0 Views

บทที่ 3 การตื่นขึ้นของอัจฉริยะ

ขณะที่เขามองดูไป่ย ฉิงซอง และคนของเขาเดินจากไป ในค่ำคืนที่อ้างว้างโดดเดี่ยว ฉิน เว่นเตียน รู้สึกหนาวเหน็บในจิตวิญญาณ สายสัมพันธ์ที่สร้างกันมาระหว่างพวกเขา บัดนี้ต้องขาดสะบั้น เมื่อท่านลุง หมายจะเอาชีวิตเขา!!!

แม้ว่า ฉิน เว่นเตียน จะขึ้นชื่อในเรื่องการควบคุมอารมณ์ตนเองได้ดีแค่ไหน เมื่อต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เขาไม่อาจปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจ จึงไม่อาจจะสงบลงได้ง่ายๆ ในเวลารวดเร็ว หลังจากที่เขาพยายามควบคุมสติกำหนดลมหายใจอยู่สักระยะ สภาพจิตใจของเขาก็เริ่มดีขึ้น เขาเริ่มมีรอยยิ้มอีกครั้ง แต่ยังสงสัยว่า อะไรคือสายสัมพันธ์ที่มนุษย์ต้องการ?

เขาเพียงแค่ต้องการอยากจะเป็นตัวของตัวเองเท่านั้น แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าคนที่จริงใจ รักและเมตตาเขา เปรียบได้กับขุนเขา คือพ่อบุญธรรมของเขา(ผู้อาวุโสแบล็ค) และยังมี น้องฉิง ที่กล้าจะมาเตือนอันตรายให้รับรู้ ถึงแม้จะต้องทำลับหลังพ่อของตัวเอง

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตอนนี้ ฉิน เว่นเตียน ไม่มีเวลามาทบทวนความรู้สึกของตนเอง เขารู้ว่าตอนนี้เขาจะต้องหยุดคิดถึงเรื่องราวเลวร้ายที่เพิ่งเกิดขึ้น และดูเหมือนทางเดียวที่เขาทำได้คือการฝึกยุทธ์

ฉิน เว่นเตียน นั่งขัดสมาธิ มองดูหินที่ห้อยอยู่ที่คอของเขาตลอดเวลา พูดว่า “เจ้าเพื่อนยาก(ผู้แปลคิดว่าเจ้าของหินคนเก่าที่ตายไปแล้ว) ผู้อาวุโสแบล็คเคยพูดว่า สิ่งเดียวที่เจ้าเหลือไว้ให้ข้า คือชิ้นส่วนของหินที่แตกออกมา ดังนั้นเจ้าจงอย่าเพิ่งรีบดึงข้าลงนรกเพื่อไปอยู่กับเจ้า”

หลังจากนั้น ฉิน เว่นเตียน ฝังเข็มเงินทั้ง 9 เล่มตามจุดต่างที่ศีรษะของเขา เขาเริ่มเพ่งสมาธิไปที่การเต้นของหัวใจและเข้าสู่สภาพสมาธิอย่างรวดเร็ว เขาสามารถสัมผัสพลังฟ้าและดินได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับที่สามารถรับรู้ถึงการมีอยู่ของพลังจิตวิญญาณดวงดาว ซึ่งเป็นผลจากการฝึกนั่งสมาธิทุกวัน ประสาทสัมผัสที่แข็งแกร่งหรืออ่อนแอ ขึ้นอยู่กับพลังของประสาทสัมผัส

ประสาทสัมผัสของ ฉิน เว่นเตียน มีความแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งแข็งแกร่งกว่าความสามารถปกติของเขาที่มีอยู่ เป็นผลจากการฝึกฝนเป็นประจำวัน เมื่อนั่งสมาธิไปได้ไม่นานเขาก็เข้าสู่จุดสำคัญของการสื่อสัมผัสกับพลังจิตวิญญาณดวงดาว ก่อนที่จะไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณ

ถึงแม้ ความเป็นจริงที่ช่องทางพลังและเส้นลมปราณของเขาจะพิการ แต่เขาก็ไม่กังวล  ยังเดินหน้าต่อไปปล่อยให้พลังจิตวิญญาณดวงดาวไหลเวียนไปทั่วร่างกาย เขาฝึกอยู่อย่างนั้นจนกลางวันเปลี่ยนเป็นกลางคืน แสงดาวส่องกระทบบนร่างของเขาแล้วก็หายไป (เช้าอีกวัน)

ฉิน เว่นเตียน นำจินตนาการของเขาเข้าสู่สวรรค์เก้าชั้น ความสามารถในการสัมผัสของช่วยให้เขาเข้าสู่ขั้นที่สูง ๆ ได้อย่างรวดเร็วจนกระทั่งถึงแม่น้ำแห่งดวงดาวของสวรรค์เก้าชั้น เทคนิคในการสะกดจิตตนเองที่ได้รับการชี้แนะมาจากผู้อาวุโสแบล็ค ช่วยให้เขาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง

การฝึกในขั้นที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ฉิน เว่นเตียน เริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันในประสาทสัมผัส ถึงตอนนี้เขาไม่สามารถที่จะหยุดได้ จนในที่สุดเขามาอยู่ท่ามกลางดวงดาวมากมายนับไม่ถ้วน ตอนนี้มาถึงชั้นที่ 1แล้ว!!!!

ทุกๆครั้งที่ ฉิน เว่นเตียนมาถึงที่นี้มักจะรู้สึกตื่นเต้น เพราะกษัตริย์แห่งจักรวาลอันเวิ้งว้างยืนอยู่เหล่ากลุ่มดาว ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นมดตัวเล็กๆ เป็นเม็ดทรายบนชายทะเล หรือเป็นน้ำจุดหนึ่งในมหาสมุทร!!!

“กลุ่มดาวไม้กวาด” ฉินเว่นเตียนสัมผัสถึงดาวกลุ่มแรกที่อยู่ล้อมรอบตัวเขา มีลักษณะคล้ายไม้กวาด (TL: กลุ่มดาวไม้กวาด/ดาวไม้กวาด ในความหมายจีน เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคร้าย)

“กลุ่มดาวต้นหลิวห้อย… ถ้าข้าสื่อสัมผัสกับมัน ตัวของข้าก็จะอ่อนนุ่มและยืดหยุ่นเหมือนต้นหลิว”

“กลุ่มดาวงูน้ำ ,กลุ่มดาวพิณสวรรค์” ทำเอา ฉิน เว่นเตียนแทบหยุดหายใจ ดูเหมือนว่าเขาจะสามารถสื่อสัมผัสกับกลุ่มดาวไหนก็ได้ ที่รายล้อมอยู่รอบตัวเขาแม้จะเป็นกลุ่มดาวที่ให้เฉพาะผู้ฝึกยุทธ์ดาราเท่านั้นก็ตาม ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากรีบร้อนที่จะได้พลังนั้นมา จึงเขาพยายามมุ่งต่อไปจนก่อนจะถึงสวรรค์ชั้นที่ 3 ( ผู้แปลคิดว่าหมายถึง สวรรค์ชั้นที่ 2 นะค่ะ)

ฉิน เว่นเตียน รู้สึกถึงแรงกดดันเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละชั้นและก็รู้ว่าเขาจะไม่รู้สึกสบายและผ่อนคลายอีกต่อไป เขาได้พิจารณากลุ่มดาวแต่ละกลุ่มเหมือนที่เขาทำในสวรรค์ชั้นที่ 1อย่างไรก็ตามถ้าเรื่องนี้เข้าถึงหูพวกผู้ฝึกยุทธ์ดารา พวกเขาคงจะโกรธจนเลือดขึ้นหน้าเป็นแน่ เขารู้ว่าตัวเองจะมีความสามารถได้มากแค่ไหน แต่ดูจากตัวอย่างของนางหิมะขาวตั้งแต่ที่นางได้สื่อสัมผัสเข้ากับพลังจิตวิญญาณดวงดาวในสวรรค์ชั้นที่ 3 ชื่อของนางก็เป็นที่รู้จักไปทั่วทั้งประเทศชู

“อันที่จริง,ระดับของพลังจะเพิ่มขึ้นหลังจากที่ได้มีการสื่อสัมผัสเข้ากับพลังจิตวิญญาณดวงดาวในสวรรค์ชั้นที่ 3 และแน่นอนว่าจะต้องแข็งแกร่งกว่าชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 ถึงอย่างนั้น สวรรค์ชั้นที่ 3 ก็ไม่ใช่ชั้นที่เหมาะกับความสามารถของข้า ดังนั้นข้าจะเดินหน้าต่อไป”

ฉิน เว่นเตียน ยังใช้ความสามารถเพื่อที่จะไปในระดับที่สูงขึ้นให้ได้ ความรู้สึกถึงแรงกดดันก็เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เหมือนว่าแรงกดดันนั้นพยายามที่จะหยุดเขา  ซึ่งตอนนี้เขาเริ่มรู้สึกเวียนหัว มันทรมานเป็นอย่างมาก ซึ่ง ฉิน เว่นเตียน พยายามต่อสู้ต่อความเจ็บปวด

“ความเจ็บปวดเดี๋ยวก็ผ่านไป,ข้าแค่จะต้องผ่อน….คลาย…. แล้วมันก็จะดีขึ้นเอง”

ตอนนี้ ฉิน เว่นเตียนได้มาสวรรค์ถึงชั้นที่ 4 กลุ่มดาวในชั้นนี้ ช่างมีพลังอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้เขารู้สึกหลงใหลและอยากสื่อสัมผัสกับมัน แต่!! ฉิน เว่นเตียนรู้ว่าเขายังไปไกลได้มากกว่านี้ เขาอยากจะเป็นสุดยอดของสุดยอดอัจฉริยะแห่งประเทศชู!!!

“ผู้อาวุโสแบล็ค ได้เตรียมตัวข้า ให้รู้จักกับกลุ่มดาวที่อยู่ในสวรรค์ชั้นที่ 5 ซึ่งแสดงถึงความคาดหวังที่มีต่อข้า” ฉิน เว่นเตียน (คิดในใจ) พยายามดึงความสามารถทั้งหมดของเขาเพื่อไปให้ถึงสวรรค์ชั้นที่ 5

“สื่อสัมผัสและดูดซับพลังจิตวิญญาณดวงดาวนั้นยากเกิน แต่ต้องทำให้สำเร็จจงได้” ฉิน เว่นเตียน พูดกับตัวเอง ในขณะที่เขาแทบจะทนต่อความรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานไม่ไหว เขายังต้องเดินหน้าต่อไป จนในที่สุด!!!!! เขาก็ผ่านสวรรค์ชั้นที่ 4 และมาถึงสวรรค์ชั้นที่ 5!!

ต่อหน้าเขา มันคือกลุ่มดาวที่มีรูปร่างคล้ายกะโหลก เปล่งแสงแห่งความชั่วร้ายและผูกพยาบาท

“กลุ่มดาวกะโหลก” ฉิน เว่นเตียน พยายามที่สัมผัสถึงดาวที่อยู่ไกลออกไป ณ.ตอนนี้ไม่เหมือนกับสวรรค์ชั้นที่ 1 เขาไม่สามารถสื่อถึงกลุ่มดาวหลายๆกลุ่มในครั้งเดียว เขาสามารถสัมผัสกลุ่มดาวได้เพียงทีละกลุ่มเท่านั้น

ในช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็มาถึงกลุ่มดาวที่มีรัศมีร้อนแรงเหมือนภูเขาไฟ “ นี้หล่ะ..นี้หล่ะ นี้คือกลุ่มดาวราชสีห์! ถ้าข้าได้สื่อสัมผัสกับมัน ข้าจะสามารถควบคุมเปลวไฟอันน่าสะพรึงกลัว เป็นพลังที่น่ากลัวสุด..สุด!” ดังนั้น ฉิน เว่นเตียนจึงตัดสินใจที่จะยังไม่เลือก เขายังต้องการที่จะศึกษาดาวกลุ่มอื่นๆอีก

หลังจากที่เขาสำรวจไปเรื่อยๆ จนมาถึงกลุ่มดาวที่มีรูปร่างคล้ายค้อนยักษ์ มันคือกลุ่มดาวค้อนสวรรค์!

“กลุ่มดาวค้อนสวรรค์” ฉิน เว่นเตียน นึกถึงข้อมูลที่ท่านผู้อาวุโสแบล็คให้มาอย่างเฉพาะเจาะจง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะเสี่ยงดวงกับมัน

เริ่มต้นใช้ประสาทสัมผัสอันแสนพิเศษพยายามที่จะเชื่อมต่อและสื่อสัมผัสกับกลุ่มดาวค้อนสวรรค์ เขาสร้างภาพ จิตนาการว่าตนเองเป็นภาชนะ ที่ค่อยๆดูดซับพลังจิตวิญญาณดวงดาวจากกลุ่มดาวค้อนสวรรค์ ในขณะที่ความเจ็บปวดเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ลำแสงของดวงดาวเริ่มส่องแสงลงมาจากสวรรค์ ทอดแสงผ่านดวงดาวจำนวนนับไม่ถ้วนของแม่น้ำแห่งดวงดาว ก่อนที่จะส่องแสงลงบนตัวผู้ที่กำลังฝึกอยู่ ณ. ตอนนี้ซึ่งก็คือ ฉิน เว่นเตียน!! รายล้อมรอบตัวเขาคือดวงดาวจำนวนมากมายที่ส่องแสงระยิบระยับ พลังดวงดาวเริ่มหลอมรวมเป็นหนึ่งกับร่างของเขา แสงบางส่วนก็ส่องไปที่หินที่ห้อยอยู่ที่คอของเขา

ในตอนนั้น หลังจากที่พลังดวงดาวรวมแสงมาที่ “หินสามัญ”(ชื่อหิน) ที่ห้อยอยู่ที่คอของ ฉิน เว่นเตียน เริ่มมีแสงเปล่งประกายออกมาจากหินและหินก็แตกกระจาย ค่อยๆหายเข้าไปในตัวเขาจนหมด ตอนนี้แสงดาวทั้งหมด  ส่องแสงลงบนตัวเขาอย่างสมบูรณ์  การรวมตัวของพลังดวงดาวจำนวนมหาศาลที่ไม่อาจหาสิ่งใดมาเปรียบได้

เงาจางๆ เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างลงบนตัวของ ฉิน เว่นเตียน ขณะเดียวกับความรู้สึกเจ็บปวดเริ่มทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบจะระเบิดออกมา แต่เขาไม่อาจที่จะอยู่สื่อสัมผัสในตอนนี้ได้ เขากัดฟันทนด้วยความอดทนพยายามไม่คิดถึงเรื่องการยอมแพ้ เขายังปล่อยในพลังดวงดาวไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขาผ่านเส้นลมปราณที่พิการ ในที่สุดก็เชื่อมต่อจิตวิญญาณของเขาแล้วรวมตัวเป็นรูปเกลียวของพลังชีวิตแห่งดวงดาว ขั้นตอนเสร็จสมบูรณ์ในการดูดซับพลังจิตวิญญาณดวงดาว หลังจากตอนนี้เท่านั้น ก็ถึงขั้นตอนที่สำคัญที่จะทำให้เขาเป็นผู้ฝึกยุทธ์ดารา

“ฮ่อง..ลอง..ลอง!” เป็นเสียงที่ดังออกมาจากในตัวเขา พลังดวงดาวของชีวิตที่เกรี้ยวกราดกำลังไหลเวียนผ่านช่องทางพลังและเส้นลมปราณที่พิการ จากการนำทางของพลังชีวิตแห่งดวงดาว(เกิดจาก ดูดซับและสื่อสัมผัสจนได้พรสวรรค์และความสามารถของดวงดาวนั้นๆ) ไปทั่วร่างกาย ฉิน เว่นเตียนรู้ว่านี้จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากที่เขาทำสำเร็จ ซึ่งสามารถพิจารณาได้ว่าประสบความสำเร็จที่จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์

ความเจ็บปวดที่มากมายมหาศาล ไม่อาจเปรียบเทียบได้กับความเจ็บปวดใด ๆ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น คือเขายังต้องทนต่อไป เพื่อให้การดูดซับและการสื่อสัมผัสประสบความสำเร็จ และสามารถที่จะสร้างเส้นลมปราณและช่องทางพลังที่พิการของเขาขึ้นมาใหม่

“ความเจ็บปวดเดี๋ยวมันก็ผ่านไป” ฉิน เว่นเตียน บอกกับตัวเอง ในขณะที่เกลียวชีวิตไหลเวียนไปทั่วร่างกายของเขาไปอย่างบ้าคลั่ง เปิดเส้นทางพลังดวงดาวให้สามารถเชื่อมกับร่างกายของเขาได้ สำเร็จ! ตำนานที่เป็นหนึ่งเดียวของผู้ฝึกยุทธ์

ในขณะที่ พลังค้อนสวรรค์ก็รวมเป็นรูปสำเร็จ พร้อมกับเลือดที่ทะลักออกมาจากปากของ ฉิน เว่นเตียน ก่อนที่เขาจะหมดสติไป

ในขณะที่เขาสลบไป ม้าป่า(ชื่อคน) ก็ได้พาเขาเดินทางออกมาไกลจากหมู่บ้านไป่ย จนมาถึง โรงเตี้ยม “สายลมสดใส” ขณะที่ม้าป่ายืนอยู่ที่ใกล้หน้าต่าง หน้าผากของม้าป่ามีเงาของกลุ่มดาวตาสวรรค์ที่เขาสื่อสัมผัสได้ เป็นหนึ่งในสามพลังจิตวิญญาณดวงดาวที่เขาสื่อสัมผัสมาได้

“มันช่างเป็นแสงดวงดาวที่สุกสว่าง แม่นางหิมะขาวมีความสามารถที่พิเศษจริงๆ ดูเหมือนว่านางจะไม่มีปัญหา ในการผ่านการทดสอบขั้นแรก” ม้าป่ากำลังจ้องมองแสงดาวที่ส่องแสงลงบนตระกูลไป่ย จนลืมที่จะหายใจออก พลังที่ปล่อยออกมาจากดวงดาว ในสวรรค์ชั้นที่ 3 และอย่างน้อยในตระกูลไป่ย ก็มีแม่นางหิมะขาว ที่สามารถสื่อสัมผัสเข้ากับกลุ่มดาวในสวรรค์ชั้นที่ 3 ได้

ม้าป่า ยืดเส้นยืดสาย เพื่อจะเตรียมตัวพักผ่อนสำหรับวันนี้  หลังจากที่ได้ยินว่าแม่นางหิมะขาว จากเมืองประสานนภา สามารถที่จะสื่อสัมผัสกับพลังจิตวิญญาณดวงดาวจากสวรรค์ชั้นที่ 3 เมื่อฮ่องเต้ของประเทศ ชู ทราบว่า ออกคำสั่งให้ส่งหน่วยสอดแนมไปสืบข่าว และ ม้าป่าก็เป็นหนึ่งในหน่วยนั้นด้วย ซึ่งในกลุ่มสอดแนมก็มีการแข่งขันกันในการหาข่าวและหาคนที่มีฝีมือ แต่ม้าป่าไม่ได้กังวลเพราะว่าจะมีใครกล้ามาเอาตัวแม่นางหิมะขาวไปได้เขาเพราะว่าเขาเป็นผู้แทนพระองค์ที่ราชวงศ์กษัตริย์ส่งมา