0 Views
  1. [เปลี่ยนจาก จากเชียวเชียง เป็น จางเชียว นะครับ]

บทที่2 สำหรับกะหล่ำปลี

 


จางเชียวตื่นขึ้นมาและมองไปยังบะหมี่ที่ยังมีอีกเพียงแค่แพ็คครึ่งทันทีที่เขากินได้ถูกย่อย เขารู้สึกหิวมากยิ่งขึ้นดังนั้นเขาจึงต้องบังคับให้ตัวเองไม่มองไปที่โต๊ะที่มีบะหมี่ที่เหลืออยู่ เขาล้มตัวลงนอนและมองไปยังแก้วน้ำหวังว่ามันจะทำให้เขาอิ่ม

 

ตั้งแต่วันที่เกิดวิกฤติครึ่งเดือนผ่านไปและทุกๆวันตื่นขึ้นมา ชีวิตปัจจุบันของเขาเป็นความฝัน?

กินบะหมี่สำเร็จรูป 3 ซอง ไข่ไก่ 1 ฟอง สำหรับสองวันครึ่งและครึ่งที่เหลืออยู่สำหรับวันครึ่ง

ก่อนหน้านี้เขากินไข่วันละ 2 ฟองเพราะว่าเขาไม่กล้าที่จะออกไปหาอาหารหรือออกกำลังกาย

 

หน้าท้องของของเขาเริ่มแบนเรียบเขาเคยพยายามที่จะลดน้ำหนัก แต่เขาไม่สามารถที่จะทำมันได้แต่ทว่าตอนนี้น้ำหนักของเขาหายไปมากกว่า10ปอนด์ด้วยความคิดนี้ทำให้เขาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี โดยปกติเขาไม่สนใจไยดีอะไรมากมายนักแต่ทว่าเขานั้นเป็นห่วงน้องสาวของเขาที่ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง

เขาไม่อาจหยุดคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้เพราะว่าเขานั้นไม่ได้ทำอะไรในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาดังนั้นจึงทำให้เขาคิดถึงสถานการณ์ในอดีตคิดถึงพ่อแม่ที่อยู่ด้วยกันภายในบ้านคิดถึงโรงเรียนครั้งแรกที่เขาถูกแกล้งโดยสาวที่ชนเขาและพยายามจะวาดรูปเต่าบนหลังของเขา

เขาคิดถึงเพื่อนร่วมชั้นคิดถึงตอนที่เขาซื้อาหารเช้ามาให้น้องสาวเขาพยายามที่จะโทรหาน้องสาวแต่ไม่มีใครรับสายเขาจึงคิดความเป็นไปได้ที่เลวร้ายที่สุดแต่เขาก็ไม่ได้หวังว่าจะมีปาฎิหาริย์




เหล่าซอมบี้ที่อยู่นอกหน้าต่างชั้นล่างยังคงเดินเรื่อย ๆ เป็นบางครั้งบางคราวคุณจะได้เห็นผู้คุณรู้จักที่ติดเชื้อในขณะนี้ท้องถนนที่เต็มไปด้วยกระจกแตกเสื้อผ้าฉีกขาดซากศพกองกระดูกและขยะก็มีซากรถที่ถูกเผาให้ความรู้สึกของสถานที่รกร้างว่างเปล่าจับใจของตนเมื่อเขาคิดเกี่ยวกับตัวเองกลายเป็นซอมบี้เดินบนท้องถนน

 

เมื่อเขาคิดถึงเรื่องอาหารที่กำลังจะหมดและการที่กำลังจะอดอาหารตาย

 

เขาคิดว่าเพื่อนสนิทของเขากลายเป็นซอมบี้และกัดกินกันเอง

 

ความรู้สึกถึงความรกร้างได้ทำให้เกิดความรู้สึกสิ้นหวัง

 

เขาเดินไปยังห้องครัวและหยิบมีดปลายแหลมขึ้นมาช้าๆยกมันขึ้นมาอยู่ในระดับสายหันปลายมีดเข้าหาตนเองจับมีดอย่างมั่นคงแต่เขาไม่มีความกล้าที่จะแทงมีดเข้าหัวใจตัวเองได้

 

เขาเกลียดตัวเองที่ไร้ประโยชน์เขาไม่ฉลาดเขาไม่มีความสามารถทำอะไรแม้แต่จะฆ่าตัวตาย

เขค่อยๆสงบสติอารมณ์ของตัวเองแต่แล้วเขาก็คิดถึงว่ามีผู้ที่กลายเป็นซอมบี้ถึง 90%ขนาดที่เขายังมีชีวิตอยู่ ผู้ติดเชื้อประมาณ 6.3 พันล้านรายและเขาไม่ได้เป็นอันตรายนี้จัดว่าเป็นคำอวยพรของพระเจ้า?

 

หลังจากคิดถึงเรื่องนี้อยู่สักพักหนึ่งเขาเริ่มรู้สึกดีขึ้นและมองไปยังรูปพระผู้เป็นเจ้ากลางบ้าน


ดูจากโทรศัพท์มือถือของเขาตอนนี้เวลาประมาณ 10 โมงถ้าเขาไม่ต้องการที่จะอดตายเขาจะต้องออกไปหาอาหาร

 

เขาจะสู้กับซอมบี้ในสถานะการสู้รบหรืออดตาย

เขาเดินไปที่ล็อบบี้เปิดผ้าม่านขึ้นเล็กน้อยและดึงกระดาษหนังสือพิมพ์ชิ้นเล็กๆที่เขาติดกระจกเมื่อ2สัปดาห์ก่อนออกแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างเขามองออกไปเห็นแปลงกะหล่ำปลีสองถึงสามแถวตรงกลางสวนหลังบ้านของบ้านอีกหลัง ทำให้เขาเริ่มมีน้ำลายไหลออกมาเขาสังเกตบริเวณใกล้เครียงกะหล่ำปลีนั้นมีซอมบี้ไม่มากนักบริเวณบ้านสองหลังตรงกันข้ามมีเรือนกระจกระหว่างบ้านทั้งสองหลังโดยมีประตูรั้วที่เปิดอยู่ทำให้มีซอมบี้หลายตัวเดินเข้าออกบันไดสำหรับเข้าออกมีซอมบี้ทั้งหมด7ตัวและอยู่ใกล้บันไดอีก6ตัว บ้านทั้งสองหลังใช้เวลาในการเดินไปประมาณ 3 นาที

 

เป้าหมายของเขาคือการไปตรงกลางสวนซึ่งเป็นแปลงกะหล่ำปลี

 

ภายในบ้านไม่ได้มีอาวุธก็จริง แต่จางเชียวได้พบเครื่องมือที่พ่อของเขาทิ้งเอาไว้ สิ้งแรกที่เขาเห็นคือค้อนขนาด 8 ปอนด์เขายกมันขึ้นมาและเหวี่ยงมันและเขาก็ต้องส่าย

มันหนักเกินไปเขาไม่แข็งแรงแค่เขาเหวี่ยงมัน 3-5ครั้งเขาก็หมดแรงและเหวี่ยงมันไม่ได้อีกต่อไป ขณะที่เขายังคงมองหาค้อนเขาดึงค้อนอีกตัวที่มีน้ำหนักน้อยกว่าและเหมาะสมกว่าเขาเดินเข้าไปในห้องครัวแล้วหยิบเอากะทะเหล็กงานวัดขึ้นมาเพื่อใช้เป็นโล่เขาฝึกซ้อมรับมือกับซอมบี้ในห้องรับแขกและหลังจากที่เขาพร้อมแล้วเขาก็ได้เตรียมพร้อมที่จะออกไป

เมื่อเขามาถึงประตูบ้านเขาก็เริ่มที่จะลังเลมือจับลูกบิดประตูครั้งแล้วครั้งเหล่าเขาคิดว่าเขาคงจะตายในสนามรบมีค่ามากกว่าการอดตาย เขากล่าวกับตนเองว่า “ตายเป็นตายวะ”



จางเชียววางแผนที่จะฆ่าซอมบี้บนบันไดเป็นอย่างแรกเนื่องจากพวกมันอยู่ใกล้สวนมากเกินไปจากที่เขาประมาณการใช้เวลา 1 นาทีกว่าซอมบี้ที่อยู่อีกฟากหนึ่งจะรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขา

เขาจะเก็บกะหล่ำปลีมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เขาสวมใส่รองเท้าคอมแบคกระเป๋าสะพายสีทับทิมและถุงมือหนังหนาขณะที่ซอมบี้ไม่ได้สังเกตเห็นเขารีบวิ่งขึ้นบันไดเหล่าซอมบี้

 

ซอมบี้กำลังลุกขึ้นและได้รับรู้การมีตัวตนของเขาจากกลิ่นของเขาซอมบี้รีบวิ่งไปหาเขาอย่างน่ากลัวเป็นอย่างมากนี้เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นซอมบี้ใกล้ๆผิวเป็นสีเทาตาสีขาวขุ่นปากพวกมันมีขนาดเท่ากับกำปั้นปากเต็มไปด้วยฟันสีดำที่มีรูปร่างเหมือนมีดรูปสามเหลี่ยมทันทีที่เขามองพวกมันรู้สึกหนาวสั่นพวกมันมีกลิ่นเหม็นรุนแรงทำให้เขารู้สึกคลื่นไส้

 

ซอมบี้กระโดดเข้าใส่ฝาครอบหม้อและมันก็หยุดนิ่งทำให้เขาขยับโล่ฝาครอบหม้ออกไปทางขวาและทีบหน้าอกซอมบี้ตัวนั้นกลิ้งตกลงบันไดไป

 

ไม่มีเวลาที่จะคิดอะไรเขารีบวิ่งไปที่สวนและวางอาวุธของเขาไวข้าง
ไม่มีเวลาพอที่จะคิดได้ดังนั้นรีบวิ่งไปที่สวนและวางอาวุธของเขาไว้เขาหยิบถุงหนังงูออกจากมาจากกระเป๋าสีทับทิมและเริ่มเก็บกะหล่ำปลีใส่ถุงในสายตาของเขาสามารถมองเห็นซอมบี้จากฝั่งตรงข้ามได้ พวกมันเริ่มเดินมาทางเขาเร็วขึ้นและเร็วขึ้นแต่ทว่าเขากระหายที่เก็บกะหล่ำปลีใส่ถุงของเขาอย่างไม่ลดละถึงแม้ดินสีเข้นเพื่อจะหารากเพื่อให้เขาสามารถดึงกะหล่ำปลีอย่างรวดเร็วเขาไม่ได้รู้สึกว่าโคลนและน้ำกระเซ็นเข้าไปไปในดวงตาของเขาเขามีความคิดเพียงแค่เรื่องกะหล่ำปลีซึ่งเป็นความหวัง! ซอมบี้เข้ามาใกล้ชิดมากจนไม่สามารถละโมบได้เขาต้องรีบออกไปจากสวนแห่งนี้

เขาถือกระเป๋าด้วยมือข้างเดียวและอาวุธในอีกมือหนึ่งเขาเริ่มวิ่งกลับบ้านของเขา


ทันใดนั้นรั้วประตูเหล็กตรงข้ามก็ได้เปิดออกพร้อมกับปรากฎเพื่อนบ้านของเขาที่กลายเป็นซอมบี้ที่มีกลิ่นเหม็นเน่าหันมาทางเขาและพุ่งตัวเข้าหาเขา กรงเล็บที่แหลมคมอยู่ห่างดวงตาไม่ถึง 10  เซนติเมตรทำให้เขารู้สึกหนาวไปถึงก้นบึ้งของหัวใจเขาอยากที่จะกรีดร้องแต่เขาไม่สามารถที่จะทำได้เขาเพียงคิดในใจว่า

“มันจบแล้ว”

 

เขาล้มลงบนพื้นและโล่ของเขาถูกกระแทกจนหลุดออกไปซอมบี้ทำให้สมองของเขาว่างเปล่าและเขาเตะตัดขาซอมบีด้วยขาทั้งสองข้างที่เริ่มเน่าเสียทำให้ขาของมันไม่สมดุล

 

ขณะที่มันล้มลงไปจางเชียวก็กลิ้งไปอีกข้างหนึ่งและใช้ค้อนในมือของเขากระหน่ำตีร่างกายของซอมบี้ครั้งแล้วครั้งเหล่าและเขาก็ได้สติกลับมาเขาเห็นร่างกายครึ่งบนของซอมบี้เละเทะเยื่อหุ้มสมองมีเลือดสีดำเหนียวติดตัวของเขาส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรงทำให้เขารู้สึกว่ามันกำลังจะระเบิดบันไดด้านตรงข้ามมีซอมบี้อยู่ห่างจากเขาไม่ถึง 10เมตร ซอมบี้ที่ร่างกายเหมือนกับแข็งแกร่ง3ตัวเดินอยู่ข้างหน้าและมีซอมบี้หญิงสาวร่างอ้วนเดินตามหลัวมาช้าๆเมื่อพวกมัมได้กลิ่นของเขาทำให้พวกมันรู้สึกตื่นเต้นเพราะว่ามันมีศักยภาพใกล้เคียงกับเหยื่อ

ทันใดนั้นจางเชียวกระโดดลุกมาจากพื้นดินเขาวิ่งเข้าบ้านและปิดประตูรั้วและเข้ามาในบบ้านล็อกประตูอีกครั้ง

เขาหายใจเข้าลึกๆ และหายใจออกจนสุดปอด สักสองสามครั้ง เลือดของซอมบี้ที่กระเซ็นบนร่างของเขามีกลิ่นเหม็นมากเขาไม่สามารถที่จะทนกับมันดังนั้นเขาจึงวิ่งไปห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า

 

จางเชียวเปิดกระเป๋าอย่างใจเย็นและจัดวางกะหล่ำปลีทั้ง 11 หัวมีน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัมด้านนอกมีซอมบี้ข่วนประตูเหล็ก และนี้เป็นครั้งแรกที่จางเชียวมีความมั่นใจในการดำเนินชีวิตต่อไป

{ผิดพลาดประการใดก็ขออภัย ณ ที่นี้}