0 Views

หยางเฉิง รีบทำสัญญาที่ดีโดยยกระดับแขกของฟานซือขึ้นและมอบสิ่งอำนวยความสะดวกที่ดียิ่งขึ้นให้แก่เขารวมไปถึงสนามที่มีทิวทัศน์สวยงาม ศาลาริมทะเลสาบซึ่งเป็นที่พำนักที่สวยงามและปณีตและมีห้องหลอมที่มีทรัพยากรและวัสดุที่ดียิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น หยางเฉิงเป็นคนที่มีน้ำใจอย่างมากเขาแม้กระทั้งส่งสาวใช้2-3ไปดูแลเพื่อทำตามความต้องการของฟานซือ

 

 

 

ฟานซือรู้ทันทีว่าสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะฉินเหวินเทียน มันเป็นเพราะฉินเหวินเทียนเพียงคนเดียวเขาจึงสามารถเพลิดเพลินกับการดูแลที่พิเศษดังกล่าวได้

 

 

 

แรกเริ่ม ฟานซือยังค่อนข้างสงสัยเกี่ยวกับการดูแลที่เข้าได้รับจากอยางเฉิง แต่หลังจากที่ฉินเหวินเทียนได้ส่งตราประทับศักดิ์สิทธิ์ระดับ2ไปให้เขาเพื่อกล่าวอ้างและศึกษา เขาจึงตระหนักว่าตราประทับศักดิ์สิทธิ์มีคุณสมบัติในการกำหนวดราคาจนเอนเอียงได้ การที่ได้รับการดูแลอย่างดีจากหยางเฉิงนั้นเป็นเพียงสิ่งที่คาดหวังไว้

 

 

 

ฉินเหวินเทียนและฟานซือร่วมมือกันหลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์อีก2-3อย่าง ในหมู่พวกเขาพวกเขาได้สร้างอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับที่2ไว้เป็นพิเศษเพื่อฟ่านเล่อซึ่งมี เกราะแขนและมีธนูเล็กซ่อนไว้ในเกราะแขน อุปกรณ์ทั้งสองทำจากวัสดุที่มีน้ำหนักเบามาก ดังนั้นเมื่อฟ่านเล่อใส่มันไปเขารู้สึกสบายราวกับกำลังสวมเสื้อผ้า

 

 

 

นี่สร้างมาไว้ให้เพื่อฟ่านเล่อในขณะที่เสียเปรียบในการต่อสู้ในระยะประชิด เมื่อได้รับอุปกรณ์ ฟ่านเล่อบ้าคลั่งด้วยความตื่นเต้นในขณะที่เขาเงียบและพึมพำกับตัวเองว่าเขาควรจะใช้อาวุธนี้เนื่องจากเขาไม่มีสมบัติและไม่ได้ร่ำรวยอะไร  เพราะฉะนั้นเขาเริ่มแสดงความรักมากขึ้นเมื่อทักทายฉินเหวินเทียนทุกครั้งเขามักจะพูดว่า”ลูกพี่”หรือ”ลูกพี่สุดที่รัก”ทุกครั้งที่เจอหน้า

 

 

 

 

หลังจากเตรียมทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว ฉินเหวินเทียนก็พร้อมที่จะเปิดประตูดาราบานที่2 ในตอนกลางคืนเมื่อแสงจากสายธาราดาราทั้ง9ส่องลงมา ฉินเหวินเทียนเริ่มอาบแสงที่สว่างไสวแจ่มจรัสและเริ่มดูดซับปราณดาราจากหมู่ดาวค้อนสวรรค์ในสวรรค์ชั้นที่5

 

 

 

หินอุกกาบาตหยวนทั้งสองอยู่ในมือเขา  ในขณะเดียวกันพลังดวงดารที่พุ่งพล่านไหลเข้าเส้นปราณดาราของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเกลียวปานดาราที่น่ากลัวก่อนที่จะพุ่งไปทางประตูดาราบานที่2และฝังลงไปในทะเลแห่งจิตสำนึกของเขา มนุษย์ทุกคนจะเกิดมาพร้อมกับประตูดารา ประตูดาราบานที่2จะปรากฏเฉพาะหลังจากก้าวเข้าสู่ขั้นไหลเวียนโลหิต

 

 

 

เพื่อที่จะเปิดประตูดาราบานที่2 หนึ่งต้องมีการไหลของพลังดาราจำนวนมากไปตามเส้นลมปราณของพวกเขาการไหลเวียนของเส้นลมปราณจะเปิดประตูดาราบานที่2ออก

 

 

 

กระบวนการนี้จะต้องใช้พลังดวงดาราที่น่าประหลาดใจซึ่งเป็นเหตุผลที่ให้ทรัพยากรการฝึกตนสำคัญมาก ดังนั้นฝึกตนของสำนักที่มีชื่อเสียงหรือตระกูลที่ร่ำรวยหรือมีอำนาจจึงมีข้อได้เปรียบอย่างมากเนื่องจากทรัพยากรที่มี

 

 

 

ทะเลจิตสำนึกของฉินเหวินเทียนในขณะนี้กำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรงขณะที่เขาทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดที่ถึงกระดูก การฝึกตนเดิมทีนั้นมันหมานความว่ามันจะเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานและความเจ็บปวด มีเพียงหลังจากการที่เราสงบแล้วเท่านั้นจึงจะได้รับความแข็งแรงและสำหรับผู้ฝึกตนที่ไม่มีเจตจำนงหรือความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กมันไม่มีทางที่พวกเขาจะดำเนินการตามวิถีแล้วกลายมาเป็นผู้แข็งแกร่งที่แท้จริงได้

 

 

 

เจ้าอ้วนเดินออกไปทำการทดสอบธนูลับของเขาขณะที่ฟานซือได้หมกมุ่นอยู่กับการพยายามทำความเข้าใจตราประทับศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงเจาอันธพาลน้อยเท่านั้นที่เหลืออยู่และกำลังนอนอยู่ข้างๆฉินเหวินเทียน

 

 

 

ยามค่ำคืนนี้ยังคบสงบราวกับน้ำ ทว่า ทันใดนั้นรัศมีได้ทีแสงราวกับพระจันทร์ทรงกลดปกคลุมร่างฉินเหวินเทียนขณะที่เขาพยายามจะเปิดประตูดาราบานที่2 ของเขาอย่างต่อเนื่อง พลังดวงดาราที่อยู่ในหินอุกกาบาตหยวนทั้งสองของเขาถูกใช้ไปเกือบหมด

 

 

 

ในที่สุดเมื่อยามรุ่งอรุณมาถึง….มีเสียงดังสนั่นที่ปล่อยออกมาจากทะเลจิตสำนึกของเขาแสดงให้เห็นว่าประตูดาราบานที่2ของเขาได้เปิดออกแล้ว เช่นเดียวกับที่ร่างกายของเขาทรุดลงกับพื้นดินพร้อมกับรอยยิ้ม  ในที่สุดเขาก็เปิดประตูดาราบานที่2ได้แล้ว ขั้นต่อไปจะเป็นการกลั่นจิตดาราดวงที่2 เมื่อพิจารณาถึงความสามารถในการรับรู้และความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดาของเขาแน่นอนว่ามันจะไม่เป็นปัญหาใหญ่แก่เขา”ข้าได้ใช้พลังดวงดาราในหินอุกกาบาตหยวนจากสวรรค์ชั้นที่2หมดแล้ว การฝึกตนของข้านั้นผลาญทรัพยากรอย่างแท้จริง ”ฉินเหวินเทียนพึมพำ ทันใดนั้นเจ้าอันธพาลน้อยก็กระโจนมาหาเขาแล้วแลบลิ้นออกมา มันดูน่ารักมาก…

 

 

 

“เจ้าอันธพาลน้อย เราจะได้เจอศิษย์พี่หลัวฮว่านที่เจ้าชอบเร็วๆนี้ ”ฉินเหวินเทียนตบหัวเจ้าอันธพาลน้อยเบาๆพร้อมกับร้อยยิ้มบนใบหน้าของเขา  เขาแถบจะอดใจไม่ไหวที่จะได้ก้าวเข้าไปสู่สำนักจักรพรรดิดารา

 

 

 

ศิษย์พี่หลัวฮว่านจะสบายดีหรือไม่?

 

 

 

สำหรับเรื่องของอ้อฝน ฉินเหวินเทียนยังคงต้องไปตอบแทน

 

 

 

 

ในใจของเขา อีกหนึ่งภาพที่น่าหลงใหลโพล่ขึ้นมา ไม่มีใครอื่นนอกจากสตรีที่สวยที่สุดในประเทศฉู โมชิงเฉิง  บุรุษทุกคนต่างจะมีความรู้สึกดีๆต่อสาวงามและเขาก็เช่นกัน แต่ความทรงจำที่เจอหน้ากันครั้งล่าสุดของพวกเขามันก็ยังปรากฏในใจของเขา ความรู้สึกก่อนหน้านี้ที่เขารู้สึกได้หายไปในความว่างเปล่า

 

 

 

 

ในช่วงวันที่ฉินเหวินเทียนได้ฝึกตำราส่วนหนึ่งของวิชาหมัดปราบมังกร ส่วนที่ธรรมดาๆประกอบด้วยการโจมตีสามวิธี ในส่วนเดิมนั้น มีวิชาที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนเป็นมังกรคลั่งที่ป่าเถื่อนและมีอำนาจ ด้วยกลิ่นอายอันสูงส่งที่ปล่อยออกมาและพลังอันเกรี้ยวกราดที่มี ผู้ใช้จะมีอำนาจเหนือทุกคนภายใต้สวรรค์

 

 

 

และในช่วงเวลากลางคืนฉินเหวินเทียนเริ่มการกลั่นจิตดาราดวงที่สองของเขา ถึงกระนั้นเขาไม่มีเจตนาในการกลั่นจิตดาราทันที เขาเลือกที่จะสังเกตดูและใช้เวลาในการพิจารณาก่อน มีหมู่ดาวที่นับไม่ถ้วนในท้องนภาที่กว้างใหญ่ ต่างมีแสงส่องประกายออกมาไม่มีขีดจำกัดมันผสมผสานเข้าด้วยกันและสร้างภาพที่ซับซ้อนโดยมีฉากหลังเป็นผืนนภาอันกว้าใหญ่

 

 

 

การรับรู้ทางประสาทสัมผัสของฉินเหวินเทียนได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทะยานผ่านสวรรค์ชั้นที่2ไปในชั้นที่3เขารู้สึกกดดันเล็กน้อย ในชั้น4ความกดดันรุนแรงขึ้นและในชั้น5หัวของเขาเริ่มปวดอย่างหนัก หนึ่งในหมู่ดาวอื่นๆนั้นๆ ฉินเหวินเทียนต้องใช้เวลาในการไตร่ตรองและรับรู้ความผันผวนของแต่ละกลุ่มดาว เขาบังคับตนเองทนทุกข์ทรมานและยืดระยะเวลาที่จะทำให้เขาสามารถเชื่อมต่อกับสวรรค์ชั้นที่5ได้

 

 

 

หลังจากผ่านไป 2-3 วัน…ฉินเหวินเทียนก็เริ่มคุ้นเคยกับความเจ็บปวดในขณะที่เขาก็อยู่ในสวรรค์ชั้นที่5ได้นานขึ้น นานขึ้นเรื่อยๆ

 

 

 

 

ในช่วงกลางคืนวันหนึ่ง..เข็มสีเงินทั้ง9ได้จิ้มไปในจุดฝังเข็มหลักทั้ง9รอบ ๆ ศีรษะ ปิดผนึกสัมผัสทั้ง6ของเขาเพื่อให้หัวใจของเขาสามารถสงบราวกับน้ำนิ่งได้ ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นเส้นทางที่เกิดขึ้นโดยแสงดวงดาราอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันเป็นความรู้สึกที่เขาเคยเดินทางไปถึงสายธารดารา

 

 

 

ในขณะนี้ฉินเหวินเทียน ไม่ได้หยุดอยู่ที่ขั้นแรกของชั้นสวรรค์แต่ตรงขึ้นไปยังสวรรค์ชั้นที่ 5ที่สูงขึ้นไปอีก แรงกดดันที่มหาศาลทำให้เขาหายใจไม่ออกราวกับว่าหัวของเขากำลังจะสลายไปเป็นชิ้น ๆ เขารู้ว่าปัจจุบันเขายังไม่ได้มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสร้างการเชื่อมโยงไปยังหมู่ดาวในสวรรค์ชั้นที่6และสามารถอยู่ในสวรรค์ชั้นที่5เท่านั้น

 

 

 

หมู่ดาววานรอสูร ผู้ที่กลั่นจิตดาราวานรอสูรจะสามารถเพิ่มพลังการโจมตีและการป้องกันได้อย่างน่ากลัว

 

 

 

หมู่ดาววิญญาณสายฟ้า ผู้ที่กลั่นจิตดาราวิญญาณสายฟ้าจะสามารถใช้พลังสายฟ้าได้

 

 

 

ความรู้สึกของฉินเหวินเทียนที่สัมผัสได้แปรเปลี่ยนเป็นภาพซึ่งลอยอยู่ท่ามกลางดวงดาว เขาเห็นหมู่ดาวที่มีรูปร่างเหมือนกับยักษ์สายฟ้าโค้งอยู่และมีประกายสายฟ้าอยู่รอบๆทำให้เขาต้องพิจารณาที่จะกลั่นจิตดาราจากหมู่ดาวนี้ ตราบใดที่เขาสามารถเชื่อมโยงกับหมู่ดาวนี้ได้ พลังดวงดาราของเขาจะดูดซับจากหมู่ดาวนี้และจะมีธาตุสายฟ้าถูกดูดซึมไปด้วย ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการเพิ่มความแข็งแกร่งร่างกายเขา

 

 

 

ยิ่งชั้นของหมู่ดาวอยู่สูงเท่าใดก็ยิ่งจะมีพลังที่น่ากลัวมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นพวกเขามักจะมีผลที่แปลกๆและพิเศษเช่นกัน

 

 

 

การต่อต้านการล่อลวงใจ ภาพที่ฉายสัมผัสของฉินเหวินเทียนออกมา ได้เพิกเฉยต่อหมู่ดาววิญญาณสายฟ้าในขณะที่เขายังคงสำรวจอวกาศดวงดาราต่อไป  ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงหมู่ดาวที่ผิดปกติอีกครั้งมันมีรูปร่างเหมือนมนุษย์กำลังหลับ พียงแค่เหลือบมองเพียงเล็กน้อยความง่วงซึมก็บุกทะลวงเข้าไปในจิตใจของฉินเหวินเทียน จิตสำนึกของเขาเริ่มส่องประกายวูบวาบ ความรู้สึกของเขาไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา

 

 

 

“หมู่ดาวแห่งความฝัน”

 

 

 

ฉินเหวินเทียนได้เข้าสู่สภาวะฝันเพราะความรู้สึกของเขาได้ไปเชื่อมโยงกับหมู่ดาวแห่งความฝันโดยไม่ตั้งใจ  ในความฝันเขาลอยตัวอยู่ในท้องนภาที่เต็มไปด้วยดวงดาวและดูดซับปราณจากหมู่ดาวแห่งความฝันสร้างพันธะโดยธรรมชาติที่ไม่มีวันทำลายได้ระหว่างพวกเขา

 

 

 

ความฝันยืดเยื้อไปเป็นเวลานาน….แต่สำหรับฉินเหวินเทียนมันไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นความจริง!

 

 

 

ในขณะที่อยู่ในสภาพเหมือนฝันเขาก็เริ่มดึงหินอุกกาบาตหยวนออกมาขณะที่เขากระตุ้นดวงดาราดวงเล็กในจิตสำนึกของเขา  ความหิวโหยของดวงดาราดวงเล็กนั้นมหาศาลและเริ่มดูดซับพลังงานอันมหาศาลของดวงดาราด้วยความกระหายที่ไม่หยุดหย่อน ถัดจากดวงดาราดวงเล็กมีประตูดาราสองบานและแต่ละประตูมีจิตดาราอยู่

 

 

 

ในที่สุด ดวงดาราดวงเล็กมีปฏิกิริยา ปล่อยให้จิตสำนึกของเขาเข้าไป

 

 

 

 

ครานี้ ฉินเหวินเทียนไม่ได้รับความทรงจำใหม่ ๆแต่เขาเห็นฉากที่ตีแผ่ออกมาก่อนหน้าเขาอย่างงดงามแทน

 

 

 

เขาเห็นประตูที่สืบต่อมาจากบรรพบุรุษอันงดงามตระการตาอยู่ด้านบนของภูเขาศักดิ์สิทธิ์ ภูเขาสูงมากจนยอดเขาดูราวกับจะถึงเมฆเปล่งความรู้สึกพลังของความมีชีวิตชีวาออกมาราวกับว่ามันตั้งใจจะต่อสู้กับสวรรค์และปฐพี

 

 

 

 

“นิกายสวรรค์ฉิน”

 

 

 

มีคำสี่คำถูกแกะสลักอยู่บนเสาหินของประตูบรรพบุรุษอันยิ่งใหญ่ซึ่งมีกลิ่นอายที่มีอำนาจ เพียงแค่เห็นคำที่สลักไว้ก็เห็นได้ว่าช่างแกะสลักเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่มิอาจคาดคิดได้

 

 

 

ตรงหน้าของประตูบรรพบุรุษอันยิ่งใหญ่ มีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งหลายคนปรากฏตัวขึ้น  ยืนอย่างทะนงตนอยู่กลางอากาศ มีประกายแสงอันสวยงามสว่างมากมายอยู่รอบกายพวกเขาในขณะที่พวกเขาปล่อยจิตดาราออกมา  เขาไม่เคยเห็นจิตดาราเหล่านี้มาก่อน แม้กระทั่งความรู้เกี่ยวกับประเภทและลักษณะของพวกเขาก็อยู่นอกเหนือขอบเขตของความเข้าใจของฉินเหวินเทียน จิตดาราที่พวกเขาปล่อยออกมาได้กลายเป็นปรากฎการณ์ประหลาดบนท้องสวรรค์ ก่อรูปเป็นราวกับสวรรค์ โลกทั้งโลกของพวกเขาเต็มไปด้วยการสำแดงหมู่ดาวพวกเขา  ฉากนี้เป็นผลโดยตรงต่อฉินเหวินเทียน  ท่ามกลางกลุ่มคนที่สูงส่งเหล่านี้ เขานั้นช่างอ่อนแอและตัวเล็กนิดเดียว

 

 

 

ร่างของคนวัยกลางคนร่ายรำอย่างบ้าคลั่งในอากาศแววตาของเขาเร่าร้อนไปด้วยจิตวิญญาณ เผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่สูงส่งเหล่านี้ เขาปล่อยกลิ่นอายที่โอ่อ่าสง่างามและโดดเด่นราวกับว่าเขาเป็นราชันและพวกเขาเป็นบริวาร ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยแสงสว่างจาง ๆ คล้ายกับพระเจ้าแห่งโลกนี้

 

 

 

ในไม่ช้าทั้งโลกก็กลายเป็นโลกของหมู่ดาว ร่างของชายวัยกลางคนเปล่งประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ขณะที่เขาถูกล้อมรอบไปด้วยหมู่ดาวนับไม่ถ้วน แม้กระทั่งการโจมตีด้วยฝ่ามือธรรมดาๆของเขาก็ทำให้ที่ว่างเปล่าสั่นสะเทือนได้ ทำให้โลกดูเหมือนจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ

 

 

 

เมื่อหมู่ดาวนับไม่ถ้วนมอดลงนักรบวัยกลางคนก็โจมตีอีกครั้งด้วยหมัดที่เต็มไปด้วยพลังสูงสุด การแสดงออกของคนรอบข้างชายวัยกลางคนกลายเป็นหวาดกลัวในขณะที่ร่างกายของพวกเขาแตกสลายกลายเป็นฝุ่น

 

 

 

ช่างน่ากลัวนัก!!! การโจมตีเพียงครั้งเดียวนั้นราวกับสวรรค์พิโรธ ดับการสำแดงบนสวรรค์และทำลายล้างชีวิตทั้งหมด ฉินเหวินเทียนไม่สามารถรู้สึกถึงแรงกดดันศักดิ์สิทธิ์ได้ เขาสามารถเป็นได้เพียงผู้รู้เห็นในความโกลาหนและความแข็งแกร่งที่ทำลายล้างทุกอย่าง

 

 

 

แต่ในขณะนี้…กระแสที่แข็งแกร่งของความคิดปัจจุบันก็ปรากฏ ทำให้ฉากก่อนหน้านี้ของเขาจะจางหายไป ฉินเหวินเทียนสามารถรู้สึกได้เพียงว่าเขาอยู่ในจิตสำนึกของจิตดาราดวงเล็ก ที่เป็นเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ฝังลึกเข้าไปในจิตใจของเขาก่อนที่เขาจะถูกบังคับขับไล่ออกมา

 

 

 

“ฮู่ววววว…”ฉินเหวินเทียนค่อยๆหายใจและลืมตาขึ้นมา ทว่าเขาก็เห็นเพียงแค่ใบหน้าที่น่าเศร้าของเจ้าอ้วนปรากฏต่อหน้าเขา

 

 

 

“เจ้าทำบ้าอะไร!!”ร่างกายของฉินเหวินเทียนสั่นเครือโดยไม่ได้ตั้งใจ เจ้าอ้วนยิ้มกว้างขณะที่เขาขยับศีรษะไปจากฉินเหวินเทียน ในตอนนี้ฉินเหวินเทียนรู้ว่าเขากำลังนอนอยู่บนพื้น

 

 

 

“ฉินเหวินเทียน เจ้านอนเช่นนี้ได้จริงๆรึ เจ้าหลับไปตั้งสามวันแล้ว”เจ้าอ้วนทักทายหดหู่เล็กน้อย

 

 

 

สิ่งที่ทำให้เขาหดหู่ก็คือระหว่างการนอนหลับนั้นเข็มเงินทั้ง9ยังคงปักอยู่บนหัวฉินเหวินเทียนทำให้แสงดวงดาราจากหมู่ดาวไหลเข้าไปหาฉินเหวินเทียนอย่างไม่หยุดหย่อน

 

 

 

เพียงแค่ยืนอยู่ข้างๆฉินเหวินเทียนก้ทำให้เขารู้สึกอย่างจะหลับไปด้วย….เจ้าอันธพาลน้อยไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆแก่เจ้าอ้วน มันหลับอยู่ข้างๆฉินเหวินเทียนมานานแล้ว

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย