0 Views

หลังจากที่ฉินเหวินเทียนกลั่นจิตดาราดวงที่2 จิตดาราแห่งความฝัน เขาใช้วิชาการฝังเข็มของเขาอีกครั้งเพื่ออำพรางความสว่างไสวของจิตดารา ถึงกระนั้นครั้งนี้เขาไม่สามารถระงับความสว่างได้มากนัก ได้แต่เพียงลดความเข้มของรัศมีสีทองลง

 

 

 

ฉินเหวินเทียนคิดอย่างนี้มาก่อน มันขึ้นอยู่กับอำนาจของตระกูลเย่ในนครหลวง ถ้าเขาไม่แสดงความสามารถเพียงพอที่จะดึงดูดความสนใจของผู้อาวุโสสำนักจักรพรรดิดารา มันจะเป็นเรื่องยากมากสำหรับเขาที่จะอยู่คนเดียวต่อสู้กับทั้งนครหลวง เขาไม่กล้าที่จะปลดปล่อยความสว่างไสวอันบริสุทธิ์ของจิตดาราจากสวรรค์ชั้นที่5 เพราะถ้าพรสวรรค์ของเขาแสดงให้เห็นว่าเป็นสิ่งที่น่ากลัวเกินไป ฝ่ายตรงข้ามของเขาจะต้องพยายามที่จะสังหารเขาโดยไม่คำนึงถึงความเสียหายใดๆอย่างแน่นอน

 

 

 

ดังนั้นความกังวลของเขาจึงนำไปสู่สถานการณ์ปัจจุบัน

 

 

 

“ข้าได้ผ่านการทดสอบของอาจารย์เย่หม่าในนครประสานนภาแล้วและเนื่องจากคำสัญญาของสำนักจักรพรรดิดารา ข้าต้องเดินทาง2-3หมื่นลี้ รีบมาที่สำนักจักรพรรดิดาราในนครหลวงเพื่อลงสมัครใครจะคิดว่าเจนัสจะไม่เพียง แต่ยับยั้งสิทธิของข้าที่จะได้เหรียญหยกของสำนักจักรพรรดิดารา แต่ยังต้องการให้เข้าร่วมการทดสอบในการฝึกที่จัดโดยสัมพันธมิตรทั้ง9สำนัก ข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับ”

 

 

 

ในความเงียบสงัดราวกับความตายนี้ ฉินเหวินเทียนกล่าวออกมาโดยไม่มีใครขัดขวาง มีเพียงเสียงของเขาสะท้อนผ่านอากาศ

 

 

 

“ในการทดสอบ อ้อฝนรวบรวมคนอื่น ๆ ติดตามเราและพยายามหาวิธีมากมายที่จะสังหารข้าและฟ่านเล่อ พวกเขาเกือบจะทำสำเร็จ แต่โชคดีสำหรับเราที่ฟ่านเล่อได้ปลุกขีดจำกัดสายเลือดซึ่งช่วยให้เราสามารถเอาชนะอ้อฝนได้ เราได้เปลี่ยนบทบาทผู้ถูกล่ากลายเป็นผู้ล่าแทน”

 

 

 

“ถึงกระนั้น อ้อชน ปรากฏตัวขึ้นในขณะนี้และเปลี่ยนจากสีดำเป็นสีขาว บอกว่าฟ่านเล่อและข้าต้องการที่จะสังหารศิษย์สำนักเดียวกัน  แต่เป็นอ้อชนต้องการที่จะสังหารเราแทน! ดังนั้นตอนนี้ ข้าจะถามคำถามนี้กับท่าน ใครในสำนักจักรพรรดิดาราจะช่วยให้เราสามารถได้รับความยุติธรรมในช่วงเวลานั้นได้?”

 

 

 

“หลังจากนั้นอ้อฝนก็ถึงผู้เชี่ยวชาญในขั้นไหลเวียนโลหิตมาอีกครั้งทำให้เราต้องหนีไปอยู่ในบริเวณที่ต้องห้ามภายในป่าทมิฬ  โชคดีที่มีเทพีแห่งโชคยิ้มให้เราและทำให้เรากลับมาแบบมีชีวิตหลังจากหลายวัน สิ่งแรกที่เราต้องการจะทำหลังจากที่รอดตายคือการกลับไปที่สำนักจักรพรรดิดาราและทำให้การสมัครของเราเสร็จสิ้น  ใครจะคิดว่าอ้อฝนจะปรากฏตัวและเติมเต็มหัวใจของเราด้วยความโกรธและความเกลียดชัง? กำลังมองหาความยุติธรรมที่ข้าสังหารอ้อฝน? ข้าอยากถามท่านว่ามีอะไรที่ผิดปกติกับการกระทำของข้า?”

 

 

 

นอกเหนือจากการแสดงพรสวรรค์ของเขาแล้ว ฉินเหวินเทียน ให้รายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในป่าทมิฬ การรับรู้ของผู้คนเริ่มแปรเปลี่ยนไปและผู้ชมบางคนก็เริ่มคิดว่าการกระทำของฉินเหวินเทียนเป็นไปอย่างถูกต้อง ไม่มีอะไรผิดปกติกับสิ่งที่เขาทำ

 

 

 

และสอดคล้องกับคำพูดของฉินเหวินเทียน ไม่เพียงแต่พรสวรรค์ของเขานั้นพิเศษเจ้าอ้วนฟ่านเล่อก็มีขีดจำกัดสายเลือดเช่นเดียวกันทำให้เขาเป็นอัจฉริยะที่น่ากลัวอีกคนหนึ่ง หากเป็นเช่นนั้น สำนักจักรพรรดิดาราก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเหนือจากการพิจารณาขั้นตอนที่พวกเขาต้องการ

 

 

 

“หากสำนักจักรพรรดิดารายังคงพบว่าข้ามีความผิด ข้าจะเพิกถอนสถานะศิษย์ของข้าในสำนักจักรพรรดิดาราเพราะข้ายังไม่ได้รับเหรียญหยกดังนั้นข้าจึงไม่สามารถถือว่าเป็นหนึ่งในศิษย์ของพวกท่านได้ ในเรื่องของการสังหารอ้อฝน เพียงแค่ปฏิบัติเหมือนผู้คนธรรมดาที่มาที่นี่เพื่อหาทางแก้แค้น”ฉินเหวินเทียนกล่าวต่อ”ตอนนี้ ท่านต้องการทำอย่างไร?”

 

 

 

เมื่อเสียงของเขาจางหายไป…แสงของจิตดาราก็ค่อยๆหายไป ถึงกระนั้น หัวใจของผู้ชมก็ยังคงอยู่ในความสับสนวุ่นวายไม่สามารถสงบลง

 

 

 

“ข้าเย่หม่า ได้รับศิษย์ที่โดดเด่นที่สุด หากสำนักจักรพรรดิดาราต้องการขับไล่เขาหรือคิดว่าเขามีความผิด ข้าก็คงไม่มีมีความหมายใดๆเหลืออยู่ที่นี้ในฐานะอาจารย์” เย่หม่าจ้องไปเชียนโฉ่วขณะที่เขากล่าวออกมาอย่างไม่แยแส นี้ทำให้ความกดดันทั้งหมดลงบนบ่าของเชียนโฉ่วทันที ทำให้เขาอยู่ในตำแหน่งที่ยากลำบาก

 

 

 

ในขณะนี้ เขาไม่ได้มีกะจิตกะใจใช้กฎระเบียบกับฉินเหวินเทียน หากเขาทำ เขาเกรงว่าพวกระดับสูงของสำนักจักรพรรดิดาราคงจะโทษเขาทั้งหมด อาจมีเพียงไม่กี่คนที่เฝ้าดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เชียนโฉ่วรู้สึกหดหู่ ถ้าเขาจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ จะมีการแสดงความคิดเห็นที่ไม่ชอบใจมากมาย

 

 

 

แต่แน่นอน คนที่รู้สึกหดหู่ที่สุดนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเจนัส ในตอนที่ฉินเหวินเทียนแสดงจิตดาราทั้งสองออกมาเขาก็รู้แล้วทันทีว่าไม่มีทางที่ฉินเหวินเทียนจะตายในวันนี้ ไม่เพียงเท่านั้น เหล่าเบื้องบนคงจับจ้องไปที่ฉินเหวินเทียนอย่างแน่นอน

 

 

 

เจนัส ได้กลายเป็นคนโง่เง่าที่ไปกระทำผิดต่อคนที่มีศักยภาพที่น่ากลัวมหาศาล

 

 

 

และมีอ้อชน ผู้ซึ้งเกลียดฉินเหวินเทียนอย่างมากและไม่สามารถทนรอที่จะฉีกเขาเป็นชิ้นๆได้  ปัญหาของเขามาจากเขาเอง เขาต้องการที่จะสร้างคุณงามความดีต่อเย่หวู่เชวยโดยกำจัดเสี้ยนหนามเล็กๆให้ สำหรับเขานี่ไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำให้สำเร็จ  แต่อ้อชนก็ไม่คิดว่าแม้กระทั้งน้องชายของเขาก็กลับตายแทนฉินเหวินเทียน แต่ถึงกระนั้น ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าการกระทำของฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อไม่ยุติธรรมและดังนั้นมันทำให้เขารู้สึกเกลียดฉินเหวินเทียน อ้อชนโกรธอย่างมาก เขาจะอธิบายเรื่องนี้กับตระกูลของเขาได้อย่างไร?

 

 

 

“ไร้สาระ!”ในขณะนี้ เชียนโฉ่วก็ได้กล่าวออกมา ด้วยความประหลาดใจของทุกคนคำพูดของเขานั้นตรงไปที่ฉินเหวินเทียน

 

 

 

“นี่เป็นเรื่องไร้สาระ! เนื่องจากเจ้าได้ตัดสินใจที่จะเข้ารับการทดสอบของสำนักจักรพรรดิดาราและไปเข้าร่วมการฝึกฝนในป่าทมิฬ เจ้าจะไม่สามารถเป็นศิษย์ของสำนักได้อย่างไร?”เชียนโฉ่วตำหนิฉินเหวินเทียนและกล่าวต่อ”เหรียญหยกเป็นเพียงขั้นตอนเล็กๆ ไม่ต้องไปสนใจมัน เนื่องจากเจ้าได้รับเลือกโดยสำนักจักรพรรดิดาราแล้วจึงหมายความว่าเจ้าได้เป็นศิษย์เรียบร้อยแล้ว”

 

 

 

“”และด้วยเหตุนี้ผู้อาวุโสคณะกรรมการวินัยมีสิทธิ์ในการลงโทษเจ้า แม้ว่าเจ้าจะบอกว่าเป็นการแก้แค้น เจ้าก็ยังสร้างความสับสนวุ่นวายมากมายลกาชื่อเสียงของอ้อชนและอ้อฝนลงดิน ข้าขอตัดสินให้เจ้าถูกจองจำเป็นเวลา1เดือน!และในเวลาเดียวกัน ข้าจะเริ่มการตรวจสอบอย่างละเอียดเกี่ยวกับเรื่องต่างๆในป่าทมิฬ หากเป็นอย่างที่เจ้ากล่าวมา ข้าจะถือว่าเป็นการแข่งขันส่วนตัวระหว่างเจ้าและอ้อฝน มันหมายความว่าเจ้าไม่ได้แหกกฏของสำนัก”

 

 

 

“แน่นอน หากว่าสิ่งที่เจ้ากล่าวเป็นคำเท็จ เมื่อนั้นข้า..ข้า..ข้าจะ…ข้าจะ…..”เชียนโฉ่วพูดติดๆขัดๆ เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดถึงการลงโทษที่ควรให้ เขาหยุดไปชั่วครู่ก่อนที่จะกล่าวเพิ่ม”เราจะกำหนดโทษของเจ้าในวันหลัง สำหรับเจ้า ตามข้ามาก่อน”

 

 

 

“อุ๊ป……”หลัวฮว่านรีบเอามือปิดปากเพื่อไม่ให้เสียงหัวเราะหลุดออกมา พลันปรากฏร่องรอยแห่งความสุขในสายตาของนาง  นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นผู้อาวุโสเชียนโฉ่วลำเอียงในสถานการณ์ที่อักอ่วนเช่นนี้

 

 

 

แม้ว่าเชียนโฉ่วดูเหมือนจะตำหนิฉินเหวินเทียน ในความเป็นจริงเจตนาที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของเขาทุกคนต่างรู้กันหมด ไม่จำเป็นว่าฉินเหวินเทียนจะโกหกเรื่องนี้ในป่าทมิฬหรือไม่เพราะมันจะไม่มีผลสะท้อนต่อการสังหารอ้อฝน อ้อฝนได้ตายไปเปล่า ๆ

 

 

 

นอกจากนี้ ตั้งแต่ที่เชียนโฉ่วได้เน้นย้ำว่าฉินเหวินเทียนเป็นศิษย์ของสำนักความตั้งใจของเขาเป็นที่ประจักษ์ชัด

 

 

 

ทั้งฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อต่างมีประกายแวววาวในแววตา วันนี้ ในที่สุดพวกเขาก็ได้คายความอัปยศออกมาคำหนึ่ง

 

 

 

ถึงกระนั้น แววตาของอ้อชนก็ยังดูโกรธเคืองเหมือนเดิม

 

 

 

ฟ่านเล่อคิดอยู่เงียบๆว่าหากเขาจัดการอ้อชนด้วย มันก็จะสมบูรณ์แบบ

 

 

 

แต่แน่นอนว่าเจ้าอ้วนได้แต่คิดเพียงเท่านั้น อย่างไรก็ตามเขานั้นยังไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอ หลักปรัชญาของเจ้าอ้วนนั้นคือ สำหรับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าเขาแม้จะช้าไปสิบปีก็ยังไม่สายเกินไปสำหรับสุภาพบุรุษที่ต้องการแก้แค้น

 

 

 

สำหรับคนที่เขามีพลังพอที่จะรับมือได้ หลักปรัชญาของเขาก็คือวีรีบุรุษจะไม่รีรอในการแก้แค้น

 

 

 

ดังนั้น ในเรื่องอ้อฝน เจ้าอ้วนเลือกที่จะเป็นวีรบุรุษ แต่สำหรับอ้อชน เจ้าอ้วนตัดสินใจที่จะเป็นสุภาพบุรุษ

 

 

 

“และสำหรับเจ้าจะถูกจองจำพร้อมกับฉินเหวินเทียน เพื่อให้เจ้าทั้งสองคำนึงถึงการกระทำของเจ้า”ตอนนี้ ในขณะเจ้าอ้วนกำลังเพ้อฝันจะเป็นสุภาพบุรุษเชียนโฉ่วหันไปหาเขาและประกาศว่าเจ้าอ้วนจะถูกจองจำเช่นกัน ฟ่านเล่อยักไหล่และตบบ่าฉินเหวินเทียนเบาๆ”พี่น้องควรจะแบ่งโชคลาภและรอดจากวิกฤตไปด้วยกัน นี่คือพี่ของข้าฉินเหวินเทียน ดังนั้น ข้าฟ่านเล่อแน่นอนว่าจะตามเขาไป!”

 

 

 

ฟ่านเล่อเชิดหน้าตะโกนเสียงดังอย่างภาคภูมิราวกับว่าเขากลัวว่าไม่มีใครรู้ว่าเขาเป็นพี่น้องของฉินเหวินเทียน

 

 

 

“ไร้ยางอายนัก!”

 

 

 

“เจ้าอ้วนนี้มันหน้าด้านเกินไป”ผู้ชมต่างโห่ร้องเงียบๆในใจ เจ้าอ้วนทำเช่นนี้เพื่อให้ดูน่าเกรงขาม

 

 

 

แน่นอนว่ามีเพียงฉินเหวินเทียนที่รู้ว่าได้ต่อสู้เพื่อชีวิตของพวกเขาในป่าทมิฬโดยไม่ได้ตระหนักถึงพรสวรรค์ของเขา เขาอาจเลือกที่จะเดินตามเส้นทางของตัวเองโดยไม่ต้องมาประสบกับความโกรธของศัตรูฉินเหวินเทียนแต่เขากลับเลือกที่จะไปกับฉินเหวินเทียนแทน แม้ว่าเจ้าอ้วนจะเป็นคนไร้ยางอายทว่าเขาเป็นคนที่คู่ควรจะเป็นพี่น้องอย่างแท้จริง

 

 

 

ศิษย์จากคณะกรรมการวินัยได้นำฟ่านเล่อและฉินเหวินเทียนไป แต่เย่หม่าไม่ได้กังวลอะไร ในตอนที่ฉินเหวินเทียนปลดปล่อยจิตดารา เขาคาดการณ์ไว้แล้วว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น

 

 

 

เย่หม่าจ้องไปที่เจนัสก่อนที่จะนำพวกลูกศิษย์จากไป มันไม่มีเจตนาอันใดที่จะต้องให้ศิษย์ของพวกเขาปะทะกัน   อย่างไรก็ตามฉากก่อนหน้านี้ต่างตราตรึงในใจ ของผู้ชม

 

 

 

วันนี้เดียวกันนั้น…เรื่องในสำนักจักรพรรดิดาราได้แพร่กระจายไปทั่วอย่างรวดเร็วในนครหลวง

 

 

 

“นามของเขาคือฉินเหวินเทียน? เขาช่างแน่วแน่นัก!”หญิงสาวเปิดเผยการแสดงออกของการอกหักเมื่อคิดว่าการที่ผู้เยาว์ผู้สง่างามสังหารอ้อฝนในขณะที่ไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา

 

 

 

อ้อชนพาศพของอ้อฝนจากไป เขาต้องกลับไปที่ตระกูลของเขาอย่างรวดเร็วเนื่องจากผู้อาวุโสของตระกูลเขาจะได้รับข่าวนี้ในอีกไม่นานแน่นอน

 

 

 

ฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อถูกจองจำ แต่สถานที่ที่พวกเขาถูกจองจำนั้นคือลานที่หรูหรามากพร้อมกับมีกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ซึมซาบผ่านอากาศมา มีสะพานเล็ก ๆ อยู่เหนือสายธารที่กำลังไหลอยู่กลางลาน

 

 

 

นี้ทำให้เจ้าอ้วนถอนหายใจออกมาอย่างดัง มันจะสมบูรณ์แบบถ้ามีเด็กน้อยสวย ๆ อีกสองสามคนถูกคุมขังอยู่ด้วยกันหญิงสาวงามๆอีกสองสามคนถูกจองจำอยู่ด้วยกัน

 

 

 

แม้ว่าเจ้าอ้วนจะผ่อยคลายอย่างมาก แต่ความรู้สึกของเชียนโฉ่วนั้นอยู่ตรงข้ามกับเจ้าอ้วน ในขณะนี้มีคนมากมายปรากฏตรงหน้าเขา ทุกคนอยู่ในระดับผู้อาวุโสหรือสูงกว่าภายในสำนักจักรพรรดิดารา

 

 

 

“ผู้อาวุโสเชียนโฉ่ว ข้าอยากจะขอคุยกับฉินเหวินเทียน คำขอนี้คงไม่มากจนเกินไปใช่มั้ย?”ชายผิวดำคล้ำมองไปทางเชียนโฉ่ว

 

 

 

“ผู้อาวุโสเชียนโฉ่ว ข้ารับรองว่าข้าจะไม่ใช้เวลามาก ข้าแค่อยากจะคุยเรื่องปกติๆกับฉินเหวินเทียน”ผู้อาวุโสอีกคนจ้องไปที่เชียนโฉ่ว

 

 

 

 

เมื่อมองไปที่คนจำนวนมากที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขา เชียนโฉ่วรู้สึกงงๆเล็กน้อย เขาจะไม่รู้เจตนาของพวกเขาได้อย่างไร? แม้ว่าฉินเหวินเทียนจะอยู่ในสำนักจักรพรรดิดาราแล้วเป็นที่เรียบร้อย แต่เขาก็ยังไม่ได้รับเหรียญหยกซึ่งหมายความว่าเขายังไม่ได้เลือกอาจารย์

 

 

 

แม้ว่าเย่หม่าจะไปก่อนก็ตาม คนอื่นๆที่เหลือก็ยังคงมีโอกาสที่ฉินเหวินเทียนจะไปฝ่ายพวกเขา

 

 

 

“เจ้าพวกเวร!”ในขณะนี้ มีเสียงคำรามดังออกมา ทำให้เสียงของทุกคนต่างเงียบลงขณะที่พวกเขาหันศีรษะไปเห็นสีหน้าของเย่หม่าที่ดำทมึน

 

 

 

แม้ว่าเหล่าผู้อาวุโสต่างรู้สึกอายและอึดอัดใจเมื่อได้เห็นเย่หม่าแต่พวกเขาก็ยังคงแสดงออกถึงความตรงไปตรงมาบนใบหน้าของพวกเขา

 

 

 

“วันนี้เป็นวันสุดท้ายในการแข่งขันจัดอันดับ แต่ทุกคนกลับวิ่งมาที่นี้ ศิษย์ใหม่จะเลือกอาจารย์ได้อย่างไร? ตอนนี้รองอาจารย์ใหญ่กำลังโกรธ ดัวนั้นเพื่อให้ดีพวกเจ้าควรรีบไป”เย่หม่าแค้นเสียงอย่างเย็นชา หลังจากที่เชียนโฉ่วไปนำฉินเหวินเทียนจากไป เย่หม่าก็เห้นทันทีว่าอาจารย์เกือบทั้งหมดและผู้อาวุโสของสำนักก็หายไปเช่นกัน

 

 

 

เมื่อเสียงของเย่หม่าจางหายไปผู้อาวุโสแบะอาจารย์ทุกคนก็หายตัวไปหายไปในพริบตา

 

 

 

เชียนโฉ่วได้แต่ส่ายหัวของเขาในขณะที่ยิ้มอย่างขมขื่น  อย่างน้อยตอนนี้มันก็เงียบลงแล้ว..

 

 

 

เชียนโฉ่วก็กล่าวออกมาขณะที่หันไปมองเย่หม่า”เย่หม่า เนื่องจากตอนนี้รองอาจารย์ใหญ่โกรธ เจ้าควรรีบไปมันจะดีกว่า”

 

 

 

เย่หม่ายิ้มและกล่าวตอบ”โอ้ ตอนนี้เขาไม่เป็นไรแล้ว อย่างไรก็ตามเชียนโฉ่วช่วยให้ข้าได้พบกับฉินเหวินเทียนได้หรือไม่? ข้ามีเรื่องที่จะต้องบอกเขา”

 

 

 

เชียนโฉ่วยืนนิ่งขณะที่เขาพิจารณาคำพูดของเย่หม่าก่อนที่จะหัวเราะออกมา”ฮะฮะ…เย่หม่า  รองอาจารย์ใหญ่ยังไม่ได้ตระหนักถึงการหายตัวไปของอาจารย์ใช่มั้ย?”

 

 

 

เนื่องจากคำโกหกของเย่หม่าถูกพบเขาหัวเราะด้วยความเขินออกมาโดยไม่เจตนา เชียนโฉ่วจ้องไปที่เย่หม่าก่อนจะตอบ”ช่างโหดเหี้ยมเสียจริง นับว่าเจ้าชนะ ได้ เข้าไปเลย”

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย