0 Views

ในโรงแรมชิงฟง…เย่หม่านั่งอยู่ข้างหน้าต่างกำลังดื่มเหล้า

 

 

 

การเฉลิมฉลองวันเกิดครบรอบห้าสิบปีของ ไป๋ฉิงซง จะเริ่มในอีกสามวัน มีการกล่าวกันว่าในช่วงเวลานี้ตระกูลไป๋ได้ส่งคำเชิญไปรัฐชู่และจะมีคนใหญ่คนโตจากนครหลวงรัฐชู่มา ผู้คนรอบโต๊ะต่างเริ่มพูดคุยกัน พวกเขาส่วนใหญ่ที่อยู่ที่ต่างมาเพื่อพูดคุยหาความสนุกและความตื่นเต้น

 

 

 

“อืม…เรื่องนั้นข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน ดูเหมือนว่าไป๋ฉิงซงจะใช้ความก้าวหน้าของลูกสาว ยกระดับของตนเอง แต่ความสามารถของลูกสาวเขานั้นน่ากลัวเกินไปนางสามารถกลั่นจิตดาราได้จากชั้นสวรรค์ที่สาม ในอนาคตความสามารถของนางมิอาจคาดเดาได้อย่างแน่นอน เมื่อนางสามารถเปิดประตูดาราที่สองและสามได้ นางอาจจะกลั่นจิตดาราได้เพิ่มขึ้นมาอย่างน้อยสองดวงในสวรรค์ชั้นที่สามหรืออาจจะสูงกว่า พรสวรรค์เช่นนี้แม้กระทั่งในรัฐชู่ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญคล้ายกับบุคคลที่ยิ่งใหญ่”

 

 

 

“ช่างพูดได้ตรงจริงๆ! ข้าก็ได้ยินมาว่าตระกูลไป๋ยังต้องการที่จะยกเลิกงานแต่งก่อนหน้านี้ แต่เรื่องนี้ข้าก็คาดไว้แล้ว เจ้าฉินเหวินเทียนจากตระกูลฉินนั้นเป็นเพียงเศษสวะ เขามีสถานะอันใดที่เหมาะสมกับชิวเซวีย? ทุกคนที่มีสมองจะต้องเตะเขาออกไป”

 

 

 

“ข้าก็ได้ยินมาเช่นกันว่านายน้อยสวะนั้นยังใช้หินดาวตกหยวนตระกูลฉินไปอย่างไร้ประโยชน์ ข้าไม่รู้จริงๆว่าเหตุใดตระกูลฉินจึงรักและเลี้ยงดูเจ้าเด็กนี่อยู่”

 

 

 

หลายคนต่างส่ายหัวเบาๆอย่างสับสน เนื่องจากไม่สามารถเข้าใจเรื่องนี้ได้ ณ ขณะนี้คำพูดพล่อยๆทั้งหมดต่างหยุดลงทันทีเมื่อเงาดำที่สวมชุดยาวกำลังเดินขึ้นบนไดโรงแรมมา ทุกคนที่กำลังพูดคุยต่างก็หันมามอง ตื่นตะลึงไปกับความงามของเธอ ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นผู้หญิงที่มาจากตระกูลที่มีชื่อเสียง

 

 

 

“ชิวเซวีย อัจฉริยะจากตระกูลไป๋”บางคนพูดออกมาเบาๆ  เย่หม่าที่อยู่ใกล้ ๆแอบมองชิวเซวียและยอมรับนางอย่างเงียบๆ เด็กหญิงตัวเล็กๆไม่เลวจริงๆ นอกเหนือจากภาพลักษณ์ที่สวยงามยังมีพรสวรรค์ที่มากมาย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดตระกูลจึงสนใจที่จะเสนอการแต่งงานกับเธอ

 

 

 

หลังจากนั้น เย่หม่ายังคงสนุกกับการดื่มเหล้าต่อไปและหันความสนในไปทางอื่น . สายตาของเขามองไปที่ตระกูลไป๋เขานึกถึงว่า”ตระกูลไป๋เคยถูกขับไล่ออกจากนครหลวงและตอนนี้ดูเหมือนว่าสถานะของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน งานฉลองวันเกิดจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่วันแน่นอนว่าบรรยากาศต้องครึกครื้นมาก”

 

 

 

“หือ”ในขณะนี้เย่หม่าตัวแข็งทื่อ เนื่องจากลักษณะพิเศษของจิตดาราที่เขามี สัมผัสของเขาจึงว่องไวต่อพลังดวงดาราอย่างยิ่ง ในตอนนี้เขารู้สึกได้บ้างว่ามีพลังดาราที่ยิ่งใหญ่เคลื่อนลงมาจากสวรรค์ มุ่งตรงไปยังสถานที่บางแห่งที่อยู่ใกล้กับตระกูลไป๋

 

 

 

ดวงตาทั้งสองของเย่หม่าแปรเปลี่ยน เงาของดวงดาราปรากฏขึ้นมาเริ่มโคจรไปมาในตาดำ ให้ความรู้สึกว่าเขาสามารถมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างได้

 

 

 

“ฮึ่มมมม….”เย่หม่าใจสั่นเล็กน้อย ขึ้นอยู่กับความผันผวนของพลังงานดวงดารา ที่ที่เขาได้รับรู้มันเป็นไปได้สูงว่ามันเป็นชั้นที่สูงกว่าชั้นสวรรค์ที่สาม ยังคงมีคนที่มีพรสวรรค์ซ่อนอยู่ในตระกูลไป๋? แต่เหตุใดทำไมพวกเขาจึงกระข่าวเกียวกับชิวเซวียเพียงคนเดียว

 

 

 

เย่หม่ารู้สึกงงกับการกระทำของตระกูลไป๋”ดูเหมือนว่าคืนนี้ข้าคงจะต้องเดินทางไปที่ตระกูลไป๋ด้วยตนเอง”

 

 

 

ฉินเหวินเทียนไม่รู้ถึงการมีอยู่ของเย่หม่า เขาเพียงแต่กำลังกังวลกับการเพิ่มระดับการฝึกตนของตนเอง การใช้เคล็ดวิชาพันค้อนแปรผัน เขาต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดที่ตีเขาไปมาและในที่สุดหลังจากความทุกข์ทรมานผ่านไปพลันเกิดเสียง “คา…. ช่า…”ดังออกมาจากร่างกายของฉินเหวินเทียนในขณะที่ร่างของเขาก็แปรเปลี่ยนไปอีก รอยยิ้มอุ่นๆที่โผล่ขึ้นมาบนใบหน้าของฉินเหวินเทียน เขารู้ว่าเขาเพิ่งทะลวงขั้นฝึกกายถึงระดับสี่สำเร็จ! ในสามระดับแรกของการฝึกกายคือการปรับแต่งเนื้อและกล้ามเนื้อของเขา ในขณะที่ระดับกลางสามระดับคือการปรับแต่งช่องพลังงานและกระดูก และสุดท้ายอีกสามระดับคือการปรับแต่งของอวัยวะภายใน

 

 

 

พอถึงเวลาราตรี เขาก็ฝึกฝนเสร็จพอดี ขณะที่ฉินเหวินนเทียนเดินออกจากลานฝึกก็มีความคิดมากมายเกิดขึ้นในใจ ฉินเหวินเทียนเชื่อว่าหากเขาบอกความจริงกับไป๋ฉิงซง เรื่องความสำเร็จในปัจจุบัน ไป๋ฉิงซงคงจะเปลี่ยนความคิดเรื่องยกเลิกการแต่งงานทันที ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ต้องการแบบนั้นเขาไม่ต้องกลายเป็นเศษสวะไร้ค่าที่ด้อยกว่าเช่นนั้น ความจริงฉินเหวินเทียนเชื่อว่าแค่นี้ก็ดีแล้วที่ได้เห็นเนื้อแท้ของคน สิ่งเดียวที่เขาอยากรู้จริงๆตอนนี้คือ ท่าทีของชิวเซวียจะเป็นเช่นไรเมื่อรู้ความจริง สามปีตั้งแต่ที่พวกเขารู้จักกันมาเขาเชื่อว่านางจะห่วงใยเขา

 

 

 

“อีกสามวัน ที่งานเฉลิมฉลองวันเกิดของไป๋ฉิงซง ข้าจะต้องถามนางด้วยตัวเอง” ฉินเหวินเทียนพึมพำอยู่เงียบๆ หลังจากนั้นเขาเดินไปตรงทางออก ก็พบกับยามสองคนขวางทางเขาเช่นเคย  ทุกคนรู้ว่าฉินเหวินเทียนเกิดมาพร้อมกับเส้นลมปราณพิการ ไป๋ฉิงซงไม่ชอบคนที่ไร้พลัง ยามทั้งสองต่างกำลังคิดถึงฉินเหวินเทียนมาก

 

 

 

ขณะที่ยามทั้งสองเห็นฉินเหวินเทียนเข้ามาใกล้ หนึ่งในนั้นลุกขึ้นยืนขวางทางเขาทันทีพร้อมกับตวาดอย่างฉุนเฉียว”ไปให้พ้น!”

 

 

 

“โอ้ว….ดูเหมือนสุนัขเหล่านี้ได้เรียนรู้วิธีกัด” หน้าตาฉินเหวินเทียนพลันเปลี่ยนเป็นเยือกเย็น คำพูดที่ฉินเหวินเทียนเอ่ยออกมาทำให้ยามทั้งสองตกใจ หลังจากนั้นเพียงชั่วครู่ ยามทั้งสองชายตามองพร้อมกับร้อยยิ้มโหดเหี้ยม”ดูเหมือนว่านายน้อยฉินเคยชินกับการใช้ชีวิตที่ไร้กังวลและลืมสถานะปัจจุบันของเขา เช่นนั้นแล้วให้ข้าปลุกให้ตื่นก่อนแล้วกัน!”

 

 

 

เสียงคำรามด้วยความโกรธดังกึกก้องมากจากยามทั้งสอง ในขณะที่เขาพุ่งไปข้างหน้าพร้อมยกหมัดขึ้นมาเล็งไปที่หน้าของฉินเหวินเทียน กระแสลมๆรอบพลันสั่นไหวเพราะหมัดของยามที่ต่อยมา

 

 

 

ปฏิกิริยาตอบสนองและสัมผัสของฉินเหวินเทียนในตอนนี้แหลมคมยิ่ง ปัจจุบันเขาก้าวเข้าไปสู่ระดับของผู้ฝึกยุทธ์ดาราแล้ว ความเร็วการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามของเขาช้ามากเสียจนดูน่าขัน ฉินเหวินเทียนเบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างหลบการโจมตี

อย่างสบายๆในขณะที่ก้าวไปข้างหน้าด้วยในเวลาเดียวกัน เขากระโดดแทงเข่าไปที่หน้าอกของฝ่ายตรงข้าม “ตูมมม”เพียงชั่วพริบตา อวัยวะภายในของยามแตกเป็นเสี่ยงๆเนื่องจากแรงกระแทกที่ส่งเขากระเด็นออกไปไกล เขาทรุดตัวลงบนพื้นดินแล้วตายตกไป

 

 
“อันใดกัน?”ยามอีกคนตกตะลึงไปชั่วครู่ก่อนจะได้สติ ยามหยักไหล่เหยียดหยันในขณะที่คิดในใจ”เขาอ่อนแอ? เขาเพียงถูกโจมตีโดยยังไม่ได้ทันจะตั้งตัวจากเจ้าขยะ”ด้วยสายตาที่เย็นชา ยามคนสุดท้ายรวบรวมพลังทั้งหมดโจมตีออกไป แต่ละหมัดที่ต่อยออกไปพลันเกิดเสียงเสียดอากาศราวกับเสียงคำรามอันดุร้ายของพยัคฆ์

 

 

 

นี่คือ……กระบวนท่าหมัดพื้นฐาน หมัดพยัคฆ์คลั่ง

 

 

 

ในตอนนี้ฉินเหวินเทียนไม่ได้เลือกที่จะหนี หมัดที่คล้ายกับค้อนเหล็กได้ปะทะกับฝ่ายตรงข้ามเขาตรงๆ “แคร๊กกก” เสียงของกระดูกแตกสลายดังออกมา หมัดของยามแตกเป็นเสี่ยงก่อนที่เขาจะมีเวลาที่กรีดร้องออกมาเสียอีก เขาไม่ปล่อยโอกาสให้ยามตอบโต้แม้แต่น้อย ฉินเหวินเทียนปล่อยหมัดตรงไปที่หัวของยามต่อทันที อย่างไรก็ตามในชั่วอึดใจก่อนที่หมัดจะโดนยามเขาได้ยั้งมือลง เขาเพียงแค่ต้องการให้ยามสลบเท่านั้น ทว่าหัวของยามกลับระเบิดอยู่ดี

 

 

 

หลังจากทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ฉินเหวินเทียนได้โยนศพทั้งสองเข้าไปในบ้านเล็กๆที่ใช้สำหรับขังเขา หลังจากนั้นเขาถอดเสื้อเปลี่ยนกับยามคนหนึ่งก่อนที่จะเดินออกจากลานบ้านหายตัวไปในความมืด

 

 

 

หลังจากอยู่ที่นี้มาสามปีฉินเหวินเทียนก็คุ้นเคยกับกิจวัตรประจำวันยามกลางคืนของตระกูลไป๋เขาตั้งใจจะเลือกเส้นทางที่ห่างไกลหนีการลาดตระเวนยามค่ำคืน  หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เขาก็มาถึงประตูหลักของตระกูลไป๋

 

 

 

เสียงเท้าของเขาดังก้องสะท้อนออกมาขณะที่เดินไปทางประตู มันช่วยไม่ได้ที่ฉินเหวินเทียนจะกังวลเล็กน้อย ถ้าในขณะนี้ เขาถูกตระกูลไป๋จับ เขารู้ว่าไม่มีทางที่ไป๋ฉิงซงจะปล่อยเขาไปง่ายๆ

 

 

 

ราวกับบังเอิญ ขณะที่ฉินเหวินเทียนก้าวขาออกมาจากประตูหลัก เขาได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านหน้าเขากำลังเดินเข้ามา เขาไม่มีทางเลือกได้แต่ก้มหัวต่ำลงไม่ทำให้ตนเองสะดุดตาเท่าที่จะเป็นไปได้

 

 

 

“เจ้าเป็นใคร? ทำไมถึงทำตัวลับๆล่อๆ”เสียงเย็นชาที่คุ้นเคยมากลอยเข้ามาในหูทำให้ใจสั่นเล็กน้อยอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาพระเจ้าทรงเล่นตลกกับเขา? ไม่คิดว่าจะได้พบกันที่นี่

 

 

 

ชิวเซวียช่วยไม่ได้ที่จะสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่ฉินเหวินเทียนเงยหน้าขึ้นมา เธอถอยหลังไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

 

 

 

ขณะนี่ราวกับเวลาได้ถูกหยุดลงไปชั่วคราวขณะที่ทั้งสองคนมองันและกันอย่างนิ่งเงียบ ตั้งเริ่มที่ฉินเหวินเทียนได้สังเกตเห็นท่าทีของชิวเซวีย จากความตื่นตระหนกเล็กน้อยสู่ความสงบ เขายิ้มเบา ๆ แต่ก็รู้สึกผิดหวังในใจ ราวกับว่าเขาอ่านใจชิวเซวียได้ว่าคิดอะไรอยู่

 

 

 

“ขะ ข้า…..ไม่มีทางเลือก”ไป๋ชิวเซวีย อธิบาย ฉินเหวินเทียนเพียงแต่มองไปที่นางโดยไม่พูดอะไร เขาไม่เคยจินตนาการแบบนี้จะเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา

 

 

 

“เจ้าเสียเวลาไปกับการศึกษากี่ปีในเรื่องการกลั่นจิตดาราและยังเป็นขีดจำกัดของเจ้า  แต่สิ่งที่ใช้อยู่นั้น? เจ้าสามารถเป็นผู้ช่วยคนอื่นในการกลั่นจิตดาราได้ ตั้งแต่ต้น เจ้าถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องถูกข้าหลอกลวง”

 

 

 

ไป๋ชิวเซวีย ผมนางสีดำสนิทค่อยๆปลิวไสวไปตามสายลมทำให้เธอดูสวยงามยิ่งนัก ถึงกระนั้น ตอนนี้ฮินเหวินเทียนไม่มีอารมณ์ที่จะชื่นชมในเรื่องนี้เพราะหัวใจของเขาเย็นชาไปแล้วจากคำพูดของชิวเซวีย

 

 

 

“ดังนั้นนี่คือเหตุผลที่ตระกูลไป๋ ตอบแทนบุญคุญของข้าด้วยการหมายจะเอาชีวิตข้า?”

 

 

 

ไป๋ชิวเซวียไม่ต้องคำถามเขาและกล่าวย้อนไป”เย่หวู่เชวย ตอนนี้อายุสิบสามปี ได้เชื่อมสัมพันธ์กับดวงดาราในสวรรค์ชั้นที่สองและกลั่นจิตดาราได้เป็นครั้งแรก   อายุสิบห้า เขาก้าวเข้าสู้ขั้นไหลเวียนโลหิตและเปิดประตูดวงดาราบานที่สอง เขาเชื่อมสัมพันธ์กับดวงดาราในสวรรค์ชั้นที่สามกลั่นจิตดาราดวงที่สอง ตอนนี้เขาอายุสิบแปด เขาอยู่ขั้นที่แปดของขั้นไหลเวียนโลหิตด้วยและความหวังที่ยิ่งใหญ่เขาจะก้าวเข้าสู่ขั้นตำหนักหยวนก่อนอายุยี่สิบปี ระยะห่างระหว่างเขาและเจ้ากว้างนักเปรียบได้ดั่งสวรรค์และปฐพี เจ้าจะเทียบกับเขาได้อย่างไร?”

(ชื่อ WuQue แปลว่าความสมบูรณ์แบบหากอ่านชื่อผิดโปรดบอกด้วยนะครับ)

 

 

 

ฉินเหวินเทียนเข้าในถึงความที่อยู่ข้างในของคำพูดชิวเซวีย ผู้ที่ถูกเลือกในงานแต่งงานครั้งนี้น่าจะเป็นเย่หวู่เชวยมากที่สุด

 

 

 

“ เจ้าสามาถไปได้ตอนนี้ หลังจากที่เจ้าเคยช่วยข้ามาทั้งหมดข้าก็ไม่ใช่คนเย็นชาที่ไร้ความรู้สึกใดๆและจะไม่ก่อเรื่องทำให้เจ้าลำบากแน่นอน แม้ว่าเจ้าจะตาย ก็ไม่มีทางที่เจ้าจะมีผลต่อการแต่งงานระหว่างตระกูลไป๋และเย่ และในอนาคตพวกเราทั้งสอง ก็ถูกกำหนดให้เป็นคนที่อยู่ในโลกแตกต่างกัน ”หลังจากที่กล่าว ชิวเซวียก็เดินผ่านฉินเหวินเทียนไป ช่วยไม่ได้ที่ตอนนี้เขารู้สึกว่าชิวเซวียกลายเป็นคนแปลกหน้าสำหรับเขาไปแล้วหรือบางทีที่เป็นตัวตนของนางจริงๆตั้งแต่แรก เขาได้เพียงแต่ตำหนิตนเองที่ไม่สามารถมองฐาตุแท้ของนางได้ตั้งแต่แรก

 

 

 

“ชิวเซวีย”ฉินเหวินเทียนพูดแทรกขึ้นมา ทำให้ชิวเซวียหยุดเดินทันที

 

 

 

“สามปีก่อน บิดาของเจ้าไป๋ฉิงซง เป็นผู้ริเริ่มเสนอการแต่งงานกับตระกูลฉินของข้า พ่อบุญธรรมของข้าไม่ต้องการที่จะให้เรื่องนี้ส่งผลกระทบถึงเจ้าในอนาคตจึงตอบตกลง ภายใต้การตื้ออย่างเต็มที่ของไป๋ฉิงซงเขาจึงค่อยๆยอมรับ”

 

 

 

“ในช่วงสามปีที่ผ่านมาพ่อบุญธรรมของข้าได้ทำทุกอย่างที่เขาสามารถทำได้สำหรับตระกูลไป๋ของเจ้าโดยการหาทรัพยากรในการฝึกฝนช่วยตระกูลไป๋ตั้งหลักขึ้นมาใหม่และไม่เคยนึกเลยว่าพวกเขาจะหยิ่งหรือเอาแต่ใจต่อตระกูลไป๋และสำหรับข้าข้านับถือพวกเจ้าทั้งหมดเป็นญาติพี่น้องข้า”

 

 

 

“”เมื่อห้าวันก่อนข้าได้ช่วยเจ้ากลั่นจิตดารา แต่กลับเป็นตระกูลไป๋ที่ต้องการสังหารข้า ตอนนี้เจ้าบอกจะปล่อยข้าไปละไม่ก่อเรื่องทำให้ข้าลำบากคำพูดของเจ้านั้นไม่มีอะไรเลยเป็นเพียงแค่เรื่องตลกเรื่องหนึ่งเท่านั้น นี่ไม่ใช่คำตอบที่แสดงถึงการสำนึกบุญคุณแต่เป็นการถากถาง”คำพูดของฉินเหวินเทียนเต็มไปด้วยความเฉยเมยในขณะที่เขาเดินช้า ๆ”เจ้าถูกแล้ว เราถูกกำหนดให้อยู่ในโลกที่แตกต่างกันตั้งแต่แรกแล้ว”

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารได้ที่เพจและฝากกดไลคกดแชร์เพจด้วยนะคลิกเลย