ะ ทั้งสันติและรักสงบจริงไหม? ทักษะนี่ดีกว่าเห็น ๆ”

“ฮ่า วิธีที่นายใช้หาเมียนั่นถึงกับเอามาใช้ในเกม? ถ้านายเหมือนกับฉันที่ ‘ทุจริต’ ได้แล้วล่ะก็ มันเป็นทักษะชั้นดีที่จะทำให้ฉันขายของได้ราคาสูงกว่าปกติมากถึง 15% แม้จะไม่ใช่พ่อค้าก็ตามที ดีกว่าเห็น ๆ”

กระทั่งคนที่ดูสุภาพอย่างหมายเลข 1401 คังโยจินยังพูดประเด็นนี้ขึ้นมา

‘ฮ่าฮ่า นิวเวิลด์นี่เต็มไปด้วยทักษะน่าสนใจทั้งนั้น กระทั่งว่ามีอาชีพเดียวกัน แต่มีความสามารถต่างกันก็เป็นไปได้ที่จะมีเส้นทางการใช้งานตัวละครที่แตกต่างกันไป’

มันคือตัวตนในความเป็นจริงที่ถ่ายทอดความสามารถที่ได้เรียนรู้ในโลกแห่งความเป็นจริงเข้าไปยังเกม ในความเป็นจริง เทคนิคพวกนี้ไม่สมควรที่จะมี และบางเทคนิคก็น่าอายเกินจะใช้งาน อีกทั้ง กระทั่งว่าไม่ใช้เทคนิคพวกนี้ในเกม แต่มันก็ยังคงมีไว้ให้พร้อมใช้งานได้เสมอ

ทักษะของผู้เล่นแต่ละคนทั้งน่าทึ่งและน่าสนใจ กระทั่งถึงกับทำให้บางคนอิจฉาตาร้อนได้ด้วยซ้ำ

ทั้งหมดนี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมนิวเวิลด์จึงดึงดูดคนได้มากขนาดนั้น และเรื่องนี้มันจึงทำให้ฮยอนอูได้รับรู้ว่า ตนไม่ได้แตกต่างอะไรจากพวกเขามากนักเลย

นี่ก็เป็นอีกเรื่องที่ว่าความสนใจร่วมกันนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

‘ใช่แล้ว จริงด้วย…’

ฮยอนอูฉับพลันนึกขึ้นมาได้ถึงทักษะการทำอาหารเพื่ออยู่รอดที่เขาเพิ่งได้รับมาเมื่อครั้งที่อยู่ในกิรัน มันเป็นเทคนิคพิเศษของทักษะขั้นสูงที่สามารถนำอาหารมาผสมกันได้จนเกิดผลลัพธ์พิเศษขึ้น

อาหารที่เพิ่มความดึงดูดใจ เพิ่มเสียง… เมื่อลงมือทำอาหารไปแล้วมันก็เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะคาดเดาผลลัพธ์ได้ว่ามันจะออกมาเป็นอะไร

แต่เมื่อได้ฟังบทสนทนาของเหล่าอดีตนักโทษแล้ว เขาจึงนึกขึ้นมาได้ว่าอาหารเหล่านั้นมันค่อนข้างจะเกี่ยวข้องกับทักษะที่จำเพาะ

อาหารที่ช่วยเพิ่มความดึงดูดใจจะช่วยเสริม ‘คนรักไวน์’ และอาหารที่ช่วยเพิ่มเสียงให้ดังขึ้นจะช่วยส่งเสริมให้ทักษะ ‘ข่มขู่’ ที่จำเป็นต้องใช้เสียงให้มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

ความคิดของฮยอนอูที่ผุดขึ้นมาเหล่านี้จึงถูกถ่ายทอดให้เหล่าผู้โดนคุมความประพฤติได้รับฟัง

“โห? ถึงกับมีไอเทมที่ให้ผลลัพธ์แบบนั้นด้วย?”

“ทำไมนายไม่ลองเอามันไปขายในการประมูลดูล่ะ?”

“อาหาร มันค่อนข้างลำบากอยู่บ้างเพราะมีวันหมดอายุน่ะครับ ถ้าหากมันไม่พิเศษจริง และถ้ายังมีวันหมดอายุที่เหลือเพียงน้อยนิดแล้ว มันก็ยากจะที่จะขายมันได้ในการประมูล แล้วก็ ตอนนี้ในการประมูลยังไม่มีหมวดหมู่อาหารพิเศษด้วยแหละนะ”

“เข้าใจล่ะ”

“มันมีอาหารมากมายที่ไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นยังไง มันอาจเพิ่มได้ทั้งความว่องไวหรือว่าพละกำลัง แต่มันก็ยังมีอาหารอีกมากที่เป็นพิษพร้อมจะมอบโทษทัณฑ์อันโหดร้ายให้”

“ฟังดูน่าสนใจดีนี่?”

“ครับ มันจะดีถ้าอยู่ในฐานะผู้ชมแหละนะครับ”

“แถมผมยังทำมันเยอะมากเสียด้วย โชคยังดีที่ทักษะเป็นขั้นสูงแล้ว อาหารที่ทำเสร็จออกมาจึงอยู่ได้นานขึ้น แล้วตอนนี้เพราะภารกิจที่ติดพันอยู่ทำให้ผมไม่อาจไปยังเมืองหลวงได้ พวกคุณพอจะมาที่ไคโร้ทได้หรือเปล่าครับ?”

“ไคโร้ท? นั่นมันที่ไหนกันน่ะ? ไม่เคยได้ยินมาก่อน”

“มันยากจะพบเจอเบาะแสของมันจากสถานที่แห่งอื่น มันคือเมืองไร้กฎเกณฑ์ ไคโร้ท”

เหล่าอดีตนักโทษต่างดวงตาเป็นประกายเมื่อได้ยินชื่อเมืองไร้กฎเกณฑ์

“เมืองไร้กฎเกณฑ์? เหมือนพวกพื้นที่ป่าเถื่อนว่างั้น? โฮ่ แล้วจะไปที่นั่นได้ยังไงกันล่ะ?”

“ดีล่ะ ก่อนที่จะไปเมืองหลวง พวกเราจะลองแวะไปที่ไค้โร้ทนั่นดู”

“งั้นให้ผมอธิบายตำแหน่งที่ตั้งของมันคร่าว ๆ นะครับ”

“ได้ เข้าใจแล้ว”

“นี่เข้าใจง่ายยิ่งนัก สมแล้วที่นายเป็นผู้เล่นเลเวลสูง”

“ขอแสดงความนับถือต่ออาจารย์อาร์ค”

พวกผู้โดนคุมความประพฤติถึงกับกล่าวหยอกล้อออก

หลังจากนั้น ฮยอนอูจึงเริ่มพูดถึงความแปลกใหม่ของนิวเวิลด์อีกทั้งยังเป็นเรื่องที่ทำให้พวกเขาได้ตื่นเต้นได้รับฟัง

ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดจีวอนฮวารังก็กลับมาถึงบ้าน

ฮยอนอูลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมพร้อมไปยังโรงพยาบาล แม้ว่าเขาจะรู้สึกเสียดายอยู่บ้างก็ตามที กลุ่มผู้โดนคุมความประพฤติต่างก็ออกมาส่งเขาที่หน้าบ้าน

“อาร์ค ครั้งต่อไปถ้าจะมาล่ะก็โทรมาบอกก่อนด้วย พวกเราจะเตรียมไก่ทอดไว้ให้”

คังโยจินพูดกล่าวออกมาขณะตบไหล่ของฮยอนอู

“แล้วก็… ถ้ามีเรื่องลำบากอะไรก็บอกพวกเราได้ พวกพร้อมจะช่วยนายและยืนหยัดร่วมไปด้วย”

“ถ้ามีอะไรที่พวกเราพอจะช่วยได้ล่ะก็ พวกเราพร้อมทำเสมอ”

“ครับ”

ฮยอนอูจึงจากพวกเขามาแบบไม่คิดอะไรมาก

จากนั้นเขาจึงนั่งรถไปยังโรงพยาบาลพร้อมกับจีวอนฮวารัง

“ได้เจอกันแล้วเป็นยังไง? พวกเขาเป็นคนที่ดีใช่ไหมล่ะ?”

“ครับ ตอนแรกผมก็กลัวอยู่บ้างแหละนะ…”

“นั่นแหละฉันถึงอยากให้เธอได้พบกับพวกเขาน่ะ”

“ครับ? ทำไมกันครับ? นึกขึ้นมาได้ เหมือนว่ามาโชรังก็จะพูดอะไรทำนองนี้เหมือนกัน?”

จีวอนฮวารังเผยรอยยิ้มขื่นขมออกมาขณะเริ่มพูดต่อเสียงเบา

“กับคนอื่นอาจมีมุมมองพวกเขาแตกต่างออกไปเพราะภาพลักษณ์ ในหมู่พวกเขาน่ะ ไม่มีแม้สักคนหรอกที่อยากก่ออาชญากรรม แต่มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่อาจหลบเลี่ยง การใช้ชีวิตของพวกเขาถูกบีบบังคับให้ก่ออาชญากรรมขึ้น และไม่นาน ชีวิตของพวกเขาก็คล้ายถูกสูบวิญญาณไปจนกระทั่งถูกบันทึกตราหน้าว่าเป็นอาชญากร การจะพูดถึงรายละเอียดซักถามว่าพวกเขานั้นพบเจออะไรมาบ้างคงไม่ดีนัก”

“…”

“แน่นอนว่า ตอนนี้ฉันไม่คิดเสียใจอะไรหรอก เพราะทุกคนลึก ๆ แล้วต่างก็คิดว่าชีวิตของตนนั้นแตกต่างจากผู้อื่น เพราะฉะนั้นเธอจึงภูมิใจในสิ่งที่เธอทำเสีย ครอบครัวของเธอ… อืม มันเป็นเรื่องยากเอาการ ด้วยสถานภาพของเธอที่ต้องต่อสู้ด้วยกำลังของตนเอง ดีมากมายแล้วที่ไม่ต้องตกไปอยู่ในเส้นทางที่เลวร้ายพวกนั้น”

‘แบบนี้เองเหรอ? หวังว่ามาโชรังกับคนอื่นจะไม่เกลียดคนที่มองพวกเขาแบบเราในตอนแรกนะ’

ฮยอนอูรู้สึกอับอายกับความคิดตนเองที่เคยคิดว่าพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์ที่แตกต่างจากตนเอง กระทั่งว่าจะเป็นความคิดเพียงชั่วครู่ก็เถอะ

“ถ้าหากพวกเขาไม่ได้พบเจอลุงจีวอนฮวารังแล้วล่ะก็…”

“เอาเถอะ จะยังไงฉันก็ไม่คิดยอมแพ้เรื่องเด็กพวกนั้นอยู่แล้ว เป็นเพราะฉันรู้ดีว่ามันยากแค่ไหนที่จะฉุดลากตัวเองขึ้นมาจากบ่อโคลนด้วยแรงของตนเองได้ กล่าวตามตรงนะ นั่นก็เป็นอีกเหตุผลที่ฉันถึงออกไปก่อนด้วย เจ้าพวกนั้นก็น่าจะได้รู้เห็นแล้วว่าแม้เธอจะมีชีวิตที่ยากลำบาก แต่เธอก็ยังคงมุ่งหน้าต่อไปในเส้นทางที่ถูกต้อง ฉันอยากสอนพวกเขาผ่านทางเธอและนิวเวิลด์ในเรื่องนี้ ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกอะไรเธอไว้ล่วงหน้า”

จีวอนฮวารัง เมื่อพูดออกแล้วจึงหยิบเอาบุหรี่ออกมามวนหนึ่งคาบไว้พร้อมพ่นควันออกจากปาก

ฮยอนอูกำลังมองจีวอนฮวารังจากด้านข้าง เขาเป็นเช่นนั้นอยู่พักหนึ่ง

ภาพลักษณ์เช่นนี้

มันคือใบหน้าของจีวอนฮวารังที่ฮยอนอูพบเขาเป็นครั้งแรก

สื่อทั้งหลายต่างใส่สีตีไข่ว่าเขาใช้ปืนกับอาชญากรมันเป็นการกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ แต่ว่า จีวอนฮวารังก็รู้สึกเสียใจกับเรื่องในครั้งนั้นและต้องการช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ… นั่นเป็นจีวอนฮวารังที่ฮยอนอูให้ความเคารพนับถือ

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็สนุกเหมือนกัน ค่อนข้างชอบพี่ชายพวกนั้นเอาเรื่องเลยล่ะ”

“แค่นั้นฉันก็ดีใจแล้ว”

“เพราะยังไงแล้ว… มันก็เป็นส่วนหนึ่งอยู่แล้วที่ผมต้องทำความรู้จักพวกเขาเพราะต้องเตรียมเป็นบุตรบุญธรรมนี่ครับ จริงไหม?”

ฉับพลันรถถึงกับสั่นไปวูบนึง

แต่จีวอนฮวารังยังคงทำเมินเฉยขณะสูบบุหรี่ต่อไป

รอยยิ้มอ่อนจางปรากฏขึ้นที่มุมปากของฮยอนอูขณะที่เขาเริ่มเอนกายลงพนักพิงมากยิ่งขึ้น

ในวันนี้เอง ฮยอนอูจึงได้พี่ชายที่เป็นอดีตนักโทษมาถึงสิบคนด้วยกัน

* * *

 

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร