0 Views

ณ ห้องโถงหลักของศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์มีบรรยากาศอันตระการตา แก้วสีสวยประดับประดาร้านใหญ่มากมายที่มีสมบัติและอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับต่างๆแสดงอยู่

 

 

 

พื้นที่ภายในศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์มีขนาดกว้างขวางมากและมีทั้งหมด3ชั้นพันที่เดินทางเข้าออกทุกวัน

 

 

 

ขณะนี้มีชายหนุ่มคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีขาวอยู่ด้านนอกห้องโถงหลักของศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ กำลังเตรียมที่จะเข้ามา มือของเขาถือถังไวน์และร่างของเขาก็มีกลิ่นของสุราปล่อยออกมา

 

 

(TL:ปรมาจารย์หมัดเมา(Immortal Drunken Wine)ใช้ชื่อนี้ไปก่อนนะครับผู้แปลเองก็ยังไม่กำหนดชื่อที่แน่นอน)

“ปรมาจารย์หมัดเมา(Immortal Drunken Wine) ท่านกำลังมาหาสมบัติอีกครั้งรึ!”

 

 

 

“ปรมาจารย์หมัดเมา มา มา ให้ข้าดูหน่อยว่ายังมีสุราอยู่ในถังของท่านรึเปล่า”

 

 

 

ขณะที่ชายหนุ่มวัยเยาว์เดินเข้าไปในศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์มีหลายคนที่ร้องเรียกเขาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขาและแลกเปลี่ยนเรื่องตลกกัน  ด้วยลักษณะของมัน…เขาเป็นลูกค้าประจำ

 

 

 

“มาหาข้าอีกครั้งเมื่อมีคนเต็มใจที่จะเลี้ยงสุราข้า”ผู้เยาว์เผยรอยยิ้มก่อนที่จะขึ้นไปชั้น2

 

 

 

เสียงหัวเราะปะทุขึ้นรอบฝูงชนขณะที่หลาย ๆ คนถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ ยังหนุ่มและมีพรสวรรค์ทั้งยังสุภาพเช่นปรมาจารย์หมัดเมาหาได้ยากมากในปัจจุบัน

 

 

 

1ใน10อัจฉริยะของนครหลวงที่มีพรสวรรค์มากมายเช่นปรมาจารย์หมัดเมาเป็นที่รู้จักในด้านกระบวนท่าดาบที่มีชื่อเสียงของเขา แม้ว่าช่วงเวลาที่เขาจะชักดาบออกมานั้นไม่บ่อยนักแต่ก็ไม่มีใครที่อยู่ในนครหลวงไม่รู้จักเขา

 

 

 

ได้มีการกล่าวกันว่าวิชาของปรมาจารย์หมัดเมามีความสามารถในการดื่มสุราได้อย่างดี ตำนานบอกว่ามีคนเคยเห็นเขาสังหารด้วยทวงท่าเพลงดาบที่งดงามในขณะที่เมา ต่อมาเขาเป็นที่รู้จักในนาม”ปรมาจารย์หมัดเมา”สำหรับชื่อจริงของเขาเกือบจะไม่มีใครจำมันได้

 

 

 

ปรมาจารย์หมัดเมานอกเหนือจากพรสวรรค์ที่พิเศษในด้านดาบเขาก็มีงานอดิเรกอื่นๆเช่นสั่งสมดาบล้ำค่าและบ่อยครั้งที่เขาแวะไปที่ศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์

 

 

 

ในชั้นที่สองของศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ปรมาจารย์หมัดเมามุ่งตรงไปยังพื้นที่ที่ขายดาบ เดินไปยังผนังที่ประดับด้วยดาบนับไม่ถ้วน

 

 

 

“ท่านอยากดูสินค้าใหม่ของเราไหม?”ผู้บริการที่สวยงามที่ยืนอยู่ตรงหน้าผนังดาบยิ้มอย่างสุภาพไปที่ปรมาจารย์หมัดเมา ก่อนที่จะส่งดาบจากผนังไปให้เขา”ดาบทั้งหมดเหล่านี้เป็นดาบระดับ2ที่หลอมมาใหม่ๆ พวกมันทั้งหมดเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับกลางและระดับสูง”

 

 

 

ปรมาจารย์หมัดเมาตรวจสอบอาวุธแต่ละอย่างอย่างละเอียดก่อนที่จะส่ายหัวและยิ้ม”ไว้วันหลังข้าจะกลับมา”

 

 

 

บริการหญิงราวกับว่านางเคยชินกับปฏิกิริยาดังกล่าวนางไม่มีท่าทีอื่นนอกเหนือจากการพยักหน้าเบา ๆ ในขณะนี้  มีผู้เยาว์ถือดาบที่หลอมใหม่ๆเข้ามาใกล้”ท่านพี่หญิง เจี้ยนอู่เต่า ทั้งสามอย่างนี้พึ่งหลอมเสร็จเมื่อครู่”

(เจี้ยนอู่เต่าผู้แปลอิ้งใส่ชื่อว่าSword-Dance ผมเลยเอาไปแปลเป็นจีน น่าจะถูกหากผิดหรือไม่ชอบโปรดบอกได้นะครับ)

 

 

 

“อืม”พี่สาวเจี้ยนอู่เต่าตรวจสอบดาบและส่งพลังหยวนของนางเขาไปในคมมีด เหลือบมองไปที่ปรมาจารย์หมัดเมาและกล่าว”ดาบทั้งสามเล่มนี้ถือเป็นระดับ 2ทั้งหมดแต่พวกมันจะด้วยกว่าดาบที่ท่านตรวจสอบก่อนหน้านี้”

 

 

 

“ให้ข้าดูหน่อย”ปรมาจารย์หมัดเมาดื่มสุราไปหนึ่งอึกขณะที่เขาถือดาบ 3 เล่มไว้ในมือค่อยๆดูทีละเล่มๆ ในที่สุดเขาก็ส่ายหัวด้วยความไม่พอใจ ปรมาจารย์หมัดเมาสุ่มชี้ไปที่ดาบดูธรรมดาๆบนด้านซ้ายของผนังดาบและถาม”เจ้าขายดาบเล่มนั้นเท่าไหร่?”

 

 

 

“ดาบศักดิ์สิทธิ์ระดับสองขั้นต่ำ หากท่านต้องการ ราคาขายจะเป็นหินอุกกาบาตหยวนจากสวรรค์ชั้นที่2”เจี้ยนอู่เต่ายิ้ม หินอุกกาบาตหยวนจากสวรรค์ชั้นที่2ที่นางกำลังพูดถึงนั้นมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนดมาตรฐาน

 

 

 

หินอุกกาบาตหยวนนอกเหนือจากความสามารถในการกลั่นจิตดารายังได้รับการยอมรับว่าเป็นรูปแบบของสกุลเงินสำหรับสินค้าที่มีค่าและดี หินอุกกาบาตหยวนก่อกำเนิดมาจากสวรรค์ชั้นต่างๆและเมื่อพวกตกมาจากสวรรค์ขนาดและรูปร่างของพวกมันทั้งหมดจะไม่สม่ำเสมอ ก่อนที่อุกกาบาตหยวนขนาดเต็มจะถูกตัดและขัดเกลาพวกเขาเรียกว่าแร่ดารา เพียงนำไปทำการเปลี่ยนแปลงรูปร่างและขนาดที่ตรงกับข้อกำหนดมาตรฐานแร่ดารานั้นก็อาจกลายเป็นหินอุกกาบาตหยวนที่ประชาชนทั่วไปคุ้นเคย

 

 

 

หินหยวนธรรมดาที่มีพลังหยวนของสวรรค์และปฐพีก็ถือว่าเป็นสกุลเงินสำหรับสินค้าระดับต่ำ บรรดาผู้ที่มาที่ศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดต่างมีภูมิหลังที่ร่ำรวยและมีอำนาจดังนั้นทุกครั้งที่มีการติดต่อซื้อขายพวกเขาจึงใช้หินอุกกาบาตหยวนเป็นธรรมชาติ

 

 

 

“ได้ ข้าต้องการมัน”ปรมาจารย์หมัดเมายิ้ม จากนั้นเขาก็ดึงดาบมาจากบริการสาวก่อนที่จะส่งหินอุกกาบาตหยวนไปให้ที่กำลังตกตะลึง เจี้ยนอู่เต่าคิดว่าปรมาจารย์หมัดเมาแค่ถามเล่นๆและด้วยเหตุนั้นนางจึงเอ่ยราคาไปมั่วๆ หินอุกกาบาตหยวนไม่ได้เป็นราคาที่ต่ำเลย นางไม่คิดว่าปรมาจารย์หมัดเมาจะจ่ายตามราคาที่นางเสนอไป ขณะที่เขาฉวยดาบไป หัวใจของเจี้ยนอู่เต่าเริ่มหนักขึ้นด้วยความไม่สบายใจ

 

 

 

“ปรมาจารย์หมัดเมา ท่านซื้อของราคาถูกอะไรไป? ขอให้ข้าดูหน่อย”ขณะนี้ชายวัยกลางคนก็เดินมาเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากผู้อาวุโสที่มีหน้าที่จัดการศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ในชั้นสองนี้

 

 

 

“ผู้อาวุโสเฉิง ลองดูนี่สิ”ปรมาจารย์หมัดเมาส่งดาบไปยังผู้อาวุโส หยาง เฉิง

 

 

 

หยางเฉิงถือดาบและส่งพลังหยวนภายในร่างของเขาไปในดาบ จากนั้นภาพลักษณ์ที่ดูน่าเกรงขามค่อยๆกลายเป็นความประหลาดใจในขณะที่เขามองไปทางเจี้ยนอู่เต่าและถามว่า”ใครเป็นคนส่งดาบเล่มนี้มา?”

 

 

 

“ท่านอาจารย์ฟานซือซึ่งเป็นแขกรับเชิญของศาลาเราต้องการให้ข้ามาส่งดาบที่นี่เพื่อขาย เขาต้องการหินอุกกาบาตหยวนอย่างมาก”เด็กฝึกหัดตอบอย่างสุภาพ

 

 

 

“ปรมาจารย์หมัดเมา ลองพิจารณาการทุนของเราหน่อย”หยางเฉิงจ้องไปที่เจี้ยนอู่เต่าก่อนที่จะหันหลังและจากไปตรงไปหาฟานซือ

 

 

 

“ข้าจะไปกับท่าน”ปรมาจารย์หมัดเมากล่าว เขาดื่มสุราจากถังไปด้วยในขณะที่เดินตามหยางเฉิงไปยังสถานที่ที่ฟานซืออยู่….ลานด้านหลังของศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์…

 

 

 

แต่เดิมฟานซือไม่ได้คาดหวังให้หยางเฉิงมาหาเขาด้วยตนเอง ด้วยสถานะของหยางเฉิงที่เป็นผู้จัดการอาวุโสนั้นก็ห่างไกลจากสถานะของฟานซือมาก

 

 

 

“ฟานซือ ดาบเล่มนี้ถูกสลักตราประทับศักดิ์สิทธิ์โดยเจ้า?”หยางเฉิงชี้นิ้วไปที่ดาบในมือปรมาจารย์หมัดเมา

 

 

 

แววตาฟานซือสองประกายและกล่าวตอบ”ตราประทับศักดิ์สิทธิ์ถูกสลักลงโดยอาจารย์ของข้า”

 

 

 

“ข้าสามารถพบกับอาจารย์ที่นับถือของเจ้าได้หรือไม่”หยางเฉิงยิ้ม

 

 

 

“ให้ข้าไปถามเขาก่อน”ฟานซือตอบ เขาเดินกลับเข้าไปในห้องหลอมอาวุธเพิ่มถามฉินเหวินเทียน ไม่นานหลังจากนั้น…หยางเฉิงก็เห็นผู้เยาว์ทั้งสองเดินออกมาทำให้เขาตำตะลึง

 

 

 

“ผู้อาวุโสหยางเฉิง นี่คืออาจารย์ที่เคารพของข้า ฉินเหวินเทียน…”ฟานซือแนะนำ

 

 

 

“เยี่ยม! อัจฉริยะแท้จริงนั้นมาจากวัยเยาว์! อาจารย์ใหญ่ฉิน ผู้ต่ำต้อยนี่มีนามว่าหยางเฉิง เราจะเปลี่ยนสถานที่ไปยังสถานที่น่ารื่นรมย์มากกว่านี้เพื่อสนทนาได้หรือไม่?”หยางเฉิงมองไปที่ฉินเหวินเทียน  ผู้ซึ่งตกลง เขาไม่เคยคิดว่าตราประทับศักดิ์สิทธิ์จะทำให้ผู้จัดการอาวุโสมาหาเขาด้วยตนเอง  จากนี้ฉินเหวินเทียนสามารถคาดการณ์ได้ว่าตราประทับศักดิ์สิทธิ์ของเขามีราคาพิเศษ

 

 

 

กลุ่มคนเดินไปที่ศาลาริมทะเลสาบภายในลานด้านในซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงาม

 

 

 

“ปรมาจารย์หมัดเมา เหตุใดท่านจึงยังอยู่ที่นี่?”หยางเฉิงจ้องไปที่ปรมาจารย์หมัดเมาที่กำลังยืนอยู่ข้างๆเขา

 

 

 

“ข้าคิดว่าคนที่สามารถหลอมอาวุธได้นั้นข้ารักราวกับเป็นเพื่อนของข้า เหตุผลที่ข้ามาที่นี่ก็เพื่อนหาเพื่อนใหม่เพิ่ม”กลิ่นของสุราลอยขึ้นมาจากร่างของปรมาจารย์หมัดเมาในขณะที่เขาตอบ

 

 

 

“ดื่มสักอึกไหม?”ปรมาจารย์หมัดเมายกถังขึ้นมาแสดงท่าทางขณะที่มองไปทางฉินเหวินเทียน

 

 

 

“สหายผู้นี้ดีจริงๆ”ฉินเหวินเทียนยิ้ม แต่เขาก็ปฏิเสธอย่างสุภาพ

 

 

 

“อาจารย์ใหญ่ฉิน สำหรับตราประทับศักดิ์สิทธิ์นี้ ยังมีข้อบกพร่องบางอย่างอยู่ ”หยางเฉิงมองไปที่ฉินเหวินเทียนซึ่งเริ่มพูดถึงธุรกิจอย่างเป็นทางการ

 

 

 

“นั้นไม่ใช่ข้อบกพร่อง ข้ายังไม่สามารถเข้าใจได้อย่างสมบูรณ์ ดังนั้นพวกมันจึงให้ความรู้สึกของเส้นรูนที่ไม่สมบูรณ์”ฉินเหวินเทียนตอบอย่างตรงไปตรงมา

 

 

 

“ท่านจะยินดีที่จะขายตราประทับศักดิ์สิทธิ์นี้ให้แก่ศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของข้าไหม? ท่านสามารถระบุราคาที่ท่านต้องการได้”หยางเฉิงได้เปิดเผยมือของเขา ฉินเหวินเทียนมองมาที่เขาก่อนที่ยิ้มและส่ายศีรษะ หากเขาขายตราประทับศักดิ์สิทธิ์ หยางเฉิงจะเผยแพร่ทั้งหมดให้แก่ช่างอาวุธทั้งหมดในศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ถ้ามันเกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าตราประทับศักดิ์สิทธิ์จะไม่แตกต่างจากเศษกระดาษหรือ?

 

 

 

“เนื่องจากเป็นกรณีนี้ อาจารย์ใหญ่ฉินจะยินดีที่จะเป็นแขกของศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์? ข้าสามารถให้สิทธิ์พิเศษและการดูแลที่ดีแก่ท่านได้”หยางเฉิงกล่าวเสริม

 

 

 

“ข้าไม่มีเวลาที่จะอยู่ที่นี่เช่นเดียวกับฟานซือที่จะอยู่ที่นี้นานเท่าข้า”ฉินเหวินเทียนตอบและมองไปที่หยางเฉิงผู้ซึ้งขมวดคิ้วด้วยความกังวล ก่อนที่หยางเฉิงจะตอบสนอง ฉินเหวินเทียนก็กล่าวออกมา”หากผู้อาวุโสหยางไม่มีอันใดแล้ว ข้าคงต้องขอตัวก่อน”

 

 

 

“อาจารย์ใหญ่ฉิน โปรดรอก่อน”หยางเฉิงหยุดฉินเหวินเทียนและหยิบหินอุกกาบาตหยวนออกมา แสงดวงดาราส่องประกายระยิบระยับมันบ่งบอกว่ามีพลังปริมาณมหาศาลอยู่ภายในพวกมัน หินอุกกาบาตหยวนทั้งหมดมาจากสวรรค์ชั้นที่2

 

 

 

“อาจารย์ใหญ่ฉิน โปรดอย่ารีบร้อนปฏิเสธไปเลย นี่เป็นราคาของดาบที่ท่านหลอมก่อนหน้านี้”หยางเฉิงชี้ไปที่ดาบในมือของปรมาจารย์หมัดเมาขณะที่เขากล่าวอย่างสุภาพ ฉินเหวินเทียนเมื่อได้เห็นหินอุกกาบาตหยวน มันก็ล่อใจเขาเล็กน้อย  แต่เขาก็ยังคงยึดมั่นคำเดิมอยู่ ผู้คนจากศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ต่างเป็นผู้มั่งคั่ง คิดย้อนกลับไปที่ตระกูลฉินของพวกเขาพวกเขาไม่ได้มีหินอุกกาบาตหยวนเหลืออยู่ภายในห้องใต้ดินของพวกเขาแม้แต่ก้อนเดียว

 

 

 

ตระกูลฉินนั้นยากจนอย่างแท้จริง ทรัพยากรที่เหลือของพวกเขาถูกใช้ไปอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

ฟ่านเล่อผู้ยืนอยู่ข้างๆฉินเหวินเทียน  รู้สึกแววตาของเขาส่องประกายเป็นความโลภ พวกเขากำลังจะรวย!

 

 

 

“ในอนาคต อาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่อาจารย์ใหญ่ฉินหลอมขึ้นมาสามารถนำไปที่ศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์เพื่อขายได้หรือไม่? รายได้จะถูกแบ่ง 50-50 โดยครึ่งหนึ่งจะเป็นของอาจารย์ใหญ่ฉินและแน่นอนว่าวัสดุที่จำเป็นทั้งหมดจะได้รับจากศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของข้า นอกจากนี้หากอาจารย์ใหญ่ฉินไม่เต็มใจที่จะอยู่ที่นี่ในฐานะแขก ข้าสามารถยกฐานะของฟานซือให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้นได้ ช่วยให้เขาได้รับประโยชน์และทรัพยากรของศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์เรา”

 

 

 

ในที่สุดคำพูดของหยางเฉิงก็ดลใจฉินเหวินเทียน ความแตกต่างระหว่างราคาที่เขาขายอาวุธด้วยตัวเองและราคาที่เขาขายอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของเขาไปยังศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์นั้นต่างกันราวกับสวรรค์และปฐพี การใช้ศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์เป็นฐานคือทางเลือกที่เหมาะสมในการทำ

 

 

 

และยิ่งไปกว่านั้นวัสดุที่จำเป็นในการหลอมอาวุธจะได้รับจากพวกเขา ข้อเสนอนี้ระบุถึงระดับความจริงใจของพวกเขา

 

 

 

“ข้าไม่สามารถรับรองได้ว่าข้าจะสามารถหลอมอาวุธศักดิ์สิทธิ์ได้บ่อยๆ”ฉินเหวินเทียนมองไปที่หยางเฉิง

 

 

 

“สิ่งที่หาได้ยากก็ยิ่งมีราคาแพงเท่านั้น สำหรับผลงานชิ้นเอกของอาจารย์ใหญ่ฉินเราจะขายโดยใช้วิธีการประมูล และแน่นอนว่าเราไม่กล้าที่จะกำหนดส่วนแบ่งในอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของอาจารย์ใหญ่ฉิน มันจะเป็นตามปรารถนาของท่าน”หยางเฉิงอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอนี้

 

 

 

“ข้าตกลง..”ใบหน้าของฉินเหวินเทียนเต็มไปด้วยรอยยิ้มทำให้หยางเฉิงรู้สึกตะลึงเล็กน้อย

 

 

 

“เนื่องจากเป็นเช่นนี้ ข้าจะไม่สุภาพในเรื่องของหินอุกกาบาตหยวน”แววตาของฉินเหวินเทียนส่องประกายขณะที่เขาเก็บหินอุกกาบาตหยวนจากหยางเฉิงไป

 

 

 

“ลูกพี่ แล้วข้าล่ะ?”ด้วยแววตาที่ส่องประกาบของเจ้าอ้วนที่จ้องไปยังฉินเหวินเทียน เรียกเขาว่า”ลูกพี่ๆ”ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

 

 

ฉินเหวินเทียนเหลือบมองไปอย่างเหยียดหยันที่ฟ่านเล่อ  แต่ในที่สุดเขาก็ส่งหินอุกกาบาตหยวนไปให้เขา แม้ว่าเจ้าอ้วนยังคงจ้องหินก้อนอื่นๆในมือฉินเหวินเทียนอีก แต่ฉินเหวินเทียนก็ไม่สนใจสายตาที่น่าสงสารคู่นั้น

 

 

 

“ฮ่าฮ่า…อาจารย์ใหญ่ฉิน ถ้าท่านมีอิสระในอนาคต กรุณามาเยือนศาลาอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของเราบ่อยๆ ข้าจะพาคนของข้าไปจัดที่อยู่อาศัยและโถงหลอมอาวุธดีกว่านี้ให้สำหรับฟานซือ หากท่านต้องการความช่วยเหลืออันใด อาจารย์ใหญ่ฉินโปรดนึกถึงข้าก่อนเป็นคนแรก!”หยางเฉิงยิ้ม สหายสองคนนี้น่าสนใจมาก

 

 

 

“จ้าจะจำไว้”ฉินเหวินเทียนยิ้มมและอำลากับหยางเฉิง  ปรมาจารย์หมัดเมาเหลือบมองที่ฉินเหวินเทียนและยิ้ม”หากเจ้าจะหาสหายที่จะดื่มด้วยโปรดอย่าลืมข้า”

 

 

 

หลังจากที่หยางเฉิงและปรมาจารย์หมัดเมาจากไป ฉินเหวินเทียนได้จ้องไปยังหินอุกกาบาตหยวนในมือของเขา ริบฝีกปากของเขายกขึ้นกลายเป็นรอยยิ้มรู้ว่าในที่สุดเขาก็มีหินอุกกาบาตหยวนพอที่จะเปิดประตูดาราของเขาได้

 

 

 

“ท่านปู่ฉิน ท่านพ่อ โปรดรอข้า…”ฉินเหวินเทียนสาบานอยู่ในใจ เขาไม่เคยลืมว่าทั้งปู่และพ่อของเขาถูกขังอยู่

 

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย