0 Views

ฉินเหวินเทียนต้องมองไปที่ฟ่านเล่ออย่างว่างเปล่า เขาหลับไป3วัน?…

 

 

 

“จิตดารา”ฉินเหวินเทียนหลับตา ในทะเลจิตสำนึกของเขา เขาได้เปิดประตูดาราบานที่2เรียบร้อยแล้ว จิตดาราค้อนสวรรค์และจิตดาราแห่งความฝันอันยิ่งใหญ่ก็อาศัยอยู่ด้านในนั้น  ข้างประตูดารา มีร่างที่จาง ๆ ของดวงดาราดวงเล็ก

 

 

 

“เศษเสี้ยวความทรงจำ นั้นมันคือเศษเสี้ยวความทรงจำจริงๆ ตอนนี้ข้ารู้สึกราวกับหัวกำลังจะแยกออกจากกัน”ฉินเหวินเทียนส่ายหัว พยายามที่จะทำให้ความรู้สึกปวดหายไปในขณะที่เป็นความทรงจำใหม่ที่เขาได้รับการผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างช้าๆในจิตใจของเขา

 

 

 

“วิชาแห่งความฝัน เป็นวิชาของผู้ฝึกตนขั้นอาณาจักรสวรรค์ วิชาการนี้จะสามารถสนับสนุนการฝึกตนของข้าได้จนกว่าจะถึงขั้นอาณาจักรสวรรค์”

 

 

 

“วิชาแห่งความฝัน ประกอบไปด้วย3ระดับ ฝันชั้นต้น ฝันชั้นกลาง ขั้นสุดท้ายฝันขั้นลืมเลือน”

 

 

 

“สภาวะฝันชั้นต้น มีความเร็วต่ำที่สุดเมื่อใช้สำหรับการฝึกตน อย่างไรก็ตามมันก็ยังคงเร็วขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าเมื่อเทียบกับอัตราการดูดซึมปกติของข้า มันจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถนอนหลับและฝึกตนไปด้วยได้ในขณะหลับ”

 

 

 

“สภาวะฝันขั้นกลาง ช่วยให้ผู้ใช้สามารถหลับลึกลงได้และจะเพิ่มความเร็วในการฝึกตน ไม่เพียงเท่านั้น ผู้ใช้จะสามารถสร้างความฝันและบังคับให้ผู้อื่นเข้าสู่สภาวะฝันได้”

 

 

 

“สภาวะฝันขึ้นลืมเลือน ผู้ใช้จะสามารถสร้างความฝันได้ซึ่งความฝันของเขาเป็นความจริง เขาจะมีอำนาจในการกำหนดชีวิตและความตายในฝันนั้น”

 

 

 

ฉินเหวินเทียน ค่อยปล่อยตนเองจมลงในความทรงจำในขณะที่หัวใจเขาสั่นเครือเล็กน้อย ในช่วงเวลาที่เขาได้กลั่นจิตดาราดวงแรกของเขา วิชาพันค้อนสวรรค์ผันแปรถูกมอบให้กับเขาผ่านทางดวงดาราดวงเล็ก ซึ่งมันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการฝึกตนในขั้นฝึกกาย ตอนนี้..หลังจากที่เขากลั่นจิตดาราดวงที่2วิชาแห่งความฝันก็ปรากฏในความทรงจำของเขา  มันดูเหมือนว่าดวงดาราดวงเล็กเจตนาส่งความทรงจำของวิชาลับและทักษะขั้นพื้นฐานตามประเภทของจิตดาราที่เขากลั่น

 

 

 

และครานี้ ไม่เพียงมีแค่วิชาแห่งความฝันกระทั่งความทรงจำที่อยู่ลึกของเขาก็ถูกปลดออกมา วิธีปรับแต่งวิญญาณ

 

 

 

วิธีปรับแต่งวิญญาณ ไม่ใช่ทักษะหรือวิชาลับที่สามารถนำมาใช้เพื่อเพิ่มระดับการฝึกตนของตนเองได้ แต่ก็เป็นวิธีที่น่ากลัวมากที่สุดที่จะทำให้ผู้ใช้สามารถกลั่นและปรับแต่งพลังดวงดาราภายในร่างกายได้แทน

 

 

 

ขึ้นอยู่กับความเข้าใจเกี่ยวกับความทรงจำของเขา ระดับที่ 1 ของวิธีปรับแต่งวิญญาณ จะต้องมีตราประทับศักดิ์สิทธิ์ระดับที่1เพื่อกลั่นและปรับแต่งพลังดวงดาราที่เขาดูดซึมเปลี่ยนเป็นพลังหยวนศักดิ์สิทธิ์

 

 

 

การใช้ตราประทับศักดิ์สิทธิ์ในการกลั่นและปรับแต่งพลังดวงดารา ฉินเหวินเทียนไม่เคยคิดเลยว่า มีวิธีการป่นปีผืนปฐพีอยู่  ตราประทับศักดิ์สิทธิ์ถูกนำมาใช้ในการเปลี่ยนอาวุธสามัญเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ตัวอย่างเช่น ตราประทับศักดิ์สิทธิ์ดาบบิน เมื่อสลักมันลงอาวุธจะทำให้อาวุธมีกลิ่นอายแหลมคมและเพิ่มพลังของอาวุธ

 

 

 

ถ้าในบริบทเดียวกัน พลังดวงดาราภายในร่างกายมนุษย์ได้รับการขัดเกลาและอัดแน่นโดยตราประทับศักดิ์สิทธิ์ระดับที่1 เมื่อพลังดวงดาราที่กลั่นได้รับการปลดปล่อยส่งเสริมโดยผลของตราประทับศักดิ์สิทธิ์ พลังที่ปลดปล่อยออกมามันจะน่ากลัวขนาดไหน?

 

 

 

และตอนนี้ถ้าพลังดวงดาราถูกแทนที่ด้วยพลังโดยกำเนิดส่งเสริมโดยผลของตราประทับศักดิ์สิทธิ์ พลังที่ปลดปล่อยออกมามันจะน่ากลัวขนาดไหน?

 

 

 

เพียงแค่คิดถึงความเป็นไปได้มันก็อาจทำให้เลือดของผู้ฝึกตนคนใดๆก็ตามพรั่งพรูอย่างรุนแรง

 

 

 

ถึงกระนั้น ระดับของความยากในการฝึกวิธีปรับแต่งวิญญาณนั้นกระทั่งยากกว่าขึ้นไปบนสวรรค์ เพื่อที่จะแปลงพลังดวงดาราในร่างกายมนุษย์ให้เป็นพลังศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดไม่เพียงแต่จะต้องมีขุมพลังปราณดวงดาราที่มากมายเท่านั้น แต่ยังต้องมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมเมื่อเข้าใจตราประทับศักดิ์สิทธิ์อย่างถ่องแท้ ไม่ต้องพูดถึงว่าวิธีการฝึกตนแบบนี้เลยมันจะต้องใช้เวลาอันมหาศาล

 

 

 

มีกุญแจสำคัญอีกประการหนึ่งสำหรับ ผู้ฝึกตนดวงดาราพวกเขาจะใช้พลังปราณแท้ของพวกเขาในระหว่างการต่อสู้ นั่นหมายความว่าปราณหยวนศักดิ์สิทธิ์ที่รวบรวมมาอย่างระมัดระวังจากการปรับแต่งพลังดวงดารา จะหมดอย่างสมบูรณ์หลังจากการต่อสู้ใหญ่และจะต้องมีการฝึกตนเพื่อปรับแต่งพลังอีกครั้ง จึงสามารถจิตนาการได้ว่าเพื่อที่จะฝึกฝนวิธีปรับแต่งวิญญาณ หนึ่งจะต้องมีทรัพยากรมากมายเหลือเฟือเช่นเดียวอุทิศเวลาทั้งหมดในการฝึกวิธีนั้น

 

 

 

“ฮู่ววว”ฉินเหวินเทียนค่อยๆแยกแยะความทรงจำและสูดลมหายใจเฮือกใหญ่เข้าอีกครั้ง

 

 

 

ยากยิ่งนัก!! วิธีปรับแต่งวิญญาณนี้ยากเกินไปที่จะฝึก วิชาแห่งความฝันจะช่วยให้ความเร็วในการฝึกตนของผู้ใช้เพิ่มขึ้น แต่วิธีปรับแต่งวิญญาณไม่ใช่ว่ามันจะลดความเร็วการฝึกตนของข้าไปยังระดับที่ต่ำที่สุด?

 

 

 

“ชายวัยกลางคนของนิกายสวรรค์ฉิน วิชาการฝึกตนที่เข้าฝึกฝนควรเป็นวิธีการปรับแต่งวิญญาณนี้”ฉินเหวินเทียนนึกถึงสถาณการณ์นั้นก็ทำให้ใจของเขาสั่นไหว แต่….ความจริงระหว่างความสัมพันธ์ของฉินเหวินเทียนและชายวัยกลางคนนั้นคืออะไร?

 

 

 

“โอ๊ยยย!ตาแก่นั้นทิ้งอะไรไว้ให้ข้า”ฉินเหวินเทียนสูดลมหายใจเข้า เขาคิดย้อนกลับไปถึงลุงเฮย แต่น่าเศร้า หลังจากเหตุการณ์ที่บ้านตระกูลฉินลุงเฮยก็หายตัวไป

 

 

 

ฟ่านเล่อโบกมือไปมาตรงหน้าฉินเหวินเทียน ทำให้ฉินเหวินเทียนจ้องมองเขา

 

 

 

“เจ้าป่วยรึ?”เจ้าอ้วนถามด้วยความกังวล สหายผู้นี้เขานอนนานเกินไปจนกลายเป็นคนปัญญาอ่อน?

 

 

 

ฉินเหวินเทียนขมวดคิ้วขณะที่ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม ทำให้เจ้าอ้วนสั่นเครือโดยไม่รู้ตัว เจ้าจึงยิ้มขึ้นมาอย่างฉับพลัน”ลูกพี่ ข้าแค่ล้อเล่น ข้าแค่ตั้งใจจะบอกว่าข้าเป็นห่วงเจ้า”

 

 

 

เจ้าอ้วนสะดุ้ง การถูกทุบตีก่อนหน้านี้ที่เขาเคยทนยังคงตราตรึงอยู่ในใจเขา

 

 

 

“เราจะกลับไปสำนักจักรพรรดิดาราในวันพรุ่งนี้?”ฉินเหวินเทียนถาม

 

 

 

แววตาของเจ้าอ้วนส่องประกายและรอยยิ้มที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา  ในที่สุดพวกเขาก็จะกลับไปที่สำนักจักรพรรดิดารา เขาได้คาดการณ์เรื่องนี้มานี้เป็นเวลานานแล้ว

 

 

 

ฉินเหวินเทียนตอนนี้อยู่ในขั้นไหลเวียนโลหิตแล้ว ด้วยพื้นฐานจิตดาราอันเกรี้ยวกราดของเขามันไม่มีปัญหาใดๆเลยหากเขาปะทะกับอ้อฝน

 

 

 

ขณะที่เขานึกถึงเรื่องนี้ แสงเย็นๆก็ส่องประกายอยู่ในแววตาของเจ้าอ้วน

 

 

 

 

“อาจารย์”ในขณะนี้ฟานซือก็ปรากฏตัวด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

 

 

 

“เกิดอันใดขึ้น?”ฉินเหวินเทียนถามขณะที่มองไปยังฟานซือ

 

 

 

“มีข่าวดี วันนี้ศาลาอาวุธศักดิสิทธิ์ ได้ประมูลอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่อาจารย์หลอมไว้ ข่าวนี้ได้แพร่กระจายไปทั่วได้ดึงดูดผู้คนมากมายจากนครหลวง ไม่เพียงเท่านั้น ได้มีคนสำคัญบางคนมาและหลังจากที่พวกเขาทดสอบอาวุธศักดิ์สิทธิ์แล้วพวกเขาก็พบว่าไม่เพียงแต่จะมีผลต่อการเสริมประสิทธิภาพเท่านั้นแต่ก็ยังมีความสามารถที่ไม่คาดคิดเช่นกัน อาวุธศักดิ์สิทธิ์มีความสามารถในการเก็บพลังหยวนของสวรรค์และปฐพีและสามารถระเบิดออกมาได้ในช่วงเวลาที่ไม่คาดคิดในการต่อสู้ในขณะที่ฝ่ายต้องข้ามไม่ทันรู้ตัว ท่านลองเดาว่าอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับต่ำนั้นขายไปเท่าใด”

 

 

 

ฟานซือตื่นเต้นมากและมีความสุขที่เขาไม่ได้ติดตามคนผิด ถ้าเขาเลือกที่จะอยู่ที่สมาคมสายธารดารา เขาก็จะยังคงเฉื่อยชาอยู่ที่นั่นเว้นแต่เขาจะพร้อมที่จะกลายเป็นสุนัขรับใช้ของมูหลิน

 

 

 

“เท่าใด?”ฉินเหวินเทียนถามอย่างรู้สึกสงสัย

 

 

 

“หินอุกกาบาตหยวนชั้นที่2 15ก้อน”ฟานซือตะโกน เขากล่าวต่อว่า”โดยปกติหนึ่งหินอุกกาบาตหยวนก็เพียงพอที่จะซื้ออาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับ2ขั้นต่ำได้แล้ว ไม่เพียงเท่านั้น การประมูลครั้งนี้ทำให้เกิดความวุ่นวายอย่างมาก ดึงดูดผู้คนมานับไม่ถ้วน มีแม้กระทั่งบางคนที่ได้รับแรงบันดาลใจในการศึกษาตราประทับศักดิ์สิทธิ์และจะกลายเป็นช่าง”

 

 

 

ฉินเหวินเทียนยิ้ม ถ้าเขาตามปกติแทนที่จะผ่านการประมูล คงจะไม่มีผลเช่นนั้น  เมื่อความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับข้อมูลเชิงลึกที่อยู่เบื้องหลังตราประทับศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้น  เขาสามารถสร้างอาวุธที่มีระดับสูงกว่านี้ได้  เมื่อถึงตอนนั้นเขาไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องการที่จะมีหินอุกกาบาตหยวนเพียงพอที่จะฝึกฝนวิธีปรับแต่งวิญญาณรึไม่

 

 

 

“อาจารย์ นี้คือหินอุกกาบาตหยวนเหล่านั้น  หลังจากที่หักเอาส่วนแบ่งของพวกเขาแล้ว ศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ก็ให้หินอุกกาบาตหยวนเรามา8ก้อน”ฟานซือยิ้มขณะที่เขาส่งหินไปให้ฉินเหวินเทียน

 

 

 

“อืม..เจ้าเอาไปสอง เมือใดที่ข้าว่างข้าจะมาที่นี้เพื่อหลอมอาวุธ สำหรับเจ้า เจ้าควรใช้เวลาในการทำความเข้าใจรวมทั้งตรวจสอบให้แน่ใจว่าระดับการฝึกตนของเจ้าไม่หยุดนิ่ง”ฉินเหวินเทียนส่งหินทั้งสองกลับไปให้ฟานซือ

 

 

 

“ขอบคุณท่านอาจารย์”

 

 

 

“เจ้าไปได้แล้ว”ฉินเหวินเทียนอนุญาตให้ฟานซือออกไปในขณะที่เขายังคงฝึกฝนหมัดปราบมังกรเพื่อพยายามทำความเข้าใจกับแก่นแท้ของวิชาปรับแต่งวิญญาณและวิชาแห่งความฝัน

 

 

 

ไม่มีทางใดที่เขาสามารถเชี่ยวชาญวิธีปรับแต่งวิญญาณได้โดยไม่พยายามอย่างตลอดและสม่ำเสมอ และสำหรับระดับแรกของ สภาวะฝันขั้นต้นของวิชาแห่งความฝัน ฉินเหวินเทียนได้เข้าสู่ความฝันในช่วงกลางคืนขณะที่เขาหลับไป ในสวรรค์ชั้นที่5 พลังดวงดาราจากหมู่ดาวทั้ง2ได้สาดส่องลงไปบนร่างกายของเขา ทำให้เขาสามารถฝึกตนได้แม้ว่าจะหลับ  ฟ่านเล่อได้เพียงแต่จ้องไปที่ฉินเหวินเทียนอย่างว่างเปล่า เขาพูดไม่ออกเมื่อเขาเห็นสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น

 

 

 

ฝึกตนในตอนที่หลับ? นี่เป็นไปได้อย่างไร?

 

 

 

ข้าอิจฉาจนจะบ้าตาย!

 

 

 

ในเช้าวันที่2 ฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อก็บอกลาฟานซือ  พวกเขาเช่าม้าม้าสองตัวและเริ่มเดินทางไปยังสำนักจักรพรรดิดารา

 

 

 

เมื่อถึงสำนักจักรพรรดิดารา..ฉินเหวินเทียนก็พบว่ามีคนที่เหมือนเขามากมายกำลังเดินทางไปทิศทางเดียวกับเขาไปยังประตูทางเข้าสำนักจักรพรรดิดารา

 

 

 

“ทำไมวันนี้ช่างเอะอะเสียจริง?”ฉินเหวินเทียนถามด้วยความสงสัย

 

 

 

“หรือว่าพวกเขารู้ว้าข้าจะกลับมา?”ฟ่านเล่อยิ้ม

 

 

 

ฉินเหวินเทียนมองบน เขายังคิดวิธีว่าเข้าจะเข้าไปในสำนักยังไงและไปพบศิษย์พี่หลัวฮว่านรวมถึงการไปเอาเหรียญหยกจักรพรรดิดารา เขาคิดว่าในวันนี้สำนักจักรพรรดิดาราอาจเปิดประตูอนุญาตให้ทุกคนเข้าไปได้อย่างอิสระ

 

 

 

“พวกเจ้ามาจากสำนักไหน?”ข้างๆพวกเขา มีสตรีนางหนึ่งถักเปียกำลังยิ้มให้ฉินเหวินเทียนในขณะที่ถาม

 

 

 

“สำนักจักรพรรดิดารา แล้วเจ้าหล่ะ?”ฉินเหวินเทียนตอบ

 

 

 

“โอ้…หากว่าเจ้ามาจากสำนักจักรพรรดิดาราแสดงว่าเจ้าต้องแข็งแกร่งมาก ข้ากำลังฝึกตนอยู่ที่สำนักอัคคี  วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการจัดอันดับการแข่งขันและสำนักของเจ้าได้ส่งคำเชิญไปให้ศิษย์ทุกคนในสำนักอื่นๆ ข้าตัดสินใจมาที่นี้ด้วยตนเองและข้าอยากเห็นความแข็งแกร่งของหัวกะทิในสำนักจักรพรรดิดาราเพื่อกระตุ้นตนเอง ยังคงมีเวลาที่จะเข้าร่วมในการประลอง”สตริยิ้ม”ไม่ใช่ทุกวันที่ข้าจะมาที่นี้ ดังนั้นข้าขอตัวก่อน แล้วเจอกัน”

 

 

 

หลังจากสนทนาเสร็จสตรีผู้นั้นก็โบกมือลาทั้งสองคน

 

 

 

ฉินเหวินเทียนมองไปที่ฟ่านเล่อทั้งคู่ต่างฉีกยิ้มจากนั้นทั้งสองเข้าร่วมกลุ่มคนเหล่านั้นอย่างรวดเร็วและไม่นานหลังจากนั้นพวกเขาก็มาถึงลานฝึกของสำนักจักรพรรดิดารา มีผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกัน ทุกต่างจ้องมองการประลองที่กำลังเกิดขึ้นบนลานประลองนั้น

 

 

 

“มู่หลงเฟิง เป็นที่แน่นอนว่าเขาแข็งแกร่งที่สุดในหมู่ศิษย์ที่เข้าร่วมสำนักจักรพรรดิดาราล่าสุด พรสวรรค์ของเขาอยู่ในระดับที่เทียบเท่ากับอัจฉริยะทั้ง10ของนครหลวง เขากลั่นจิตดารา2ดวงและก้าวเข้าสู่ระดับของขั้นไหลเวียนโลหิตเมื่อเขาอายุ 16 ปี ศักยภาพของเขาสามารถอธิบายได้ว่ามันน่ากลัวอย่างมาก”บนลานประลอง ผู้เยาว์ที่ดูเหมือนผู้ใหญ่เสียท่าฝ่ายตรงข้ามของเขาอย่างง่ายๆด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว เขาดูสงบอย่างเหลือเชื่อสำหรับนี่ไม่ได้ออกแรงอันใดเลย

 

 

 

“นี่คือสำนักที่ดีที่สุดของประเทศฉูที่ซึ่งอัจฉริยะเป็นเหมือนเมฆธรรมดาๆ”ทุกๆปี..จะมีคนที่มีศักยภาพน่ากลัวเช่นเขา นอกเหนือจากมู่หลงเฟิงแล้วยังมีเล็กซ์ซัส ตู้ฮ่าว ทั้งสองคนอยู่ในระดับที่ 3 ของขั้นไหลเวียนโลหิต นอกจากนี้ยังมีสามผู้ฝึกตนที่อยู่ในขั้นไหลเวียนโลหิต ศิษย์ชุดปัจจุบันนี้แข็งแกร่งก่อนหน้านี้มาก

 

 

 

ท่ามกลางการสนทนาของฝูงชน เตือนฉินเหวินเทียนว่าสำนักจักรพรรดิดาราเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยมังกรและเสือซ่อนอยู่มากมาย

 

 

 

“จู๊ จุ๊  อัจฉริยะอันดับหนึ่ง เช่นข้ายังไม่ได้แสดงพรสวรรค์เลย”ฟ่านเล่อหัวเราะด้วยเสียงทุ้มต่ำ เขามองไปที่ฉินเหวินเทียนก่อนที่จะกล่าวต่อ”เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล จิตดาราดวงแรกของเจ้าอยู่สูงกว่าชั้นสวรรค์ที่3 คล้ายกับอัจฉริยะเช่นข้า ข้าพนันว่าเจ้าไม่ได้ดูดซับปราณหยวนของสวรรค์และปฐพีจนกว่าเจ้าจะกลั่นจิตดาราดวงแรกได้และเริ่มดำเนินการบนเส้นทางของการฝึกตน ข้าพูดถูกใช่ไหม?”

 

 

 

“อ้อฝนขึ้นไปแล้ว”แววตาฉินเหวินเทียนส่องประกายด้วยแสงเย็นๆขณะที่เขาไม่สนใจคำพูดฟ่านเล่อโดยให้สมาธิพุ่งไปที่บุคคลที่ยืนอยู่บนลานประลอง

 

 

 

“เข้าเกือบจะทำให้เราตาย ใช่ไหม?”ฟ่านเล่อยิ้ม

 

 

 

“อืม..”ฉินเหวินเทียนตอบ

 

 

 

“ต้องการทำอะไรแผลงๆไหม?”ดวงตาฟ่านเล่อหดแคบลง

 

 

 

“ยังไง?”ฉินเหวินเทียนถาม

 

 

 

“เราจะเล่นกับเขาจนตาย”ฟ่านเล่อยิ้มแฉ่ง

 

 

 

“ดี! เอาตามนั้น”ฉินเหวินเทียนหันไปมองฟ่านเล่อขณะที่ใบหน้าทั้งสองยิ้มแฉ่งสดใส..

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย