0 Views

ร่องรอยของเสียงหัวเราะสามารถมองเห็นได้ในสายตาของฉินเหวินเทียน ขณะที่เย่หม่าเข้ามาหาเขาก็ลุกขึ้นยืนและกล่าวทักทาย”อาจารย์เย่หม่า”

 

 

 

“นั่งเถอะ”เย่หม่าจ้องไปที่ฉินเหวินเทียนขณะที่ยิ้มไปด้วย วันนี้ฉินเหวินเทียนสร้างเรื่องประหลาดใจเรื่องใหญ่ให้แก่เขา

 

 

 

“ฉินเหวินเทียน เจ้ากล้าหาญจริงๆ ไม่คิดว่าเจ้าจะกล้าสังหารอ้อฝนต่อผู้คนมากมายเช่นนั้น”เย่หม่ากล่าวต่อ”ตระกูลอ้อพวกเขาเป็นหนึ่งในชนชั้นสูงและมีทั้งพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ ข้าเกรงว่าการที่เจ้าสังหารอ้อฝนในวันนี้ จะสร้างความสนใจเป็นอย่างมากและพวกเขาก็เห็นรู้จักเจ้าแล้ว”

 

 

 

“ไม่ว่าอาจารย์เย่หม่าบอกข้าแล้วเหรอว่า ไม่ว่าจะสังหารหรือไม่สังหาร ความแข็งแกร่งและอำนาจของตระกูลอ้อก็ยังคงเหมือนเดิม”ฉินเหวินเทียนตอบปนหัวเราะ ตั้งแต่ที่อ้อฝน ได้ริเริ่มที่จะสังหารเขาในป่าทมิฬมันจะไม่มีการประนีประนอมระหว่างพวกเขาอย่างแน่นอนอยู่แล้ว แน่นอนว่าฉินเหวินเทียนไม่คาดหวังความเมตตาจากตระกูลอ้อแม้ว่าเขาจะไว้ชีวิตของอ้อฝน

 

 

 

“มันอาจจะเป็นเช่นนั้น แต่มันก็อันตรายอย่างมากก่อนที่เจ้าจะปลดปล่อยดวงดาราของเจ้าและแสดงพรสวรรค์ออกมา แต่ขอบคุณพระเจ้า ที่คลื่นความอลหม่านทั้งหมดเหล่านี้ได้ผ่านไปชั่วคราว แม้ว่าตระกูลอ้อหรือตระกูลเย่ต้องการจัดการกับเจ้า พวกเขาจะยังคงต้องพิจารณาจุดยืนของสำนักจักรพรรดิดาราของเรา”

 

 

 

เย่หม่าหัวเราะ”แน่นอน ความแข็งแกร่งของเจ้ายังคงเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม หอกในช่วงที่สว่างของวันสามารถหลบได้อย่างง่ายดาย แต่ลูกศรในความมืดนั้นยากที่จะป้องกันได้ หากพวกเขาต้องการที่จะสังหารใครสักคน จะมีวิธีการมากมายให้พวกเขาทำโดยไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้ ดังนั้นวิธีการดีที่สุดสำหรับในตอนนี้คือรีบเพิ่มระดับการฝึกตนของเจ้าระมัดระวังในทุกครั้งที่เจ้าออกไปนอกบริเวณสำนัก”

 

 

 

“ข้าเข้าใจ”ฉินเหวินเทียนพยักหน้า

 

 

 

“โอ้ใช่ ข้ามีที่นี้เพราะข้าต้องการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสำนักจักรพรรดิดารา ประวัติความเป็นมาของสำนักจักรพรรดิดาราของเรานั้นยาวนานกว่าของประเทศฉู ผู้ก่อตั้งของเรามีนามว่าจักรพรรดิวิริเดียน มีคนกล่าวว่าเมื่อ 3,000 ปีที่แล้ว ผู้ฝึกตนดวงดารานั้นใช้มือนับได้ ดังนั้นจักรพรรดิ วิริเดียน จึงได้ก่อตั้งสำนักจักรพรรดิดารา ประกาศยุคใหม่ของผู้ฝึกตนดวงดารา”

 

 

 

เย่หม่ากล่าวต่อ” “ปัจจุบันสำนักจักรพรรดิดารา ได้รับการฝึกฝนอย่างเต็มที่โดยผู้ฝึกตนดวงดารา การปกครองในเบื้องบนประกอบด้วย อาจารย์ใหญ่ 3รองอาจารย์ใหญ่ 9ผู้ผู้อาวุโสสูงสุด 36ผู้อาวุโสรวมทั้งผู้อาวุโสที่ไม่เป็นที่รู้จักและคนอื่นๆที่เหลือเป็นศิษย์ทั้งหมด”

 

 

 

“ศิษย์ของสำนักจักรพรรดิดาราจะได้รับการพิจารณาว่าสำเร็จการเป็นศิษย์เมื่อหลังจากที่ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นหยวนฝู่ แม้ว่าในเหล่าผู้ที่มาสมัครนั้นมีเพียงไม่กี่ร้อย คนส่วนใหญ่ต้องการเวลาที่ยาวนานก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้าไปในขั้นหยวนฝู่ เมื่อใดก็ตามที่ศิษย์คนใดได้สำเร็จจากการเป็นศิษย์และก้าวเข้าสู่ขั้นหยวนฝู่พวกเขาก็สามารถที่จะกลายเป็นแขกผู้อาวุโสของสำนักได้หากต้องการ”

 

 

 

“แม้แต่แขกผู้อาวุโสทุกคนอยู่ที่ขั้นหยวนฝู่?”ฉินเหวินเทียนตกใจ ความแข็งแกร่งของสำนักจักรพรรดิดารานั้นน่ากลัวเกินไป

 

 

 

 

“ใช่ แขกอาวุโสเหล่านี้เป็นศิษย์ภายใต้36ผู้อาวุโส หลังจากพวกเขาล่ำเรียนเสร็จ ยังมีบางคนที่ยังอยากจะอยู่ในสำนักเพื่อการฝึกตน  หากเป็นกรณีนี้ พวกเขาจะเข้ารับตำแหน่งเป็นแขกผู้อาวุโส ช่วยเหลืออาจารย์ในการแนะนำศิษย์ใหม่ อย่างไรก็ตามในกลุ่มศิษย์ใหม่ มีเพียง30อันกับแรกในการแข่งขันจัดอันดับเท่านั้นจึงมีสิทธิ์เลือกหนึ่งใน36ผู้อาวุโสเป็นอาจารย์ สำหรับศิษย์ส่วนที่เหลือ พวกเขาจะได้รับการสอนและชี้นำโดยโดยแขกผู้อาวุโสภายใต้1ใน36ผู้อาวุโส”

 

 

 

“แน่นอนว่า อย่าได้ประมาทแขกผู้อาวุโส แขกผู้อาวุโสบางคนได้เหนือกว่าอาจารย์เดิมๆในด้านการฝึกตนไปแล้ว”เย่หม่ายิ้มขณะที่เขาแนะนำเรื่องจริงเกี่ยวกับสำนักจักรพรรดิดาราให้กับฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อ

 

 

 

ทั้งสองคนเข้าใจ หากในอนาคต ศิษย์พี่หลัวฮว่านหรือศิษย์พี่ซานก้าวเข้าสู่ขั้นหยวนฝู่ พวกเขาสามารถเลือกที่จะกลายเป็นแขกผู้อาวุโสภายใต้เย่หม่าได้

 

 

 

“ข้ายังไม่ได้ยอมรับศิษย์คนใดในหมู่ศิษย์ชุดใหม่นี้ เจ้าทั้งสอง อยากจะกลายเป็นศิษย์ข้าไหม?”เย่หม่ามองไปหาทั้งฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อ ในที่สุดก็เผยให้เห็นถึงเจตนาในการที่เขามา

 

 

 

ฉินเหวินเทียนพยักหน้าตอบตกลง เหตุผลทั้งหมดที่เขามาที่สำนักจักรพรรดิดาราในตอนแรกก็เป็นเพราะเย่หม่า แน่นอนว่าเขาจะกลายเป็นศิษย์เย่หม่า ถึงกระนั้น ฟ่านเล่อกำลังงุ่นง่านอยู่ เขาหัวเราะเล็กน้อยก่อนที่จะกล่าว”ลูกพี่ ข้าคิดว่า36ผู้อาวุโสของสำนักจักรพรรดิดาราจะต้องต่อสู้กันเพื่อจะได้รับเจ้าเป็นศิษย์ในตอนนี้  ทำไมเราไม่วางเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วค่อยพิจารณาอย่างช้าๆในขณะที่เรายอมรับ”ของขวัญศิษย์ใหม่”จากเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายเพื่อวัดความจริงใจของพวกเขา?”

 

 

 

 

เย่หม่าพลันตะลึงงันเมื่อได้ยินคำพูดของฟ่านเล่อและมองไปที่การแสดงออกที่ร้ายกาจและไร้ยางอายบนหน้าของฟ่านเล่อ เย่หม่าอยากทุบตีฟ่านเล่อจริงๆ ฟ่านเล่อผู้นี้อยากจะรีดไถผู้อาวุโสกลางวันแสกๆ ช่างไร้มารยาทนัก!

 

 

 

เมื่อหันไปเย่หม่ายังคงเห็นฉินเหวินเทียนยิ้มให้เขาทำให้เขายิ่งเกลียดฟ่านเล่อมากขึ้น เขาหยิบตำราลับสองเล่มออกมาจากภายในเสื้อคลุมของเขา ส่งไปให้ฉินเหวินเทียนในขณะที่เขาตอบ “หนึ่งในนั้นคือวิธีการฝึกตนปลูกในขณะที่อีกอันหนึ่งคือวิชาดั้งเดิม วิธีการฝึกตนสามารถถือได้ว่าเป็นวิชาการฝึกตนชั้นยอดของขั้นหยวนฝู่และเพียงพอที่จะสนับสนุนการฝึกตนของเจ้าจนกว่าจะก้าวเข้าสู่ขั้นหยวนฝู่  วิชาดั้งเดิมสามารถถือเป็นวิชาขั้นปฐพีระดับกลาง วิชาระดับกลางและมีเฉพาะขั้นหยวนฝู่เท่านั้นที่จะสามารถปลดปล่อยพลังเต็มที่ได้อย่างแท้จริง ดังนั้นมันจึงนับว่าค่อนข้างยากที่จะฝึกฝน  รับไป ให้พวกมันเป็น ของขวัญศิษย์ใหม่”

 

 

 

วิธีการฝึกตนอาจถูกแยกโดยขั้นการฝึกตนของเขา  สำหรับวิธีฝึกตนขั้นหยวนฝู่ มันก็พียงพอที่จะสนับสนุนผู้ฝึกตนไปสู่ขั้นหยวนฝู่ได้ สำหรับวิธีการตนขั้นอาณาจักรสวรรค์ มันก็จะสามารถให้การสนับสนุนผู้ฝึกตนได้มากพอที่จะทำให้เขาสามารถก้าวเข้าสู่ขั้นอาณาจักรสวรรค์ได้

 

 

 

วิชาดั้งเดิมสามารถจำแนกออกเป็น 3ระดับซึ่งมี9ชั้นที่แตกต่างกัน 3ระดับที่แตกต่างกันคือ มนุษย์ ปฐพีและระดับสวรรค์ ในขณะที่9ชั้นที่แตกต่างคือต่ำ กลางและสูง แต่ละชั้นแบ่งออกเป็นสามระดับ

 

 

 

วิชาขั้นมนุษย์หมายถึงใช้โดยผู้ฝึกตนขั้นไหลเวียนโลหิต ขณะที่วิชาขั้นปฐพีนั้นสำหรับผู้ที่อยู่ขั้นหยวนฝู่

 

 

 

 

“ท่านอาจารย์ ข้าขอบคุณมาก”ฉินเหวินเทียน ไม่รีรอที่จะสุภาพอีกต่อไปยอมรับของขวัญทั้งสองทันทีขณะที่เขาตะโกนออกมา”ท่านอาจารย์” ด้วยความเสน่หาและความหลงใหล ทำให้เย่หม่ากลิ้งกลอกดวงตา แต่ไม่นานต่อจากนั้น แม้กระทั่งเย่หม่าก็ยังไม่สามารถเก็บเสียงหัวเราะได้ขณะที่เขาหัวเราะออกมา เรื่องฉินเหวินเทียนตอนนี้นับว่าเสร็จแล้ว

 

 

 

“อ่ะแห่ม..ท่านอาจารย์ แล้วข้าล่ะ?”ฟ่านเล่อกระพริบตาขณะที่มองไปที่เย่หม่า

 

 

 

เย่หม่าเหลือบไปมองที่ฟ่านเล่อในขณะที่ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา”สำหรับเจ้า หากเจ้าต้องการเป็นศิษย์ของข้า ข้าคิดว่าข้าต้องพิจารณาก่อน”

 

 

 

“อย่าทำเช่นนี้ท่านอาจารย์ ข้ารู้ว่าข้าทำผิดเมื่อสักครู่”ฟ่านเล่อสีหน้าทรุดหนักทันทีทำให้เย่หม่าและฉินเหวินเทียนหัวเราะออกมาอย่างเอิกเกริก ฟ่านเล่อ ผู้นี้ไร้ยางอายจริงๆ

 

 

 

“เจ้าอ้วน ข้ามีวิธีการฝึกตนที่เหมาะสมกับตัวเองแล้ว ดังนั้นวิธีการฝึกตนนี้สำหรับเจ้า”ฉินเหวินเทียนส่งวิชาการฝึกตนขั้นหยวนฝู่ไปให้ฟ่านเล่อแต่ยังคงเก็บวิชาดั้งเดิมไว้

 

 

 

“ขอบคุณ วิชาดั้งเดิมอะไร?”ฟ่านเล่อถามอย่างใจจดใจจ่อก่อนที่ฉินเหวินเทียนจะตอบ”พันมือประทับ”

 

 

 

“วิชาดั้งเดิมนี้ยากมากที่จะฝึกฝนและเมื่อถึงขีดสูงสุดผู้ใช้จะสามารถปลดปล่อยฝ่ามือประทับนับพันออกมาได้ พลังนั้นสามารถบรรยายได้เพียงว่า ผืนปฐพีต้องสั่นสะเทือน! ผู้อาวุโสเชียนโฉ่ว(พันมือ)มีชื่อเสียงเพราะเขาฝึกฝนวิชานี้และจึงได้รับฉายาว่า”พันมือ” ฉินเหวินเทียน เจ้าต้องใช้ความพยายามและฝึกฝนมัน”

 

 

 

“ขอรับ ข้าจะทำแน่นอน”ฉินเหวินเทียนพยักหน้าตกลง เขาใกล้เกือบจะบรรลุที่จะเชี่ยวชาญหมัดปราบมังกรและสำหรับวิชาฝึกตน เขามีวิธีการปรับแต่งจิตวิญญาณและวิชาแห่งความฝัน ตอนนี้เขามีวิชาอีกอย่างหนึ่งที่เรียกว่าพันมือประทับ มันคงไม่มีอะไรดีไปกว่านี้แล้ว

 

 

 

“เหรียญหยกเหล่านี้สำหรับเจ้าทั้งสอง เจ้าทั้งสองควรใช้เวลาที่อยู่ในนี้หนึ่งเดือนมุ่งเน้นการฝึกตน  หลังจากที่ที่เจ้าทั้งสองได้รับการปล่อยตัวแล้ว ข้าจะขอให้ผู้อาวุโสเหล่าเติมเจ้าเข้าไปในสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของสำนักจักรพรรดิดาราเรา”

 

 

 

เย่หม่าก็จากไปไม่นานหลังจากนั้น ในขณะที่ฟ่านเล่อไปฝึกฝนวิชาฝึกตนขั้นหยวนทันที

 

 

 

ฉินเหวินเทียนพลิกหน้าตำราไปมา เมื่อดูพื้นๆแล้ววิชานี้ดุเหมือนจะดูง่ายมาก วิชาประทับมีเพียง5วิธี ฝ่ามือเพชร ฝ่ามือคลื่นสมุทร ฝ่ามือแห่งความว่างเปล่า ฝ่ามือโดดเดี่ยว และฝ่ามือประทับพันมืออันยิ่งใหญ่!

 

 

 

ทักษะประทับแรก ประทับเพชรเน้นความแข็งแกร่งที่ศาลและมีพลังไม่ที่สิ้นสุด ทักษะประทับที่2 ประทับสมุทรโคจร หมายถึงคลื่นที่ไม่มีที่สิ้นสุดแระแสมหาสมุทรที่กำลังไหลพุ่งด้วยความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  มีความอ่อนผสมกับแข็ง….ตลอดจนถึงพันมือประทับ ทุกครั้งที่เจ้าโจมตีจะปล่อยแรงกดดันออกมาทุกครั้ง พลังที่ถูกปลดปล่อยออกมาโดยวิชานี้นั้นคล้ายกับพระโพธิสัตว์พันมือที่มีอำนาจที่ยากจะต่อต้านทั้งสวรรค์และปฐพี …….

 

 

 

“วิชาประทับพันมือนี้แม้ว่าจะมีความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดาแต่มันก็แลกมาด้วยการเผาผลาญพลังที่มากมายเช่นกัน ใช้พลังหยวนภายในร่างจะก่อรูปให้เป็นประทับพันฝ่ามือที่น่าพรั่นพรึง”ฉินเหวินเทียนพึมพำ วิชานี้แข็งแกร่งมาก แต่ใช้พลังงานมากเกินไป

 

 

 

“วิธีการปรับแต่งจิตวิญญาณ ตราประทับศักดิ์สิทธิ์”ฉินเหวินเทียน คิดถึงความเป็นไปได้ในระยะยาว ระดับแรกของวิธีการปรับแต่งจิตวิญญาณ จำเป็นต้องใช้ระดับแรกของตราประทับศักดิ์สิทธิ์ในการแปรเปลี่ยนพลังดวงดาราในร่างกายให้เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ ถ้าเป็นกรณีนี้ หากเขาใช้ระดับแรกของตราประทับศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นรูปฝ่ามือเพื่อช่วยในการแปรเปลี่ยนพลังงานของเขานอกเหนือจากเทคนิคนี้ด้วยวิชาประทับพันมือไม่ใช่ว่าความแข็งแกร่งที่ปลดปล่อยออกมาจะน่ากลัวกว่าเดิม?

 

 

 

ในขณะที่เขาคิดถึงเรื่องนี้หัวใจของฉินเหวินเทียนเริ่มตื่นเต้น ในความทรงจำของเขามีตราประทับศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นรูปฝ่ามือ  ประเภทของตราประทับศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นส่วนสำคัญที่ใช้ในการสร้างถุงมือศักดิ์สิทธิ์เพื่อเพิ่มพลังการโจมตี

 

 

 

ด้วยความคิดของเขา ฉินเหวินเทียนเริ่มดำเนินแผนของเขาและเริ่มฝึกตนโดยใช้วิธีการปรับแต่งจิตวิญญาณ

 

 

 

วิธีการปรับแต่งจิตวิญญาณนี้เป็นเรื่องยากมากที่จะฝึกและใช้พลังดวงดารามากมาย แต่มันก็เพียงพอเพื่อสลักประทับตราศักดิ์สิทธิ์โดยใช้พลังงานดาราจำนวนมากและหลังจากนั้น ใข้วิธีพิเศษอย่างหนึ่งที่มีขนาดกะทัดรัดเพื่อบีบอัดและปรับแต่งพลังงานดวงดาราเป็นพลังศักดิ์สิทธิ์เม็ดเล็กๆแล้ว เก็บไว้ภายในจุดฝังเข็ม ช่วงเวลาของกระบวนการทั้งหมดนี้ช้ามากและไม่นานหลังจากนั้นฉินเหวินเทียนก็ค่อยๆตกลงไปสภาวะแห่งความฝันขั้นต้น ในขณะที่เขารวมและปรับแต่งพลังดาราในขณะที่เขาหลับ

 

 

 

ในสภาวะฝันขั้นต้นอัตราการดูดซึมพลังดวงดาราจาก9ชั้นสวรรค์จะเพิ่มขึ้นหลายเท่า อัตราการดูดซึมจะเพิ่มขึ้นตามลําดับหากใครเข้าสู่สภาวะแห่งความฝันขั้นกลางหรือขั้นลืมเลือน วิธีนี้สามารถชดเชยระยะเวลาในการฝึกตนโดยใช้วิธีการปรับแต่งจิตวิญญาณได้ แน่นอนว่าเขาต้องการหินอุกกาบาตหยวนมากกว่านี้เพื่อให้มันสมบูรณ์  หลังจากนี้หนึ่งเดือน ฉินเหวินเทียนจะต้องคิดวิธีการเพิ่มเติมเพื่อให้หินอุกกาบาตหยวนช่วยเขาในการฝึกตน

 

 

 

เมื่อเวลาผ่านไปฉินเหวินเทียนค่อยๆเริ่มเข้าใจแก่นแท้ของวิธีการปรับแต่งจิตวิญญาณและความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  บางครั้งเขาจะอยู่ในสภาวะนอนหลับสามถึงสี่วันก่อนที่เขาจะตื่นขึ้นมาเพื่อฝึกสภาวะแห่งความฝัน นี้แน่นอนว่าทำให้ฟ่านเล่อเบื่ออย่างมากเกือบจะถึงจุดบ้าด้วยความเบื่อ เขาต้องการที่หลุดออกจากการจองจำอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อที่เขาจะได้ออกไปและคลุกคลีกับศิษย์สวยๆของสำนัก!

 

 

 

ช่วงเวลาหนึ่งเดือนกำลังใกล้ถึงจุดสิ้นสุด…และฉินเหวินเทียนตัดสินใจเลือกนอนในศาลา แสงดวงดาราสาดส่องลงมาบนร่างกายของเขาในขณะที่เขาดูดกลืนพลังดวงดาราไม่สิ้นสุด ในเส้นลมปราณดวงดาราของเขามีก้อนที่ไหลเป็นห้วงๆของพลังดวงดารารวบเข้าด้วยกันและเขาก็ควบแน่นพลังงานเป็นรูปประฝ่ามือ ก่อนที่จะอัดแน่นและปรับแต่งมัน  ในท้ายที่สุดเขาก็ให้มันไหลผ่านเส้นปราณโคจรดวงดาราและเก็บพลังศักดิ์สิทธิ์ไว้ภายในจุดฝั่งเข็มของเขา

 

 

 

ในช่วงเดือนแห่งการฝึกตนนี้ ฉินเหวินเทียนได้ฝึกตนอย่างไม่ลดละโดยใช้วิธีการปรับแต่งจิตวิญญาณอย่างสมบูรณ์แบบในระดับแรกและได้เข้าใจแนวคิดเบื้องหลังประทับเพชร ในเวลาเดียวกันเขาขยายจุดฝั่งเข็มของเขาทำให้สามารถเก็บพลังงานดวงดาราได้มากขึ้น เมื่อการขยายอยู่ในระดับสูงสุดแล้วจะเป็นวันที่เขาทะลวงไปสู่ระดับที่2ขั้นไหลเวียนโลหิต

 

 

 

เห็นได้ชัดว่ามันยากมากที่จะก้าวไปสู่ระดับต่อไปในขั้นไหลเวียนโลหิตเมื่อเทียบกับขั้นฝึกกายเขาต้องการเวลาในการทำให้มั่นคงและรวบรวมพลังดวงดารา ในเวลาเพียงหนึ่งเดือนความสามารถในการจัดเก็บของเขาก็เพิ่มสูงขึ้น 6-7 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาที่เขาทะลวงครั้งแรก แต่แม้จะทำเช่นนั้นเขาก็ยังไม่สามารถเชื่อมต่อกับขั้นไหลเวียนโลหิตระดับ2ได้

 

 

 

จากนี้จะเห็นได้ว่าระหว่างแต่ละระดับของขั้นไหลเวียนโลหิตมีขนาดใหญ่มาก ฉินเหวินเทียนสามารถเอาชนะอ้อฝนได้ เพราะความแข็งแกร่งที่ระเบิดออกมาจากเขา แต่ถ้าพวกเขาต้องสู้แบบยืดเยื้อแน่นอนว่าเขาต้องแพ้ เพราะปริมาณของพลังดวงดาราที่สามารถเก็บไว้ภายในร่างกายของเขานั้นน้อยเกินไป

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย