0 Views

จั่วคิดว่าที่เย่หม่ามาบ้านตระกูลฉินมีเหตุผลเดียวกับเขาและช่วยไม่ดีที่เขาจะรู้สึกกดดันเล็กน้อย เขาหันไปถามฉินเหยา”เหยาเอ๋อร์ ใครคือชายผู้โชคดีที่ได้แต่งงานกับชิวเซวีย”

 

 

 

“นี่ไง….”ฉินเหยาไม่ค่อยอยากจะหันไปมองหน้าของฉินเหวินเทียนเลยใช้แต่เพียงหางตามองก่อนที่จะตอบ”อาจารย์ ข้าเกรงว่าจะมีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น”

 

 

 

“หือ? บางสิ่งบางอย่างที่ไม่คาดคิด?”จั่ว ยืนนิ่ง

 

 

 

ฉินเหวินเทียนเหลียวมองไปที่ฉินชวนราวกับกำลังขอความช่วยเหลือ ขณะที่นางยืนอยู่ตรงนั่นอย่างอึดอัดใจ นางก็เคยได้ยินข่าวลือคลุมเครือ แต่ยังไม่แน่ใจว่าความจริงคืออะไรและด้วยเหตุนี้เธอจึงไม่กล้าบอกแก่จั่วเพราะกลัวที่จะทำให้ครูที่นับถือของนางเข้าใจผิด

 

 

 

“เหวินเทียน มานี่”ฉินชวนกวักมือเรียกฉินเหวินเทียน หลังจากฉินเหวินเทียนเดินมาถึง ฉินชวนได้เริ่มพูดถึงตัวแทนทั้งสองสำนัก”พี่เย่หม่า พี่จั่วนี่เป็นลูกของข้าฉินเหวินเทียน คือคนที่จะแต่งงานกับไป๋ชิวเซวีย สภาพแวดล้อมเขาค่อนข้างพิเศษแม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ที่ดีงามเขาก็ไม่สามารถฝึกตนได้ พี่ทั้งสองมีประสบการณ์มากมายคิดว่ามีทางออกสำหรับลูกของข้าหรือไม่”

 

 

 

“พี่ใหญ่ เขาเกิดมาพร้อมกับเส้นลมปราณที่พิการ นั้นคือพรสวรรค์ทุเรศๆที่พระเจ้ามอบให้รึ”ฉินเฮอพูดแทรก

 

 

 

“เงียบ! เหวินเทียนไม่ได้เกิดมาพร้อมกับเส้นลมปราณที่พิการ มันเกิดจากอุบัติเหตุ พรสวรรค์และความสามารถในการสัมผัสดวงดาราสูงมาก”ฉินชวนตำหนิและค่อยๆโกรธมากขึ้น ในขณะนี้ดวงตาของเย่หม่าและจั่วก็แคบลงตาราวกับว่าพวกเขาเข้าใจอะไรบางอย่าง แม้ว่าการกระทำของพวกเขาอาจจะเหมือนกัน แต่ความคิดข้างในไม่เหมือนกัน

 

 

 

“ให้ข้าดูสิ”เย่หม่าและจั่ว ทั้งสองกล่าวพร้อมกัน ขณะที่แต่ละคนยื่นมือออกมาวางไว้บนข้อมือของฉินเหวินเทียน

 

 

 

“มันเป็นความจริงที่เส้นลมปราณเขาพิการ”หัวใจของจั่วสั่นไหวเล็กน้อยด้วยความผิดหวังพร้อมกับสีน่าไม่พอใจสะท้อนอยู่บนใบหน้าของเขา”ช่างเสียเวลา ข้าคิดว่ามังกรจะจับคู่กับนกฟีนิกซ์ แต่พอมาดูแล้วนี่กลับเป็นแค่งู”

 

 

 

ตาของฉินชวนหดแคบในขณะที่สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชา”เจ้า….ดูเหมือนคำพูดของเจ้าจะไม่ค่อยเหมาะสม เจ้าควรจะระวังคำพูดของเจ้า”

 

 

 

“หืมมม?”หลังจากที่จั่วได้ยินคำพูดที่ฉินชวนโต้แย้งเจตนาฆ่าฟันก็ปรากฏในตาของเขา อำนาจของตระกูลฉินลดลงในแต่ละรุ่นหากไม่ใช่เพราะความสามารถพิเศษของชิวเซวียและฉินเหยา เขาจะไม่ก้าวเข้ามาเหยียบที่ตระกูลฉิน เขาคิดว่าไม่มีใครกล้าที่จะใช้เสียงแบบนั้นพูดกับเขา  แต่เขาก็ระงับความโกรธเอาไว้และหัวเราะเยาะเย้ย”ฉินชวน  ดูตระกูลฉินตอนนี้สิมันช่างน่าสงสารถึงเพียงไหน หยุดฝันกลางวันโง่แล้วอยู่กับความจริงซะ”

 

 

 

“ถ้าเจ้าไม่มีอันใดแล้ว ก็ออกไปจากที่นี้ซะ”ฉินชวนกล่าวด้วยเสียงที่เย็นชา นี้ทำให้ฉินเหยารู้สึกราวกับว่านางถูกหินกระหนาบทั้งสองข้าง”อาจารย์ ท่านพ่อข้ามักหนหันพลันแล่นเสมอ โปรดอย่าใสใจ”

 

 

 

“ฉินเหยาพ่อของเจ้าเขาขาดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน”จั่วกล่าวอย่างเฉยเมย

 

 

 

“เหยาเอ๋อร์ ในอนาคตเจ้าจะไม่ยอมรับคนนี้เป็นอาจารย์ของเจ้า”ฉินชวนแทรก ทำหน้าของฉินเหยาพลันเปลี่ยนเป็นขาวซีดด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าของจั่วปรากฏความโกระขึ้นมาอย่างชัดเจน จั่วพึมพำ”ดี ดี ยอมเยี่ยมมาก!!”

 

 

 

เมื่อมองไปที่เรื่องตรงหน้าช่วยไม่ได้ที่จะทำให้ฉินเหวินเทียนรู้สึกถึงความผิดที่ทิ่มแทงอยู่ข้างใน ในขณะนี้เรื่องทั้งหมดนี้ก็เพื่อประโยชน์ของเขา ฉินชวนได้ทำให้ผู้คนมากมายขุ่นเคืองและตอนนี้เขาได้มีเรืองกับครูที่เคารพนับถือของฉินเหยา

 

 

 

อย่างไรก็ตามความคิดของเย่หม่าเดินลงเส้นทางที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับจั่ว เขาเหลือบมองไปที่ฉินเหวินเทียน เย่หม่ายิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะถามว่า”พี่ฉิน เส้นลมปราณเขาพิการเมื่อใด?”

 

 

 

“ตอนเขาอายุหกขวบ”ฉินชวนตอบ  ตอนแรกเราคิดว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ใครจะคิดว่ามันมีผลต่อเนื่องความรุนแรงทวีคูณขึ้นและในที่สุดก็ทำให้เส้นลมปราณทั้งหมดของเขาถูกทำลาย

 

 

 

“หกขวบ”เย่หม่าสูดลมหายใจจ้องมองอย่างตั้งใจที่ฉินเหวินเทียน เขาดึงมือของเขากลับมา ถ้าสิ่งที่เขาคาดเดาไว้มันถูกต้อง….”เป็นความดื้อรั้นที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้ จิตตานุก็เช่นกันช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้”

 

 

 

เมื่อคิดถึงการแสดงก่อนหน้านี้ของจั่ว มันช่วยไม่ได้ที่ทำให้เย่หม่าจะเยาะเย้ยเหยียดหยัน ช่างโง่เขลาอะไรเช่นนี้

 

 

 

 

“ตึก ตึก ตึก” ขณะนี้ผู้ชมทั้งหมดต่างรู้สึกว่าพื้นดินสั่นไหวพร้อมกับมีเสียงควบม้าตามมา คนในตระกูลฉินต่างตกตะลึงไปตามๆกัน ความโกรธและความประหลาดใจปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา ใครจะกล้าขี่ม้าอย่างเร่งรีบเข้าไปในตระกูลฉิน?

 

 

 

เร็วมาก พวกเขาเห็นนักรบควงหอกยาวอยู่ในมือในขณะที่ควบม้าศึกไปด้วย นอกเหนือจากใส่เกราะแล้วนักรบคนนี้มีเสื้อคลุมสีดำยาว ๆ ที่ดูเหมือนจะส่องแสงสลัวๆปลิวไสวไปตามสายลม สายตาของเขาคมราวกับดาบเปล่งประกายความเย็นออกมา

 

 

 

“ปิน หยิง”ศิษย์ของฉินชวนเบิกตามองกว้างเต็มไปด้วยความเกลียดชัง  ดูเหมือนว่าบ้านตระกูลฉินจะเป็นที่นิยมในวันนี้ ปิน หยิง เป็นรองแม่ทัพใต้คำสั่งของพ่อในช่วงวันที่พวกเขาต่อสู้เพื่อรัฐ บุคลิกของเขาเป็นคนเลวทรามและไร้ความปรานีและมักไม่เห็นด้วยกับฉินหวู่ หลังจากเขาก็แปรพักตร์ไปตระกูลเย่ และใช้ความรู้ของเขาที่ได้มาจากการที่พวกเขาร่วมมือกันปราบตระกูลฉินอย่างไม่หยุดยั้ง

 

 

 

“นายน้อย ไม่ได้พบกันนาน”ปิน หยิง จ้องมองไปที่ฉินชวน การจ้องมองของเขาราวกับสายตาของเหยี่ยวที่กำลังจับตาดูเหยื่อ

 

 

 

“ปินหยิง เจ้าที่แสดงท่าทีเช่นนี้ต่อหน้าคนมากมายของตระกูลฉิน ดูเหมือนว่าเจ้าจะกลายเป็นคนเกเรมากเลยทีเดียว”ฉินชวนตวาดในขณะที่สายตาเขาไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน

 

 

 

ปินหยิงไม่เอาคำพูดของฉินชวนเข้ามาในสายตาตระกูลฉินตอนนี้ไม่ได้เป็นตระกูลฉินในอดีตอีกแล้ว เสือที่พิการเหตุใดปินหยิงจะต้องกลัว เขาเป็นหนึ่งในคนที่ทำงานอยู่ในเงามืด ใช้อำนาจชักจูงคนที่มีพลังมากำราบตระกูลฉิน แต่ตราบใดที่ฉินหวู่ยังมีชีวิตเขายังคงกลัวที่จะปะทะกับตระกูลฉินตรงๆ ทว่ามันไม่สำคัญกับเขา คนที่จะกำราบตระกูลฉินก็จะกำราบต่อไปจนสำเร็จ

 

 

 

“มีสองเหตุผลว่าทำไมข้ามาที่นี่ในวันนี้ ประการแรกคือถามไถ่สุขภาพของแม่ทัพที่ข้าเคารพนับถือเมื่อก่อน ประการที่สองข้ามาที่นี้ เพื่อบอกตระกูลฉินว่าในอีกสองวันตัวแทนจากรัฐชู่ทั้งหมดได้เชิญทุกคนไปที่ตระกูลไป๋ ซึ่งชิวเซวียจะได้เข้าร่วมสำนักอันทรงเกียรติจากนครหลวงและเรื่องที่เกี่ยวกับการแต่งงานระหว่างตระกูลไป๋กับฉินนั้นสามารถตกลงกันได้แล้ว ข้าหวังอย่างแท้จริงว่าตระกูลฉินจะอยู่ที่นั่นไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในบ้านตนเองเฉกเช่นหนูขี้ขลาด ถ้าหากไม่มา……อย่าว่าข้าเป็นคนโหดร้ายแล้วกัน”ปินหยิง ชายตามอง

 

 

 

หลังจากพูดในสิ่งที่เขาต้องการจะพูด ปินหยิ่งก็กลับขึ้นไปขี่ม้าศึกของเขาก่อนที่จะควบไปสู่ทางออก ในขณะที่เขากำลังออกไป ก็มีบางคนได้ยินเสียงหัวเราะอันเย็นชาดังมากจากที่ไกลๆ ขณะที่ดวงตาจ้องเขม่งมาที่ฉินชวน

 

 

 

 

สมาชิกของตระกูลฉินทั้งหมดต่างจ้องมองเงาที่ค่อยๆไกลออกไปจนหายลับตาไปตรงเส้นขอบฟ้า   ในขณะที่ร่างของฉินชวนกำลังสั่นเทาไปทั้งตัวด้วยความโกรธ ถ้าหากไป๋ชิวเซวียได้เข้าสำนักจักรพรรดิดาราตระกูลไป๋สามารถใช้วิธีนี้เพื่อแก้ไขข้อตกลงในการแต่งงานได้ หากว่าว่ามันเกิดขึ้นจริงๆทุกคนคงคิดว่านี่เป็นไปตามที่คาดไว้ หลังจากทุกอย่าง เศษสวะเช่นฉินเหวินเทียนที่ไม่สามารถฝึกตนได้จะไม่มีวันมีค่าเหมาะสมพอที่จะแต่งงานกับชิวเซวีย หากพวกเขายังคงยืนกราน ตระกูลฉินก็จะได้รับเพียงความอัปยศเท่านั้น

 

 

 

“ตระกูลป็ช่าง ยกตนข่มผู้อื่น”ฉินชวนไม่เคยคาดคิดว่าตระกูลไป๋จะตอบแทนความเมตตาของเขาด้วยการกลายเป็นศัตรูเช่นนี้ เขาอยากจะเห็นจริงๆว่าตระกูลไป๋จะพูดอันใดออกมาในอีกสองวันข้างหน้า

 

 

 

 

“นี่สินะคือเหตุผล”จั่วยิ้มเยาะ”ฉินชวน ข้าจะรอดูตระกูลฉินของเจ้าอับอาย ลาหล่ะ”

 

 

 

 

หลังจากที่พูดจบ จั่วก็กลับขึ้นไปบนหลังนกอินทรียักษ์ จากนั้นนกอินทรียักษ์ก็จงใจบินวนไปมารอบบ้านตระกูลฉินราวกับว่ามันเยาะเย้ยพวกเขาก่อนที่จะทะยานผ่านท้องฟ้า

 

 

 

ทั้งหมดต่างเงียบเนื่องจากทุกคนในตระกูลฉินต่างมีสีหน้าน่าบิดเบี้ยว ทั้งหมดต่างไม่เคยได้เผชิญหน้ากับความอัปยศเช่นนี้มาก่อน

 

 

 

 

“พี่ใหญ่”ฉินเฮอ กล่าวทันที”สถานการณ์ฝั่งเราเสียเปรียบ ทั้งตระกูลไป๋และตระกูลเย่ต่างต่อต้านตระกูลของเรา งานในอีกสองวันข้างหน้าเราไม่ควรไป ถ้าเราไปชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของเราทั้งหมดจะถูกขจัดจนหมดสิ้น”

 

 

 

“เจ้าหมายความว่า จะให้ข้าอยู่ที่บ้านเช่นเดียวกับหนูขี้ขลาดรึ?”ฉินชวนพูดแทรกขึ้นมา

 

 

 

 

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ ฉินเหวินเทียนได้ใช้ทรัพยากรในการฝึกของเราไปมากมาย สูญเสียหินอุกกาบาตหยวนที่มีค่าที่เรามีและข้าไม่เคยคัดค้านแม้แต่นิด ทว่าตอนนี้เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความหวังและอนาคตของตระกูลฉินของเรา ข้าขอแนะนำว่าให้เราขับไล่เขาไป หลังจากที่เราได้ดูแลเขาอย่างดีมาหลายปี เราได้ทำไปมากกว่าที่เราคาดไว้แล้ว”ฉินชวน กล่าวอย่างเจียมตัว

 

 

 

ดูเหมือนว่ามีคนมากมายในตระกูลที่คัดค้านฉินเหวินเทียน เมื่อนึกถึงว่าฉินเหวินเทียนมีเส้นลมปราณที่พิการไม่สามารถฝึกตนได้พวกเขารู้สึกว่าฉินชวนใช้ความพยายามดูแลมากเกินไปเขาเป็นเพียงแค่ลูกชายบุญธรรม

 

 

 

“พี่สาม ท่านคิดว่าอย่างไร”ฉินชวน หันไปยังผู้อาวุโสอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆฉินเฮอ คนนี้เป็นบุตรคนที่สามของฉินหวู่ ฉินเย่

 

 

 

 

“ฉินเหวินเทียน เขาควรที่จะใช้ชีวิตธรรมดาๆ”ฉินเย่ เห็นพ้องกับฉินเฮอ

 

 

 

 

ฉินชวน ครุ่นคิดเงียบๆอยู่ครู่หนึ่ง กวาดตามองผ่านคนในตระกูลฉินก่อนที่จะกล่าว”ย้อนไป บรรพบุรุษของเราต่างมีความสุขกับความเมตตาของจักรพรรดิในอดีต เพื่อตอบแทน บรรพบุรุษของเราจึงเข้าร่วมในสงครามครั้งใหญ่กว่า80ครั้งละได้รับบาดเจ็บสาหัสถึง18ครั้ง เมื่อพันธมิตรทั้งสิบรัฐจับจักรพรรดิไป บรรพบุรษของเราไม่นึกถึงชีวิตแม้แต่น้อย พวกเขาต่างใช้ร่างกายตนเองเป็นโล่ เดินทางกว่า1000ไมล์ภายในวันเดียวสังหารทุกคนที่ขว้างหน้าตีฝ่าวงล้อมเข้าไปช่วยจักรพรรดิ เมื่อพวกเขาทั้งสองกลับมาส็รัฐชู่ได้ปลอดภัย บรรพบุรุษของเราไม่ได้ขอรับรางวัลแม้แต่ครั้งเดียว เขาเป็นวีรบุรุษจริงๆ”

 

 

 

 

“ตอนนี้ตระกูลฉินของข้าถดถอยลงจริงๆ เพียงเพราะแรงกดดันเล็กน้อย พวกเจ้าส่วนใหญ่กลับต้องการที่จะทิ้งทายาทของผู้มีพระคุณของตระกูลฉินเราตัดความสัมพันธ์ทั้งหมดออกและโยนเขาออกจากตระกูลฉิน เพียงแค่ความคิดของมันก็ทำให้ข้ารู้สึกรังเกียจไม่รู้จบ ถ้าบรรพบุรุษของเรารู้เรื่องนี้ เขาคงจะกลับไปโรงศพของตนอย่างไวแน่ๆ”

 

 

 

“การตัดสินใจของข้าในเรื่องนี้คือ ตระกูลฉินของเราจะอยู่หรือตายไปพร้อมกับฉินเหวินเทียน ในอีกสองวันเรียกกองกำลังที่มีอยู่ทั้งหมดของเรามา เราจะเดินทางไปยังตระกูลไป๋พร้อมกัน หากมีใครพูดเรื่องที่จะทิ้งฉินเหวินเทียนอีกครั้งเดียว ไม่ว่าจะเป็นใครข้าจะฆ่ามันผู้นั้นด้วยตนเอง!”

 

 

 

หลังจากนั้นฉินชวนได้กระแทกฝ่ามือลงบนเก้าอี้หินทำให้มันสลายเป็นชิ้นๆ ในขณะที่คนในตระกูลต่างก้มมองแต่เท้าของตนไม่กล้าที่จะจ้องมองเขาหรือเอ่ยคำคัดค้านแม้แต่น้อย

 

 

 

เสียงของฉินชวนแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณลานฝึกฝนขณะที่เขายืนตรง  เมื่อมองไปที่เขาจะรู้สึกราวกับว่าพวกเขาสามารถเป็นพยานให้ในความกล้าหาญที่ราวกับบรรพบุรุษของเขา

 

 

 

“บรรพบุรุษของฉินเหวินเทียนทำอะไรให้กับตระกูลฉินของเรา? ไม่คิดว่าประมุขจะแสดงออกเช่นนี้”คนในตระกูลคนอื่นๆไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง พวกเขารู้เพียงว่าฉินชวนกำลังชำระหนี้ด้วยความกตัญญูและด้วยความกตัญญูนี้ฉินชวนจะต้องเสียสละตัวเองหากจำเป็น

 

 

 

 

ความรักและจิตวิญญาณกล้าหาญที่ไม่อาจคาดเดานี้ทำให้เกิดความเคารพเบิกบานในใจของพวกเขาทุกคน พวกเขาทุกคนค่อยๆลุกขึ้นมายืนตรงราวกับแสดงความเคารพอย่างสุดซึ้ง

 

 

 

 

“เหวินเทียน เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ พ่อบุญธรรมคนนี้จะแสวงหาความยุติธรรมสำหรับเจ้าเอง”คำตอบของฉินชวนถูกแต่งแต้มด้วยความอ่อนโยน

 

 

 

ฉินเหวินเทียน ถอนหายใจอยู่ในใจ เดิมทีเขาต้องการที่จะบอกฉินชวนหลังจากที่กลายเป็นผ็ฝึกยุทธ์ดวงดารา แต่เมื่อคิดตอนนี้แล้ว ก่อนที่เขาจะมีโอกาสทำเช่นนั้นตระกูลฉินทั้งตระกูลคงจะได้รับผลกระทบแน่ๆ

 

 

 

ฉินเหวินเทียนไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับสถานภาพที่ซ่อนอยู่ตอนที่เขาเกิดและเขาก็ยังไม่เข้าใจเรื่องความกตัญญูของตระกูลฉินกับพ่อแม่ของเขา  เขารู้แค่ว่าในชีวิตนี้เขาต้องตอบแทนความกตัญญูที่ฉินชวนแสดงออกมา ไม่ว่าจะยากแค่ไหนก็ตาม

 

 

 

ฉินชวนตะลึง เมื่อเขาหันไปเขาเห็นว่าฉินเหวินเทียนกำลังคุกเข่าบนลานฝึก พร้อมกับมองมายังฉินชวนและกล่าว”พ่อบุญธรรม เรื่องทั้งหมดนี่เกิดขึ้นเพราะข้า ข้าจะแก้ไขมันด้วยตนเอง ดังนั้นจึงไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลฉิน แม้ว่าพวกเขาจะทำให้ข้าอับอายเป็นพัน ๆ ครั้งข้าก็จะไม่ใสใจอะไร แต่ตราบใดที่เรื่องเกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีของตระกูลฉินข้าจะไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด เรื่องนี้ข้าจะรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

 

 

 

“ท่านพ่อ!”ฉินเหวินเทียนตะโกนขณะที่เขาคุกเข่าคำนับอย่างแรง

 

 

 

โดยการนั่งคุกเข่าคำนับฉินเหวินเทียน สามารถแสดงความกตัญญูต่อฉินชวนได้อย่างเต็มที่

 

 

 

 

ฉินชวนเดินเข้าหาฉินเหวินเทียนอย่างช้าๆพร้อมกับช่วยให้เขาลุกขึ้น พร้อมกับสายตาทั้งคู่ที่จ้องมองกันและกันพลันปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาบนใบหน้าทั้งสอง

 

 

 

คราวนี้ ฉินเหวินเทียนไม่ได้เรียกฉินชวนว่าพ่อบุญธรรมอีกต่อไปแต่เขาเรียกฉินชวนว่าพ่อของเขาแทน!

 

 

 

 

“ข้าเชื่อในตัวเจ้าเสมอลูกชายของข้า วันหนึ่ง เจ้าจะประสบความสำเร็จอย่างที่คนอื่นไม่เคยประสบมาก่อน”ฉินชวนมองไปที่ฉินเหวินเทียนด้วยความมุ่งมั่นในสายตาของเขา

 

 

 

เย่หม่าที่ยืนอยู่ข้างๆยิ้มระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เมื่อเทียบกับชิวเซวีย เขาชอบเด็กหนุ่มตรงหน้าเขามากกว่าถึงสิบเท่า พรสวรรค์ของพระเจ้า ความดื้อรั้นที่น่ากลัวรวมกับความมุ่งมั่นราวกับเหล็ก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในอนาคตผู้เยาว์ที่เกิดก่อนเขาจะมีส่วนสำคัญกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่

 

 

 

ดูเหมือนว่าสองวันต่อมา ในระหว่างการรวมตัวของผู้มีพลังอำนาจในตระกูลไป๋ จะมีการแสดงที่น่าดูให้ชม

 

 


 

ติดตามข่าวสารได้ที่เพจและฝากกดไลคกดแชร์เพจด้วยนะคลิกเลย