0 Views

(*ขอเปลี่ยนแปลงชื่อเจี๋ยน่าซือเอาตามอิ้งเลยนะครับจะได้ง่าย เปลี่ยนเป็นเจนัส)

ความแข็งแกร่งของอ้อฝนนับว่าอยู่ใน10อันดับต้นๆของศิษย์ใหม่ ในเหล่าศิษย์ใหม่นั้น ระดับการฝึกตนของมู่หลงเฟิงอยู่ในระดับที่4ของขั้นไหลเวียนโลหิต เล็กซ์ซัสและตู้ฮ่าวอยู่ในระดับที่ 3ละอีก 3 คนอยู่ในระดับที่ 2  หนึ่งในนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอ้อฝน

 

 

 

สำหรับรอบนี้ ฝ่ายตรงข้ามของอ้อฝนอยู่ในระดับแรกของขั้นไหลเวียนโลหิต มันมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่างความแข็งแกร่งของพวกเขาและภายใต้พลังทำลายที่เหนือกว่าของวิชาหอกอสรพิษคลั่ง ฝ่ายตรงข้ามของเขาก็ได้พ่ายแพ้ไปอย่างรวดเร็ว

 

 

 

เมื่อเขาเห็นเช่นนี้ เจนัสยิ้มอย่างเฉยเมยและกล่าว”วิชาหอกของอ้อฝนมีความปราดเปรียวเหมือนอสรพิษแต่ก็ยังมีพลังราวกับงูหลาม เขาได้เข้าใจแก่นแท้ของวิชานี้แล้ว หลังจากการต่อสู้ครั้งนี้เขาได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในอันดับที่ 10…”

 

 

 

“ดี! ข้าจะได้ไม่ต้องลงไป”อ้อชนหัวเราะในขณะที่พยักหน้า ทั้งหมดได้อยู่ในการคาดการณ์ของเขา

 

 

 

ในอีกด้านหนึ่ง..เย่หม่ามีสีหน้าไม่น่าดู เนื่องจากมุมมองที่แตกต่างกันของเขาและเจนัสทั้งแบ่งออกเป็นสองฝ่ายภายในสำนักจักรพรรดิดารา  สิ่งนี้ถือเป็นเรื่องของศิษย์พวกเขาด้วยเช่นกัน สำหรับศิษย์ใหม่ทุกคนเย่หม่าและเจนัสและอาจารย์คนอื่นๆจะเลือกนักเรียนที่พวกเขาต้องการสอนอย่างแม่นยำหรือจะเป็นศิษย์ที่เลือกอาจารย์ที่พวกเขาต้องการ

 

 

 

แต่เดิมอ้อฝนอยู่ฝ่ายของอ้อชนอยู่แล้ว สำหรับเย่หม่าศิษย์ที่เขามีความหวังไว้สูงอย่างฉินเหวินเทียน ก็ยังคงไม่อยู่ในช่วงสิบวันที่ผ่านมา

 

 

 

“อ้อฝน นี้ไม่ว่าข้าจะมองเขายังไงก็ข้าก็ยังคงรู้สึกอึดอัด เห้อ….มีเพียงศิษย์น้องฉินที่ซื่อสัตย์เท่านั้นจึงจะน่ารื่นรมย์ต่อสายตาข้า”การแสดงออกของหลัวฮว่าน ก็ดูไม่ค่อยดีขณะที่นางได้เห็นรูปลักษณ์ที่พอใจในตนเองบนใบหน้าของอ้อฝน

 

 

 

อ้อฝนผู้ซึ่งอยู่ในลานประลองได้หันร่างของเขาและเตรียมที่จะจากไป จู่ๆในขณะนี้พลันเกิดเสียงดังฉับพลันขึ้นมา

 

 

 

“มหัศจรรย์…มหัศจรรย์จริงๆ!”

 

 

 

ภายในเสียงที่ลอยมานั้นมีเสียงที่ดูยั่วยุอารมณ์ปะปนมาด้วย ฝูงชนได้เห็นร่างงาที่อ้วนๆปรากฏขึ้นบนลานประลอง เมือเห็นเจ้าอ้วนดวงตาของอ้อฝนก็หดแคบลงทันทีขณะที่มีแสงเย็นๆเปล่งประกายอยู่ด้านใน นี่เป็นไปได้อย่างไร? เขายังมีชีวิตอยู่?

 

 

 

“เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร?”อ้อฝนถามด้วยเสียงทุ้มที่เย็นชา ฟ่านเล่อสามารถหนีออกจากป่ามืดได้อย่างไรหลังจากที่เขาเข้าไปในเมืองมายาในหุบเขาหมอก?

 

 

 

“ทำไมข้าจึงมาไม่ได้?”ฟ่านเล่อยิ้มแฉ่งไปที่อ้อฝน ทันใดนั้นอ้อฝนก็ดูเหมือนจะตระหนักว่าเขาเกือบจะพูดข้อมูลที่อาจจะทำให้เขาพัวพันไปด้วย เขารีบหุบปากทันทีและแกล้งทำเป็นราวกับว่าไม่รู้ว่าใครคือฟ่านเล่อ

 

 

 

“ไม่ได้เจอกันนาน…”เสียงอีกเสียงหนึ่งพลันลอยมา ตรงหน้าอ้อฝน มีร่างอีกร่างปรากฏขึ้น นี่ไม่ใช่ใครนอกจากฉินเหวินเทียน!

 

 

 

“ศิษย์น้องฉิน!”ซานและหลัวฮว่าน ทั้งสองต่างตื่นเต้นและลุกขึ้นยืน แววตาของหลัวฮว่านพลันปรากฏประกายแสงแวววับในขณะที่นางหัวเราะไปด้วย”ข้ารู้ว่าเขาต้องไม่ตายง่ายๆ”

 

 

 

ทันใดนั้นพลันปรากฏภาพพร่าเลือนสีขาวๆกระโจนเข้าหาอ้อมกอดของหลัวฮว่าน ภายใต้การมองที่อิจฉานับไม่ถ้วนเจ้าอันธพาลน้อยได้เลือกจุดที่นุ่มที่สุดทำให้หลายคนต่างน้ำลายไหล

 

 

 

ในขณะที่เย่หม่าเห็นฉินเหวินเทียนเขาก็รู้ว่าราวกับปมในหัวใจเขาได้คลายลง

 

 

 

ผู้ชมต่างมีสีหน้าของความสับสนบนใบหน้าของพวกเขา ทำไมคนทั้งจึงขึ้นไปบนลานประลอง?

 

 

 

ฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อเดินช้าๆไปข้างหน้าตรงไปยังอ้อฝนในขณะที่อ้อฝนค่อยๆถอยอย่างต่อเนื่องราวกับว่าเขากลัวชายตรงหน้าทั้งสอง หลังจากที่ทุกอย่างเกิดขึ้นในป่าทมิฬ อ้อฝนได้เห็นว่าฟ่านเล่อและฉินเหวินเทียนสามารถทำอะไรได้บ้าง มาคิโนซึ่งเป็นสหายผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นเดียวกับเขากระทั่งถูกสังหารกลางอากาศโดยลูกศรของฟ่านเล่อ

 

 

 

“อวดดีนัก! เจ้าทั้งสองคือใคร? พวกเจ้ากล้าสร้างปัญหารึ?!”เจนัสตะโกนใส่ เขากวาดสายตาไปยังฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อราวกับว่าเขาไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นใคร

 

 

 

“ข้าฉินเหวินเทียน ศิษย์สำนักจักรพรรดิดารา”

 

 

 

“ข้าฟ่านเล่อ ศิษย์สำนักจักรพรรดิดารา”

 

 

 

“โอ้..เป็นเช่นนั้น? แล้วทำไมพวกเจ้าจึงมาปรากฎตัวในวันนี้?”เจนัสหัวเราะอย่างเย็นชา

 

 

 

“พวกเรามาสายเพราะมีบางคนถ่วงเวลาเรา”ฟ่านเล่อยิ้มแฉ่ง

 

 

 

“ถ่วงเวลา? เจ้าจะบอกว่าเจ้าโดนถ่วงเวลาและเจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อ? นี่คือสำนักจักรพรรดิดาราไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าสามารถทำได้ตามที่เจ้าต้องการ ไปซะ!”เจนัสกล่าวด้วยสายตาที่เย็นชา

 

 

 

ทั้งฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อได้มองไปที่เจนัสที่ยืนอยู่ในที่นั่งผู้ชมณะที่หัวเราะอย่างเย็นชาในใจ

 

 

 

“ข้าขอร้องท่านเจนัสได้หรือไม่? นับตั้งแต่ที่เราผ่านการสอบครั้งแรกและรอดชีวิตจากการฝึกซ้อมในป่าทมิฬ เราก็ถือว่าเป็นศิษย์ของสำนักจักรพรรดิดาราที่ถูกต้องตามกฎใช่ไหม”ฟ่านเล่อยิ้มขณะมองไปที่เจนัส

 

 

 

“ถูกต้อง”เจนัสไม่มีทางที่จะลบล้างข้ออ้างของฟ่านเล่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้กันดี

 

 

 

“ผู้อาวุโสเจนัสเห็นข้าผ่านการทดสอบแรกด้วยตนเอง คนอื่น ๆ นับไม่ถ้วนก็เห็นข้าเข้าไปในป่าทมิฬ ตอนนี้…ข้ายังมีชีวิตอยู่และอย่าบอกข้านะว่าท่านเจนัสกำลังตั้งคำถามถึงความถูกต้องของสถานะของข้าในฐานะศิษย์ของสำนักจักรพรรดิดารา?”ฟ่านเล่อยิ้มแบบดูเซ่อซ่า

 

 

 

“แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น?”เจนัสแค้นเสียง”วันนี้ สำนักจักรพรรดิดารา….”

 

 

 

“หยุด!”ฟ่านเล่อแทรกแซงก่อนที่เจนัสจะกล่าวจบประโยค เจ้าอ้วนค่อย ๆเงยหน้าขึ้นมาและตะโกน”เนื่องจากเป็นเช่นนั้นแล้วท่านยังคงผายลมออกมาอยู่?”

 

 

 

เมื่อเสียงของฟ่านเล่อจางหายไป ทุกคนต่างเงียบสงัด ทุกคนจ้องไปที่ฟ่านเล่อ ผู้ซึ้งกำลังเอียงหัวพร้อมกับรอยยิ้มอันสดใสบนใบหน้าของเขา ถึงแม้ว่าขณะนี้เจ้าอ้วนกำลังยิ้มทว่าอารมณ์ของเขากลับตกอยู่ในความความโกรธเมื่อนึกย้อนตอนอยู่ในป่าทมิฬ

 

 

 

และสิ่งที่น่าเสียดายยิ่งกว่านั้นก็คืออ้อชน ต่อหน้าคนอื่น ๆเขาได้ชี้หอกมาที่หน้าเขาทำให้เจ้าอ้วนรู้สึกขายหน้ามาก

 

 

 

ทันใดนั้นแสงดวงดาราพลันสว่างขึ้นและรวมกันเป็นรูปร่างของคันศรดวงดาราที่ปรากฏในมือของฟ่านเล่อ เพียงชั่วอึดใจ…ลูกศรถูกยิงออกมาด้วยความเร็ววูบวาบ ฝูงชนต่างหันหัวไปตามวิถีลูกศรด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน  ลูกศรได้พุ่งไปยังด้านหลังของอ้อฝนอย่างรวดเร็วและปิดผนึกเส้นทางหลบหนีของเขา

 

 

 

ในขณะที่เจ้าอ้วนยิงลูกศรฉินเหวินเทียนก็เริ่มขยับ

 

 

 

“ตูม…!”พื้นลานประลองสั่นสะเทือนในขณะที่ฉินเหวินเทียนระเบิดพลังออกมาราวกับพายุเฮอร์ริเคน พุ่งเข้าหาอ้อฝน ทุกครั้งที่ฉินเหวินเทียนก้าวพื้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

 

 

 

ความฉับพลันของสถานการณ์อย่างรวดเร็วทำให้ผู้ชมไม่มีเวลาแสดงปฏิกิริยาใดๆ ฟ่านเล่อเพิ่งจะตำหนิอ้อฝนทว่าเมือฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่ออยู่ตรงหน้าทุกคนพวกเขาก็ได้ตัดสินที่จะเข้าร่วมการแข่งขันจัดอันดับของสำนักจักรพรรดิดารา

 

 

 

การแสดงออกของอ้อฝนแปรเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด แม้ว่าเขาจะต้องการจะถอย แต่เส้นทางที่เขาจะถอยกลับถูกปิดผนึกแล้วเขาจึงเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทักษะในการใช้คันศรของฟ่านเล่อนั้นเป็นอย่างไร ตั้งแต่ที่ฟ่านเล่อปิดเส้นทางหนีไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องพิจารณาทำเช่นนั้น ดังนั้นเขาจึงได้แต่จะต้องไปข้างหน้าเท่านั้น มีเพียงแต่เขาจะต้องชนะฉินเหวินเทียนให้ได้เขาจึงจะหนีได้

 

 

 

เมื่อคิดเช่นนี้ อ้อฝนจึงวิ่งอย่างบ้าคลั่งตรงไปยังฉินเหวินเทียน ไม่ถอยกลับแต่พุ่งไปข้างหน้าแทน หอกอสรพิษคลั่งของเขาถูกปลดปล่อย ทิ่มแทงไปข้างหน้าราวกับกระแสน้ำเชี่ยวปราดเปรียวราวกับอสรพิษร่ายรำ สามารถทำลายได้ทุกสิ่ง  เขาต้องการที่จะเจาะร่างของฉินเหวินเทียนจนเป็นรูให้หมด

 

 

 

โดยการยืมแรงส่งของแรงระเบิดความเร็วของเขา ฉินเหวินเทียนปล่อยหมัดออกไปแสดงให้เห็นถึงพลังอันเกรี้ยวกราดของหมัดปราบมังกร เสียงคำรามดังกระหึ่มของมังกรฟ้าคลั่งดังออกมาปะทะกับวิชาอสรพิษคลั่งของอ้อฝนตรงๆ

 

 

 

“ปัง!..ปัง!!…”หอกยาวดวงดาราในมือของอ้อฝนถูกทำลายไปทีละนิ้วทีละนิ้ว เมื่อเผชิญหน้ากับปราณที่น่าสะพรึงกลัวที่ปล่อยออกมาจากมังกรเก้าสวรรค์คำราม ใบหน้าของอ้อฝนซีดเผือดทันที ใบหน้าของเขามีความรู้สึกราวกับว่ามันกำลังจะฉีกขาดด้วยพลังของเสียงคำราม

 

 

 

“ขั้นไหลเวียนโลหิต!”หัวใจของอ้อฝนสั่นสะท้าน กลิ่นอายของฉินเหวินเทียน แสดงให้เห็นว่าเขาอยู่ที่ขั้นไหลเวียนโลหิต แต่อย่างไรก็ตามทำไมการโจมตีของเขาจึงเกรี้ยวกราดเช่นนี้?

 

 

 

เขาถอยร่นลงมาและแสงดวงดาราก็รวมกันกลายเป็นโล่ดาราที่ลอยอยู่ตรงหน้าเขา

 

 

 

เสียงคำรามที่สั่นสะเทือนพื้นลานประลองดังมองมาในขณะที่ผู้ชมที่จ้องมองไปบนลานประลอง พวกเขาเห็นกรงเล็บของมังกรฟ้าวูบวาบผ่านไปและฉีกโล่ดาราจนหายไป จากนั้นมันก็งอกรงเล็บและคว้าคอของอ้อฝน

 

 

 

จากนั้นฉินเหวินเทียนก็ยกอ้อฝนขึ้นในอากาศด้วยมือข้างเดียว

 

 

 

“โอหังนัก!!”

 

 

 

“ปล่อยเขา!”

 

 

 

เสียงแห่งความโกรธดังออกมาขณะที่อ้อชนและผู้เยาว์อีกสองคนก็รีบวิ่งออกมาพร้อมกับปล่อยกลิ่นอายของพวกเขาโดยเฉพาะอ้อชนผู้ซึ่งชี้หอกยาวไปทางฉินเหวินเทียนเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน

 

 

 

“เจ้ากำลังแกว่งเท้าหาความตาย!”อ้อฝนกล่าวอย่างเย็นชาในขณะที่เขามองไปที่ฉินเหวินเทียนราวกับสัตว์ที่ตายแล้ว

 

 

 

ฉินเหวินเทียนรังเกลียดน่าตาของอ้อฝนมาก  เช่นเดียวกลับตอนที่อยู่ในป่าทมิฬมันทำให้เขารู้สึกอึดอัดมาก

 

 

 

ดังนั้น เขาจึงทุ่มอ้อฝนลงพื้นอย่างแรงทำให้เสียงของกระดูกที่แตกละเอียดดังสะท้อนออกมาพร้อมกับเสียงร้องไห้ที่น่าสงสาร กระทั่งใบหน้าของอ้อฝนแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวหลังจากถูกกระแทกทันที

 

 

 

ฉินเหวินเทียนจริงๆแล้วกล้าที่จะทำร้ายอ้อฝนต่อหน้าอ้อชน การกระทำนี้ไม่สามารถอธิบายเป็นอันใดได้อีกนอกจากการตบหน้าจังๆ!

 

 

 

อ้อชนไม่เคยโกรธและอับอายเท่านี้มาก่อนใบหน้าของเขาแดงราวกับไหม้และเจตนาฆ่าฟันของเขาก็พรั่งพรูออกมา เขาต้องการที่จะตัดฉินเหวินเทียนออกเป็นพันๆชิ้น

 

 

 

แม้แต่เย่หม่าและคนอื่นๆก็ตกตะลึงเมื่อมีการเปลี่ยนสถานการณ์อย่างกะทันหัน เมื่อเขาฟื้นคืนสติความคิดหลายอย่างก็ส่องประกายอยู่ในหัวเย่หม่าขณะที่ตาของเขาส่องประกายออกมาด้วยความตื่นเต้น

 

 

 

“สหายน้อยผู้นี้เป็นคนซื่อตรงจริงๆ” เสียงหัวเราะส่องประกายอย่างงดงามในแววตาของหลัวฮว่าน ฉินเหวินเทียนดูเหมือนสหายที่ไร้เดียงสาและไม่เป็นอันตราย แต่เมื่อเขาโกรธเขาก็โหดร้ายอย่างที่สุดเช่นเดียวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้

 

 

 

แต่ นางชอบ!

 

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย