0 Views

ฉินเหวินเทียนฟื้นขึ้นมาตอนกลางดึก เขาส่ายหัวด้วยความสับสน

 

 

 

“จิตดาราของข้า…..”ฉินเหวินเทียนพึมพำราวกับกำลังพยายามจะนึกถึงบางสิ่งบางอย่างและเขาก็หลับตาลงนั่งสมาธิ ในเวลาต่อมาประกายแสงพราวรุ่งขึ้นทั้งห้องและหน้าผากของฉินเหวินเทียน  มีเงาที่จาง ๆรูปค้อนขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น มันส่องแสงงามอร่ามอย่างเหลือเชื่อราวกับว่ามันถูกผสมผสานเข้ากับแสงของดวงดาราอันสว่างไสว

 

 

 

“สำเร็จ! ข้าได้กลั่นจิตดาราโดยการเชื่อมสัมพันธ์กับดาวค้อนสวรรค์สำเร็จ ตอนนี้ข้าเพียงต้องการวิธีฝึกฝนที่คู่ควรทำให้จิตดาราของข้าสมบูรณ์เพื่อที่ข้าจะสามารถปลดปล่อยพลังได้เต็มที่”ฉินเหวินเทียนพึมพำกับตัวเอง  .หลังจากนั้น ฉินเหวินเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเมื่อว่าเขาจะพบแสงดวงดาวซ่อนอยู่ในทะเลแห่งจิตสำนึก

 

 

 

“นั้นคืออะไร?”ฉินเหวินเทียนจมดิ่งลึกลงไปทะเลแห่งจิตสำนึกของเขาเพื่อตรวจสอบ ในทะเลแห่งจิตสำนึกมีเงาจางๆรูปทรงคล้ายดาวค้อนสวรรค์ขนาดใหญ่จนเต็มประตูดวงดาราของเขา ในขณะที่เขาจมดิ่งลึกลงไปเขารู้สึกเหมือนว่า มีพลังดวงดาราเล็กลอยอยู่หลังเงาจางๆกำลังเปล่งแสงอยู่ตลอดเวลามันคือแหล่งพลังดวงดาราที่มิอาจสัมผัส ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการปิดตายจิตวิญญาณดาวค้อนสวรรค์

 

 

 

ฉินเหวินเทียนเกาหัวด้วยความสับสนว่าทำไมสิ่งนั้นจึงปรากฎในจิตสำนึกของเขา?

 

 

 

“มันเป็นได้ไหม…..”ฉินเหวินเทียนจำภาพที่เกิดขึ้นบางภาพได้ก่อนที่เขาจะเป็นลม เพื่อยืนยันการคาดเดาของเขา เขารีบเหลียวไปมองหาหินที่เคยแขวนไว้ที่คอ มันเหลือเพียงเชือกห้อยไว้ หินหายไปแล้ว!

 

 

 

 

“อ่า…. หินที่ตาแก่ทิ้งไว้ให้ข้า”สีหน้าฉินเหวินเทียนพลันแข็งทื่อ  (ปล.ผู้แปลอิ้งบอกว่าคือหินที่ถูกทิ้งไว้โดยพ่อแท้ๆในสายเลือด)

 

 

 

ในขณะนี้แสงทั้งหมดที่ถูกแผ่ออกจากกลุ่มดาว ดูเหมือนจะถูกปล่อยออกมากจากด้านบนของเงาดาวค้อนสวรรค์ จุดที่แสงปล่อยออกมานั้นควบแน่นจนจะระเบิดออกมา ทันใดนั้น”ตูมมม” เขารู้สึกเจ็บปวดราวกับหัวจะแยกออกเป็นสองส่วน เศษเสี้ยวความทรงจำเริ่มไหลผ่านจิตสำนึกของฉินเหวินเทียน

 

 

 

หลังจากนั้น….แสงจากดวงดาราเริ่มจางลงอย่างรวดเร็วราวกับว่ามันจางหายไปโดยสิ้นเชิงจนถึงจุดที่ฉินเหวินเทียนไม่อาจสัมผัสได้

 

 

 

“วิชาพันค้อนผันแปร นี่คือ….ทักษะวิชาเก็บความทรงจำ! ดวงดารานั้นมีความทรงจำถูกบรรจุไว้มากมายและหลังจากที่มันได้สัมผัสถึงจิตดารามันได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน!” หัวใจฉินเหวินเทียนเต้นอย่างรวดเร็วด้วยความตื่นเต้นขณะที่เขาสรุปได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นความทรงจำเริ่มปรากฏขึ้นภายในจิตใจของเขา มันเป็นวิธีการบ่มเพาะที่สามารถใช้ได้ทั้งปราณหยวนของสวรรค์ปฐพีหรือปราณดาราเพื่อทำให้ร่างกายและกระดูกแข็งแกร่งขึ้น รวมไปถึงการขจัดสิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ในเส้นลมปราณและเสริมสร้างอวัยวะเขา นี่คือขั้นแรกของผู้ฝึกยุทธ์ดวงดารา ขั้นฝึกกาย เพื่อทำให้ร่างกายของผู้ฝึกสมบูรณ์

 

 

 

ขั้นฝึกกายมีทั้งหมดเก้าขั้นหลังจากได้บรรลุถึงขั้นที่ร่างกายสมบูรณ์แบบและได้ผ่านการขจัดสิ่งสกปรก จะสามารถใช้พลังหยวนจากภายในเพื่อกระตุ้นศักยภาพซ่อนเล้นที่สำคัญเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง หลังจากนั้นช่องพลังและเส้นลมปราณทั้งหมดจะเชื่อมต่อกันและสร้างเส้นทางการไหลเวียนโลหิตซึ่งจะขยายหลอดเลือดทั้งหมด  ด้วยวิธีนี้จะมีพลังที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยโคจรไปรอบ ๆ ทางที่เชื่อมต่อใหม่ผ่านเส้นลมปราณและช่องพลัง สร้างพลังไร้ขอบเขตด้วยความช่วยเหลือจากทักษะการบ่มเพาะ ขั้นนี้เป็นขั้นไหลเวียนโลหิต

 

 

 

ขั้นฝึกกาย  ร่างกายมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบคือศักยภาพสูงสุดของมนุษย์ มีพละกำลังมหาศาล สามารถทลายหินก้อนใหญ่เป็นสองส่วน ฉีกร่างเสือดาวและเสือโคร่งขาดได้ในคราเดียว

 

 

 

ขั้นไหลเวียน สามารถสร้างพลังไร้ขอบเขตและได้รับความแข็งแกร่งอันน่าสะพรึงกลัว ทำให้ไม่มีสิ่งใดที่จะทำไม่สำเร็จ

 

 

 

หลังจากนี้ ก็จะเป็นขั้นในตำนานที่มีอำนาจไร้ผู้เทียบเคียง ขั้นตำหนักหยวน ในขั้นนี้ พลังหยวนทั้งหมดในร่างจะควบแน่นกลายเป็นของเหลวสร้างรากฐานสำหรับตำหนักหยวนภายในร่างกาย ผู้บ่มเพาะในขั้นนี้ มีพลังอันเกรี้ยวกราดไร้ผู้เทียบเคียงและสามารถทะยานทะลุผ่านท้องนภาได้อย่างง่ายดาย

 

 

 

สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ดวงดาราที่กลั่นจิตดารา พวกเขาจะสามารถดูดซับปราณหยวนจากกลุ่มดาราเข้ามาสู่ร่างกายได้  ปราณหยวนจากกลุ่มดารา เป็นที่รู้จักกันว่า ปราณหยวนดาราหรือปราณดารา ปราณดาราที่ถูกดูดซึมโดยผู้ฝึกยุทธ์ดวงดาราจะช่วยเสริมการเชื่อมสัมพันธ์กับกลุ่มดวงดารา เช่นผู้ที่กลั่นจิตดารา ดาวสิงห์ ปราณดาราในร่างกายของพวกเขาจะมีคุณสมบัติคล้ายกับกลุ่มดาวของพวกมัน ซึ่งหมายความว่าพวกเขาจะมีความสามารถของราชสีห์ที่ดุร้าย พลังโจมตีของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ การใช้ปราณดาวรวมกับจิตดารา จะสามารถปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งขึ้นได้ นี่คือเหตุผลที่ผู้ฝึกยุทธ์ดวงดาราเป็นกฏของโลกนี้

 

 

 

“ทักษะวิชาการฝึกฝนทั่วไป การขัดเกลาและปรับแต่งร่างกายโดยการผ่านความทุกข์ทรมานและความเจ็บปวด วิชาพันค้อนผันแปรนี้แปลกประหลาดมันคล้ายกับการทรมานตนเอง! ซ้ำไปซ้ำมาผ่านการทุบตีของช่างตีเหล็กนับร้อย นับพันครั้ง เหล็กต้องทุบซ้ำ ๆ ก่อนที่มันจะกลายเป็นดาบที่ดี มีเพียงการปรับแต่งอย่างต่อเนื่องเท่านั้นที่จะสามารถที่จะทำลายขีด จำกัด ของพวกเขาและเอาชนะตนเอง”หัวใจฉินเหวินเทียนสั่นระรัวทันทีที่เขาเข้าใจ หลังจากนั้นเขาก็ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกเพื่อฝึกฝนที่ลานหลังบ้าน

 

 

 

“ฟู้ววววว….”ฉินเหวินเทียนศุดลมหายใจลึก ก่อนที่จะเอียงศีรษะเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวมากมายบนท้องนภา รอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ตอนนี้เขาได้กลั่นจิตดาราและเขาก็สามารถดูดซึมปราณดาราจากกลุ่มดาวและเริ่มฝึกตนได้แล้ว

 

 

 

ฉินเหวินเทียน หลับตาลงปลดปล่อยจิตดาราของเขารวมทั้งใช้ความสามารถด้านการสัมผัสเพื่อสัมผัสการเชื่อมสัมพันธ์กับกลุ่มดาวค้อนสวรรค์ที่อยู่ในสวรรค์ชั้นที่ห้า ขณะนี้ ปราณดาราที่เกรี้ยวกราดอย่างบ้าคลั่งซ้อนลงบนร่างของฉินเหวินเทียนร่างของเขาถูกปกคลุมไปด้วยแสงดารา ฉินเหวินเทียนรู้สึกได้ถึงความผันผวนตลอดเวลาของความปราณดาราซึ่งมาจากสวรรค์ชั้นที่ห้า

 

 

 

ช่องว่างระหว่างพลังปราณดาราของผู้ฝีกยุทธ์ดวงดาราที่กลั่นจิตดารามากจากชั้นที่ห้าของสวรรค์มันกว้างขว้างอย่างน่าเหลือเชื่อเมื่อเปรียบเทียบกับชั้นที่หนึ่งและสอง ทั้งสองชั้นไม่มีทางที่จะเปรียบเทียบได้เลย

 

 

 

หลังเวลาล่วงเลยไปพักใหญ่ เมื่อฉินเหวินเทียนดูมซึมจนเต็มปริ่มเขาก็เริ่มใช้วิชาพันค้อนผันแปร ทันใดนั้นพลันปรากฏค้อนดวงดารามากมายในร่างเขาเริ่มบินไปรอบ ๆและทุบไปมาอย่างบ้าคลั่ง มีเพียงการดูดซับปราณดาราเท่านั้นจะไม่ทำให้บรรลุถึงผลลัพธ์ที่ต้องการของการฝึกกาย มีวิธีเดียวก็คือการใช้วิชาการฝึกฝนที่เข้าได้มา ใช้ร่วมกับการดูดซึมปราณดารา เพียงเท่านั้นก็จะทำให้ร่างกายของเขาแกร่งขึ้นและบรรลุถึงประสิทธิภาพที่แท้จริงของการฝึกกาย

 

 

 

“ความเจ็บปวดนี่…”เหงื่อที่หน้าผากของฉินเหวินเทียนเริ่มไหลออกมาเป็นสาย มีเสียงทุบตีดังออกมาจากภายในร่างของเขาขณะที่เขาทนการโจมตีอย่างต่อเนื่องของกลุ่มดาวค้อนสวรรค์ภายในร่าง

 

 

 

เพียงแค่ทนผ่านความเจ็บปวดที่เกิดจากวิชาพันค้อนผันแปรและความเจ็บปวดรุนแรงของแหล่งพลังปราณดาราที่เกรี้ยวกราด เขาจะสามารถทำให้ร่างกายสมบูรณ์แบบได้

 

 

 

“ฮึ่มมม…..”ฉินเหวินเทียนไม่ได้ตั้งใจที่จะแผดเสียงออกมา ทว่าเขายังคงทนต่อความเจ็บของวิชาพันค้อนผันแปรอย่างมั่นคงเช่นเดิม เสียงดังก้องค่อยๆดังขึ้น ดังขึ้น ดังเสียจนน่ากลัว จากนั้นปราณดาราในร่างกายของเขาก็หมดเกลี้ยง

 

 

 

อย่างไรก็ตามนี่ยังไม่จบ ด้วยการที่ไม่รู้จักยอมแพ้ ในที่สุดฉินเหวินเทียนลุกขึ้นยืนพร้อมกับค้อนสวรรค์ที่ปรากฏขึ้นมาในมือเขา เขาเริ่มกวัดแกว่งร่ายรำค้อนในมืออย่างพลิ้วไหวในขณะที่ทนทุกข์ทรมานกับอาการปวด นี้คือสิ่งที่ต้องฝึกฝนโดยใช้วิชาพันค้อนผันแปร เพียงแค่ต้องทนผ่านการทุบตีนับหมื่นครั้ง เขาจะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของตนและได้รับผลที่ต้องการ

 

 

 

แสงดวงดาราจากสวรรค์ชั้นห้าสาดส่องลงมาบนค้อนสวรรค์ที่กำลังถูกร่ายรำอยู่ในมือฉินเหวินเทียน “แคร๊กก”มีเสียงปะทุดังออกมาจากการเปลี่ยนแปลงของค้อนไม่หยุดหย่อน

 

 

 

หลังจากทำซ้ำไปมาราวร้อยครั้ง เส้นลมปราณดาราอันพิเศษภายในร่างกายของฉินเหวินเทียนก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนไปเป็นรูปร่างของค้อนสวรรค์ ในขณะที่ปราณดาราไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณดารารอบตัวของเขาทั้งหมดได้อย่างราบรื่นโดยไม่ติดขัด ความรู้สึกที่ปล่อยออกมาเป็นความรู้สึกที่สบายยิ่ง จนถึงจุดที่ฉินเหวินเทียนลืมเรื่องความเจ็บปวดและความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้

 

 

 

“ช่า ช่า…..”เสียงดังออกมาจากร่างฉินเหวินเทียน  มันเหมือนกับว่าเส้นเอ็น เส้นลมปราณ กระดูก และกล้ามเนื้อของเขาสั่นสะท้านพร้อมกันในเวลาเดียวกัน

 

 

 

และในท้ายที่สุด หลังจากการทำลายขีดจำกัดของตนไปสักพัก ความเจ็บปวดก็สิ้นสุดลง ฉินเหวินเทียนใช้มือทั้งสองเท้าพื้นพร้อมกับหอบหายใจ วิชาพันค้อนผันแปรนี่ทำให้เขาเสี่ยงตาย ร่างกายของฉินเหวินเทียนตอนนี้เกินขอบเขตความเจ็บปวดและไร้พลังราวกับว่ามันจะสลายกลายเป็นฝุ่นได้ทุกเมื่อ

 

 

 

ราตรีผ่านพ้นไปอย่างงรวดเร็วเข้าสู่รุ่งเช้า….. อากาศเต็มไปด้วยความชุ่มชื้น แต่ฉินเหวินเทียนที่ฝึกตนอยู่บนพื้นดินไม่ได้รู้สึกถึงความหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย เขาลืมตาและลุกขึ้นยืนขณะที่เขาขยับตัวเขารู้สึกว่าการเคลื่อนไหวของเขาราบรื่นไร้การติดขัด โดยไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความทุกข์ทรมานที่เขาได้รับเมื่อวานนี้

 

 

 

ในขณะนี้ ฉินเหวินเทียน  รู้สึกกระปี้กระเปร่า ร่างกายเต็มไปด้วยพลัง  เขาไม่เคยรู้สึกแข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อน

 

 

 

“ความสามารถในการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้ สมกับเป็นดาวค้อนสวรรค์จริงๆ”เมื่อนึกถึงการค้นคว้าของลุงเฮยว่าเหตุใดทำไมเขาถึงเลือกกลุ่มดาวค้อนสวรรค์ในการเชื่อมสัมพันธ์ด้วยเป็นเพราะความสามารถพิเศษไม่กี่อย่างที่มีเพียงแต่ดาวค้อนสวรรค์เท่านั้นที่มี

 

 

 

1.ความแข็งแกร่ง 2.การป้องกันที่มิอาจพังทลาย 3.การฟื้นฟูที่รวดเร็ว ไม่เพียงแค่นั้น ดาวค้อนสวรรค์ ยังสามารถนำไปใช้ในการหลอมอาวุธทำให้เขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งและเพิ่มระดับของความสามารถในการหลอม

 

 

 

ฉินเหวินเทียนเดินไปที่ม้านั่งหินและรวบรวมพลังจากนั้นก็ทุบไปที่ม้าหิน “โครมมมม”เสียงดังกึกก้องออกมาในขณะที่ม้านั่งหินตรงถูกทำลายลงกลายเป็นฝุ่นผงอยู่บนพื้น

 

 

 

“นี่คือความแข็งแกร่งของข้า! ช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้! การโจมตีธรรมดาๆที่ราวกับระเบิดของข้าเช่นนี้เหนือกว่าระดับความแข็งแกร่งของเก้าวัวและสองพยัคฆ์”ฉินเหวินเทียนพูดพึมพำกับตนเอง ระดับความแข็งแกร่งของเก้าวัวและสองพยัคฆ์หมายถึงความแข็งแกร่งของผู้ฝึกตนตราบใดเท่าที่พวกเขาก้าวเข้าสู่ระดับสามของขั้นฝึกกาย พวกเขาก็จะมีพลังที่น่ากลัวเช่นนี้

 

 

 

ในระดับแรกของขั้นฝึกกาย จะมีพลังของวัวตัวเดียว ในขั้นที่สองจะมีความแข็งแกร่งของวัวสี่ตัว ในขั้นที่สามจะมีความแกร่งของวัวเก้าตัว ถ้าหากสามารถทะลวงได้ไปถึงขั้นที่เก้าของการฝึกกายพวกเขาจะมีความแข็งแกร่งเท่ากับวัวแปดสิบเอ็ดตัว! ด้วยร่างกายที่สมบูรณ์แบบและพลังน่าสะพรึ่งกลัวที่มิอาจจิตนาการได้ นี่คือเหตุผลที่ผู้คนนับไม่ถ้วนต้องการที่จะเป็นผ็ฝึกยุทธ์ดวงดารา

 

 

 

ความแข็งแกร่ง!!

 

 

 

หลังจากที่กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ดวงดารา จะสามารถมีความแข็งแกร่งมหาศาล แต่นี้เป็นเพียงพลังทั่วไปในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์ดวงดาราธรรมดาๆเท่านั้น  สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ดวงดาราที่ใช้พลังดวงดารา พลังที่พวกเขามีจะมากกว่าพวกฝึกยุทธ์ดวงดาราธรรมดาทั่วไปหลายเท่านัก

 

 

 

เพียงชั่วข้ามคืน วิชาพันค้อนผันแปรช่วยให้เขามีพลังเหนือกว่าวัวเก้าตัว ฉินเหวินเทียนจะไม่มีความสุขได้อย่างไร เขาเดินไปตรงกลางของลานฝึก เขาเตรียมตัวที่จะอดทนต่อความเจ็บปวดในการฝึกวิชาพันค้อนผันแปรเพื่อเสริมสร้างร่างกายของเขา ความเป็นจริงแล้วนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติมากสำหรับฉินเหวินเทียน

 

 

 

ผู้ฝึกยุทธ์ดวงดาราที่กลั่นจิตดาราจากสวรรค์ชั้นที่ห้าสามารถดูดซับปราณดาราที่เกรี้ยวกราดอย่างยิ่ง นอกเหนือจากวิชาพันค้อนผันแปร อย่างน้อยที่สุดในขั้นเริ่มต้นของการฝึกตนจะสามารถปรับแต่งร่างกายของพวกเขาและเพิ่มพลังได้อย่างอย่างง่ายดาย

 

 

 

ตอนนี้ฉินเหวินเทียนไม่ต้องการเสียเวลาแม้แต่นิดเดียว เขาเกรงว่าพ่อบุญธรรมของเขายังคงไม่ทราบความจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ในตอนนี้ของเขา การอยู่ในตระกูลไป๋ไม่ได้เป็นทางออกที่ดีเนื่องจากมีอันตรายซ่อนอยู่ทุกหนทุกแห่ง เขาต้องการที่จะพึ่งพาพลังของตัวเองออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

 


 

ติดตามข่าวสารได้ที่เพจและฝากกดไลคกดแชร์เพจด้วยนะคลิกเลย