0 Views

อาจารย์ทุกคนในสำนักจักรพรรดิดาราต่างตกใจ ขณะที่พวกเขายืนขึ้นและมองไปที่สิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นบนลานประลอง การแสดงออกของพวกเขาก็แปรเปลี่ยนไป

 

 

 

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการแข่งขันจัดอันดับที่จัดโดยสำนักจักรพรรดิดาราซึ่งได้เชิญศิษย์จากสำนักอื่นๆมาด้วยเพื่อห้ได้รับประสบการณ์จากการเฝ้าดู ทว่าในวันนี้…บนลานประลองมีศิษย์สองคนที่ต้องการสังหารอ้อฝน

 

 

 

ช่างบ้าบิ่นนัก! ในสำนักจักรพรรดิดาราเหตุการณ์เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

 

 

 

“อันที่จริงพวกเขาเป็นศิษย์สำนักจักรพรรดิดารา เหตุใดจึงไม่ควยคุมอารมณ์”อาจารย์จากสำนักอื่นยิ้มขณะสังเกตเหตุการณ์ มีอัจฉริยะหลายคนที่ภาคภูมิใจและหยิ่งทะนงตน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีการปะทะกันในที่ที่อัจฉริยะอยู่รวมกัน

 

 

 

สำนักจักรพรรดิดาราถูกประกาศว่าเป็นตะกร้าที่ใหญ่ที่สุดที่มีอัจฉริยะมากที่สุดในประเทศฉู ในนั้นมีศิษย์อัจฉริยะหลายคนที่ดื้อรั้นและหยิ่งทะนงทำให้พวกเขายากที่จะควบคุม ดังนั้นอาจารย์ของสำนักจักรพรรดิดาราจึงน่ากลัวและแข็งแกร่ง

 

 

 

ในมุมมองของผู้ชมมีศิษย์ที่อายุมากกว่าศิษย์คนอื่นคือ หลัวฮว่านและสหายของอ้อชน ซึ่งใบหน้าของพวกเขากำลังยิ้ม “ช่างน่าสนใจ แต่ข้าสงสัยว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาจะมีเท่ากับความอวดดีนั้นหรือไม่”

 

 

 

เจนัสเดินลงมาทีละก้าวทีละก้าวและมองไปที่ฉินเหวินเทียนแล้วกล่าวอย่างเย็นชา”ไม่เคยมีศิษย์คนใดที่อวดดีเช่นนี้มาก่อนในประวัติศาสตร์ของสำนักจักรพรรดิดารา”

 

 

 

“ตอนนี้มีอยู่ตรงนี้แล้ว”ฉินเหวินเทียนมองกลับไปที่เจนัสและยอกย้อนตอบอย่างเย็นชา

 

 

 

“มันมักจะดีกว่าเสมอถ้าไม่ได้ทำตามผู้ใด”ฟ่านเล่อยิ้มแฉ่ง ในขณะนี้เขาปรากฏตัวขึ้นที่ด้านข้างของฉินเหวินเทียนและมองอ้อฝนที่อยู่บนพื้นด้วยแววตาที่ดุร้าย”โอ๊ะ..ข้าไม่ได้ตั้งใจ”เขาเหยียบไปที่มือของอ้อฝนจากนั้นก็บิดข้อเท้าของตนเองทำให้อ้อฝนกรีดร้องออกมาอย่างน่าเวทนา

 

 

 

ฟ่านเล่อก้มมองลงไปและร้องอุทานออกมา”โอ้..ข้าขอโทษ ข้าไม่เห็นเจ้า..”

 

 

 

แม้ว่านี่จะเป็นสิ่งที่เขาพูดเจ้าอ้วนก็มั่นใจว่าจะใช้กำลังเต็มที่เมื่อเขาเหยียบมือของอ้อฝนซึ้งทำให้อ้อฝนกรีดร้องออกมา ผู้ชมทั้งหมดต่างมองบน สหายผู้นี้ช่างหน้าด้านนัก!

 

 

 

“เอาละ…ตอนนี้เจ้าเห็นเขาแล้ว”เจตนาฆ่าฟันได้หมุนวนร่างกายของอ้อชนขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้าด้วยความโกรธ

 

 

 

เจ้าอ้วนเหลือบมองไปที่อ้อชน ทว่าเขายังคงเหยียบมือของอ้อฝนไปด้วยพลังเต็มที่ การเหยียบนี้เป็นความเจ็บปวดที่แทบจะทำให้น้ำตาไหลออกจากดวงตาของอ้อฝน

 

 

 

“ข้าเห็นเขา แต่ข้าไม่อยากขยับไปไหน”เจ้าอ้วนยิ้มแฉ่งให้อ้อชน เขาจำลักษณะที่อ้อชนมองเขาในวันนั้นได้เขาจะไม่มีวันลืม

 

 

 

เห็นได้ชัดว่าซ่อนเร้นความขุ่นเคืองไว้

 

 

 

“หยุด”ฉินเหวินเทียนสั่งด้วยเสียงเย็นชาและไม่นานหลังจากนั้นค้อนสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นในมือของเขาและวางลงบนหัวของอ้อฝน ตราบใดที่เขาต้องการชีวิตของอ้อฝนจะดับลงทันที

 

 

 

เจนัส อ้อชนและคนอื่นๆต่างหยุดชะงัก มันคงต้องใช้โชคเท่านั้นที่จะวิ่งเข้าไปหาคนทั้งสองที่บ้าคลั่ง แม้จะมีความเกลียดชังและความโกรธของ พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทน

 

 

 

“เจ้าต้องการอะไร”เจนัสถามทั้งสอง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับความอัปยศอดสูจากศิษย์ทั้งสอง ตราบใดที่อ้อฝนได้รับการช่วยเหลือ ฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อต้องตายอย่างน่าสยดสยอง

 

 

 

“ท่านต้องถามลูกพี่ข้า…ข้าเป็นเพียงคนที่ไม่น่าสนใจ”เจ้าอ้วนยิ้ม โยนบอลให้ฉินเหวินเทียนเมื่อผู้ชมได้ยินคำพูดของฟ่านเล่อพวกเขาต่างเหลือบตาหนี

 

 

 

เจ้าอ้วนนี้เป็นคนที่ไม่น่าสนใจจริงๆ….

 

 

 

ฟ่านเล่อโกรธมากเมื่อใดก็ตามที่เขาคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในป่าทมิฬและทำให้เขาไม่มีทางเลือกในการแก้แค้น แต่เดิมฟ่านเล่อเห็นได้ชัดว่าต้นตอที่มาของทั้งหมดนี้คือฉินเหวินเทียน

 

 

 

เขาและฉินเหวินเทียนทั้งคู่ก็ยืนเคียงบ่าเคียงเคียงไหล่กันในสถานที่เผชิญหน้ากับพายุที่กำลังจะมาถึงพร้อมกัน แต่ท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะมอบฉันทะให้ฉินเหวินเทียนในการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

 

 

 

เจ้าอ้วน”เป็นคนที่ไม่น่าสนใจ”แต่เขาไม่ได้เป็นคนขี้ขลาด สำหรับเขาที่ยังยืนอยู่ข้างๆฉินเหวินเทียนก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าการตัดสินใจใดที่ฉินเหวินเทียนทำเขาก็พร้อมที่จะอดทนต่อผลที่สืบเนื่องมา

 

 

 

“เจ้าอ้วนผู้นี้หน้าด้าน แต่เขาซื่อสัตย์จริงๆ”หลัวฮว่านเป็นสตรีที่ชาญฉลาดและเมื่อได้เห็นแผนการณ์ที่คลี่คลายออกมานางก็พบว่ามันคล้ายกับความชอบที่นางชอบฉินเหวินเทียนนางก็ยังชอบ ไม่คนที่ไม่น่าสนใจและหน้าด้านของเจ้าอ้วน

 

 

 

“เจ้าอ้วน เจ้าคิดว่าอย่างไรหากเราปล่อยอ้อฝน อ้อชนขอโทษเราและปล่อยเราไป?”ฉินเหวินเทียนหัวเราะขณะที่เขามองไปที่ฟ่านเล่อ

 

 

 

“ไม่”ฟ่านเล่อส่ายหัว”ก่อนหน้านี้ในป่าทมิฬ เขาต้องการชีวิตของเราอยู่แล้ว ตอนนี้ข้าคิดว่าเขาต้องการที่จะสังหารเรามากขึ้น  แม้ว่าเราจะคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตา ก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยน”

 

 

 

“ข้าคิดว่าเจ้าพูดถูก”ฉินเหวินเทียนพึมพำเบาๆทำให้การแสดงออกของทั้งอ้อชนและเจนัสเปลี่ยนไป

 

 

 

สายตาของเขากวาดไปทั่วฝูงชนก่อนที่จะไปหยุดที่เย่หม่า  ขณะที่เขาถามด้วยรอยยิ้ม”อาจารย์เย่หม่าข้ามีคำถามสองสามข้อที่จะถาม”

 

 

 

“ว่ามา”เย่หม่าตอบ

 

 

 

“หากท่านไม่มีความขัดข้องใจกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นพิเศษและถึงกระนั้นคน ๆ นั้นก็ยังอยากจะสังหารท่านและไม่เพียงเท่านั้น คนๆนั้นเกือบจะทำสำเร็จ…ถ้าหากคนๆนั้นมาอยู่ในมือท่าน ท่านจะทำอย่างไร?”

 

 

 

“ข้าจะฆ่ามัน”เย่หม่าตอบ

 

 

 

“แต่ตระกูลของเขามีอำนาจมหาศาล”ฉินเหวินเทียนเสริม

 

 

 

“แม้ว่าข้าจะไม่ฆ่าเขา ตระกูลของเขาก็อำนาจมหาศาลเหมือนเดิม”เย่หม่าตอบ

 

 

 

“เย่หม่า!”เจนัสตะโกนออกมาด้วยควาฒโกรธ เขาจะไม่เข้าใจเจตนาที่ซ่อนอยู่ในการสนทนาของพวกเขาได้อย่างไร เห็นได้ชัดว่าเย่หม่าส่งเสริมฉินเหวินเทียน อนุญาตให้ฉินเหวินเทียนทำตามสิ่งที่เขาพอใจ

 

 

 

นี้ทุกคนจึงเข้าใจว่า มันคงจะเป็นอ้อฝนที่ต้องการสังหารฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อ ดังนั้นในวันนี้ พวกเขาจึงไม่คิดถึงผลทุกอย่างที่จะต้องชดใช้ พวกเขาขึ้นไปปรากฏตัวบนลานประลองและเหยียบอ้อฝน แม้ว่าพวกเขาจะต้องท้าทายอำนาจของสำนักจักรพรรดิดาราก็ตาม

 

 

 

การสนทนาก่อนหน้านี้ที่เกิดขึ้นระหว่างฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อ ได้รับการจัดฉากมานานแล้ว

 

 

 

สังหารหรือไม่สังหาร ยังไงผลก็ยังคงเหมือนเดิม! เช่นนั้นทำไมต้องลังเล ก็แค่สังหารเขา!

 

 

 

ตอนนี้เจตนาที่อยู่เบื้องหลังการสนทนาระหว่างเย่หม่าและฉินเหวินเทียน ก็ชัดเจนแล้ว เขาถามความเห็นของเย่หม่าซ่อนความตั้งใจของเขาไว้เบื้องหลังคำพูด แต่โดยคำพูดที่พูดกันนั้นผู้ชมต่างเข้าใจโดยธรรมชาติ

 

 

 

ไม่ว่าเขาจะสังหารหรือไม่สังหารอ้อฝน พลังที่ตระกูลของพวกเขามีจะไม่เปลี่ยนไปและแน่นอนว่าพวกเขาจะจัดการกับฉินเหวินเทียน ประเด็นนี้ไม่ต้องสงสัยและด้วยเหตุนี้                กับฉินเหวินเทียนมันไม่มีความแตกต่างอันใดเลยว่าเขาจะสังหารหรือไม่สังหารอ้อฝน

 

 

 

“เย่หม่า กฎเหล็กของสำนักจักรพรรดิดาราระบุว่าห้ามมิให้ศิษย์สังหารผู้อื่นภายในบริเวณสำนัก เจ้าก็รู้กฎนี้ ถ้ากฎข้อนี้ถูกทำลาย คณะกรรมการวินัยจะไม่อยู่เฉยอย่างแน่นอน”เสียงของเจนัสเต็มไปด้วยพลัง เย่หม่าเขากล้าที่จะส่งเสริมฉินเหวินเทียนจริงๆ?

 

 

 

“ฉินเหวินเทียน”เย่หม่ามองไปที่ฉินเหวินเทียนขณะที่เขากล่าวต่อ”ในประวัติศาสตร์ของสำนักจักรพรรดิดารามีกรณีที่ศิษย์สังหารผู้อื่นในบริเวณสำนักสามครั้ง”

 

 

 

“คนแรกถูกประหาร”

 

 

 

“และครั้งที่สองนั้นถูกขังเป็นเวลารวม 50 ปี  หลังจากนั้นเขาก็สาบานว่าจะไม่ก้าวออกจากสำนักจักรพรรดิดาราและยินดีที่จะเป็นบุคลากรของสำนัก”

 

 

 

เสียงของเย่หม่าทำให้การแสดงออกของคนรอบตัวเขาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม กฎเหล็กของสำนักจักรพรรดิดาราเข้มงวดมาก ภายในบริเวณสำนักจะต้องไม่มีใครตาย  มิฉะนั้นผลที่ตามมาจะรุนแรงอย่างมากและด้วยกฎเหล็กนี้จึงไม่มีใครกล้าที่จะประพฤติผิดในสำนักจักรพรรดิดารา

 

 

 

“แล้วครั้งที่สาม?”ฉินเหวินเทียนถาม ถ้าเป็นเส้นทางสู่ความตายทำไมเย่หม่าจึงพูดสิ่งเหล่านั้นกับเขาในระหว่างการสนทนาก่อนหน้านี้

 

 

 

“สำหรับครั้งที่สามที่ศิษย์คนนั้นสังหารผู้อื่น เขากลายเป็นอาจารย์ใหญ่ของสำนักจักรพรรดิดารา”เสียงอันเงียบสงบของเย่หม่าทำให้ผู้ชมต่างเงียบพวกเขารู้ว่ากฏเหล็กอันเข็มงวดของสำนักจักรพรรดิดาราคืออะไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับความผิดทางอาญาในการสังหารศิษย์ในสำนักเดียวกันภายในบริเวณสำนัก

 

 

 

ถึงกระนั้นหลายคนไม่รู้ว่าปัจจุบันอาจารย์ใหญ่ของสำนักจักรพรรดิดาราเคยแหกกฎเหล็กกฎนั้น

 

 

 

ฉินเหวินเทียนจ้องไปที่เย่หม่า แต่เขาไม่ได้ถามต่อ เพราะเขาเข้าใจแล้ว

 

 

 

ศิษย์ทั้งสามมีโชคชะตาที่แตกต่างกัน หนึ่งในนั้นตาย อีกหนึ่งกลายป็นบุคลากรของสำนักและคนสุดท้ายกลายเป็นอาจารย์ใหญ่

 

 

 

ทั้งสามต่างมีชะตะกรรมที่ต่างกัน พวกเขาทั้งสามต่างมีคุณค่าต่อสำนักต่างกันทั้งหมด

 

 

 

จากศิษย์ของสำนักจักรพรรดิดาราหลายคนนั้นหยิ่งทะนงตน พวกเขามาจากทุกที่ ทั้งหมดที่มีพรสวรรค์โดดเด่น แต่ถึงกระนั้นในสำนักไม่ว่าเจ้าจะทะนงตนหรือภาคภูมิใจ สิ่งเดียวที่สำคัญคือหากเจ้ามีความสามารถที่จะภาคภูมิใจ หากเจ้ามีความสามารถที่จะทะนงตน

 

 

 

สำหรับอัจฉริยะความภาคภูมิใจคือความมั่นใจของพวกเขา สำหรับคนไร้ค่าความภาคภูมิใจคือสถานที่ฝังศพของพวกเขา

 

 

 

ในโลกนี้นอกเหนือจากเครือญาติไม่มีใครเป็นหนี้คนอื่นเพื่อการอยู่รอด  ถ้าเจ้าต้องการให้คนอื่นช่วยก่อนอื่นเจ้าต้องพิสูจน์สิ่งที่เจ้าสามารถให้ในการตอบแทน ฉินเหวินเทียนได้เข้าใจตรรกะนี้เมื่อเขาอยู่ในสมาคมสายธารดาราเพราะฉินเหวินเทียนไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของเขา มูหลินจึงเลือกที่จะทรยศต่อเขาและยอมรับผลประโยชน์ที่ได้รับจากพวกตระกูลเย่

 

 

 

นี่คือความเป็นจริง นี่คือความจริงที่เปลือยเปล่า

 

 

 

และตอนนี้ฉินเหวินเทียนกำลังเผชิญหน้ากับทางเลือกอีกครั้ง ไม่ว่าเขาจะสังหารหรือไม่สังหารอ้อฝน ตระกูลอ้อและอ้อชน ต้องการให้เขาตายอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงพวกเขา

 

 

 

สิ่งเดียวที่ทำให้ฉินเหวินเทียนชะงักคือทัศนคติของสำนักจักรพรรดิดารา

 

 

 

ฉินเหวินเทียนจ้องเขม็งไปที่และจ้องเขม็งไปที่อ้อชนขณะที่ปรากฏรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าของเขา คำตอบเห็นได้ชัดเจนในสายตาของเขา

 

 

 

ในนครประสานนภา เขาได้รับการผลักดันให้หมดหวังโดยตระกูลเย่ หลังจากที่เขามาถึงนครหลวง เจนัสทำสิ่งต่างๆให้เขาลำบากและอ้อฝนก็ต้องการที่จะสังหารเขา เห็นได้ชัดว่าศัตรูของเขาคือตระกูลเย่และตระกูลอ้อและบางทีแม้แต่ตระกูลที่มีอำนาจในประเทศฉูเช่น ตระกูลราชวงศ์ด้วย

 

 

 

ครานี้หากเขาอดทนและไว้ชีวิตอ้อฝน ตระกูลเย่และตระกูลอ้อจะถือว่านี่เป็นสัญญาณของความอ่อนแอและจะทำให้ชีวิตของเขาลำบากต่อไป

 

 

 

ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องพูดกับเขา คำตอบคือง่ายมาก!

 

 


 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย