0 Views

สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่ฉินเหวินเทียน อะไรคือสิ่งที่เขาจะตัดสินใจ?

 

 

 

“เสียงหึ่งๆ”พลันดังออกมาจากหอกยาวในมือของอ้อชน เขาไม่ได้ปกปิดเจตนาฆ่าฟันที่มีต่อฉินเหวินเทียน หอกในมือของเขาพลันส่องแสงที่น่าพรันพรึง เมื่อมองไปที่รอยยิ้มของฉินเหวินเทียน ความรู้สึกไม่สงบอัดเต็มอยู่ในของเขา มันอาจเป็นไปได้ว่าฉินเหวินเทียนกล้าที่จะฆ่าอ้อฝน?

 

 

 

“ปล่อยเขา”เสียงของอ้อชนเต็มไปด้วยความเยือกเย็น

 

 

 

ฉินเหวินเทียนรู้สึกสงบอย่างมากในขณะที่เขายังกล่าวต่อว่า”แม้กระทั่งเมื่อสิ่งต่างๆได้ก้าวมาถึงจุดสูงสุด เจ้ายังคงปฏิเสธที่จะใส่คำว่า ภาคภูมิใจ สายตาที่เจ้าเคยจ้องมองมาที่ข้าก็ยังคงเหมือนเดิม ดูเหมือนว่าการตายของอ้อฝนจะไม่ทำให้เจ้าทุกข์ร้อนมากนัก”

 

 

 

ขณะที่เขาพูดจบหมัดของฉินเหวินเทียนก็เริ่มส่องแสงสุกใส ในขณะนี้หัวใจของผู้ชมทุกคนต่างตึงเครียด

 

 

 

“หากว่าเจ้ากล้าสังหารเขา ข้ารับรองได้ว่าชะตากรรมของเจ้าจะไม่เหมือนคนที่สาม เจ้าจะมีจุดจบเหมือนคนแรก”เจนัส มองไปที่ฉินเหวินเทียนคนที่สามได้กลายมาเป็นอาจารย์ใหญ่ของสำนักจักรพรรดิดาราในขณะที่คนแรกถูกประหารโดยสำนักจักรพรรดิดารา

 

 

 

“อาจจะเป็นเช่นนั้น แต่ถึงกระนั้นแม้ว่าข้าไม่ฆ่าเขา แต่ในนครหลวงข้าก็ไม่มีที่ไปเหมือนกัน”รอยยิ้มของฉินเหวินเทียนยังคงเหมือนเดิม  คนแรกประสบชะตากรรมดังกล่าวเพราะเขาไม่ค่อยมีค่ามากนักในสำนักจักรพรรดิดารา เขาจะมีที่ยืนมั่นคงในนครหลวงได้อย่างไร?

 

 

 

ฉินเหวินเทียนก้มลงมองไปที่อ้อฝน

 

 

 

อ้อฝนก็มองเขาเช่นกัน ครานี้เมื่อเห็นสายตาของฉินเหวินเทียนอ้อฝนหวาดหลัวมาก

 

 

 

“ชีวิตของเจ้าอยู่ในมือข้า  แต่ไม่มีใครยินดีที่จะลดหัวของพวกเขาเพื่อเจ้า เขาที่เจ้าควรเกลียดไม่ใช่ข้า”ฉินเหวินเทียนกล่าวอย่างสงบ ทำให้ร่างกายของอ้อฝนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง คำพูดของฉินเหวินเทียนคล้ายกับการประกาศความตายของเขา

 

 

 

ที่เขาการชีวิตของฉินเหวินเทียนเขาพิจารณาเพียงไม่กี่ครั้งและเป็นอย่างที่คาดฉินเหวินเทียนก็ต้องการชีวิตเขา ถึงกระนั้นระหว่างพี่ชายของเขากับเจนัส ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะลดหัวและขอความเมตตานี้มันทำให้เขารู้สึกเศร้าโศกเศร้า พี่ชายที่เขาเคารพนับถือมาตลอด ได้ข่มขู่ฉินเหวินเทียนด้วยความภาคภูมิใจของเขาแม้ในขณะที่ชีวิตของอ้อฝนอยู่บนเส้นด้าย

 

 

 

ฉินเหวินเทียนยกค้อนสวรรค์รวมแก่นแท้ของหมัดปราบมังกรเข้าไปข้างในและทุบลงมาที่หัวอย่างรุนแรงในขณะที่เสียงคำรามของมังกรฟ้าดังออกมา

 

 

 

“ข้าเสียใจ!”อ้อฝนกรีดร้องด้วยความโกรธและความหดหู่ทันทีก่อนที่ร่างกายของเขาจะระเบิด เสียงเดียวที่เหลืออยู่หลังจากนั้นก็คือเสียงสะท้อนของความไม่เต็มใจของเขาสะท้อนอยู่ในอากาศ ไม่เต็มใจที่จะแหลกเหลวไป…

 

 

 

รอบๆพลันเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเข็มกลัดตก

 

 

 

ฉินเหวินเทียนในขณะนี้กลายเป็นคนที่สี่ในประวัติศาสตร์ของสำนักจักรพรรดิดาราที่แหกกฎเหล็ก

 

 

 

หัวใจของเย่หม่าและหลัวฮว่านเต้นอย่างบ้าคลั่งและคนอื่นๆก็เช่นกัน ฉินเหวินเทียนได้เลือกที่จะสังหารอ้อฝนต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก

 

 

 

ผู้ชมทั้งหมดต่างหายใจเข้าเฮือกใหญ่ สำนักจักรพรรดิดาราได้สร้างคนบ้าขึ้นมาสองคน

 

 

 

แววตาของอ้อชนเปล่งประกายหนาวเย็นออกมาขณะที่เขาเดินเข้ามาหาฉินเหวินเทียน คลื่นความโกรธและเจตนาฆ่าฟันต่างรู้สึกได้ว่ามันไหลออกมาจากตัวเขา

 

 

 

“อ้อชน!”เจนัสตะโกนทำให้อ้อชนหยุดชะงัก เขาไม่ต้องการอะไรไปมากกว่าเจาะสมองของฉินเหวินเทียนด้วยหอกยาวของเขา ฉินเหวินเทียนได้กระทำผิดข้อห้ามข้อใหญ่ของสำนักจักรพรรดิดาราแล้วกลายเป็นคนที่สี่ที่แหกกฎเหล็ก อ้อชนไม่อาจเป็นคนที่ห้า  ถ้าเขาเป็นคนที่ห้า แม้ว่าเขาจะแก้แค้นให้อ้อฝน เขาก็ยังคงส่งตัวเองลงไปในซุปร้อนอยู่ดี(น่าจะสำนวนนะครับ)

 

 

 

สำนักจักรพรรดิดาราเป็นที่เลื่องลือในการละเลยสถานะทางสังคมและอำนาจหน้าที่เมื่อพิจารณาถึงระเบียบวินัย

 

 

 

“สังหารศิษย์ร่วมสำนักในระหว่างการแข่งขันจัดอันดับของสำนักจักรพรรดิดารา เจ้าเป็นคนแรกที่กล้าท้าทายอำนาจของสำนัก”สายตาของเจนัสมองลึกเข้าไปในแววตาของฉินเหวินเทียนราวกับกำลังมองสัตว์ที่ตายแล้ว

 

 

 

“ข้าเจนัสผู้ต่ำต้อย ด้วยสถานะผู้อาวุโสของสำนักจักรพรรดิดารา ขอร้องคณะกรรมการวินัยโปรดอนุญาตให้อ้อชนสังหารฉินเหวินเทียน เพื่อแก้แค้นการตายของน้องชายเขา”เจนัสข้อวอน ไม่นานหลังจากนั้นเงามากมายก็กระโดดขึ้นไปบนลานประลองคนเหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากศิษย์ของคณะกรรมการวินัย พวกเขาทั้งหมดปรากฏตัวขึ้นบนลานประลองโดยใช้สถานะของพวกเขากดดันฉินเหวินเทียน

 

 

 

เบื้องหลังร่างเงาเหล่านี้ มีชายวัยกลางคนค่อยๆเดินขึ้นมา

 

 

 

เชียนโฉ่ว (พันมือ) ผู้อาวุโสผู้รับผิดชอบคณะกรรมการวินัยได้ปรากฏตัวขึ้น!

 

 

 

ขณะที่เขามองไปที่ฉินเหวินเทียนอย่างเฉยเมย

 

 

 

“ภายในป่าทมิฬในระหว่างการฝึกซ้อม อ้อฝน พยายามที่จะสังหารฉินเหวินเทียนนับครั้งไม่ถ้วน ถ้าไม่ใช่กรณีนี้ทั้งคู่คงไม่พยายามแก้แค้นอ้อฝน ข้า เย่หม่าขอวิงวอนผู้อาวุโสวินัยเมตตา ข้ายินดีที่จะรับฉินเหวินเทียนเป็นศิษย์ส่วนตัวของข้า”เย่หม่าก้าวออกมาขณะเดินไปที่ลานประลอง

 

 

 

เจนัสต้องการให้ฉินเหวินเทียนตาย ในขณะที่เย่หม่าต้องการปกป้องฉินเหวินเทียน

 

 

 

“ผู้อาวุโสเชียนโฉ่ว เย่หม่ายุยงฉินเหวินเทียนสังหารศิษย์สำนักเดียวกัน หากเราอนุญาตให้สัตว์เดรัจฉานเช่นนี้เดินเตร่อย่างอิสระในวันนี้ ข้าขอเรียกร้องให้คณะกรรมการวินัยลงโทษเย่หม่าแทนเขา”เจนัสก้าวไปข้างหน้าเช่นกันพร้อมด้วยแววตาที่จ้องไปที่เย่หม่า

 

 

 

ศิษย์เก่าแก่ทั้งสองของสำนักจักรพรรดิดารา รู้ว่าเจนัสและเย่หม่าต่างแตกต่างกันเหมือนน้ำกับไฟ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ สื่งเหลืออยู่คือเป็นวิธีการที่คณะกรรมการวินัยจะเลือกรับมือกับสถานการณ์นี้

 

 

 

“ฉินเหวินเทียน เจ้ามีขอแก้ต่างในความผิดที่สังหารอ้อฝนระหว่างการแข่งขันจัดอันดับหรือไม่?”เชียนโฉ่วไม่สนใจคำพูดของเย่หม่าและเจนัสขณะที่เขาถามคำถามนี้กับฉินเหวินเทียนพร้อมกับแววตาที่ส่องประกายเยือกเย็น

 

 

 

สมาชิกของคณะกรรมการวินัยได้ล้อมฉินเหวินเทียน

 

 

 

เมื่อดูสถานการณ์นี้หัวใจของผู้ชมต่างก็สั่นไหวดูเหมือนว่าคณะกรรมการวินัยไม่มีเจตนาที่จะให้ความช่วยเหลือกับฉินเหวินเทียน

 

 

 

“เรื่องของอ้อฝน ที่พยายามสังหารข้าในป่าทมิฬคณะกรรมการวินัยจะตรวจสอบเรื่องนี้และแสวงหาความยุติธรรมสำหรับข้าหรือไม่?”ฉินเหวินเทียนถามขณะที่เขามองไปที่เชียนโฉ่ว

 

 

 

“ไม่”เชียนฌฉ่วตอบอย่างตรงไปตรงมา

 

 

 

“เนื่องจากคณะกรรมการวินัยไม่สามารถใส่ใจได้ มันอะไรผิดปกติกับข้านที่ต้องการแก้แค้นให้กับตัวเองหรือ?”ฉินเหวินเทียนถามเขาไม่ยอมถอยหลังแม้น้อย

 

 

 

“สหายผู้นี้…”ซานที่ยืนอยู่ในผู้ชมพูดไม่ออก ทำไมฉินเหวินเทียนถึงไม่อ้อนน้อมไปปะทะโดยตรงกับคณะกรรมการวินัยเช่นนั้น

 

 

 

“ขอแนะนำคณะกรรมการวินัยอีกครั้งเพื่อให้อ้อฝนสังหารสหายผู้นี้ ทำให้เขามีสิทธิที่จะแก้แค้นให้น้องชายของเขาได้”

 

 

 

เชียนโฉ่วยังคงนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะโบกมือ เขาส่งสัญญาณให้ศิษย์ของคณะกรรมการวินัยถอนตัวทิ้งห่างออกมา ปล่อยให้อ้อชนและฉินเหวินเทียนสู้กัน

 

 

 

“ผู้อาวุโสเชียนโฉ่วหากคณะกรรมการวินัยเห็นด้วยกับคำขอของเจนัสแล้วข้าเกรงว่าข้าต้องเข้าไปแทรกแซง”เย่หม่าก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ต้องถอยห่าง

 

 

 

“เย่หม่าเจ้ากล้าแทรกแซงกับคณะกรรมการวินัย?”เจนัสหัวเราะเย้ยหยันขณะที่เขาเคลื่อนที่ไปขวางเย่หม่า ในขณะที่อ้อชนเปล่งเจตนาฆ่าฟันออกมาค่อยๆเดินเข้ามาหาฉินเหวินเทียนอย่างช้าๆ ศิษย์ของเจนัสและเย่หม่า ด้วยฉินเหวินเทียน เป็นจุดศูนย์กลางทั้งหมดบนลานประลอง ยืนอยู่ตรงข้ามคนแต่ละคน

 

 

 

ลมแห่งความสับสนวุ่นวายนี้พัดแรงและแรงขึ้น

 

 

 

ในขณะนี้ ใจกลางพายุไต้ฝุ่นที่บ้าคลั่งแสงดวงดาราส่องประกายขึ้นที่หน้าผากของฉินเหวินเทียนในขณะที่เขาปลดปล่อยจิตดาราของเขา แสงระยิบระยับอันรื่นรมย์ของรัศมีสีทองส่องออกมานี้แสดงว่าจิตดาราของเขาถูกลั่นมาจากสวรรค์ชั้นที่3เป็นอย่างน้อย

 

 

 

สถานการณ์นี้ทำให้สายตาของเชียนโฉ่วหดแคบ เขาไม่คุ้นเคยกับฉินเหวินเทียนและด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่รู้ว่าจิตดาราดวงแรกของฉินเหวินเทียนกลั่นมาจากสวรรค์ชั้นที่3

 

 

 

“สวรรค์ชั้นที่3 ปูมหลังของคนนี้คืออะไร? ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหตุใดเย่หม่าจึงปกป้องเขา”เมื่อเห็นฉินเหวินเทียนปลดปล่อยจิตดารา หลายคนรู้สึกว่าสิ่งที่เขาเห็นนั้นยิ่งรู้สึกน่าสนใจมากขึ้น สำนักจักรพรรดิดารากำลังจะสังหาร ผู้ที่มีพรสวรรค์กลั่นจิตดาราดวงแรกจากสวรรค์ชั้นที่3?

 

 

 

ร่องรอยแห่งการไตร่ตรองเห็นได้ชัดในแววตาของเชียนโฉ่ว ฉินเหวินเทียนผู้นี้เป็นคนที่น่าภูมิใจมากแต่แม้จะเป็นเช่นนั้นเขามีความสามารถที่น่าภูมิใจจริงๆ? เชียนโฉ่วกำลังพิจารณาวิธีที่ดีที่สุดที่เขาควรจะจัดการกับเขา

 

 

 

“อ้อชน จัดการ”เจนัสตะโกน เกือบจะในทันทีอ้อชนก็พุ่งไปหาฉินเหวินเทียนในขณะที่เจนัสขวางเย่หม่า

 

 

 

ซานก้าวออกมาปลดปล่อยจิตดารา ทั้งตัวคนนั้นดูเหมือนจะกลายเป็นกำแพงขนาดใหญ่ตรงหน้าฉินเหวินเทียนขณะที่เขาปล่อยหมัดออกไปขณะที่ภาพของศิลายักษ์ที่มีพลังไม่มีที่สิ้นสุดจะฟาดลงไปที่อ้อชน

 

 

 

“ไสหัวไป!”อ้อชนคำรามออกมาด้วยความโกรธในขณะที่หอกยาวของเขาเรืองแสงดวงดาราเป็นเงาของอสรพิษคลั่งมากมายออกมาทำลายภาพของศิลายักษ์จนแหลกละเอียด

 

 

 

สีหน้าของซานห่อเหี่ยว แรงกดดันที่ถูกปล่อยออกมาจากอ้อชนบังคับให้เขาถอย แม้ว่าอ้อชนจะหยิ่งยโส ภายในสำนักจักรพรรดิดาราเขานับว่าเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง

 

 

 

สำหรับเชียนโฉ่วเขายังคงอยู่ท่ามกลางการรับชมและขบคิด

 

 

 

ในขณะนี้ ฉินเหวินเทียนยังคงสงบอยู่เสมอ เนื่องจากเขาไม่ต้องการที่จะกลั่นแกล้งโดยตระกูลอ้อและตระกูลเย่มันมีเพียงวิธีเดียวที่เหลืออยู่ให้เขา  เขาจะต้องแสดงคุณค่าที่แท้จริงของเขาต่อหน้าลานประลองนี้!

 

 

 

รัศมีที่ส่องประกายนั้นยิ่งสว่างยิ่งขึ้นเมื่อจิตดาราดวงที่สองของฉินเหวินเทียนถูกปลดปล่อย

 

 

 

นอกเหนือจากจิตดาราค้อนสวรรค์ จิตดาราแห่งความฝันก็ปรากฏขึ้น

 

 

 

เชียนโฉ่วเอียงหัวจ้องมองจิตดาราดวงที่สองของฉินเหวินเทียน ครู่ต่อมาการมองนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อ

 

 

 

สีของรัศมีดวงดารานี้เป็นสีทองบริสุทธิ์ จิตดาราแห่งความฝันหมุนวนอยู่ภายในรัศมีสีทองที่บริสุทธิ์

 

 

 

เชียนโฉ่วเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งอย่างมากในขั้นหยวนฝู่และเป็นผู้อาวุโสที่ดูแลคณะกรรมการวินัย แต่ในช่วงชีวิตทั้งหมดของเขา เขาไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะได้เห็นรัศมีสีทองบรีสุทธิ์ของจิตดาราที่ถูกปลดปล่อยออกมาโดยผู้เยาว์อายุเพียง16ปี

 

 

 

แต่วันนี้เขาได้เห็นมัน!

 

 

 

ไม่เพียงแค่เขาคนเดียว ทุกคนก็เห็นเช่นกัน!

 

 

 

และเมื่อจิตดาราแห่งความฝันซึ่งมีรัศมีสีทองบริสุทธิ์ถูกปลดปล่อยในช่วงเวลานั้นเรื่องของฉินเหวินเทียนที่สังหารอ้อฝนหมดความหมายทันที ทุกคนต่างจ้องมองไปที่จิตดาราดวงที่สองที่ถูกปลดปล่อยออกมาโดยฉินเหวินเทียน

 

 

 

การแสดงออกของฉินเหวินเทียนยังคงสงบอยู่ แต่ในตอนนี้…สถานที่ที่เขาอยู่ในใจของผู้ชมไม่เหมือนเดิม

 

 

 

สีทองบริสุทธิ์ของจิตดาราที่เขาปลดปล่อยออกมาควรกลั่นมาจากสวรรค์ชั้นที่4ใช่ไหม?

 

 

 

จิตดาราดวงแรกของเขาถูกกลั่นมาจากสวรรค์ชั้นที่3 จิตดาราดวงที่สองถูกกลั่นมาจากสวรรค์ชั้นที่4

 

 

 

นี่เป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยมีมาก่อนของสำนักจักรพรรดิดารา ฉินเหวินเทียนเป็นคนเดียวที่ทำได้เช่นนี้

 

 

 

“หยุดสู้”เสียงที่คล้ายคลึงกับเสียงฟ้าผ่าลอยออกมาจากบุคคลที่ลอยอยู่บนท้องนภาทำให้ทั้งผู้ที่อยู่ในต่อสู้และผู้ชมต่างตื่นจากอาการตกใจ

 

 

 

ดวงตาของเชียนโฉ่วหดแคบลงในขณะที่ความเคารพนับถือส่องประกายในตาเขาและเขาสั่ง”ทุกคนหยุดผู้ที่ฝ่าฝืนจะได้รับการปฏิบัติตามกฎระเบียบวินัย”

 

 

 

ทุกคนต่างจ้องมองไปที่การหยุดสู้ของฉินเหวินเทียนขณะร่องรอยของความกลัวที่ได้รับการสะท้อนให้เห็นในสายตาของพวกเขาในขณะที่การแสดงออกของเจนัสและอ้อชนดูตกใจอย่างมาก

 

 

 

บริเวณนี้ต่างเงียบสงัดราวกับความตายกำลังมาเยือน  จุดสนใจของผู้ชมคือผู้เยาว์ที่สังหารอ้อฝน เขากลายเป็นหนึ่งในนักแสดงนำในวันนี้

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย