0 Views

ในที่สุดฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อก็ได้พบกับผู้อาวุโสเชียนโฉ่ว  ในช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้มีคนที่ส่งอาหารให้กับพวกเขา แต่ผู้อาวุโสเชียนโฉ่วไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขา

 

 

 

“ผู้อาวุโส”ฉินเหวินเทียนลุกขึ้นต้อนรับอย่างสุภาพ

 

 

 

“ฮึมมม”ผู้อาวุโสพยักหน้า”ฉินเหวินเทียน เรื่องในป่าทมิฬได้รับการตรวจสอบแล้วอย่างละเอียด มีคนที่เต็มใจที่จะเป็นพยานและบอกว่าอ้อฝนได้รวบรวมคนอื่น ๆ และพยายามที่จะสังหารเจ้า สำหรับเรื่องในลานประลองเมื่อเดือนก่อนสำนักได้เผยแพร่แล้วว่ามันเป็นความขัดข้องใจส่วนตัวและไม่ถือว่าเป็นการทำลายกฎของสำนัก นอกเหนือจากนี้เจ้ายังเป็นอันดับสุดท้ายในหมู่ศิษย์ชุดใหม่ เจ้าทั้งสองได้รับโทษจองจำครบ1เดือนแล้วและสามารถออกจากสถานที่นี้ได้เลยในตอนนี้”

 

 

 

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเชียนโฉ่ว ฉินเหวินเทียนก็เผยรอยยิ้มออกมา มันเป็นข้อห้ามอย่างแท้จริงในเรื่องฆ่าศิษย์สำนักเดียวกันภายในบริเวณสำนัก แต่คณะกรรมการวินัยได้ใช้คำว่า”ความขัดข้องใจส่วนตัว”เพื่ออธิบายทุกอย่าง เห็นได้ชัดว่าได้แสดงความลำเอียงและเข้าข้างเขา เรื่องนี้แน่นอนว่าฉินเหวินเทียนเข้าใจและยิ่งไปกว่านั้นการลงโทษนี้อาจไม่ได้ถือว่าเป็นการลงโทษทั้งหมดด้วยซ้ำ อย่างมาก  โทษจองจำ1เดือนนี้อาจถือได้ว่าเป็นการปิดด่านฝึกตน

 

 

 

ความลำเอียงที่เห็นได้ชัดเช่นนี้แม้จะเป็นคนตาบอดก็มองเห็น แต่นี่คือสิ่งที่เป็นความจริง ตราบใดก็ตามที่เจ้ามีพรสวรรค์สูงพอ เจ้าจะสมควรได้รับการดูแลระดับสุดยอดเช่นนี้

 

 

 

“ขอบคุณผู้อาวุโส”ฉินเหวินเทียนขอบคุณเขาด้วยรอยยิ้มก่อนจะล่ำลาเขา หลังจากนั้นฟ่านเล่อและเขาก็ออกจากสถานที่นั้น

 

 

 

ขณะที่พวกเขาออกมาข้างนอก ภาพพราเลือนสีขาวก็พุ่งเข้าสู่หน้าอกของฉินเหวินเทียนและแลบลิ้นออกมาเลียเขา เจ้าอันธพาลน้อยกำลังเริ่มเลียหน้าของฉินเหวินเทียน

 

 

 

รางเงาที่สวยงามยืนอยู่ตรงหน้าฉินเหวินเทียนและเมื่อเจ้าของภาพเงาที่สวยงามนั้นเหลือมองไปยังฉินเหวินเทียนพลันปรากฏร่องรอยเจ้าชู้เป็นประกายอยู่ในแววตานาง

 

 

 

“ปีศาจ”แววตาของฟ่านเล่อส่องประกายสว่างขณะที่เขาจ้องเขม็งไปที่หลัวฮว่าน รูปร่างของนาง….ฮี่ฮี่….เจ้าอ้วนกำลังน้ำลายไหลยืด

 

 

 

“ศิษย์พี่”ฉินเหวินเทียนยิ้มขณะที่ก้าวไปข้างหน้า หลัวฮว่านก็เดินเข้าหาฉินเหวินเทียนเช่นกันขณะที่นางยื่นแขนไปเกี้ยวแขนฉินเหวินเทียนและหัวเราะออกมา”ศิษย์น้อง ในที่สุดเจ้าก็ได้ออกมาแล้ว”

 

 

 

ฉินเหวินเทียน รู้สึงถึงแต่เพียงความนุ่มนวลสุด ๆ ของผิวหลัวฮว่าน เขาหัวเราะอย่างขมขื่น นางคงจะไม่ล่อลวงเขามาไป? เขาอายุเพียงแค่16ปีมันกำลังเป็นช่วงเวลาที่ฮอร์โมนและเลือดของเขาสูบฉีด

 

 

 

ฟ่านเล่อวิ่งไปข้างหน้าในขณะที่เขาเตรียมที่จะทำเช่นเดียวกับฉินเหวินเทียนในอีกด้านหนึ่งขณะที่เขากล่าวออกมา”ศิษย์พี่”

 

 

 

หลัวฮว่านพลันหันไปจ้องที่เจ้าอ้วนและตกตะลึงทันทีเมื่อนางคิดว่าเขากำลังจะเกี้ยวแขนนางก่อนที่นางจะหัวเราะโง่ๆออกมาเบาๆ

 

 

 

“ศิษย์พี่ ข้าเป็นพี๋น้องของฉินเหวินเทียน”เจ้าอ้วนเริ่มประเด็นในขณะที่เขาก้าวเข้ามาใกล้หลัวฮว่านมากขึ้น

 

 

 

หลัวฮว่านหัวเราะขณะที่นางเต็มใจที่จะเกี้ยวแขนเจ้าอ้วนด้วย ช่วงเวลานั้นการแสดงออกถึงความเพลิดเพลินอย่างแท้จริงปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจ้าอ้วน วันในฤดูใบไม้ผลิของเจ้าอ้วนกำลังจะมาถึงเร็วๆนี้!

 

 

 

“อ๊ะ ช่า!!…”

 

 

 

“อ๊ากก….”เจ้าอ้วนกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดขณะที่เขาล้มลงบนพื้นกำจับแขนขวาของเขาไว้พร้อมกับมีเหงื่อไหลออกมาบนหน้าผากของเขา

 

 

 

ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นมาเจ้าอ้วนเห็นเพียงหลังของหลัวฮว่านและฉินเหวินเทียน น้ำตาของเขาเกือบจะไหลรินออกมา ทั้งสองคนเป็นพี่น้องกัน แต่ทำไมถึงมีความแตกต่างในด้านระดับของการดูแล…พี่น้องไม่ควรที่จะแบ่งปันประโยชน์และความทุกข์ด้วยกันหรอกหรือ?

 

 

 

“ลูกพี่ รอข้าด้วย!”ฟ่านเล่อรีบวิ่งไปข้างหน้า ปรากฏว่าในอนาคตเขาจะต้องติดตามฉินเหวินเทียนเพื่อตามเก็บเศษโชคลาภอื่น ๆ

 

 

 

สำนักจักรพรรดิดารานั้นกว้างใหญ่มาก มีทั้งลานรักษาวินัย ลานผู้อาวุโส ลานแห่งเกียรติยศและลานพันธ์มิตรศิษย์  แน่นอนว่า มีลานรักษาวินัย  ลานผู้อาวุโส ลานแห่งเกียรติยศมีเพียงลานเดียวในขณะที่ลานพันธมิตรศิษย์ถูกสร้างขึ้นด้วยกลุ่มศิษย์ที่มารวมตัวกัน สี่กลุ่มศิษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในสำนักจักรพรรดิดาราที่ได้รับการขนานนามคือ อาชูร่า อสูรสวรรค์ อัศวินและกลุ่มเมฆาเขียว

 

 

 

นอกเหนือจากนี้มีอีกสามสถานที่ที่สำคัญที่สุดในสำนักจักรพรรดิดารา

 

 

 

สถานที่แรกรู้จักกันในชื่อว่า หอดาราสวรรค์ หอดารา9ชั้นสวรรค์เป็นสถานที่ที่มีการเก็บวิชาและวิธีการฝึกตนนับไม่ถ้วนรวมถึงวิชาดั้งเดิม

 

 

 

สถานที่ที่สองเป็นที่รู้จักในชื่อว่า โถงสายธารดารา ในห้องโถงสายธารดารา มีพลังลึกลับและแรงกดดันที่จำลองแรงกดดันจากผู้ฝึกตนดวงดาราที่จะต้องเผชิญกับความพยายามในการกลั่นจิตดาราของพวกเขา สถานที่แห่งนี้สามารถใช้เพื่อเสริมสร้างสมาธิและเพิ่มความสัมพันธ์ของพวกเขา ช่วยให้พวกเขาสามารถใช้แรงกดดันของดวงดาราเพื่อทำตัวให้ตัวเองทำลายขีดจำกัดและกลั่นจิตดาราในชั้นที่สูงขึ้นได้

 

 

 

สถานที่ที่สามเรียกว่า ป่านภาแห่งความฝัน สถานที่นี้กว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด มีทิวทัศน์แห่งความฝันที่ลึกลับมาก ตราบใดที่มีคนหนึ่งเข้าไปพวกเขาจะเข้าสู่สภาวะฝัน และยิ่งไปกว่านั้นทิวทัศน์แห่งความฝันก็เชื่อมต่อกับสำนักที่ยิ่งใหญ่ทั้งสี่แห่งในนครหลวงสำนักจักรพรรดิดารา สำนักหลวง สำนักวายุศักดิ์สิทธิ์และตำหนักเจ็ดดารา

 

 

 

“หอดาราสวรรค์ โถงสายธารดารา ป่านภาแห่งความฝัน”ฉินเหวินเทียนพึมพำเบาๆ หัวใจของเขาสั่นเครือด้วยความคาดหวังหลังจากได้ยินคำแนะนำจากหลัวฮว่าน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมสำนักจักรพรรดิดาราเป็นสำนักอันดับหนึ่งในนครฉู สามารถทำให้ผู้เยาว์จากทั่วทุกมุมเดินทางหลายพันไมล์เพื่อมีโอกาสได้มาสมัคร

 

 

 

“ศิษย์พี่ แล้วป่านภาแห่งความฝันเหตุใดจึงเชื่อมต่อกับสำนักที่ยิ่งใหญ่อื่น ๆ ทั้งสามแห่ง?”ฉินเหวินเทียนถามอย่างแปลกใจ

 

 

 

“ป่านภาแห่งความฝันถูกสร้างขึ้นครั้งแรกโดยบุคคลที่ทรงพลังของสำนักจักรพรรดิดาราของเรา ผู้ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านความฝัน  ในตอนแรก ป่านภาแห่งความฝัน เชื่อมต่อกับสำนักจักรพรรดิดาราเพียงเท่านั้นซึ่งช่วยให้ศิษย์สามารถฝึกฝนวิชาโดยผ่านการต่อสู้ได้โดยไม่ต้องกลัวความตาย หลังจากนั้นอีกสามสำนักที่ยิ่งใหญ่ก็ได้อ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากผู้อาวุโส ในที่สุดผู้อาวุโสก็ตกลงเพราะรู้สึกว่าแม้กระทั่งศิษย์ที่แข็งแกร่งจากสำนักอื่นก็ยังเข้ามาในทิวทัศน์แห่งความฝัน ศิษย์สำนักจักรพรรดิดาราของเราจะสามารถได้รับประโยชน์มากยิ่งขึ้น”

 

 

 

หลัวฮว่านอธิบายต่อ“เพราะฉะนั้น ผู้อาวุโสที่น่าเกรงขามนี้ได้ไปที่สำนักแต่ละสำนักทั้งสี่แห่งและใช้วิชาดั้งเดิมแบบพิเศษสร้างทิวทัศน์แห่งความฝันอันยิ่งใหญ่ขึ้นมาซึ่งเชื่อมต่อทั้ง 4สำนักชั้นยอดเข้าด้วยกัน นี่เป็นข้อได้เปรียบอย่างมากสำหรับพวกเขา ในหมู่ศิษย์รุ่นก่อนๆด้รับผลประโยชน์มหาศาลและเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาผ่านทางทิวทัศน์แห่งความฝันที่อาวุโสสร้างขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นภายในระดับของศิษย์สำนักอื่นๆ ผู้ที่มีพรสวรรค์พิเศษชอบที่จะท้าทายศิษย์จากสำนักจักรพรรดิดาราของเราผ่านงทิวทัศน์แห่งความฝัน”

 

 

 

“ผู้อาวุโสคนนี้เป็นคนใจกว้างมากยินดีที่ให้ผลประโยชน์กาผู้อื่นเช่นเดียวกับการให้ผลประโยชน์ให้กับตัวเอง”ฉินเหวินเทียนหัวเราะ“เนื่องจากไม่มีความเสี่ยงต่อการตายในป่านภาแห่งความฝัน แน่นอนว่าพวกเขาพยายามที่จะเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของพวกเขาโดยการต่อสู้กับศิษย์จากสำนักเรา”

 

 

 

ร่องรอยแห่งเสียงหัวเราะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลัวฮว่านขณะที่นางมองไปทางฉินเหวินเทียน”ศิษย์น้อง เจ้าอย่าได้ประมาทป่ายภาแห่งความฝันไป  ทิวทัศน์แห่งความฝันนั้นจะทำให้เจ้าเข้าสู่สภาวะความฝันอันลึกซึ้งทำให้ร่างกายที่แท้จริงของสลับกับความจริงได้ การต่อสู้จะทำให้เจ้าหมดหลังดวงดาราได้และหากเจ้าได้ลิ้มรสความรู้สึกแห่งความตายในสภาวะนี้มาก่อนแน่นอนว่าจะเจ้าจะไม่อยากลองอกีครั้งแน่ๆ”

 

 

 

สีหน้าของฉินเหวินเทียนพลันแปรเปลี่ยนไปขณะที่เขาพยักหน้าช้าๆ ปัจจุบันเขายังได้ฝึกฝนวิชาแห่งความฝัน แน่นอนว่าเขารู้ถึงความเป็นจริงของทิวทัศน์แห่งความฝัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับที่ 2 และ 3 ของวิชาแห่งความฝัน ในสภาวะแห่งความฝันขั้นกลาง  ร่างกายที่แท้จริงของเขาจะแทนความสติของเขาเข้าสู่ทิวทัศน์แห่งความฝัน หากเขาตายในนั้น ความรู้สึกแห่งความตายนั้นก็จะเป็นของจริง ความรู้สึกนั้นแน่นอนว่าจะต้องน่าสะอิดสะเอียนจนยากที่จะทน

 

 

 

ขึ้นอยู่วิชาแห่งความฝัน เมื่อเขาฝึกฝนมันถึงระดับที่3 ฝันขั้นลืมเลือน ความฝันจะไม่เป็นความฝันอีกต่อไป หากเขาตายในความฝัน เขาจะตายในความเป็นจริงด้วย

 

 

 

ป่านภาแห่งความฝัน…..ความแข็งแกร่งภายในทิวทัศนืแห่งความฝันควรอยู่ที่ระดับ 2 ของวิชาแห่งความฝัน คล้ายคลึงกับผลของความฝันขั้นลืมเลือน ที่ผู้อาวุโสได้สร้างทั้งหมด ทิวทัศน์แห่งความฝันอันกว้างขวางเพื่อช่วยสำนักทั้ง4แห่งในการฝึกตน

 

 

 

“ลูกพี่ เราควรไปที่ชั้นที่7ของหอดาราสวรรค์เพื่อเลือกวิชาการฝึกตนที่ดีที่สุดหรือวิชาดั้งเดิม?”ดวงตาของฟ่านเล่อส่องประกายระยิบระยับในขณะที่เขาถามฉินเหวินเทียน

 

 

 

ด้วยรอยยิ้มเล็ก ๆ บนใบหน้าของหลัวฮว่านมองไปที่ฟ่านเล่อขณะที่นางตอบ”ตามที่ข้ารู้ เจ้าทั้งสอง ต่างก็ติดอันดับสุดท้าย ออกจากลุ่มศิษย์ใหม่ เหรียญหยกจักรพรรดิดาราของเจ้าควรยังคงอยู่ในระดับแรกซึ่งหมายความว่าเจ้าได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ชั้นแรกของหอดาราสวรรคเท่านั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของวิชาฝึกตนระดับกลางและวิชาดั้งเดิม”

 

 

 

“…..”ฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อรู้สึกหดหู่ ไม่คิดว่าคนที่มีความสามารถเช่นเขาได้รับการจัดอันดับอยู่ในระดับสุดท้ายใรหมู่ศิษย์ใหม่

 

 

 

“แล้วโถงสายธารดารา?”ฟ่านเล่อถาม

 

 

 

“เหมือนกัน เจ้าได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ชั้นแรกเท่านั้น”

 

 

 

“อย่าบอกเราว่าเราไม่สามารถเข้าไปในป่านภาแห่งความฝันได้”

 

 

 

“ไม่มีข้อจำกัด ในป่านภาแห่งความฝันเจ้าสามารถไปที่นั่นได้ตลอดเวลา”หลัวฮว่านหัวเราะในขณะที่กล่าวต่อ”ข้าจะพาเจ้าทั้งไปยังที่ที่เจ้าจะอยู่ สำหรับที่เจ้าจะไปหรือไม่ไปป่านภาแห่งความฝัน เจ้าค่อยตัดสินใจ”

 

 

 

“อืมม”ฉินเหวินเทียนละฟ่านเล่อทั้งสองพยักหน้าด้วยความยินยอม

 

 

 

หลัวฮว่าน พาทั้งสองไปยังที่ที่ศิษย์พักอยู่บ้านหลังนี้ให้ความรู้สึกที่เรียบง่ายทำให้ฟ่านเล่อถึงกับถอนหายใจขณะที่เขานึกถึงกลับไปในช่วงเวลาที่ถูกจองจำ นั้นเป็นการลงโทษหรือเป็นรางวัล

 

 

 

“ศิษย์ใหม่ทั้งหมดได้ย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว ข้าเกรงว่ามันอาจจะไม่มีที่เหลือแล้ว”หลัวฮว่านยิ้มอ่อนขณะที่นางเดินต่อไป ความพยายามของพวกเขาก็ไร้ผล ทุกห้องดูเหมือนจะเต็มไปด้วยผู้คน ในที่สุดพวกเขาก็พบบ้านหลังเล็กๆที่อยู่ใกล้กับรากของต้นไม้โบราณซึ่งดูว่างเปล่า

 

 

 

“สภาพแวดล้อมที่นี่ไม่เลว เจ้าเพียงเดินไปไม่นานก็จะถึงป่านภาแห่งความฝัน”หลัวฮว่านหัวเราะ ห้องพักสำหรับศิษย์ใหม่ที่อยู่หลังป่านนภาแห่งความฝัน นี่คือการอนุญาตให้พวกเขาเข้าไปในป่านภาแห่งความฝันเพื่อการฝึกฝนได้อย่างง่ายดาย

 

 

 

“ศิษย์พี่ ท่านพักที่ไหน”เจ้าอ้วนผู้น่าสงสารมองไปที่หลัวฮว่าน บ้านหลังเล็ก ๆหลังนี้ทรุดโทรมเกินไป…

 

 

 

“หยุดความฝันของเจ้าซะ เจ้าต้องยกระดับเหรียญหยกของเจ้าไปที่ระดับ4เสียก่อนที่เจ้าจะมีสิทธิเลือกพื้นที่อื่น ๆ เพื่ออาศัย”หลัวฮว่านตอบ”พยายามให้หนักๆ!”

 

 

 

“เราจะเพิ่มระดับเหรียญหยกได้อย่างไร?”ฟ่านเล่อถาม นี่คือสิ่งที่ฉินเหวินเทียนอยากรู้เช่นกัน ปรากฏว่าเพื่อที่จะได้รับทรัพยากรและผลประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่งต้องเพิ่มระดับของเหรียญหยกของพวกเขา

 

 

 

“ระดับของเหรียญหยกของเจ้าจะถูกกำหนดโดยลานเกียรติยศ สำหรับศิษย์ใหม่เหรียญหยกที่มีการจัดอันดับที่อยู่ต่ำกว่า30พวกเขาจะยังคงอยู่ในระดับ 1 จากอันดับที่ 30 ถึงอันดับที่ 4 เหรียญหยกของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นเป็นระดับ2 สำหรับอันดับสามอันดับแรก เหรียญหยกของพวกเขาจะอยู่ในระดับ3  จริงๆแล้วมันง่ายมากหากเจ้าต้องการเพิ่มระดับเหรียญหยกของเจ้า สิ่งที่เจ้าต้องทำคือการเลือกที่จะประลองกับศิษย์ที่อยู่ใน30อันดับแรก ตราบใดที่อันดับของเจ้าไปแทนพวกเขาเหรียญหยกของเจ้าก็จะเพิ่มระดับขึ้นด้วยเช่นกัน“

 

 

 

“ถึงกระนั้น หากเจ้าต้องการยกระดับเหรียญจากระดับ3ถึง4 เจ้าจะต้องส่งมอบหินอุกกาบาตหยวน จำนวน 100 ก้อนไปที่ลานเกียรติยศ จากระดับ4ถึง5 เจ้าจะต้องส่งมอบหินอุกกาบาตหยวน จำนวน 300ก้อน จากระดับ5ถึง6 1000ก้อน จากระดับ6ถึง7……”

 

 

 

“หยุด..”ฉินเหวินเทียนตะโกนขณะที่เขาประหลาดใจที่จำนวนจาก5ถึง6 นั้นจำเป็นต้องใช้หินอุกกาบาตหยวน จำนวน 1,000ก้อน พวกเขาต้องการที่ขู่ให้พวกเขาตาย?

 

 

 

หลัวฮว่าน หัวเราะและมองไปที่ฉินเหวินเทียน“สำนักจักรพรรดิดารา ต้องเอื้ออำนวยคนจำนวนมากเจ้าคิดว่าพวกเขาได้รับทรัพยากรจาก? พวกเขาจะพึ่งพาผู้อาวุโสในจะจัดหาทรัพยากรได้อย่างไร แน่นอนว่ามันต้องขึ้นอยู่กับศิษย์ นี่คือรูปแบบของการฝึกเช่นกัน”

 

 

 

“แต่นี่มันโหดเกินไป”ฉินเหวินเทียนพึมพำ

 

 

 

“โหด?”หลัวฮว่านหัวเราะ”เหรียญหยกระดับที่6 จะช่วยให้เจ้าเข้าสู่ชั้นที่6ของหอดาราสวรรค์ได้ ในนั้นมีวิชาชั้นยอดในระดับขั้นหยวนฝู่และวิชาดั้งเดิมระดับปฐพี มูลค่าของหินอุกกาบาตหยวนระดับ2จำนวน 1,000ก้อน มีค่าเท่ากับหินอุกกาบาติหยวนระดับ3เพียง10ก้อนเท่านั้น  หากเจ้าคิดถึงเรื่องนี้ ค่าใช้จ่ายในการเพิ่มระดับเหรียญหยกนั้นก็ไม่สูงเลยทีเดียว”

 

 

 

ฉินเหวินเทียนตะลึงงันขณะที่เขาได้ยินคำพูดของหลัวฮว่านและพิจารณาอย่างรอบคอบ ดูเหมือนว่าสิ่งที่นางพูดนั้นเป็นความจริง หอดาราสวรรค์ชั้นที่6เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ฝึกตนในสามระดับสุดท้ายของขั้นหยวนฝู่ การดูแลที่พิเศษเช่นนี้มีเฉพาะที่หอดาราสวรรค์เท่านั้น หินอุกกาบาตหยวนระดับสอง 1000ก้อน อาจไม่ต้องพิจารณามากนัก

 

 

 

แม้จะตระหนักเรื่องนี้ ฉินเหวินเทียนยังคงรู้สึกหดหู่ในใจเล็กน้อย ในอดีตเมื่อเขาอยู่ในนครประสานนภา แม้แต่หินอุกกาบาตหยวนระดับที่1ก็ถือว่าเป็นสมบัติล้ำค่า  หินอุกกาบาตหยวนระดับที่1  นอกเหนือจากการถือครองความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นผู้ฝึกตนดวงดาราแล้ว นอกเหนือจากที่ทรัพยากรขาดแคลนแล้วยังสามารถใช้เหมือนสมบัติได้  แต่มันแตกต่างไปจากที่นี้อย่างสิ้นเชิง ในนครหลวงไม่สามารถนับมาเปรียบเทียบได้เลย!!

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย