0 Views

 

“คุณจะไปไหน?” เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมา

 

“ห้องน้ำ” เสียงของจ้านเลอตอบกลับไป

 

“คุณควรไปคนเดียว” เสียงนั้นฟังดูลังเล “คุณควรไปทีละคน มิฉะนั้น … ”

 

“ฉันแค่อยากจะไปห้องน้ำกับลูกฉัน!” เสียงของเธอดังขึ้น “เราเป็นเพียงผู้หญิงสองคนเท่านั้น เราจะทำอะไรได้?”

 

“เร็วๆละกัน” ชายคนนั้นยอมแพ้ในที่สุด

 

จากนั้น จ้านเลอพาเหย่ทิงเดินออกมา หมุนตัวกลับและเจอกับชูฮันที่ยืนนิ่งอยู่อย่างกับรูปปั้น การแสดงออกของทั้งคู่เหมือนกันเป๊ะ…เย็นชา

ไม่มีความแปลกใจปรากฏให้เห็น

 

จ้านเลอเปิดปากพูดโดยไม่มีเสียง

 

ชูฮันพยักหน้ารับพลางเดินตามพวกเธอไปอย่างเงียบๆ

 

เสียงฝีเท้าของจ้านเลอและเหย่เทียนเป็นปกติ หากแต่มันมีเสียงลวงที่เหมือนพวกเธอเลี้ยวขวาขณะที่ความเป็นจริงพวกเธอเลี้ยวซ้าย

ชูฮันตามสองคนนั้นไปด้วยความอยากรู้ เด็กสาวและหญิงแก่ดูน่าสนใจดี

 

เขาคิดว่ามีอย่างผิดปกติกับคู่สองแม่ลูกนี่ มันยังไม่แน่ชัดด้วยซ้ำว่าสองคนนี้เป็นแม่ลูกกันจริงหรือเปล่า ที่มากไปกว่านั้น เหย่ทิงรู้ภาษาดูปาก (ภาษาสำหรับคนใบ้)

 

ก่อนที่จะเข้ามาในสถานีแวะพัก เธอนอนอยู่บนไหล่ของเหย่เทียนหลงและพูดกับชูฮัน มันเป็นประโยคที่น่าสนใจ

เธอพูดว่า “เฮ้ คุณกล้าที่จะฆ่าคนหรือเปล่า?”

 

ในตอนนี้ ผู้หญิงคนนี้…จ้านเลอก็กำลังพูดแบบนั้นกับเขา

เธอพูดว่า “เฮ้ มากับฉัน!”

 

ทั้งสามคนเดินเข้าไปตรงประตูที่มีตัวล๊อค ทันใดนั้นชูฮันก็ตระหนักได้ว่ามันน่าจะมีอะไรบางอย่างที่อยู่ในห้องและพวกเธอต้องการให้เขาพังประตูด้วยขวานให้

 

พวกเขาทั้งสามอยู่ห่างออกมาจากคนอื่นพอสมควร มันเป็นระยะทางที่ไกลอยู่จากห้องพักสุดหรูของเหย่เทียนหลง ถึงแม้พวกเขาจะพูดคุยกันปกติ พวกนั้นก็คงไม่ได้ยิน

 

“คุณสองคน พวกคุณชื่ออะไร?” ชูฮันถือขวานไว้พร้อมอมยิ้ม เพราะเขาไม่ได้คิดว่าจ้านเลอและเหย่เทียนหลงจะเป็นชื่อจริงของทั้งคู่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

“ฉันชื่อซางจิ่วตี้! อย่างไรก็ตาม…” หญิงคนนั้นบิดริมฝีปากและชี้ไปที่ตัวเองด้วยท่าทางองอาจ หน้าตาใสสื่อจอมปลอมของเธอไม่ได้เปลี่ยนไป หากบรรยากาศรอบๆกลับแตกต่างจากเดิม มันมีความจองหองลอยออกมาจากตัวเธอ

 

“ฉันชอบถูกเรียกว่า จิ่วเหย่”

สีหน้าของชูฮันเปลี่ยนไปเล็กน้อย ผู้หญิงคนนี้ช่างเกินจะเยียวยา!

 

“เธอจะอวดดีเพื่อ?” เด็กหญิงอายุสิบสองขวบพูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆ พลางจ้องมาที่ชูฮัน “แค่เรียกเธอว่า เลาจิ่ว ฉันยังไม่มีชื่อ แต่มีรหัส…สิบแปด”

 

“ดี! จิ่วเหย่และสิบแปด”

ชูฮันพูดตอบด้วยภาษาดูปาก เขาจะถูกโกงโดยผู้หญิงสองคนนี้ถ้าเขาไม่รู้จักภาษาดูปาก ชีวิตก็เหมือนกับการเล่นเกมส์และการแสดงเป็นสิ่งสำคัญ

 

ชูฮันถือขวานชีไปที่ตัวล็อคตรงประตู “คุณควรจะเร็วมากเพราะเสียงมันจะค่อนข้างดัง” สิบแปดหรือเด็กสาวอายุ12ขวบบิดริมฝีปากอย่างชั่วร้าย “แน่นอน ต้องเร็วกว่าการช่วยตัวเองของคุณ”

ชูฮันตกใจจนเกือบทำขวานตก นั่นเป็นสิ่งที่ควรออกมาจากปากของเด็กอายุ12ขวบเหรอ?

 

“หุบปาก!” ซางจิ่วตี้แหวใส่สิบแปด เส้นเลือดปูดขึ้นมา “เธอควรหุบปาก!”

 

“ฮึ!” การแสดงออกที่อ่อนโยนของสิปแปดเริ่มดูร้ายขึ้น เธอเป็นปีศาจน้อยดีๆนี่เอง “ครึ่งหนึ่งของฉัน คุณมอบหมายอะไรให้ฉัน?”

 

ครึ่ง? ชูฮันรู้สึกประหลาดใจ

โอ้ใช่ เก้าเป็นครึ่งหนึ่งของสิบแปด (จิ่วแปลว่าเก้า)

 

อย่างไรก็ตาม มันฟังดูแปลกๆจากปากของสิบแปด มันดูเหมือนการด่า

 

ชูฮันมึนงงไปอยู่หลายวิ เขาคิดว่าเขาอาจเป็นโรคประสาท

 

กวง!

เสียงขวานสับอย่างแรงจนตัวล็อคพัง

 

ตึง! ในชั่วพริบตาซางจิ่วตี้และสิบแปดเปิดประตูและพุ่งเข้าไปในห้องด้วยความเร่งรีบ

 

——

 

“เมื่อกี้มันเสียงอะไร?” เหย่เทียนหลงซึ่งกำลังเพลิดเพลินผลักลูว่านออกไป เขาวิ่งออกไปจากห้องพร้อมขวานโดยไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้น

 

“หัวหน้า!” คนที่อยู่ข้างนอกรวมตัวกันในทันที “เสียงมันมาจากคลังสินค้า!”

 

ใบหน้าของเหย่เทียนหลงเหยือกเย็นทันที มีคนบุกเข้าไปในโกดัง?!

แม่ง! ใครกล้ามายุ่งกับของๆเขา? เขาจะฆ่าไอ้เวรนั้น!

 

“ไปหยิบอาวุธมา!” เหย่เทียนหลงคำรามด้วยใบหน้าน่ารังเกียจ “ฆ่ามัน!”

 

——

 

มันเป็นห้องมืดที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบทุกชนิด

 

ฟีดดดดด —

ชูฮันได้ยินเสียงของฉีกขาดเมื่อเข้ามาในห้อง

 

ซางจิ่วตี้และสิบแปดพยายามฉีกแพ๊คห่อผ้าอนามัยทั้งหลายออก พวกเขาเอาหยิบเอาชิ้นส่วนต่างๆที่กระจัดกระจายมากองทับๆกันไว้

ตะตะตะ…

 

มือทั้งสองคู่ทำงานคล้ายราวกับหุ่นยนต์ ประกอบชิ้นส่วนต่างๆเข้าด้วยกัน ก่อให้เกิดเสียงเสียดแก้วหู

 

ชูฮันเห็นเด็กสาวและหญิงแก่ประกอบชิ้นส่วนต่างๆที่กระจัดกระจายเข้าด้วยกันด้วยท่าทางคล่องแคล่ว พวกเขาประกอบปืนไรเฟิลอัตโนมัติสองกระบอกด้วยความเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

 

มันเป็นปืนจริง!

ความเร็วของสิบแปดนั่นรวดเร็วกว่า ซางจิ่วตี้ประกอบปืนเสร็จขณะที่สิบแปดหาตลับลูกปืนที่กระจัดกระจายอยู่เจอพอดี

 

ชูฮันขมวดคิ้ว ภาพนี้เป็นภาพที่เห็นได้ปกติหลังจากโลกาวินาศผ่านไปสิบปี เพราะทุกๆคนคุ้นเคยกับปืนดี แต่ไม่ใช่กับเพียงวันที่4หลังจากการปะทะ มันดูไม่สมเหตุสมผลอย่างมาก

 

ในขณะนี้ ประเทศยังไม่ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์มาทิ้งถุงลมนิรภัย ดังนั้นผู้คนทั่วไปจึงยังไม่มีปืนไว้ในครอบครอง นับประสาอะไรกับผู้หญิงสองคนนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นอายุเพียง12ขวบ

 

ตัดสินจากความเร็วของการประกอบปืน พวกเขาดูคุ้นเคยกับปืนอย่างแน่นอนและมีการฝึกฝนมาแล้วหลายพันครั้ง

 

พวกเขาเป็นใครกันแน่?

 

“แม่งเอ๊ย!” ทันใดนั้นมีเสียงคำรามดังขึ้น เหย่เทียนหลงรีบเร่งเข้ามาพร้อมกับชายอีก5คน

 

แคร๊ก! ซางจิ่วตี้มีสีหน้าเย็นชาพร้อมใส่ตลับปืนเข้าไป ปืนถูกเล็งไปทางประตู

 

เธอมองไปที่ชูฮันและพบว่าเขายืนอยู่ข้างหลังประตูพร้อมกับขวาน ใบหน้าของเขานิ่งสงบ ท่าทางดูเป็นมืออาชีพมาก ท่ายืนของเขาทำให้เขาสามารถจู่โจมได้อย่างรวดเร็วพร้อมกับสร้างความปลอดภัยให้ตัวเอง ซึ่งทำให้ซางจิ่วตี้ตกใจเล็กน้อย ดูจากมุมที่เขายืนแล้ว เขาไม่ได้เตรียมตัวเพื่อสู้กับเหย่เทียนหลงคนเดียวเท่านั้น!

 

ซางจิ่วตี้สรุปอยู่ในใจ เขาเป็นพวกเดียวกับเธอ แต่แข็งแกร่งกว่าเธอ!

 

“ตายซะ…” ความโกรธของเหย่เทียนหลงหยุดลงทันทีเมื่อเข้ามาภายในห้อง คนอื่นๆก็หยุดชะงักเช่นเดียวกัน พวกของมันสองคนเกือบวิ่งหนีออกไปทันที

“พวกแกเอาปืนมาจากที่ไหน?” เหย่เทียนหลงกลัวมาก ลงไปนั่งยองๆอยู่กับพื้น พูดกับซางจิ่วตี้ที่เล็งปืนมาที่เขา

 

ของเล่น? เป็นไปไม่ได้ เขาตรวจสอบทุกอย่างที่อยู่ในห้องนี้หมดแล้ว

 

หากต่อมา ตาของเหย่เทียนหลงเหลือบไปเห็นกองเศษถุงผ้าอนามัยบนพื้น….แม่ง! นังแรดสองตัวนี้ซ่อนมันไว้ในถุง

 

นัยน์ตาของเหย่เทียนหลงเต็มไปด้วยความโกรธ ไม่ว่าปืนนี้จะเป็นของจริงหรือไม่ เขาคิดว่าศักดิ์ศรีของเขาถูกท้าทายและเขาทนไม่ได้ที่รู้ว่ามีของซ่อนอยู่ใต้จมูกเขา

 

หากสักพักเหย่เทียนหลงก็ตกใจอีกครั้งเมื่อเขาได้หันไปเห็นคนที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี้