0 Views

Facebook Fanpage กดเลย

กดติดตามเพจเพื่อรับการแจ้งเตือนตอนใหม่ก่อนใคร

••••••••••••••••••••

เล่ม 3 ตอนที่ 8 : วีรบุรุษแห่งแจ๊คสัน (2)

แต่ไม่ว่ามันจะดีหรือแย่ แจ๊คสันในตอนนี้ก็เงียบสงบราวพายุเพิ่งพัดผ่านไป หลังหมอกมืดจางหาย ทั้งเรือและรถของทางกิลด์พ่อค้าและนักรบต่างก็มาถึงแจ๊คสันได้ นอกจากลูกแก้วจดหมายเคลื่อนย้ายของทางสมาคมเวทมนตร์แล้ว ทางกิลด์พ่อค้าและนักรบต่างก็ส่งเอ็นพีซีมาคุ้มกันผู้เล่นที่รอดพ้นปลอดภัยจากภารกิจ ผลก็คือ ผู้เล่นทุกคนต่างไปจากแจ๊คสันราวกับปรากฏการน้ำลงจากครั้งหนึ่งที่เคยมีฝูงชนเนืองแน่นแจ๊คสัน

‘จัสติสแมนนิมกับโรโค่ก็ฝืนตัวเองอยู่บ้างตอนร่วมภารกิจ เพราะงั้นพวกเขาคงล็อคเอาท์ออกไปนอนหลับแล้ว… แล้วทางด้านแชมบาร่าล่ะ? เขาไม่ได้ตายเสียหน่อย หรือก็ไปนอนเหมือนกัน? หรือว่าไปที่อื่นแล้ว?’

เขาไม่เห็นแชมบาร่าอีกเลยหลังเกิดเรื่องขึ้น แต่เขาก็ไม่ติดค้างอะไรอีกเพราะทั้งให้และได้รับอย่างสมน้ำสมเนื้อแล้ว แชมบาร่าจะจากไปย่อมไม่ใช่ปัญหา แต่อาร์คก็ยังคงเสียดายที่อีกฝ่ายหายไปโดยไม่พูดกล่าวอะไรแม้สักคำ

การพบกันครั้งแรกกับแชมบาร่าอาจจะไม่ดีอยู่บ้าง อาร์คในตอนนั้นเพียงแค่คิดอยากใช้งานทักษะเฉพาะของอีกฝ่าย แต่หลังจากได้ต่อสู้ร่วมกัน ความประทับใจของเขาที่มีต่อแชมบาร่าก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

แชมบาร่าเป็นคนแสดงออกตรง ๆ เขาพูดกล่าวสิ่งที่ต้องการและรักษาสัญญาเสมอ เขาไม่ใช่คนที่จะพูดทุกสิ่งอย่างออกมาด้วยดีในเบื้องหน้าและคิดวางแผนชั่วร้ายเอาไว้ด้านหลังดังเช่นอลัน เขาเป็นคนพูดจาทิ่มแทงอยู่บ้าง แต่อาร์คก็คิดว่าเขาเป็นคนดีคนหนึ่งเลยทีเดียว

‘เอาเถอะ ไปแล้วก็ไป เราก็ไม่ใช่คนที่จะออกไปวิ่งตามหาแชมบาร่าด้วยแหละนะ’

“หน้าต่างสถานะ!”

อาร์คตัดสินใจโยนความคิดอื่นทิ้งไปขณะเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นมาตรวจสอบผลความเปลี่ยนแปลงจากภารกิจ

 

=====

ชื่อตัวละคร : อาร์ค

เผ่าพันธุ์ : มนุษย์

แนวโน้ม : ความดี +150

ชื่อเสียง : 1050

เลเวล : 78

อาชีพ : ผู้เดินทางแห่งความมืด

ฉายา : อัศวินแห่งแมว, ผู้เยียวยาดวงวิญญาณ

พลังชีวิต : 1,575

พลังมานา : 1,235 (+100)

พลังจิตวิญญาณ : 100

พละกำลัง : 190

ความคล่องตัว : 230 (+17)

ความอดทน : 300

สติปัญญา : 29

ความฉลาด : 238

โชค : 45

ความยืดหยุ่น : 18

ศาสตร์แห่งการสื่อสาร : 23

เสน่หา : 37 (+10)

ค่าสถานะพิเศษ ภูมิความรู้โบราณวัตถุ : 63

ผลจากอุปกรณ์สวมใส่

ชุดเกราะหนังหนูหมีสีดำ : ความคล่องตัว 2, ภูมิต้านทานความหนาว +20

อุ้งตีนแมว : ความเร็วโจมตี +10%, ความคล่องตัว +15, อัตราการโจมตีคริติคอล +10%

หมวกโกเลมคริสตัล : +100

รองเท้านอแรต : ความเร็วเคลื่อนที่ 10%, หลบหลีก +5%

สร้อยคอของอเดเลียน : พลังป้องกัน +40, เสน่หา +10

ปลุกวิญญาณ : พละกำลัง +5, ฟื้นฟูพลังมานา +5%

*ทุกความสามารถเพิ่มขึ้น 30% ในความมืด

*ท่านได้รับความสามารถหลบซ่อนตัวตนในความมืด ระยะเวลาส่งผล 15 นาที ยกเลิกเมื่อเข้าสภาวะต่อสู้

*ภูมิต้านทานความกลัว ความมืด ตาบอด และคาถาเสน่ห์เพิ่มขึ้น 50%

*ท่านสามารถนำเอาความสามารถแท้จริงออกมาได้จากอุปกรณ์ทุกชนิด

=====

 

เมื่อครั้งที่เขาได้รับภารกิจมา เลเวลของเขายังเป็น 68 อยู่เลย หรือก็คือ เขาถึงกับสามารถเพิ่มเลเวลขึ้นมาได้ 10 ระดับในเวลาเพียงแค่สามวัน! มันเป็นจำนวนอันมหาศาลที่ไม่อาจจินตนาการว่าจะสามารถได้รับจากการล่าเลยแม้แต่น้อย

มอนสเตอร์ที่ปรากฏตัวขึ้นในภารกิจอีเวนท์จะยิ่งมอบค่าประสบการณ์ให้มากกว่าหากเทียบกับเลเวลของมัน ทว่า ต้นเหตุของเหตุผลที่ทำให้เขาสามารถเพิ่มเลเวลขึ้นมาได้ 10 ระดับนั้นก็เป็นเพราะเขารับหน้าที่สำคัญในการจัดการบอสมอนสเตอร์ทั้งนารัคและวาลเดอลาสนั่นเอง

อีกทั้งเขายังได้รับไอเทมที่เรียกได้ว่ามีมูลค่าสูงมาอีก เหมือนกับแหวนวิเศษที่ได้รับจากนารัค ปลุกวิญญาณ นอกจากนี้ ออพชั่นอย่างอัตราการฟื้นฟูพลังมานาก็เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในสายตาของอาร์ค เพราะเขานั้นมักจะขาดแคลนซึ่งพลังมานาอยู่เป็นประจำ มีเพียงเท่านั้นหรือ? เขายังได้รับไอเทมระดับยูนีคอย่างตะบองอัคคีสังหารหลังโค่นล้มวาลเดอลาสอีกด้วย!

มันเป็นไอเทมที่อาร์คยากจะนำไปใช้งานได้ ดังนั้นเขาจึงนำมันลงการประมูลก่อนที่จะเข้าเกมมา เขาจำเป็นต้องรอคอยให้ผลการประมูลออกมา แต่ว่า มันก็เป็นไอเทมที่แตกต่างทั้งเลเวลและคุณภาพจากทุกชิ้นที่เขาเคยขายมาจนกระทั่งถึงตอนนี้ มันจึงเป็นอะไรที่ยากจะคาดเดาได้ว่าสมควรขายได้ราคาเท่าไหร่

แต่ยังมียิ่งกว่านั้น ทั้งหมดนั่นยังมีอีก รางวัลที่เขาจะได้รับจากภารกิจอีเวนท์ยังไงล่ะ! เมื่อเขากลับไปยังกิรัน เขาจะสามารถได้รับรางวัลที่สมน้ำสมเนื้อกับตำแหน่งอันดับหนึ่งผู้ถือครองแต้มสะสมโดยสมาคมเวทมนตร์

กระทั่งว่าเขาไม่ได้รับฉายา แต่สำหรับรางวัลที่เขาฝืนสังขารทนอยู่ถึงสามวันนั้น มันย่อมต้องเป็นอะไรที่เกินกว่าคำว่าสมน้ำสมเนื้อแน่นอน

‘ใช่แล้ว เรายังมีสิ่งอื่นต้องทำอีก’

อาร์คส่ายศีรษะขณะที่ความรู้สึกรบกวนจิตใจ จึงตัดสินใจเดินไปทั่วปราสาทแจ๊คสัน หลังเขาเสร็จสิ้นธุระของตนเองแล้วจึงคิดกลับกิรัน แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกเมื่อไหร่ ดังนั้นแล้วเขาจึงคิดไปพบปะกับเอ็นพีซีในแจ๊คสันที่ช่วยเหลือเขาเป็นอย่างดี รวมทั้งพวกที่เขาใส่ใจจนคิดอยากไปกล่าวลาเสียหน่อย ทว่า อาร์คกลับได้รับประสบการณ์ที่น่าตื่นตะลึง

“ท่านลอร์ดกำลังยุ่งกิจการบ้านเมือง โปรดมาใหม่ครั้งหน้า” ครอสกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาขณะที่เขามาเพื่อคิดพบปะท่านลอร์ดหนุ่ม

“ว่าอะไร? แต่นี่ผมกำลังจะไปจากปราสาทแจ๊คสันแล้วนะ แค่ชั่วครู่ก็ได้ ผมก็แค่อยากกล่าวลากับ…”

“ไม่ใช่ข้าพูดหรือว่าเขายุ่งอยู่?”

“นี่ท่านไม่รู้ความสัมพันธ์ของผมกับท่านลอร์ดหรือไร?”

“เจ้ากำลังคิดใช้ความสนิทสนมกับท่านลอร์ดเพื่อเข้าไปหรือ?” น้ำเสียงของครอสกลับเย็นชายิ่งกว่า “ท่านลอร์ดได้บอกกล่าวเอาไว้ว่าไม่ต้องการพบปะผู้ใด ไปได้แล้ว”

“กระทั่งผมด้วย?”

“แน่นอน กระทั่งเจ้า ไม่สิ โดยเฉพาะเจ้า”

อาร์ครู้สึกแตกตื่น จนกระทั่งถึงตอนนี้ เขาไม่เคยมีปัญหายามที่ต้องเข้าออกปราสาทท่านลอร์ดเลยแม้แต่น้อย สหายของเขาที่เป็นทหารต่างก็ทักทายด้วยดีเสมอมา อีกทั้งท่านลอร์ดยังมักจะหาเวลามาพบปะเขาแม้จะยุ่งอยู่ก็ตาม แต่แล้วการปฏิเสธอย่างปุบปับนี่มันคืออะไรกัน? นอกจากนี้ ค่าความสัมพันธ์ของเขากับครอสยังถึงขีดสุดเพราะร่วมทำภารกิจมาด้วยกัน แต่แล้วเขากลับเปลี่ยนท่าทีอย่างกะทันหันกับอาร์คราวกับคนที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันก็ไม่ปาน

‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันอีกล่ะเนี่ย?’

อาร์คพยายามถามต่อ แต่ครอสกลับบอกปัดทุกคำถามไป ท้ายที่สุด อาร์คจึงออกจากปราสาทท่านลอร์ดมา

แต่ที่ท่าทีเปลี่ยนไปไม่ได้มีเพียงแต่ครอสและท่านลอร์ดหนุ่ม กระทั่งเอ็นพีซีในหมู่บ้านที่เขารักษาความสัมพันธ์ด้วยดีเสมอมาต่างก็มองเขาแปลกออกไป ผู้คนเหล่านั้นเมื่อพบเห็นเขาต่างก็เคลื่อนกายออกห่างราวกับพยายามหลบเลี่ยงเขา ถ้าหากเขาเป็นฝ่ายเข้าไปใกล้ก่อนและเริ่มการสนทนา พวกเขาจะจากไปโดยไม่ตอบอะไรแม้สักคำหรือแม้พยักหน้าอะไรก็ตาม

“อา เอ่อ นี่ก็นานแล้วแหละนะ แต่ฉันกำลังยุ่งเลยไม่มีเวลามาคุยด้วย ไว้เจอกันนะ”

“อา… อืม… ก็ได้ ไว้เจอกัน”

‘นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?’

เขาเข้าใจว่าพวกเอ็นพีซีต่างก็ยุ่งกับการฟื้นฟูส่วนที่พังทลายของปราสาทแจ๊คสัน แต่ไม่ว่าพวกเขาจะยุ่งขนาดไหน อาร์คก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงตอบสนองต่อเขาเช่นนี้ทั้งที่มีค่าความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูง เพราะอะไรพวกเขาถึงตอบสนองอย่างเย็นชาถึงขนาดนี้กัน? ตอนนี้พวกเขาทำเหมือนกับเขาเป็นพวกผู้เล่นใหม่ที่เพิ่งมาถึงปราสาทแจ๊คสัน กระทั่งบุตรของเรย์มอนด์อย่างทอมก็เป็นเช่นเดียวกันด้วย

“เอ่อ? ทอม!” อาร์คเมื่อเห็นทอมที่อยู่ไกลออกไปจึงร้องเรียกออกมา

ทอมที่ถือช่อดอกไม้ขนาดใหญ่กำลังวิ่งอย่างรวดเร็ว เขาหันศีรษะกลับมามองจึงค่อยเผยความแตกตื่นออกมา “อาร์ค-!”

“พอดีเลย ฉันมีเรื่องอยากถามอะไรหน่อยน่ะ”

“ไม่ครับ นี่ไม่… อา… ผมขอโทษนะครับ ผมยุ่งอยู่น่ะ ไว้เจอกันใหม่นะครับ”

ทอมเผยสีหน้ากระอักกระอ่วนออกมาขณะเร่งร้อนจากไปโดยไม่คิดเปิดโอกาสให้อาร์คได้พูดคุยเลยสักนิด

อาร์คยิ่งงงหนักกว่าเก่า ทอมเป็นเอ็นพีซีที่ยกย่องอาร์คเป็นวีรบุรุษคนหนึ่ง อีกทั้งก่อนที่เขาจะล็อคเอาท์ออกไป ทอมยังคงตามติดอาร์คในตอนที่เขายังอยู่ในหมู่บ้านพร้อมส่งสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความนับถือออกมา แต่เรื่องที่อีกฝ่ายถึงกับวิ่งหนีไปตั้งแต่คำแรกที่อาร์คทักนี่มันอะไรกัน? ขณะที่เหม่อมองทอมวิ่งไป ความคิดหนึ่งฉับพลันก็วาบเข้ามาภายในใจของเขา

‘คงไม่ใช่ว่า… ค่าความสัมพันธ์ตกต่ำหรอกใช่ไหม?’

ถ้าหากครอสและทอมต่างเผยท่าทีที่แปลกไปถึงขนาดนี้ทั้งที่มีค่าความสัมพันธ์อยู่ในระดับสูงสุดได้ มันก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่เขาจะคิดได้แล้ว แต่ว่าทำไมกันล่ะ? มันไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรที่สมควรทำให้เกิดเรื่องพวกนี้ขึ้นได้ด้วยซ้ำ เขาไม่เคยคิดขโมยหรือปล้นคนในหมู่บ้านเลยสักครั้ง แล้วอะไรมันคือสาเหตุที่ทำให้ค่าความสัมพันธ์ตกต่ำลงกัน?

‘ปัญหามันอยู่ตรงไหนกันเนี่ย?’

มันมีความแตกต่างระหว่างก่อนที่เขาจะล็อคเอาท์ออกไปและตอนที่กลับเข้ามาอยู่สิ่งหนึ่ง คืออาร์คไม่ได้ลงทะเบียนอันดับแต้มสะสมในกระดานข่าวสาร แน่นอนว่าชื่อของเขาย่อมโดนลบออกจากชื่อของผู้มีแต้มสะสมอันดับสูงในปราสาทแจ๊คสัน หรือก็คือ ผู้เล่นทุกคนต่างมีชื่อของตนประดับเอาไว้ในรายชื่อ และสิบผู้เล่นอันดับสูงสุดต่างได้รับฉายาในฐานะสิบนักรบเลยด้วยซ้ำไป

เอ็นพีซีมักอ่อนไหวตอบสนองกับข้อมูลบนกระดานข่าวสารและข่าวลือ เหตุผลที่ว่าทำไมผู้เล่นที่มีค่าชื่อเสียงสูงมักจะได้รับการดูแลจากเอ็นพีซีเป็นอย่างดีในทุกสถานที่ที่พวกเขาไป มันไม่ใช่อื่นใด ทั้งหมดนั่นเป็นมูลค่าที่สร้างขึ้นและมีอยู่ภายในตัวเองทั้งสิ้น ข่าวลือมันมีอยู่ในหมู่เอ็นพีซีด้วยกันเอง แต่อาร์คที่ไม่เคยลงทะเบียนอะไรเลยในกระดานข่าวสาร อีกทั้งเขายังมักเป็นผู้ปิดทองหลังพระในการสำเร็จภารกิจอีก ในสายตาของเอ็นพีซีในแจ๊คสัน อาร์คไม่ได้ช่วยเหลืออะไรมากนัก ถ้าหากค่าความสัมพันธ์จะลดน้อยลง นี่ก็คงเป็นเหตุผลเพียงอย่างเดียว

‘บ้าจริง มันต้องเป็นเรื่องนี้แหงเลย’

เมื่อเขาได้ข้อสรุปที่คาดว่าน่าจะชัดเจนแล้ว บางสิ่งมันก็เริ่มที่จะเอ่อล้นขึ้นมาภายในตัวเขา อาร์คได้ลงแรงแข็งขันกว่าผู้ใดตลอดเวลาเพื่อช่วยเหลือแจ๊คสัน ไม่ใช่เพียงเท่านั้น เขากระทั่งรับบทบาทหน้าที่ที่สำคัญในการช่วยเหลือแจ๊คสันด้วยซ้ำไป เพียงเขาไม่ได้ลงทะเบียนกับกระดานข่าวสารแค่นั้น มันถึงกับทำให้ท่าทีของพวกเขาถึงกับเปลี่ยนไปอย่างมหาศาลเช่นนี้ได้

จนกระทั่งถึงตอนนี้ อาร์คมักที่จะให้ความสนใจกับเอ็นพีซีเปรียบดั่งคนจริง ๆ เขามักแสดงความเห็นใจเมื่อพบเห็นคนที่ควรให้ความสงสาร อีกทั้งเขายังแสดงท่าทีให้ความเคารพยามที่ต้องพบปะผู้สูงอายุ มันเป็นเรื่องที่ผู้เล่นคนอื่นทำเพียงแค่แค่นเสียงใส่ แต่สำหรับอาร์คแล้ว พวกเขาเหล่านี้สำคัญเสียยิ่งกว่าผู้เล่นด้วยซ้ำ

‘ท้ายที่สุดแล้ว เอ็นพีซีก็เป็นได้แค่เอ็นพีซีสินะ…’

ในเมื่อพวกเขาเป็นเอ็นพีซี แน่นอนว่าพวกเขาย่อมต้องได้รับผลกระทบจากระบบเกมตามสภาพ ถ้าหากเหตุผลที่มันลดน้อยลงเพราะภายในพวกเขาเกิดความเปลี่ยนแปลง มันก็เป็นธรรมดาที่ท่าทีของพวกเขาจะเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันถึงขนาดนี้

เขารู้ เขารู้ว่าพวกเขาคงอยู่ก็เพื่อการกระทำเหล่านี้จากระบบก็จริง แต่เขาก็อดไม่ได้ที่หมดสิ้นกำลังใจ แม้ว่ามันอาจเป็นที่ตัวเขาเองที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดขึ้น แต่ความเป็นจริงข้อนี้มันก็ทำร้ายเขาอย่างรุนแรง เป็นเพราะเขาคิดอยู่เสมอว่าพวกเขาเป็นมนุษย์จริงเช่นเดียวกัน

‘ความสัมพันธ์ระหว่างคอมพิวเตอร์กับมนุษย์ และเอ็นพีซี มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ต้นแล้วแหละนะ’

เขาพยายามที่จะเข้าใจ แต่มันก็ไม่มีทางเลยที่จะสะกดความขมขื่นนี้เอาไว้ได้

แต่ไม่ว่าเขาจะเสียใจมากเพียงใด มันก็ไม่มีอะไรที่เขาทำได้อีกแล้ว อาร์คถอนหายใจออกมาขณะมุ่งหน้าไปยังประตูปราสาท ตอนนี้เขาสามารถใช้งานลูกแก้วจดหมายเคลื่อนย้ายเพื่อบินกลับไปยังสมาคมเวทมนตร์ของกิรันได้ภายในทันที ทว่า มันยังคงมีอีกเรื่องที่เขายังจำเป็นต้องทำในพื้นที่ใกล้เคียงแจ๊คสัน แต่แล้วเมื่อเขากำลังจะออกไปจากประตูนั้นเอง นายทหารสองนายที่พบเห็นอาร์คจึงเข้ามาสกัดทางออกเอาไว้ด้วยความแตกตื่น

“อะ-อาร์ค! หยุดก่อน!”

“หา? อะไรกัน?”

อาร์คเงยหน้าขึ้น ทหารยามที่เฝ้าระวังอยู่เหนือประตูปราสาทเองก็เป็นเอ็นพีซีที่อาร์คมีความคุ้นเคยด้วยเป็นอย่างมากเช่นเดียวกัน

“ตอนนี้เจ้าไม่อาจออกไปจากปราสาทได้”

“หมายความว่ายังไงกันเนี่ย? ไม่ใช่ว่าคนอื่นก็ออกไปได้หรือไงกัน?”

“คนอื่นเป็นอย่างไรก็ช่าง แต่ตอนนี้เจ้าไม่อาจออกไปได้”

“แค่ผมงั้นสิ? แล้วเพราะอะไรกันล่ะ…?”

“ออกไม่ได้ก็คือออกไม่ได้ พวกเรายังไม่สามารถให้เจ้าออกไปได้จนกว่าจะถึงตอนเย็นวันนี้”

“ผมไม่มีเวลาพอจะรอถึงตอนเย็นหรอกนะ ยังมีสิ่งอื่นที่ต้องไปทำอีก เช่นกัน มันเป็นเรื่องบ้าบอหรือบาปอะไรที่ผมทำเอาไว้จนต้องมาโดนกักตัวเอาไว้ที่ประตูนี่จนทำให้ออกไปจากปราสาทไม่ได้กันแน่?”

ขณะที่อาร์คโต้เถียงด้วยสีหน้าไม่ยินดีนัก นายททารจึงคิดไปชั่วครู่ก่อนที่จะตอบกลับออกมา

“หากเจ้าสงสัย เช่นนั้นข้าก็จะบอกเล่าให้ได้ฟัง ที่จริง มีใครบางคนบอกเล่ากับท่านลอร์ดถึงเรื่องราวที่เกี่ยวกับเจ้าเมื่อช่วงเย็นวันก่อน พวกเขากล่าวว่ามีบางสิ่งที่น่าสงสัยอยู่พอสมควร ดังนั้นท่านลอร์ดจึงออกคำสั่งให้เซอร์ครอสเป็นผู้ไปสืบค้นความจริงในเรื่องนี้ และได้ลั่นวาจาเอาไว้ว่าห้ามเจ้าออกจากปราสาทจนกว่าการตรวจสอบสืบสวนจะเสร็จสิ้น”

‘นี่มันเป็นเหตุผลว่าทำไมเอ็นพีซีในแจ๊คสันทั้งหมดถึงมีท่าทีเย็นชากับเรางั้นสิ?’ เพียงเท่านี้ก็ทำให้อาร์คได้ตระหนักแล้ว ว่าการจะกลับไปยังกิรันไม่ง่ายอีกต่อไป ‘ถึงแบบนั้นก็เถอะ อะไรกันที่มันน่าสงสัยน่ะ? แล้วไอ้คนที่พูดนั่นมันพูดถึงเรื่องอะไรกันแน่?’

ที่จริง มันก็มีหลายเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกว่ามันเป็นความผิดได้อยู่ ทั้งการหยิบไอเทมจากผู้ตายตอนที่ช่วยเหลือพวกลูกเรือของซิลเวอร์แอร์โรว์ อีกทั้งยังมีเรื่องที่เขาเป็นต้นเหตุทำให้อลันทำภารกิจผิดพลาด ด้วยการนำอาหารที่เขาทำอย่างพริกผัดเปรี้ยวหวานเข้าไปผสมในเสบียงอาหาร ถ้าหากลูกเรือหรืออลันพบเจอการกระทำนี้คงเป็นเรื่องขึ้นมาจริง ดังนั้นแล้วมันก็เป็นไปได้ว่าจะนำมาสู่ปัญหาอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

“ถ้าหากเจ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ เช่นนั้นแล้วข้าขอแนะนำให้รอคอยอยู่ภายในปราสาทจนกว่าการสืบสวนสอบสวนจะจบสิ้นลง”

‘บ้าจริง นี่ไม่ใช่ปัญหาค่าความสัมพันธ์แล้ว มันต้องมีจุดผิดพลาดตรงไหนสักที่แน่…’

หากเขาโดนตีตราว่าเป็นอาชญากรมันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ขึ้นมาโดยทันที

อาร์คเริ่มหัวใจเต้นเร็วแรง เขาคิดอยากจะออกไปจากปราสาทเสียเดี๋ยวนี้ ทว่าปัญหาคือท่านลอร์ดเป็นคนสั่งการด้วยตัวเอง นั่นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่ากระทั่งการใช้หอคอยเวทมนตร์ก็ต้องไม่อาจกระทำได้อย่างแน่นอน อีกทั้ง ตอนนี้ยังคงเป็นเวลากลางวัน นั่นทำให้เขาไม่สามารถใช้งาน ‘ลอบเร้น’ เพื่อลอบออกไปจากประตูหลักได้ กระนั้นแล้ว เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นใดอีกนอกจากทำได้แค่รอจนกระทั่งถึงตอนเย็น อาร์คเริ่มรู้สึกกังวลว่าอาจต้องเผชิญหน้าปัญหาเข้าแล้ว

“อาร์ค เจ้าอยู่นี่เอง” ครอสเข้ามาใกล้จากด้านหลังพร้อมกับนายทหารสามถึงสี่นาย “หาตัวอยู่พอดี รบกวนมากับข้าสักพักนึง”

“หา? แต่ว่าผม…”

“เจ้าไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ เอาตัวอาร์คไป”

โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดจาแม้สักนิด นายทหารที่ร่วมทางมาด้วยจึงเข้ามาหิ้วปีกอาร์คไป

* * *