0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

เล่ม 4 ตอนที่ 5 : ผู้ชายสีแดง (5)

 

ผ่านไปสักพักหลังค้นหาอยู่นาน แฮนสันจดจำได้ขึ้นมาได้ว่าตนมีกระเป๋าหนังที่เอวอยู่ใบหนึ่ง เขาจึงคว้ามันขึ้นมา

“ต้องขออภัย ข้ากลับมีเพียงแค่สิ่งนี้ มันก็อาจนับได้ว่าดี อีกสิ่งหนึ่งที่ข้าคิดมอบให้คือเคล็ดลับการวาดแผนที่ หากเจ้าเลือกกระเป๋าใบนี้ไป อีกหนึ่งคนก็จะเป็นข้าถ่ายทอดวิชาการวาดแผนที่ให้ สิ่งนี้น่าจะมีประโยชน์สำหรับคนต่างถิ่นเช่นเจ้านะ…”

 

=====

รายการรางวัลที่ท่านสามารถเลือกได้

1.วาดแผนที่ (ทักษะขั้นต้น) ท่านสามารถวาดแผนที่ได้ผ่านทางทักษะของแฮนสันได้ ถ้าหากท่านได้เรียนรู้ทักษะการใช้งานกระดาษและปากกา ท่านจะสามารถใช้พวกมันเพื่อวาดแผนที่ได้ เช่นกัน ทั้งหมู่บ้าน สภาพภูมิประเทศ หรือกระทั่งข้อมูลที่มีมากมายดังเช่นดันเจี้ยนจะถูกเพิ่มเข้าไปโดยอัตโนมัติ เมื่อแผนที่แสดงข้อความว่าพื้นที่ดังกล่าวมีข้อมูลเสร็จสมบูรณ์ถึง 100% กระดาษแผนที่จึงจะถูกวาดขึ้นมา ม้วนแผนที่นี้สามารถนำไปขายให้ผู้เล่นคนอื่นหรือว่าเอ็นพีซีในร้านค้าได้ ทว่า เมื่อขายไปแล้วข้อมูลของแผนที่ก็จะหายไปเช่นเดียวกัน

2.กระเป๋าหนังของแฮนสัน สามารถรองรับความจุได้ 25% ของกระเป๋าหลัก

=====

 

‘โห นี่เราเลือกรางวัลเองได้ด้วย?’

อาร์คอ่านข้อมูลเพื่อยืนยันอีกครั้งหนึ่งด้วยดวงตาเป็นประกาย

เขามองไปยังแฮนสันที่ดูไปแล้วอีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีเหนือความคาดหมายอะไร ทว่า รางวัลไหนมันจะมีประโยชน์มากกว่ากัน? ที่เมืองหลวงหากต้องการเพิ่มขนาดกระเป๋าสักหนึ่งในสี่ของกระเป๋าพื้นฐานมันจำเป็นต้องจ่ายเงินมากถึง 200 เหรียญทอง! ดังนั้นแล้วนี่เท่ากับว่าเขาสามารถได้รับรางวัลที่ทัดเทียมกับเงินถึง 200 เหรียญทองเลยทีเดียว

‘ผู้คนมักจะขาดแคลนพื้นที่ในกระเป๋าอยู่เสมอ…’

อาร์คกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่เลยทีเดียว

อีกสิ่งที่มันต้องตาต้องใจอาร์คย่อมเป็นทักษะการวาดแผนที่ แผนที่ทั่วไปที่ส่งมอบให้กับผู้เล่นนั้นมันไม่มีดันเจี้ยนที่อยู่ภายในพื้นที่บันทึกเอาไว้แต่อย่างใด ในดันเจี้ยนที่ซับซ้อน ตามปกติแล้ววิธีการที่เขาใช้คือต้องเดินสำรวจด้วยตัวของตัวเอง

ทว่า หากเขามีทักษะการวาดแผนที่นี้ เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปเดินสำรวจเส้นทางเดิมซ้ำไปมา นอกจากนี้ เมื่อสำรวจเสร็จสิ้นถึง 100% แล้วยังสามารถนำแผนที่ไปขายได้อีกด้วย แน่นอน ยิ่งมันมีความซับซ้อนเท่าไหร่ นั่นก็หมายถึงมันเป็นดันเจี้ยนที่มีความท้าทายมากขึ้นเท่านั้น รวมถึงราคาที่จะขายมันได้ก็ยิ่งสูงตามไปด้วย

กระเป๋าสามารถช่วยให้เก็บของเพิ่มได้ก็จริง แต่มันก็นับว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วจนไม่ควรนำมาเปรียบเทียบเลยด้วยซ้ำ เป็นเพราะทักษะวาดแผนที่เช่นนี้มันจะช่วยเขาทำเงินได้

‘ใช่แล้ว เงินสามารถนำไปซื้อไอเทมและทักษะหายากได้ มันไม่อาจนำมาเปรียบเทียบได้เลยจริง ๆ’

หลังจากที่อาร์คตัดสินใจได้แล้ว เขาจึงหันไปมองซิด ดังคาด ซิดเองก็ดูจะสนใจทักษะการวาดแผนที่เช่นเดียวกัน

ที่จริง ถ้าหากลงทะเบียนข้อมูลของเมืองลงแผนที่ได้ มันย่อมต้องเป็นประโยชน์ต่อพ่อค้าอย่างแน่นอน ดังนั้นแล้วย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายที่อีกฝ่ายจะยอมยกให้กับอาร์ค

“ซิด เพราะนายเป็นพ่อค้าก็สมควรต้องการกระเป๋าเพิ่มใช่ไหม”

“ครับ? ไม่สิ ผม…”

“ไม่เป็นไรน่า ฉันเลือกตัวเลือกแรกแล้วกัน ที่เหลือนั่นยกให้นาย”

อาร์คเผยรอยยิ้มแบบที่ทำเอาซิดสะดุ้งขึ้นมาได้ เขาหัวเราะออก แต่ซิดนั้นกลับเผยดวงตาที่ตระหนักถึงเรื่องราวได้

“ไม่เป็นไรหรอก อย่างไรแล้วภารกิจนี้ที่สำเร็จได้ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรมากนัก ก็แค่สู้กับพวกโจรจนเกือบตายเอง! ซิดที่นอนหลับอยู่สมควรได้รับความเหนื่อยล้าข้ามวันและคืนยิ่งกว่าเสียอีก ไม่ต้องเกรงใจไปนะถ้านายอยากได้อะไร เพราะงั้นก็เลือกที่นายชอบ นั่นย่อมต้องเป็นกระเป๋าแน่นอนอยู่แล้ว”

เมื่ออาร์คพูดขึ้นเช่นนั้น ซิดจึงรู้สึกได้ราวกับโดนราดเกลือเข้าใส่บาดแผลก็ไม่ปาน หลังจากจ้องมองอาร์คอยู่พักหนึ่ง เขาจึงถอนหายใจออกและยิ้มตอบกลับอย่างเก้กังให้

“เอ่อ ครับ ถูกต้องแล้ว… ผม… อยากได้กระเป๋าครับ”

“ฉันรู้อยู่แล้วน่า”

เช่นนั้น อาร์คจึงรับเอาสิ่งที่แย่กว่า(?)ไป ในขณะที่ซิดนั้นได้รับสิ่งที่ทำให้พึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง(?) เพียงเท่านี้ก็จบสิ้นปัญหา เมื่ออาร์คได้เรียนรู้ทักษะการวาดแผนที่จากแฮนสันแล้ว หน้าต่างข้อความจึงเด้งปรากฏขึ้น

 

=====

ภารกิจ ‘ช่วยเหลือบิดาของซาร่า’ สำเร็จ

เลเวลของท่านเพิ่มขึ้น

=====

 

ด้วยการทำภารกิจความยากระดับ E+ สำเร็จ ทำให้เขาได้รับเลเวลที่เพิ่มขึ้น

เมื่อทุกอย่างลงตัวเรียบร้อยแล้วอาร์คจึงกล่าวถามออกมา

“พวกคุณเห็นอะไรที่ดูพิเศษในสถานที่แห่งนี้กันบ้างหรือเปล่าครับ?”

“อะไรที่ดูพิเศษ?”

“ครับ มันไม่ใช่สิ่งของที่ใหญ่อะไรมากนัก ขนาดของมันสมควรเท่าลูกเทนนิสหรือไม่ก็กำปั้นละมั้ง? ก็นะ ขนาดประมาณนั้นแหละครับ แล้วก็ มันน่าจะมีออร่าชั่วร้ายคอยคุ้มกันมันอยู่ด้วย พอจะนึกอะไรออกบ้างไหมครับ?”

“หืม?”

หลังครุ่นคิดไปพักหนึ่ง แฮนสันจึงอ้าปากเอ่ยขึ้น

“โอ้ เหมือนจะพอจำได้อะไรบ้างอยู่นะ ตอนที่มาที่แห่งนี้ครั้งแรก ข้าเห็นอะไรบางสิ่งที่ดูน่าสงสัย มันน่าจะเป็นวัตถุที่ถูกบรรจุเอาไว้ภายในกล่องโลหะ และถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยผ้าสีดำที่สลักลายอะไรสักอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนะ อีกทั้ง มันยังทำข้ารู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นเลยทีเดียว ในตอนนั้น ข้าคิดว่าที่สั่นกลัวนั่นเพราะถูกพวกโจรจับตัวมา แต่พอมาคิดย้อนกลับไปแล้ว ความรู้สึกแปลกประหลาดนั่นสมควรมาจากวัตถุนั่นมากกว่า

“นั่นแหละครับ! ตอนนี้มันอยู่ที่ไหนกันครับ?”

“ผู้ชายผมสีแดงนำมันไปแล้ว”

“ผู้ชายที่มีผมสีแดงเหรอครับ?”

“ใช่ รอบตัวของชายคนนั้นก็มีออร่าดุร้ายเช่นเดียวกัน มันเป็นออร่าสีแดงที่ปกคลุมร่างกายเอาไว้ อีกทั้งชายคนนั้นยังมีผมสีแดง หัวหน้าของพวกโจรกระทั่งใช้คำพูดด้วยความนอบน้อมกับอีกฝ่าย เรื่องที่ข้าได้ยินก็ไม่ค่อยชัดเจนมากนัก อีกทั้งชายคนนั้นยังเป็นคนที่จับข้ามาส่งให้พวกโจรด้วย เหมือนจะบอกพวกโจรโง่พวกนั้นว่ามีการแทรกซึมเข้ามา ให้ระมัดระวังตัวเข้าไว้อะไรทำนองนั้น…”

คล้ายโดนกระตุ้น คำพูดของแฮนสันจึงทำให้อาร์คจำบทสนทนาของพวกโจรที่เฝ้าทางเข้าลับที่อาร์คได้แอบฟังขึ้นมาได้

ในบรรดาโจรพวกนั้นมีคำนึงที่กล่าวถึงว่า ‘เขา’ อยู่ด้วย บางทีอาจเป็นบุคคลที่มีผมสีแดงนั่นก็เป็นได้ อีกทั้งโจรที่เคยจับได้ที่ภายนอกนั้นก็เคยแทรกซึมเข้าไปในกิรันเสียด้วย

“พอจะรู้ไหมครับว่าอีกฝ่ายไปที่ไหน?”

“นึกก่อนนะ… อืม… น่าจะไปทางเหนือนะ… ทางเทือกเขาแบรนท์… เหนือขึ้นไปก็ผาแองโกล่า… อา ใช่แล้ว เป็นไคโร้ท ต้องใช่แน่ ถ้าหากไปทางผาแองโกล่าที่อยู่ในเทือกเขาแบรนท์ก็ย่อมต้องมีสถานที่เพียงหนึ่งเดียว นั่นก็คือไคโร้ท” สมแล้วที่อีกฝ่ายเป็นถึงนักวาดแผนที่

“ไคโร้ทเหรอครับ?”

อาร์คมองไปทางซิดด้วยใบหน้าประหลาดใจอยู่พอสมควร

ก่อนที่จะพบเจอกับซิด เขาไม่เคยได้ยินชื่อไคโร้ทมาก่อน

มันเป็นเมืองนอกรีตที่พวกผู้เล่นฆาตกรรวมตัวกันอยู่ ทว่า อาร์คก็ไม่เคยล่วงรู้ว่าไคโร้ทที่ว่านั้นตั้งอยู่ตรงตำแหน่งไหนของแผนที่

เขาได้ยินมาว่าพวกผู้เล่นฆาตกรจะได้รับภารกิจอีเวนท์ให้ไปไคโร้ทโดยอัตโนมัติ แน่นอนว่าอาร์คย่อมไม่คิดเป็นฆาตกรเสียเองเพื่อไปค้นหาว่าไคโร้ทอยู่ที่ไหนอย่างแน่นอน

“นี่คุณรู้ที่ตั้งของไค้โร้ทด้วย?”

“แน่นอน ไม่งั้นข้าจะเรียกตัวเองว่าเป็นนักวาดแผนที่ได้ยังไงหากไม่รู้ตำแหน่งที่ตั้งของเมือง เดี๋ยวจะแสดงตำแหน่งที่แน่นอนบนแผนที่ให้ดูเอง”

แฮนสันพยักหน้าพร้อมกันนั้นหน้าต่างแผนที่จึงปรากฏขึ้นโดยอัตโนมัติ

บริเวณที่เปิดขึ้นมานี้เป็นทางทิศเหนือของกิรัน มันมีจุดสีแดงจุดหนึ่งที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางเทือกเขาแบรนท์

‘ดีล่ะ อย่างน้อยเราก็ได้ข้อมูลเกือบครบถ้วนแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องกลับไปรายงานเรื่องราวกับสมาคมเวทมนตร์แล้ว’

“ขอบคุณครับ งั้นพวกเราก็ออกไปจากที่แห่งนี้กันเถอะครับ”

เรื่องนี้ทำเอาซิดผิดหวังเพราะเขาไม่ค่อยจะมีโอกาสได้เข้ามาในดันเจี้ยนบ่อยนัก

แต่ว่า บุคคลที่ถูกกักขังอยู่ในสถานที่แห่งนี้ยกเว้นแฮนสันต่างเผยสีหน้าลังเลออกมา อาร์คจึงเอียงศีรษะขณะกล่าวถามออกไป

“นึกขึ้นมาได้… ทำไมผู้คนเหล่านี้ถึงเป็นแบบนั้นล่ะครับ? พวกเขาดูเหมือนไม่… เหมือนกับว่าพวกเขายังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเพิ่งถูกช่วยเหลือเอาไว้”

“เรื่องนี้…”

แฮนสันอธิบายออกมาขณะถอนหายใจ

ผู้คนที่ถูกกักขังเหล่านี้ต่างถูกรวบรวมมาจากทั่วทั้งทวีปหรือไม่ก็โดนลักพาตัวมายังที่แห่งนี้เหมือนแฮนสัน ซึ่งไม่เหมือนแฮนสันที่โดนทำให้เสพติดไปเพียงแค่สองวัน ผู้คนส่วนใหญ่ในที่แห่งนี้ต่างเสพติดมาเป็นเวลานับปีจนสูญสิ้นความทรงจำแทบหมดสิ้น

“พอมันเกิดขึ้นนานวันเข้าก็ทำให้แทบจะลืมเลือนวันคืนไป… แม้ว่าแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไปบ้าง แต่พวกเขาส่วนใหญ่แล้วไม่อาจจดจำได้แม้กระทั่งชื่อเดิมของตนเอง ดังนั้นแล้วคงเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะมีที่ไปหากออกไปจากที่นี่ ถ้าหากช้าเกินกว่านี้ บางทีข้าก็อาจเป็นดังเช่นพวกเขา ข้าอาจลืมกระทั่งว่าเป็นบุตรสาวสุดที่รัก…”

เพียงแค่นึกถึงก็ทำเอาความหวาดกลัวฉายชัดขึ้น แฮนสันจึงคว้าซาร่ามากอดเอาไว้แนบแน่น

“เลวมาก!”

ซิดกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ

ก็นะ ถึงจะทำอย่างนั้นเขาก็ยังคงดูน่ารักอยู่ดี…

ทว่า หากเทียบกับความโกรธของซิดแล้ว ดวงตาของอาร์คกลับทอประกายออกมา

‘โฮ่ โฮ่! งั้นคนพวกนี้ก็ไม่รู้จะไปที่ไหนงั้นสินะ?’

ความสามารถในการเชื่อมโยงถึงภารกิจที่จะทำให้เขาได้รับผลกำไรสูงสุดทำงานแล้ว

ลิ้นของอาร์คเริ่มพล่ามออกอย่างไหลลื่น

“น่าอับอายยิ่งนัก เช่นนั้นก็ไม่อาจทิ้งพวกเขาเอาไว้เช่นนี้ อีกทั้งยังเป็นในสถานที่ที่น่าหวาดกลัวถึงเพียงนี้ แต่นับว่าโชคดี ยังมีสถานที่แห่งหนึ่งทีเรียกว่าหมู่บ้านแลนเซลที่ผมรู้จัก มันเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่นับว่าดีเอาเรื่องและพร้อมจะรับผู้คนที่ต้องการจะเข้าไปอยู่อาศัยใหม่ กระทั่งว่าเป็นผู้ที่สูญสิ้นความทรงจำ ผู้บุกเบิกของหมู่บ้านย่อมต้องยินดีต้อนรับพวกท่าน สนใจไปยังที่แห่งนั้นกันไหมครับ?”

“แลนเซล! ยังอยู่งั้นเหรอ?”

แฮนสันที่เป็นนักวาดแผนที่ถึงกับจ้องมองด้วยดวงตาประหลาดใจ

อาร์คอธิบายโดยคร่าวว่าเกิดเรื่องราวอะไรขึ้นกับแลนเซล แฮนสันจึงค่อยพยักหน้ารับ

“ข้าเห็นด้วย อย่างน้อยเจ้าก็ไม่ใช่คนที่ไม่หวังดี ด้วยสถานการณ์เช่นนี้คงดีกว่าหากข้าพาพวกเขาไปส่งยังหมู่บ้านแลนเซล ตอนนี้เจ้าไม่ต้องกังวลอีกต่อไป ข้าจะรับผิดชอบหน้าที่พาพวกเขาไปส่งยังหมู่บ้านแลนเซลเอง แม้ว่าร่างกายของพวกเขาจะยังไม่สู้ดีนัก แต่ด้วยความที่ข้าเป็นนักวาดแผนที่จึงรู้ทางหลบหลีกพวกมอนสเตอร์เหมือนพวกนักเวทได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว”

“เช่นนั้นก็ดียิ่งครับ โปรดบอกพวกเขาว่าเป็นผมที่ส่งพวกท่านไปยังหมู่บ้านแลนเซลด้วยนะครับ”

“หลังจากนั้น คนที่ชื่อกาเลนจะรับช่วงต่อเองครับ”

“เข้าใจแล้ว”

แฮนสันพยักหน้ารับพร้อมกับหน้าต่างภารกิจที่เด้งขึ้น

 

=====

ภารกิจ ค้นหาผู้อาศัยใหม่ ได้รับความคืบหน้า

ท่านที่ช่วยเหลือเหล่าบุคคลที่น่าเวทนาที่โดนพวกโจรจับตัวมา ด้วยความที่พวกเขาสูญเสียซึ่งความทรงจำจึงทำการส่งพวกเขาไปฟื้นฟูที่หมู่บ้านแลนเซล แน่นอน แลนเซลในตอนนี้ยังต้องการกำลังคนอย่างมาก จึงพร้อมต้อนรับพวกเขาเป็นประชากรของหมู่บ้านด้วยความจริงใจ เปรียบดั่งทารกที่ไม่อาจจดจำได้อะไรได้ พวกเขาจะได้จดจำว่าสถานที่แห่งนั้นคือบ้านใหม่ของพวกเขา พวกเขาตัดสินใจยอมรับคำแนะนำของท่านไปสร้างเนื้อสร้างตัวใหม่ในฐานะประชากรของหมู่บ้านแลนเซล

ค้นหาผู้อาศัยใหม่ : ความสำเร็จปัจจุบัน 25%

=====

 

เป็นเพราะพวกเขาสูญเสียความทรงจำจึงไม่อาจถูกนับเป็นผู้มีความสามารถพิเศษได้ ทว่า อย่างไรแล้วความสำเร็จก็ยังคงเพิ่มขึ้นถึง 10%

นับว่าเขายิ่งเข้าใกล้ความสำเร็จของภารกิจนี้มากขึ้น อาร์คที่เสร็จสิ้นเรื่องราวจึงฝากผู้คนเหล่านี้ให้ซิดนำพาออกไปจากดันเจี้ยน

อาร์คยังคงอยู่ในดันเจี้ยนต่อเพราะเขายังมีงานอื่นที่ต้องทำ

‘พวกนี้ทั้งหมดเป็นวัตถุดิบยาเสพติด?’

อาร์คที่รั้งรออยู่กำลังจ้องมองไปยังใบนูรุนม่าพร้อมหัวเราะออก

โจรพวกนี้ถึงกับเพาะปลูกพืชหายากระดับนี้!

อาร์คเพียงแค่สูดดมก็ได้กลิ่นเงินที่ลอยฟุ้ง แน่นอนว่าใบนูรุนม่าเหล่านี้ตอนนี้นับว่ายังไม่ไร้ค่า

กระทั่งว่าพวกมันเป็นยาเสพติด แต่พวกมันก็นับเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศที่จะนำเอาไปทำยาชั้นเลิศ เขาไม่อาจขายมันที่ร้านค้าในหมู่บ้านได้ เพราะถ้าหากนำไปขายให้กับเอ็นพีซีเขาอาจโดนลากตัวไปโดยพวกทหารยามจนนำไปสู่เรื่องราวที่ใหญ่โตได้

‘แล้วถ้าเราขายในสถานที่ที่กฎหมายเอื้อมไปไม่ถึงล่ะ?’

ความคิดนี้มันผุดขึ้นตอนที่เขาได้ยินเรื่องไคโร้ทจากแฮนสัน

หลังไปพบปะกับสมาคมเวทมนตร์แล้ว ภารกิจย่อมต้องชักนำให้เขาไปยังเมืองไคโร้ทอย่างแน่นอน สถานที่แห่งนั้นนับว่ามีไอเทมหลายอย่างที่ไม่อาจหาได้ภายในทวีปแห่งนี้ พวกมันล้วนมีขายที่นั่น

‘ยาเสพติด ก็ออกจะเป็นปัญหาอยู่บ้างแหละนะ แต่ว่า…’

อาร์คเคยพบเจอผู้เล่นฆาตกรมาหลายครั้งแล้ว เอ็นพีซีและผู้เล่นฆาตกรต่างก็ต้องเคยไปไคโร้ท ดังนั้นแล้วเขาจึงไม่รู้สึกผิดอันใดหากนำใบนูรุนม่าพวกนี้ไปขายที่นั่น

อีกทั้ง ไม่ใช่ว่ามันสามารถนำไปสกัดเป็นยาชั้นเลิศได้ด้วยหรือไรกัน?

ถ้าหากมันเป็นได้ทั้งยาเสพติดและยาชั้นเลิศ ดังนั้นแล้วร้านค้าเอ็นพีซีในไคโร้ทย่อมต้องรับซื้อพวกมันเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่อาร์คจะต้องเก็บมาคิดเป็นกังวลแล้ว

แม้ว่าจะแตกต่างออกไปบ้าง แต่ชาวเกาหลีก็ชอบที่จะกินอาหารที่ทำจากพริกหยวกที่ครั้งหนึ่งเคยถูกคิดว่ามันคือพิษชนิดหนึ่ง

จากครั้งที่ญี่ปุ่นรุกราน เมื่อญี่ปุ่นถอยทัพกลับไปแล้ว พวกมันก็ทำลายพืชพรรณของประเทศพวกเขาจนสิ้น ทว่า บรรพบุรุษของพวกเขานั้นฉลาดและนำเอาพริกหยวกมาใช้และพัฒนามันจนไปสู่การเป็นวัฒนธรรมอาหารระดับโลก

หลังจากนั้นย่อมไม่ใช่ประเด็นแล้ว สิ่งสำคัญคือผู้คนชอบมันหรือเปล่าต่างหาก

‘ถ้าหากเขียนว่ามันมีพิษก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรแล้ว!’

ด้วยความคิดเช่นนั้น อาร์คจึงใช้ทักษะของตนเก็บรวบรวมใบนูรุนม่าทั้งหมดมา

หลังเก็บเกี่ยวรวบรวมทั้งหมดมาได้กว่า 200 กิ่ง อย่างน้อยทั้งหมดนี่ก็สมควรมีถึง 1600 ใบ! กระทั่งว่าขายใบละ 10 เหรียญเงินก็ยังสามารถทำเงินให้เขาได้มากถึง 160 เหรียญทองเลยทีเดียว

กระทั่งว่ารู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่อาร์คไม่ใช่คนที่คิดจะกลับไปมือเปล่า

เมื่อออกมาจากดันเจี้ยนแล้ว ซิดและแฮนสันต่างกำลังรวมตัวรอคอยเขาอยู่

เมื่อซาร่าเข้ามากล่าวลา เธอจึงมอบจูบเข้าที่แก้มของเขาครั้งหนึ่ง อาร์คถึงกับหน้าแดงเป็นลูกตำลึง

[ขอบคุณนะ]

มันชวนตกใจก็จริง แต่ก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่แย่อะไร

ซิดเองก็เผยสีหน้าที่คาดหวังและรอคอยให้เกิดเรื่องนี้กับตนเช่นกัน

ทว่า ซาร่าได้หันกลับขณะแลบลิ้นออกมาและออกเดินทางจากไปพร้อมพ่อของเธอ

ซิดถึงกับเหม่อมองด้วยความเสียดายก่อนที่จะส่งเสียงออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวใส่อาร์ค

“อาร์ค นายมันขี้โกง!”

 

••••••••••••••••••••

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร