0 Views

สำนักจักรพรรดิดารามีสถานที่มากมายที่อนุญาตให้ศิษย์ในสำนักใช้ฝึกตนรวมถึงลานประลองที่ใช้สำหรับฝึกซ้อม ถึงกระนั้นเหล่าศิษย์ก็ชอบที่จะไปป่านภาแห่งฝันมากกว่าเพราะมันตื่นเต้นที่นั่นและพวกเขาก็สามารถออกไปข้างนอกได้โดยไม่ต้องคิดอันใด

 

 

 

ซึ่งแตกต่างจากฉินเหวินเทียนที่ไม่ได้ไม่ได้พยายามเข้าไปในป่านภาแห่งฝันเขาเลือกที่จะฝึกตนอยู่ในฝันของตนเองแทน

 

 

 

ในขณะนี้ภายในบริเวณกว้างใหญ่ของทิวทัศน์ ฉินเหวินเทียน ยืนอยู่ผู้เดียวโดยฝึกฝนวิชาฝ่ามือของเขาอย่างไม่ลดละ

 

 

 

“ฝ่ามือเพชรเน้นความแข็งแกร่งและความรุนแรง เป็นทางของการมีอำนาจ ความเกรี้ยวกราดนั้นเกินกว่าที่เปรียบเทียบ มันสามารถเอาชนะทุกสิ่งอย่างที่ขวางทางได้ ในทางกลับกันฝ่ามือคลื่นสมุทรรูปแบบที่สมบูรณ์จะผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่งและความอ่อนคล้ายกับน้ำที่เงียบสงบของลำธารและคลื่นสึนามิ เป็นแนวคิดที่ทำให้ด้านความอ่อนรวมตัวกันจนกลายเป็นการโจมตีที่แข็งแกร่ง”

 

 

 

ฉินเหวินเทียนพึมพำกับตัวเองขณะดันฝ่ามือออกไป แต่เขาก็ยังไม่สามารถเข้าใจแก่นแท้ส่วนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังฝ่ามือคลื่นสมุทรได้

 

 

 

“มันน่าเสียดายที่ ข้ายังไม่ได้ทะลวงขั้นไปที่สวรรค์ขั้นก่อตั้ง หากไม่เป็นเช่นนี้ ข้าสามารถสร้างมหาสมุทรภายในฝันของข้าเพื่อช่วยในการทำความเข้าใจเกี่ยวกับฝ่ามือคลื่นสมุทร”

 

 

 

ฉินเหวินเทียนปล่อยตนเองเข้าสู่การทดลองภายในสภาวะแห่งฝันของเขา ดันฝ่ามือออกไปขณะที่กำลังคิดถึงแก่นแท้ของฝ่ามือคลื่นสมุทร เขาส่งฝ่ามือออกมานับไม่ถ้วนทันใดนั้น”ปัง!”เสียงดังออกมาทำให้แววตาของฉินเหวินเทียนส่องประกาย

 

 

 

“การเปลี่ยนแปลง! หลังจากโคจรไปมาเป็นแนวคิดเดียวกับเส้นทางการไหลเวียนโลหิต เริ่มรอบด้วยความอ่อนนุ่มและเปลี่ยนแปลงพลังงานจนกว่าจะถึงจุดสูงสุด การรวบรวมพลังนั้นอาจระเบิดออกมาในทันทีแสดงพลังอำนาจที่เหนือชั้น”

 

 

 

แววตาของฉินเหวินเทียนแพรวพราวขณะที่เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ส่งกระบวนท่าฝ่ามือโจมตีให้มากขึ้นอีก ครานี้ความเร็วของฝ่ามือนั้นโจมตีช้ามากและยังสามารถสร้างลมได้ ฝ่ามือของฉินเหวินเทียนทำให้เขารู้สึกว่าฝ่ามือของเขาเป็นภาพซ้อนทับกันอยู่หลายชั้น

 

 

 

“ความอ่อนนุ่ม นี้จะต้องเป็นแนวคิดของความอ่อนนุ่ม”

 

 

 

“ใช่นี่เป็นความรู้สึก คลื่นยักษ์สึนามิซ้อนทับกันและกันก่อนที่จะถึงจุดสูงสุดปะทุออกมาด้วยพลังคลื่นที่รวมกัน”

 

 

 

มุมของปากของฉินเหวินเทียนยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม  ในที่สุดเขาก็เข้าใจฝ่ามือคลื่นสมุทร ตอนนี้ แม้กระทั่งปราศจากความช่วยเหลือของพลังดวงดาราที่สนับสนุนเขา การโจมตีด้วยฝ่ามือแต่ละครั้งก็เปรียบได้กับการไหลบ่าของคลื่นมหาสมุทรเปล่งเสียงปะทะที่น่าสะพรึงกลัว พวกมันเหมือนคลื่นสึนามิที่กระแทกกับแนวชายฝั่ง

 

 

 

หลังจากที่เขาฝึกฝนฝ่ามือคลื่นสมุทรถึงจุดที่เชี่ยวชาญขยายจิตสำนึกของเขาในฝันพยายามที่จะเชื่อมต่อกับดวงดาราดวงเล็ก ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้นี้เนื่องจากเขามีหินอุกกาบาตหยวนมากมายอยู่ในมือ ฉินเหวินเทียนมักพยายามแอบมองเข้าไปในความทรงจำของดวงดาราดวงเล็กในขณะที่อยู่ในสภาวะความฝันของเขา

 

 

 

ถึงกระนั้นเขาค่อยๆตระหนักว่ามันไม่ได้ต้องการพลังงานดวงดารามากมายถ้าเขาเพียงแค่ต้องการให้จิตสำนึกของเขาเข้าไปในดวงดาราดวงเล็ก ดวงดาราดวงเล็กมีพื้นที่กว้างใหญ่ราวกับกาแล็กซี ภายในพื้นที่ภายในนั้น มีเศษเสี้ยวความทรงจำนับไม่ถ้วนลอยอยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดารา แต่ละส่วนของเศษเสี้ยวความทรงจำภายในพื้นที่ภายในนั้นมีความสามารถในการดูดซับพลังงานดวงดาราและจะต้องใช้พลังดวงดารามหาศาลาก่อนที่จะสามารถใช้งานได้

 

 

 

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ฉินเหวินเทียนต้องประหลาดใจ ดวงดาราดวงเล็กยังมีความลับที่เขาไม่รู้อีก

 

 

 

แน่นอนว่า ฉินเหวินเทียนไม่ได้พยายามที่จะบังคับจิตสำนึกของเขาให้เข้าไปในดวงดาราดวงเล็กแต่เขาทำตามวิธีเดิมที่เขาปลุกดวงดาราดวงเล็ก ด้านนอกความฝัน ร่างกายที่แท้จริงของเขาใช้พลังดวงดาราในร่างกายของเขา ปราณดาราดูดซึมจากชั้นสวรรค์และพลังดาราภายในหินอุกกาบาตหยวนของเขาเพื่อกระตุ้นดวงดาราดวงเล็ก

 

 

 

ถึงกระนั้น ดวงดาราดวงเล็กในปัจจุบันคล้ายกับหลุมลึก เป็นเรื่องง่ายถ้าเขาต้องการที่จะขยายจิตสำนึกของเขาและเข้าไปในพื้นที่ภายใน แต่ถ้าเขาต้องการที่จะกระตุ้นดวงดาราดวงเล็กจากภายนอกเขาจะต้องใช้หินอุกกาบาตหยวนจำนวนมาก ทำให้ฉินเหวินเทียนต้องอยู่ภายใต้แรงกดดันมาก  สมบัติทั้งหมดของเขาอาจไม่เพียงพอที่จะรักษาอัตราการดูดซึมของดวงดาราดวงเล็กได้

 

 

 

“ลองมาดูกันความทรงจำที่มีอยู่ในนี้มันมีอะไรบ้าง”ในฝันของเขา ฉินเหวินเทียนทำให้พลังดวงดาราไหลลงสู่ทะเลดาราที่ไม่มีที่สิ้นสุดภายในพื้นที่ภายในของดวงดาราดวงเล็กพลังดวงดาราถูกชี้นำโดยเจตนาเพียงเล็กน้อยของเขาไปยังเศษเสี้ยวความทรงจำในทะเลดาราที่ไม่มีที่สิ้นสุด

 

 

 

แน่นอน สิ่งที่จำเป็นคือในชีวิตจริง ฉินเหวินเทียนต้องใช้พลังดวงดาราภายในร่างกายของเขาหรือขึ้นอยู่กับหินอุกกาบาตหยวนก่อนที่เขาจะสามารถนำพลังดวงดารา ภายในฝันของเขาได้ การฝึกตนในความฝันฉินเหวินเทียนไม่สามารถสร้างความเป็นจริงจากไม่มีอะไรเลยได้ อย่างน้อยตอนนี้ในขณะที่เขาฝึกตนวิชาแห่งความฝันของเขายังคงอยู่ที่ สภาวะฝันขั้นต้น

 

 

 

เศษเสี้ยวความทรงจำค่อยๆเริ่มเรืองแสงสว่างขึ้นเรื่อยๆและยิ่งสว่างขึ้นเมื่อพลังดวงดาราไหลเข้ามา

 

 

 

ในที่สุดรังสีของแสงที่ส่องประกายของความทรงจำนั้นก็ไหลเข้ามาสู่ฉินเหวินเทียน  ส่งผลให้จิตใจของเขาสั่นเครือจากการไหลบ่าเข้ามาของความทรงจำใหม่ ๆ ก่อนที่เขาจะถูกบังคับให้ออกจากฝันของเขา

 

 

 

เขาส่ายหัวเพื่อคืนสติฉินเหวินเทียนหลับตาอีกครั้งขณะที่เขาพยายามทำความเข้าใจกับความทรงจำใหม่ ๆ ที่ฝังอยู่ภายในจิตสำนึกของเขา

 

 

 

ประสบการณ์ของเขาคล้ายคลึงกับความทรงจำเมื่อไม่นานมานี้ที่เขาเพิ่งไขออกมาเช่นเดียวกับเมื่อเขาได้เห็นฉากของนิกายสวรรค์ฉิน สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้คือภาพของความจำพื้นฐานแทนที่จะเป็นแบบข้อความ

 

 

 

วิชาฝึกตน วิชาอื่นๆ พวกเขาทั้งหมดมีความทรงจำเกี่ยวกับข้อความทั้งหมดในขณะเดียวกันการต่อสู้อันยิ่งใหญ่ที่ฉินเหวินเทียนเคยเห็นในความทรงจำของเขาก่อนหน้านี้ในกายสวรรค์ฉิน เป็นความทรงจำภาพ!

 

 

 

ในฉากก่อนหน้านี้ เขาเห็นจักรวรรดิ อาณาจักรที่ทรงพลังและกว้างขวาง ในจักรวรรดิราชวังหลวงเปล่งประกายรัศมีแห่งอำนาจเหนือกว่าและสูงเทียบสวรรค์ เพียงแค่ราชวังหลวงนี้ก็ใหญ่กว่านครประสานนภาแล้ว ภายในพระราชวัง ผู้เชี่ยวชาญนั้นเป็นเหมือนเมฆที่ลอยอยู่

 

 

 

ต่อหน้าพลังของจักรวรรดิ ประเทศฉูเป็นเพียงมดที่สามารถถูกบี้แบนด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียว นี่คือความรู้สึกฉินเหวินเทียน เมื่อเขามองไปที่ภาพอันน่ากลัวของจักรวรรดิ

 

 

 

ฉินเหวินเทียนได้เห็นร่างของชายวัยกลางคนจากความทรงจำก่อนหน้านี้อีกครั้ง  ยืนอยู่บนท้องนภาด้านนอกพระราชวังหลวงอยยิ้มที่ยโสของเขาดูเหมือนจะดูถูกแม้แต่สวรรค์ ด้วยการโบกมือของเขา เขาสามารถทำลายสวรรค์และปฐพีผลักดันอาณาจักรทั้งหมดเข้าสู่ความวุ่นวาย ในฉากนี้ สตรีที่น่าหลงใหลสามารถสั่นคลอนโลกได้ปรากฏตัวขึ้น นางได้รับการช่วยเหลือโดยตรงจากชายวัยกลางคน สำหรับผู้ที่กล้าขวางเขาไม่ว่าจะเป็นเทพเจ้าหรือปีศาจพวกเขาก็ถูกสังหารโดยทันทีโดยปราศจากความเมตตา

 

 

 

เรื่องนี้ดูเหมือนจะพิสูจน์ได้ว่าฉินเหวินเทียนเคยได้ยินมาก่อนว่าเมื่อพลังของผู้ฝึกตนถึงระดับหนึ่ง ด้วยความแข็งแกร่งของเขาเพียงอย่างเดียวอาจถือได้ว่าเทียบเท่ากับพลังที่ใช้โดยทั้งอาณาจักร

 

 

 

ในพื้นที่ที่ไม่มีที่สิ้นสุดของสวรรค์และปฐพี ข้ามีอิสระที่จะทำตามที่ข้าต้องการ ข้าเป็นสวรรค์! ข้าเป็นกฏ!

 

 

 

เมื่อฉินเหวินเทียน ออกจากความทรงจำนั้นความรู้สึกของเขาก็พุ่งพล่านไม่สามารถสงบลงได้ แข็งแกร่ง แข็งแกร่งมากเกินไป! เมื่อเทียบกับจักรวรรดินั้น ฉูอันยิ่งใหญ่สามารถถือได้ว่าเป็นประเทศเล็ก ๆ  ชายวัยกลางคนสามารถทำลายล้างประเทศฉูทั้งหมดได้โดยการกระทืบเท้าเพียงเท่านั้น

 

 

 

“ไม่ต้องสงสัยว่าลุงเฮยบอกข้าว่านี่คือโลกแห่งการฝึกตน นครประสานนภามีขนาดเล็กเกินไปและประเทศฉูก็อาจจะเป็นเช่นเดียวกัน”ฉินเหวินเทียนหายใจลึกขณะที่หัวใจเขาสั่นระรัว แต่ในใจ เขาก็เข้าใจดี แม้ว่าจากภาพรวมที่ใหญ่ประเทศฉูไม่สามารถได้รับการพิจารณาอะไรก็ตาม ปัจจุบันเขายังไม่ได้พิจารณาอะไรภายในประเทศฉู ถ้าเขาต้องการที่จะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด เขาต้องก้าวต่อไปอย่างช้าๆและรอบคอบเพื่อบรรลุความแข็งแกร่งทีละก้าวทีละก้าวเขาไม่ควรทะเยอทะยานมากไปและกัดคำใหญ่เกินกว่าที่เขาจะเคี้ยวได้

 

 

 

“ตาแก่ ท่านเป็นใครกันแน่? ดวงดาราดวงเล็กที่ท่านทิ้งไว้มันคืออะไร?”

 

 

 

เขาแหงนหน้ามองท้องนภาที่เต็มไปด้วยดวงดารามากมาย ฉินเหวินเทียนนึกถึงชายวัยกลางคนอีกครั้ง หรือชายวัยกลางคนอาจเป็นตาแก่?

 

 

 

ถ้าชายวัยกลางคนเป็นพ่อของข้า แล้วเขาล่วงลับไปแล้วจริงๆ?

 

 

 

“ฮู่วววว…”ฉินเหวินเทียนถ่มน้ำลายออกมาในขณะที่กล่าวในใจ”ถ้าหากข้ากระตุ้นดวงดาราดวงเล็กอีกครั้ง มันจะมีเรื่องน่าประหลาดใจอันใดให้ข้าอีก?”

 

 

 

ฉินเหวินเทียนถูกล่อใจเพื่อกระตุ้นดวงดาราดวงเล็กอีกครั้ง  ถึงกระนั้นวันของการประลองก็ใกล้เข้ามาแล้วมันทำให้สำคัญยิ่งขึ้นในการปรับแต่งพลังดวงดาราทั้งหมดในร่างกายของเขาให้เป็นพลังหยวนศักดิ์สิทธิ์ ขั้นตอนนี้จะต้องใช้หินอุกกาบาตหยวนจำนวนมาก

 

 

 

“แม้ว่าการฝึกตนนั้นเป็นไปอย่างยากลำบาก ฝึกวิชาให้เข้าสู่ระดับสูงสุดนั้นยิ่งยากกว่า ไม่เพียงแต่ต้องขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ของตนเองเท่านั้นจะต้องมีแหล่งทรัพยากรการฝึกตนเพื่อสนับสนุนตัวเองด้วย”ฉินเหวินเทียนพึมพำเงียบๆ เขากำลังใคร่ครวญว่าเขาควรจะสร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์เพิ่มเพื่อขายในระยะเวลานี้หรือไม่

 

 

 

วิธีการปรับแต่งจิตวิญญาณเกี่ยวข้องกับการใช้ตราประทับศักดิ์สิทธิ์เพื่อปรับแต่งพลังดวงดารา สภาวะ ความสมบูรณ์ที่ดีเลิศ องระดับแรกจะทำได้เมื่อสามารถปรับแต่งและรวมพลังดวงดาราจำนวนมากเป็นตราประทับศักดิ์สิทธิ์ ในขณะที่ฝึกฝนตามวิธีการปรับแต่งจิตวิญญาณเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ ในอนาคตความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับตราประทับศักดิ์สิทธิ์จะเติบโตขึ้น แข็งแกร่งขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นอีก

 

 

 

เวลาเริ่มไหลผ่านไป…..ฉินเหวินเทียน เน้นความสนใจทั้งหมดของเขาในการปรับแต่งพลังศักดิ์สิทธิ์ ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่เขาได้สร้างพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของเขาแล้วเขาก็จะโคจรผ่านพลังศักดิ์สิทธิ์ผ่านทางเส้นเลือดของเขาส่งพลังงานไปสู่ทุกส่วนของร่างกาย หลังจากเข้าร่วมการบรรยายของผู้อาวุโสหยู่แล้วฉินเหวินเทียนได้รับข้อมูลเชิงลึกและความรู้บางอย่างที่เขาสามารถใช้ในการฝึกตนของเขา

 

 

 

หากมีเพียงการโคจนหนึ่งหรือสองรอบ จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงมากนัก อย่างไรก็ตามฉินเหวินเทียนยังคงกระทำต่อจนไปถึง100 รอบ ในท้ายที่สุดก็ก้าวไปสู่รอบ 1,000รอบละค่อยๆเริ่มค้นพบการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในร่างกายของเขา

 

 

 

ไม่ใช่เพียงแต่ฉินเหวินเทียนที่มุ่งมั่นในการฝึกตน ฟ่านเล่อก็พยายามอย่างหนักเช่นกัน สำหรับเขาการต่อสู้ครั้งนี้มีความสำคัญยิ่ง เขาจะไม่มีวันลืมความป่าเถื่อนที่เขาลิ้มรสในป่านภาแห่งความฝันได้ แม้ว่าเจ้าอ้วนไม่ได้ใส่ความรู้สึกของเขาเป็นคำพูด ฉินเหวินเทียนก็เข้าใจความเจ็บปวดในใจของสหายผู้นี้

 

 

 

ทุกครั้งที่เขานึกถึงว่าฟ่านเล่อได้รับความทุกข์ทรมานในป่านภาแห่งฝัน ร่างของเขาก็สั่นสะเทือนโดยไม่ได้ตั้งใจหลังจากที่ถูกหอกแทงทะลุง เจตนาฆ่าฟันจะเพิ่มขึ้นอย่างดุเดือดในหัวใจของฉินเหวินเทียน หนี้นี้ต้องชำระด้วยเลือดสดๆที่สาดกระเด็น

 

 

 

ในขณะที่ฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อกำลังยุ่งอยู่กับการฝึกตน ในสมาคมอัศวินมู่หลงเฟิงและตู้ฮ่าวก็ไม่อยู่เฉยๆ

 

 

 

นับตั้งแต่ฉินเหวินเทียนสังหารอ้อฝนและแสดงพรสวรรค์ของเขาบนลานประลอง อ้อชนรู้ว่าคนที่เขาเคยเกลียดชังการมีอยู่ของมดตัวนี้ได้เริ่มก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อเขาแล้ว มันจะไม่ง่ายอย่างนั้นถ้าเขาต้องการขจัดฉินเหวินเทียน ตอนนี้มีโอกาสดีๆเช่นนี้เขาจะละทิ้งมันได้อย่างไร?

 

 

 

ในบริเวณลานฝึก มู่หลงเฟิงและตู้ฮ่าวได้หันไปสู้กับเหล่าผู้ฝึกตนคนอื่นๆในสมาคมอัศวิน การโจมตีของพวกเขาทั้งหมดนั้นดุร้ายและรุนแรง

 

 

 

“มันจะไม่มีข้อผิดพลาดเกี่ยวกับเรื่องนี้ มู่หลงเฟิงเป็นอัจฉริยะที่พบได้เพียงครั้งเดียวในศตวรรษ หมัดผ่าอากาศนี้มีความรุนแรงมาก มีความสามารถในการฉีกเส้นลมปราณและช่องพลังงาน  เช่นเดียวกับพันฝ่ามือประทับ มันเป็นวิชาระดับปฐพีขั้นกลาง ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งท่าทาง ความสามารถในการทำลายล้างก็สามารถปล่อยออกมาได้”ผู้ยืนอยู่ข้างๆอ้อชนหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

 

 

 

การแสดงออกของอ้อชนยังคงนิ่งอยู่ แต่ในสายตาของเขายังแสงเย็นๆปรากฏอยู่ หมัดผ่าอากาศนี้เป็นวิชาที่เขาได้เตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับฉินเหวินเทียนและให้ทั้งมู่หลงเฟิงและตู้ฮ่าวฝึกฝน การเคลื่อนไหวและท่าทางของหมัดผ่าอากาศทั้งหมดนั้นร้ายกาจ วัตถุประสงค์หลักของมันคือการตัดช่องพลังและเส้นลมปราณของฝ่ายตรงข้าม ทำลายให้พิการไม่สามารถฝึกตนได้อีก

 

 

 

ระดับการฝึกตนของมู่หลงเฟิงสูงกว่าเมื่อเทียบกับฉินเหวินเทียน ไม่เพียงเท่านั้นหลังจากได้เรียนรู้วิชาที่เหี้ยมโหดและดุร้าย มันทำให้รับรองได้ว่ามู่หลงเฟิงจะชนะฉินเหวินเทียนได้อย่างสมบูรณ์

 

 

 

“นี่ยังไม่พอ เพื่อให้ปลอดภัย ข้าจะเตรียมไพ่ตายอีกใบสำหรับมู่หลงเฟิง ฉินเหวินเทียน ฟ่านเล่อ จะดีกว่าหากเจ้าทั้งสองเตรียมตัวใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ราวกับคนพิการเสียเถอะ!”อ้อชนเริ่มหัวเราะอย่างคลุ้มคลั่ง ชัยชนะนี้เกือบ 100% อย่างแน่นอน

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย