0 Views

(*เปลี่ยนแปลงชื่อท่าเล็กน้อยนะครับ เปลี่ยนเป็น พันฝ่ามือประทับ)

ทั้งสองคนคุยกันราวกับไม่มีใครอยู่รอบตัวทำให้ใบหน้าของเกรทเฉิงจมดิ่งไปอีก ไม่เคยคิดว่าปรมจารย์ขี้เมาจะช่วยฉินเหวินเทียน

 

 

 

อันดับที่สามในหมู่อัจฉริยะทั้ง10ในนครหลวง เขาไม่ได้เป็นคนที่นางจะสามารถเป็นศัตรูด้วยได้

 

 

 

“ไม่คิดว่าเจ้าจะได้รับการช่วยเหลือเร็วเช่นนี้”เกรทเฉิงแค้นเสียง”แต่เจ้าคิดจริงๆหรือว่าข้าจะต้องการความช่วยเหลือจากคนภายนอกเพื่อรับมือคนเช่นเจ้า”

 

 

 

มูหลินและเกรทเฉิงได้ย้อนกลับไปที่นครประสานนภาได้ตรวจสอบพื้นหลังของฉินเหวินเทียน ช่วงเวลานั้นฉินเหวินเทียนเผยความสามารถที่เหนือกว่าโดยการกลั่นจิตดาราจากสวรรค์ชั้นที่สาม พวกเขาคาดการณ์ว่าเขาใช้เขาใช้วิชาพิเศษเพื่อฆ่าเย่หลาง ตอนนี้..สามเดือนผ่านไปแล้ว แม้ว่าฉินเหวินเทียนจะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นแล้วเขาสามารถปรับปรุงได้ดีแค่ไหน?

 

 

 

สำหรับวานรอสูรที่ปรากฏก่อนหน้านี้ มูหลินบอกกับนางว่านั้นควรเป็นสัตว์อสูรดาราที่ถูกอัญเชิญออกมาด้วยสมบัติช่วยชีวิตที่เหลืออยู่โดยบรรพบุรุษของตระกูลฉิน

 

 

 

“ตระกูลที่กำลังถดถอย จะมีอัจฉริยะเช่นนี้ปรากฏได้อย่างไร?”เกรทเฉิงหัวเราะเย็นชาขณะที่นางหันไป”ออกไปข้างนอกกัน”

 

 

 

แม้ว่าเกรทเฉิงจะหยิ่งยโสแต่นางก็ไม่โง่พอที่จะเริ่มการต่อสู้ในศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์

 

 

 

เหล่าสหายของเกรทเฉิงทุกคนก็ต่างแสดงออกถึงอาการเยาะเย้ยบนใบหน้าของพวกเขาขณะที่พวกเขาหัวเราะออกมา ฉินเหวินเทียนไม่ทราบถึงความแตกต่างระหว่างชีวิตและความตาย

 

 

 

“ช่างน่าสนใจนัก”ฝูงชนเฝ้าดูภาพที่กำลังจะเกิดขึ้น ฉินเหวินเทียนและสหายของเขาเริ่มออกไปปเมื่อเขามองไปทางฟานซื่อซึ่งอยู่ข้างๆเขาขณะที่เขาถามว่า”ช่างตีเหล็กเหล่านี้ล้วนเป็นสัตว์ป่าและดื้อด้าน?”

 

 

 

“สำหรับช่างตีเหล็กระดับสูง แม้แต่กระดูกของพวกเขาก็เหม็นสาบไปด้วยความยิ่งยโส”ฟานซือยิ้ม”ย้อนไปเมื่อตอนที้ข้าเป็นเพียงช่างตีเหล็กระดับข้าก็มีความยโสอยู่แล้ว เจ้าก็เคยเห็นบุคลิกของข้ามาก่อนแล้ว….”

 

 

 

หลังจากกล่าวเช่นนี้ฟานซือก็เขินอายเล็กน้อยเมื่อมองไปที่ฉินเหวินเทียน

 

 

 

ฉินเหวินเทียนหัวเราะ ในอดีตที่ผ่านมา ในตอนที่เขาพบฟานซือ ฟานซือนั้นยโสอย่างที่สุด

 

 

 

ขณะที่พวกเขาเดินออกจากศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์เกรทเฉิงกวาดตามองมายังฉินเหวินเทียนแสงประกายเย็นๆปรากฏในแววตาของนาง ก่อนหน้านี้ฉินเหวินเทียนได้พยายามแข่งขันกับนางเพื่อที่จะทำให้ราคาประมูลนั้นพุ่งสูงซึ่งทำให้นางต้องสูญเสียไปมาก เพียงแค่จุดนี้เองก็เพียงพอสำหรับที่ฉินเหวินเทียนจะต้องชดใช้ด้วยชีวิตแล้ว

 

 

 

“นางต้องการสังหารเจ้า”ฟ่านเล่อดวงตาหดแคบ สตรีนางนี้ไม่เพียงแค่หยิ่งยโส หัวใจของนางก็ราวกับอสรพิษ ไม่คิดว่านางจะมีความคิดที่จะสังหารฉินเหวินเทียนเพียงเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

 

 

 

“ฟุบ…”ทันใดนั้นร่างของเกรทเฉิงพลันกลายเป็นภาพติดตา ร่างของนางราวกับขนนกที่ลอยอยู่ในสายลม เบาและปราดเปรียวด้วยการเคลื่อนที่เร็วราวกับสายฟ้า แสงของดาบที่เต็มไปด้วยประกายแสงเย็นๆสว่างออกมาในขณะที่มันพุ่งออกไป มุ่งตรงไปสู่ร่างของฉินเหวินเทียน

 

 

 

“เป็นดาบที่รวดเร็วอันใดเช่นนี้!”การแสดงออกของผู้ชมพลันหยุดนิ่ง เกรทเฉิงตั้งใจจะสังหารฉินเหวินเทียนจริงๆ

 

 

 

ฝ่ามือของฉินเหวินเทียนเริ่มกระจายแรงกดดันที่น่าพรั่นพรึง หลังจากที่ได้ฝึกฝนพันฝ่ามือประทับมานานแล้ว..ตอนนี้ก็ถึงเวลาแล้วที่จะทดสอบความสามารถในการต่อสู้จริง

 

 

 

พื้นดินสั่นสะเทือนขณะที่ฉินเหวินเทียนก้าวออกมา ด้วยพลังที่ระเบิดพุ่งออกมาผ่านร่างกายของเขา เขาโจมตีออกไปหนึ่งฝ่ามือ ฝ่ามืออันน่าสะพรึงกลัวนี้ทำให้เกิดพลังที่เกรี้ยวกราดและส่องประกายแสงสีทอง นี่เป็นประทับฝ่ามือแรกของพันฝ่ามือประทับ…ฝ่ามือเพรช

 

 

 

ดาบของเกรทเฉิงซึ่งได้รับการเชื่อมต่อจากพลังดวงดาราแตกเป็นเสี่ยงๆทันที  แม้กระทั่งก่อนที่พลังดาบของนางจะร่ายออกมาได้เต็มที่ มันได้รับการทำลายอย่างสมบูรณ์โดยความแข็งแกร่งของฝ่ามือเพชร

 

 

 

พันฝ่ามือประทับวิชาดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงในการโจมตีที่โดดเด่น ไม่เพียงเท่านั้นพลังดวงดาราของฉินเหวินเทียนมีต้นกำเนิดมาจากสวรรค์ชั้นที่5 และนอกเหนือจากการเพิ่มผลกระทบที่ได้รับผ่านทางจิตดาราค้อนสวรรค์แล้ว ความแข็งแกร่งของการโจมตีปกติของเขาก็อยู่ในระดับที่น่ากลัวแล้วแม้จะไม่มีการใช้พลังศักดิ์สิทธิ์

 

 

 

“ตูม…ตูม!”ฉินเหวินเทียนก้าวไปข้างหน้าและพุ่งตรงไปยังเกรทเฉิง ทั้งสองฝ่ามือของเขาพุ่งออกมาด้วยแรงกดดันที่มากมาย สีหน้าของเกรทเฉิงเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดทันทีและนางก็รีบวาดดาบต้นกำเนิดออกไปในขณะที่ปล่อยจิตดาราประเภทดาบออกมาด้วยในเวลาเดียวกัน

 

 

 

แสงดาบที่นางปล่อยออกมาได้กลายเป็นรูป”สับลงมา” ขณะที่มันกำลังสับกับฝ่ามือเพชรทำลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย สำหรับอีกฝ่ามือเกรทเฉิง ไม่มีทางเลือกอื่นได้แต่รีบยื่นฝ่ามือเพื่อไปปะทะ

 

 

 

เสียงดังสนั่นสะท้อนออกมา เกรทเฉิงรู้สึกกระดูกในแขนของนางแตกเป็นเสี่ยงๆ เลือดสดๆไหลออกมาจากมุมปากของนาง

 

 

 

ฉินเหวินเทียนไม่เจตนาให้เกรทเฉิงมีโอกาสที่จะโต้ตอบ มังกรฟ้าคำรามก็ดังออกมาตามลำดับในขณะที่กรงเล็บของมังกรปรากฏขึ้น โจตตีไปที่ดาบต้นกำเนิดในมือเกรทเฉิงจนกระเด็นออกไปในขณะเดียวกันหมัดอีกหมัดของฉินเหวินเทียน พุ่งเข้าไปที่ร่างของเกรทเฉิงทำให้นางลอยไปในอากาศก่อนตกลงบนพื้นอย่างโหดร้าย

 

 

 

การต่อสู้สิ้นสุดลงทันที…ผู้ชมในบริเวณใกล้เคียงได้ตะลึงกับการแสดงที่ป่าเถื่อนเช่นนี้ สหายผู้นี้ไม่เสียเวลาไปแม้แต่เสี้ยววินาที หลังจากที่เขาได้เปรียบมากราวกับพายุคลั่งในสายฝนเขาก็รีบเดินไปทำลายเกรทเฉิงทันที

 

 

 

หวังชงและคนอื่นๆรีบพุ่งออกมาทว่าเพียงเห็นปรมจารย์ขี้เมาก้าวออกมา ปราณดาบที่แหลมคมแทรกซึมเข้าไปในอากาศทำให้หวังชงและคนอื่นๆหยุดชะงัก

 

 

 

เมื่อเรื่องนี้เกิดขึ้น ฉินเหวินเทียนก็มาถึงด้านข้างของเกรทเฉิงแล้ว เขายืนอยู่ข้างๆด้วยสายตาที่ตราตรึงไปที่นาง มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มเล็กๆออกมา ในมือของเขา เขาถือดาบต้นกำเนิดที่เกรทเฉิงได้ทำหลุดมือ ตราบใดก็ตามที่เขาแทงลงไปเพียงเบาๆเกรทเฉิงจะต้องตายอย่างแน่นอน

 

 

 

“ข้าไม่เข้าใจคุณสมบัติที่เจ้ามีจริงๆเหตุใดจึงหยิ่งยโสได้ถึงเพียงนี้”ฉินเหวินเทียนกล่าวอย่างสงบ การจ้องมองในขณะที่ถามได้เจาะเข้าไปในหัวใจของ นางไม่เคยได้รับความอัปยศเช่นนี้มาก่อน

 

 

 

ถึงกระนั้น เนื่องจากนางพ่ายแพ้ เกรทเฉิงก็ไม่มีอะไรจะพูด

 

 

 

ความเจ็บปวดแห่งความพ่ายแพ้เช่นเดียวกับความอัปยศอดสูนี้เป็นเรื่องที่รุนแรงมากอย่างแน่นอน

 

 

 

“ปรมจารย์ขี้เมา ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับเกรทเฉิงจริงๆ ข้าเกรงว่าแม้แต่เจ้าไม่สามารถทนต่อการเอาคืนนั้นได้”หวังชงจ้องมองอย่างเย็นชาไปที่คนที่ขวางขไว้ก่อนที่จะหันไปมองฉินเหวินเทียน”และเจ้า ลดดาบลงซะ”

 

 

 

ด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของปรมาจารย์ขี้เมาเขากล่าว”หากข้าเป็นเจ้า ข้าจะเงียบปากซะตอนนี้ หากเขาข้าเกรทเฉิงขึ้นมาจริงๆคงไม่ดีเท่าไหร่ ใช่ไหม?”

 

 

 

“เกรทเฉิงเป็นสมาชิกของสำนักหลวงและเป็นช่างตีเหล็กระดับสองของสมาคมสายธารดารา”หวังชงกล่าวอย่างเย็นชา

 

 

 

“เมื่อเดือนที่แล้วเขาสังหารอ้อฝนต่อหน้าผู้อาวุโสสำนักจักรพรรดิดารารวมถึงต่อหน้าอ้อชนด้วยเช่นกัน หากเขาสังหารนาง อย่ามาบอกว่าข้าไม่ได้บอกเจ้า”ปรมาจารย์ขี้เมายักไหล่ไหล่ของเขา

 

 

 

“เขาคือฉินเหวินเทียนจากสำนักจักรพรรดิดารา”การแสดงออกของหวังชงหยุดนิ่ง แน่นอนว่าข่าวของฉินเหวินเทียนที่สังหารอ้อฝนได้แพร่กระจายไปทั่วนครหลวงดังนั้นจึงไม่แปลกที่สำนักหลวงจะรู้เรื่องนี้ เพราะเกรทเฉิงพึ่งออกมาจากปิดด่านฝึกตนจึงไม่ได้มีใครนำเรื่องนี้มาพูด

 

 

 

“เขาสังหารอ้อฝน?”เกรทเฉิงลุกขึ้นมองไปทางสหายของนาง

 

 

 

“ใช่ ในลานประลองสำนักจักรพรรดิดารา ต่อหน้าทุกคน”คนนั้นพยักหน้าและหันไปมองฉินเหวินเทียนอย่างรวดเร็วขณะที่กล่าวต่อ”ไม่เพียงเท่านั้นจิตดาราทั้งสองที่เขากลั่นนั้นมาจากสวรรค์ชั้นที่3และ4ตามลำดับ เป็นผลให้การลงโทษสำหรับความผิดของเขาที่สังหารอ้อฝนเป็นเพียงการถูกจองจำในคุกหนึ่งเดือนเท่านั้น”

 

 

 

“ไสหัวไป! นอกจากนี้โปรดแจ้งให้มูหลินทราบว่าข้ายังจำได้อย่างชัดเจนว่าเขาให้การดูแลตระกูลฉินของข้าเช่นไร ข้าจะไปหาเขาอย่างแน่นอนในอนาคต!”ฉินเหวินเทียนโยนดาบต้นกำเนิดลงบนพื้น เกรทเฉิงมาหยิบดาบอย่างน่าเวทนาและเดินจากไป

 

 

 

ความจริงที่ว่าฉินเหวินเทียนได้มาเข้าสำนักจักรพรรดิดาราและมีพรสวรรค์ที่น่าตกใจเช่นนี้มันทำให้เป็นแผลย้ำอีโกของนางอีก

 

 

 

ฉินเหวินเทียนเลือกที่จะไม่สังหารเกรทเฉิงเพราะเขาเห็นได้ชัดเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของเขาสถานการณ์กับตระกูลเย่และตระกูลอ้อได้บรรลุถึงสถานการณ์ที่ไม่สามารถย้อนกลับได้  แม้ว่าเขาจะสามารถเข้าสู่สำนักจักรพรรดิดาราได้ ก็ไม่ได้ปราศจากความกังวลเลยซะทีเดียว  ในทางตรงกันข้ามมีคนมากขึ้นที่ต้องการให้เขาตาย

 

 

 

ไม่ว่าจะเป็นความช่วยเหลือจากสำนักจักรพรรดิดารา ศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์หรือปรมจารย์ขี้เมาทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความแข็งแกร่งของตัวเอง มีเพียงความแข็งแกร่งของตนเองเท่านั้นที่จะสามารถจัดการทุกคนได้และจะมีคุณสมบัติที่จะเย่อหยิ่ง เพื่อให้สามารถทำตามที่เขาต้องการโดยไม่มีผลกระทบใด ๆ

 

 

 

ฉินเหวินเทียนหันไปมองปรมจารย์ขี้เมาเขาเห็นเพียงปรมจารย์ขี้เมายิ้มให้เขา”เราจะไปเมากันรึยัง?”

 

 

 

“ไป ไปเมากัน”ฉินเหวินเทียนพยักหน้า”แต่ว่าที่ไหน?”

 

 

 

“ที่ไหนก็ได้ ตราบใดที่เจ้าเลี้ยง”ปรมจารย์ขี้เมาหัวเราะ ซึ่งฉินเหวินเทียนก็เพียงยักไหล่หลังจากทำเช่นนั้นเขาก็เหลือบมองไปที่เจ้าอ้วนและชีน่าก่อนที่จะถาม”แล้วเจ้าทั้งสองละ?”

 

 

 

“ฮี่ฮี่..”เจ้าอ้วนกระพริบตาขณะที่เขายิ้ม”เอาเช่นนี้เป็นยังไง? ชีน่าไปที่ศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ไปเลือกอาวุธศักดิ์สิทธิ์และให้มันอยู่ในค่าใช่จ่ายของลูกพี่สุดที่รักของข้า สำหรับข้า ข้าจะไปดื่มกับลูกพี่”

 

 

 

“นะ…นะ…นี่…..”ชีน่าพูดติดอ่างขณะที่หันไปมองฉินเหวินเทียน

 

 

 

“ฟานซือให้มาพร้อมกับชีน่าและใส่ทุกรายการที่นางต้องการลงในค่าใช้จ่ายของข้า”ฉินเหวินเทียนสั่งฟานซือขณะที่จ้องมองไปที่เจ้าอ้วน เจ้าอ้วนนิสัยเสียนี่ยังจะเรียกเขาเป็นลูกพี่ แน่นอนว่าเขาจะทำให้เจ้าอ้วนจ่ายสักวันหนึ่ง

 

 

 

“ชีน่า ไม่จำเป็นต้องพิธีมากมายอันใดกับลูกพี่ข้า”เจ้าอ้วนกล่าวต่ออย่างไร้ยางอาย เขาได้เห็นว่าช่างตีเหล็กจะร่ำรวยเพียงไหนแล้ว  ในอนาคตเขาจะแน่ใจได้ว่าเขาจะได้รับผลประโยชน์จากฉินเหวินเทียนอย่างแน่นอน

 

 

 

ฟานซือนำชีน่าจากไป เจ้าอ้วนหันไปจ้องปรมจารย์ขี้เมาและถาม”อยู่อันดับสามใน10อัจฉริยะของนครหลวง เจ้าควรแข็งแกร่งมากใช่ไหม?”

 

 

 

“อืม…..ข้าเดาว่าข้าก้ไม่เลว”ปรมจารย์ขี้เมาตอบ รู้สึกว่าเจ้าอ้วนเป็นสหายที่น่าสนใจ

 

 

 

“หลังจากดื่ม เราทุกคนจะเป็นพี่น้องกัน ราสามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าได้ไหมถ้าเราได้ต่อสู้กับคนอื่น”แววตาของเจ้าอ้วนส่องสว่าง ทำให้ฉินเหวินเทียนเหลือบตาหนี สหายผู้นี้วางแผนในวันข้างหน้าอย่างจริงจัง ตราบเท่าที่พวกเขาสามารถขอความช่วยเหลือจากปรมจารย์ขี้เมาเมื่อต่อสู้  การจัดการอ้อชนเป็นชิ้นๆนั้นก็ง่ายดาย

 

 

 

“ตราบเท่าที่มีเหล้าการต่อสู้ไม่เป็นปัญหาสำหรับข้า เพียงแค่ไม่ทำให้ข้าต้องจ่ายก็พอ”ปรมจารย์ขี้เมาระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทำให้แสงในแววตาของเจ้าอ้วนยิ่งสว่างยิ่งขึ้น

 

 

 

“ฉินเหวินเทียน เมื่อเจ้าหลอมดาบต้นกำเนิดระดับสอง อย่าเอาให้ข้าสักอันล่ะ” ปรมจารย์ขี้เมาหัวเราะขณะที่เขามองฉินเหวินเทียน

 

 

 

“ไม่มีปัญหา”ฉินเหวินเทียนตอบอย่างตรงไปตรงมา ปรมจารย์ขี้เมา มีบุคลิกที่เปิดเผยและเป็นคนง่ายๆและเขาก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะถามตรงๆเรื่องอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเขาถามคนอื่นคำขอประเภทนี้อาจถูกมองว่าเป็นสิ่งต้องห้าม

 

 

 

………………………………………………..

 

 

 

ในสำนักจักรพรรดิดารา…บ้านสมาคมอัศวิน

 

 

 

อ้อชน มูหลงเฟิงและคนอื่นๆทั้งหมดรวมตัวกัน อ้อชนมองไปทางมูหลงเฟิงและถาม”เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใกล้ศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ก่อนหน้านี้ในช่วงบ่าย ฉินเหวินเทียนได้ก้าวเข้าสู่ระดับที่ 2 ของขั้นไหลเวียนโลหิตและไม่เพียงเท่านั้นเย่หม่าได้ให้วิชาระดับปฐพี ‘พันฝ่ามือประทับ’ แก่เขา เขาควรจะเข้าใจขั้นแรกแล้วเรียบร้อย”

 

 

 

“เจ้าคิดว่าเขามีความสามารถในการจัดการข้าเพียงแค่ใช้วิชานั้น?”มูหลงเฟิงเหลือบมองอ้อชน

 

 

 

“อย่างน้อยที่สุดเราไม่อาจประมาทได้ ก่อนหน้านี้เราคิดว่าเขาตายไปในป่าทมิฬ  แต่ในท้ายที่สุด น้องชายของข้าคือคนที่ตายแทนเขา ครานี้เราจะต้องคว้าโอกาสนี้อย่างเต็มที่ ข้าจะให้วิชาขั้นปฐพีแก่เจ้าเพื่อฝึก พยายามให้หนักในการทำความเข้าใจข้อมูลเชิงลึงข้างในมัน  นอกจากนี้ เจ้าต้องการที่จะยกระดับเหรียญหยกของเจ้าไปเป็นระดับ5?”

 

 

 

ดวงตาของมูหลงเฟิงหดแคบ เหรียญหยกระดับ5 ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นเรื่องที่ดึงดูดใจเขามาก ถึงกระนั้น จำนวนของหินอุกกาบาตหยวน ที่จำเป็นในการเพิ่มระดับทำให้เขาไม่สามารถจ่ายได้

 

 

 

“แน่นอน”มูหลงเฟิงกล่าว

 

 

 

“ในช่วงเวลาแห่งการต่อสู้ดุเดือดในลานประลอง อุบัติเหตุมักเกิดขึ้น หากฉินเหวินเทียนพิการจากการต่อสู้ไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่ง ข้าสามารถรับรองได้เลยว่าข้าจะเพิ่มระดับเหรียญหยกของเจ้าให้ถึงระดับ5”มีแสงเย็น ๆเปล่งประกายออกมาจากแววตาของอ้อชน ตราบใดที่ฉินเหวินเทียนพิการ ฉินเหวินเทียนจะสูญเสียการป้องกันที่ได้รับจากสำนักจักรพรรดิดาราในกรณีนั้นเส้นทางเดียวที่เหลือสำหรับเขาคือความตาย!

 

 

 

ตระกูลเย่และตระกูลอ้อยินดีที่จะให้หินอุกกาบาตหยวน300ก้อนเพื่อเพิ่มระดับเหรียญหยก

 

 

 

ดวงตาของมูหลงเฟิงแคบลง กับเขานั่นหมายความว่าพวกเขาต้องการให้เขาเสี่ยง หากเขาทำให้ฉินเหวินเทียนพิการจริงๆ เขาไม่รู้ว่าปฏิกิริยาของสำนักจักรพรรดิดาราจะเป็นเช่นไร

 

 

 

“นี่เป็นการต่อสู้ที่ยุติธรรม กับเราที่นี่สำนักจักรพรรดิดาราไม่อยากไปหาทางแก้แค้นให้กับคนพิการ”ความเย็นเยียบในสายตาของอ้อชนทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้นดวงตาของมูหลงเฟิงก็ส่องประกายเย็นชา

 


 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย

 

ชื่อตัวละครหรืออะไรที่ผิดตอนหลังๆแอดแก้หมดแล้วนะครับ ^ ^