0 Views

สายตาของอ้อฝนเย็นเยือกขึ้นเรื่อยๆขณะที่เจตนาฆ่าฟันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เขาเห็นฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อถูกล้อมรอบไปด้วยฝูงหมาป่าอสูร

 

 

 

การที่จะมีขีดจำกัดสายเลือดนั้นเป็นเรื่องยากมากและในหมื่นคนอาจจะไม่มีแม้แต่คนเดียว แต่ทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้าเขากลับมี พวกเขาจะต้องถูกกำจัดก่อนที่พวกเขามีโอกาสเป็นผู้ใหญ่

 

 

*(ผมขอตามอิ้งไปเลยนะครับ มันชื่อยังงี้จริงๆMakino)

“มาคิโน จัดการ”อ้อฝนพูดกับชายหนุ่มที่สวมชุดหนังสัตว์ คนที่ชื่อมาคิโนกำลังนั่งอยู่บนหลังราชาหมาป่าอสูร

 

 

 

“แน่นอน แต่จำไว้ว่าข้าได้ช่วยเจ้าไว้ในวันนี้”รอยยิ้มอันเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าของมาคิโน ทำให้คนที่เห็นรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นมีลักษณะเหมือนสัตว์อสูรในธรรมชาติ มาคิโนเห่าหอนและในขณะเดียวกัน หม่าป่าอสูรก็เริ่มพุ่งเข้าไปและกระโดดกระโจนไปหาฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อ  เหล่าหมาป่าอสูรเหล่านี้นี้เป็นสัตว์อสูรระดับปีที่ 2 และระดับที่ 3 สำหรับราชาหมาป่าอสูรที่เขาขี่อยู่มันเป็นสัตว์อสูรระดับ 4

 

 

 

“เจ้าเป็นไรไหม?”ฟ่านเล่อถามด้วยความกังวลในขณะที่เขายิงลูกศรของเขาออกมาอย่างต่อเนื่อง  หมาป่าระดับ 2 ทั้งหมดที่เขาโจมตี ด้วยพลังอันน่ากลัวของลูกศรดวงดาราของเขา ร่างกายของพวกมันต่างระเบิดออกมาทันที แต่ว่าหมาป่าระดับที่ 3 ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะจัดการ

 

 

 

สัตว์อสูรระดับ3 มีความคล้ายคลึงกับผู้ฝึกตนมนุษย์ในระดับที่ 7, 8, และ 9 ของขั้นฝึกกาย

 

 

 

“ข้าควบคุมไม่ได้”สีหน้าของฉินเหวินเทียนดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เขาไม่มีทางที่จะควบคุมพลังสายเลือดของเขาได้

 

 

 

“ช่างน่าอิจฉา”เจ้าอ้วนกัดฟัน ถ้าคนคนนั้นไม่สามารถควบคุมพลังสายเลือดของเขาได้ มันก็หมายความพลังว่าสายเลือดของเขามีพลังมาก ด้วยระดับการฝึกตนปัจจุบันของฉินเหวินเทียน เขาไม่มีทางควบคุมมันได้

 

 

 

“เนื่องจากเจ้าไม่สามารถควบคุมมันได้ งั้นก็ปล่อยให้มันระเบิดออกมาซะ ไม่ต้องยับยั้งมัน!” ลูกศรของเจ้าอ้วนแทงทะลุผ่านหัวของหมาป่าอสูรที่กำลังจะพุ่งไปตระคลุบฉินเหวินเทียน

 

 

 

“ได้”ในขณะที่เลือดหมาป่าอสูรสาดกระเด็นโดนหน้าเขาเงาของการขาดสติปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา ในขณะในขณะนี้ เขาได้เลิกควบคุมพลังที่เขามี ปลดปล่อยพลังของเขาออกมาทั้งหมด  ความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวของขีดจำกัดสายเลือดของเขาก็เริ่มพลุ่งพล่านราวกับท้องทะเลที่กำลังเดือด  ทำให้ฉินเหวินเทียนปลดปล่อยกลิ่นอายที่คล้ายคลึงกับราชันย์ ราชันย์ที่อยู่เหนือโลก!

 

 

 

“สังหาร!”ฉินเหวินเทียนคำรามออกมาด้วยความโกรธและในขณะเดียวกัน สายตาของหมาป่าอสูรเริ่มเปิดเผยร่องรอยของความเคารพต่อแสงที่ราวกับพระอาทิตย์ทรงกลดแต่มันเป็นสีแดงทั้งหมด แสงได้ปกคลุมร่างกายของฉินเหวินเทียนทั้งร่าง หลังจากที่เขาปล่อยหมัดปราบมังกร หัวของหมาป่าอสูรระดับ3ทั้ง3หัวระเบิดออกมาด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว  แต่งแต้มท้องนภาไปด้วยพิรุณสีเลือดที่กำลังโปรยปราย

 

 

 

“บรู้ววววว”เสียงหอนดังออกมาก่อนที่หมาป่าอสูรจะพุ่งกระโจนเข้ามาหาเขาโดยโจมตีมาจากทางด้านหลัง หมาป่าเหล่านี้รวดเร็วและปราดเปรียวและมีความสามารถที่แข็งแกร่ง แม้ว่าความสามารถในการต่อสู้ของฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อเพียงพอที่จะจัดการกับสัตว์ร้ายอสูรระดับ 4 ทว่าตรงหน้าพวกเขานั้นมันเป็นฝูงหมาป่าขนาดใหญ่! พวกเขาสามารถทำได้แต่ป้องกันเท่านั้น ไม่สามารถเริ่มการโจมตีได้

 

 

 

“ซอยแล้ว!!”ฟ่านเล่อวิ่งพุ่งตรงไปที่หลังของฉินเหวินเทียน คำรามด้วยความโกรธไปยังหมาป่าอสูร นี่เป็นครั้งแรกที่เขาปลดปล่อยจิตดาราดวงที่สอง หน้าอสูร สายตาของเขาปรากฏความสามารถในการจองจำจิตใจและจิตวิญญาณ หมาป่าอสูรที่เริ่มกำลังกระโจนไปหาฉินเหวินเทียนจู่ก็หยุดลง นอนราบอยู่บนพื้นดินและจ้องมองที่การปรากฏตัวของฟ่านเล่อด้วยความงุนงง ขณะเดียวกัน ฟ่านเล่อก็ไม่ได้ทำให้เวลาสูญเปล่า ใช้ลูกศรราวกับเป็นอาวุธแทงทะลุผ่านหัวของหมาป่าอสูร

 

 

 

ในขณะนี้ฉินเหวินเทียนได้พุ่งไปข้างหน้าและแสดงวิชาหมัดปราบมังกรของเขาแล้ว ในพายุนั้นกระจัดกระจายไปด้วยเนื้อสดและเลือดเขาสังหารล้างฝูงหมาป่า

 

 

 

“พี่ชาย สังหารราชาหมาป่า”ฟ่านเล่อตะโกนขณะที่เขาช่วยฉินเหวินเทียนจากด้านหลัง

 

 

 

“ตูมมม”ด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ ฉินเหวินเทียนกระทืบไปที่พื้นปล่อยให้รอยแตกทิ้งไว้ที่พื้นในขณะที่ร่างกายของเขาทะยานผ่านท้องฟ้าด้วยแรงส่งเมื่อครู่ ทำลายฝูงหมาป่าที่กำลังจ้องมองมาที่เขายับเยินไม่เหลือซาก ขณะที่เขาลงพื้น ด้วยความแข็งแกร่งอันน่ากลัวที่สร้างขึ้นในร่างกายของเขา เขาตั้งท่าราวกับคันศรที่กำลังโค้งงอ จากนั้นฉินเหวินเทียนก็พุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่บ้าคลั่ง

 

 

 

“อวู้วววววว”ราชาหมาป่าเห่าหอนออกมาด้วยความโกรธ หมาป่าอสูรทั้งหมดได้ละทิ้งฟ่านเล่อแล้วมุ่งความสนใจไปที่ฉินเหวินเทียนแทน

 

 

 

“หนุ่มร่างอ้วนผู้นี้ จะเอาจริงละนะ”การแสดงออกด้วยความเกลียดชังส่องประกายบนใบหน้าของเขาขณะที่ฟ่านเล่อปลดปล่อยจิตดาราทั้งสองออกมาพร้อมกัน แสงดวงดาราที่สดใสกระจายออกมาจากคันศรดวงดาราในมือเขา เขายิงลูกศรเก้าดอกออกไปในครั้งเดียว

 

 

 

“ชึก ชึก”เสียงลูกศรที่เข้าเป้าดังออกมาขณะที่หมาป่าหมาป่าอสูรที่อยู่ทางซ้ายและขวาของฉินเหวินเทียนถูกยิงตาย หนึ่งดอก หนึ่งศพ

(มันยิงไปเก้าไม่ใช้เรอะ (= =)

 

 

 

ในขณะนี้ ฟ่านเล่อและฉินเหวินเทียน ได้ปลดปล่อยความสามารถทั้งหมดของพวกเขาทั้งหมดลูกศรนับไม่ถ้วนโปรยปรายลงมาจากท้องนภาฝังหมาป่าไปนับไม่ถ้วนไม่มีพลาด

 

 

 

อ้อฝนและชายหนุ่มที่สวมเครื่องแต่งกายหนังสัตว์ ดวงตาของมาคิโนหดแคบขณะที่พวกเขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ฉินเหวินเทียนวิ่งไปมาด้วยท่าทางที่บ้าคลั่งในสายตาของเขา ความสามารถในขีดขำกัดสายเลือดของเขากำลังลุกไหม้ เขาชุ่มโชกไปด้วยความรุนแรงและความสามารถในการต่อสู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

 

 

 

“อ้อฝน เจ้าเป็นผู้ฝึกตนระดับที่2ขั้นไหลเวียนโลหิตและมีจิตดารา2ดวง ”มาคิโนกล่าวกับอ้อฝน เห็นได้ชัดว่าเขาบอกอ้อฝนเพื่อให้เขาป้องกันฉินเหวินเทียน

 

 

 

อ้อฝนแข็งทื่อเล็กน้อยในขณะที่เขากัดฟันแน่น  ทันใดนั้นเขาปลดปล่อยจิตดาราทั้งสองดวงออกมา เขาได้เผยจิตดาราประเภทหอกออกมารวมทั้งจิตดาราประเภทโล่ด้วย ครานี้ เขาไม่กล้าที่จะดูถูกศัตรูของเขา ซึ่งแตกต่างจากช่วงก่อนหน้านี้ ที่เขาไม่ได้ปลดปล่อยจิตดาราประเภทโล่และจบลงด้วยการถูกลูกศรของฟ่านเล่อยิ่งทะลุผ่ามือ

 

 

 

จิตดาราทั้งสอง หนึ่งเพื่อโจมตีอีกหนึ่งเพื่อป้องกัน

 

 

 

คนที่บ้าคลั่งเช่นฉินเหวินเทียนตอนนี้ได้พุ่งเข้าไปแล้ว อ้อฝนคำรามออกมาในขณะหอกยาวดวงดาราของเขาพลิ้วไหวในอากาศ เขาได้ใช้วิชา กระบวนท่าหอกมังกรพิษ ซึ้งนี่มันช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของเขา ในขณะที่หอกดวงดารา ฉายภาพของมังกรดำที่บินไปยังฉินเหวินเทียนที่กำลงพยายามเขมือบเขา

 

 

 

อ้อฝน อยู่ในระดับที่ 2 ของขั้นไหลเวียนโลหิต ซึ่งหมายความว่าเขาได้ชำระล้างเส้นลมปราณ2เส้นจาก9เส้นฝนร่างกายของเขา เช่นนี้เขาจึงสามารถปลดปล่อยพลังความแข็งแกร่งโดยธรรมชาติได้ สร้างพลังที่มีความน่ากลัวออกมา

 

 

 

ด้วยรูปลักษณ์ที่บ้าคลั่งในสายตาของเขา ฉินเหวินเทียนปลดปล่อยวิชาของเขาออกมา มังกรเก้าสวรรค์คำราม! ใช้พลังที่แท้จริงเพื่อสร้างความแตกต่าง เสียงคำรามที่น่าสะพรึงกลัวราวกับมังกรที่แท้จริง

 

 

 

“ช่างเป็นพลังที่เกรี้ยวกราดอันใดเช่นนี้”หัวใจอ้อฝนดิ่งลง จากการโจมตีครั้งล่าสุดของฉินเหวินเทียน  อ้อฝน คาดว่าฉินเหวินเทียน ได้มีพลังมากกว่าวัว200ตัวไปไกลแล้ว ปล่อยแรงกดดันที่คล้ายคลึงซานไท้ออกมา

 

 

 

“สังหาร!” อ้อฝนกวัดแกว่งหอกราวกับมังกรพิษแทงผ่านอากาศที่ว่างเปล่า เขาเล็งไปที่ดวงตาของฉินเหวินเทียนโดยตรง

 

 

 

ถึงกระนั้น ฉินเหวินเทียนได้ยื่นมือซ้ายออกมาและจับหอกได้อย่างง่ายดาย แม้ว่ามือซ้ายของเขาจะมีเลือดไหลออกอย่างมาก ทว่ามือขวาของเขาได้กำหมัดรวบรวมพลังที่น่าพรันพรึงและต่อยไปยังอ้อฝน

 

 

 

“เจ้านี่มันบ้าไปแล้ว”การแสดงออกของอ้อฝนแปรเปลี่ยน พลังดวงดารารอบๆเขารวมกันเป็นโล่มายาเปล่งประกายแสงดวงดาราที่รุ่งโรจน์  เขาตั้งใจจะป้องกันหมัดตรงหน้าเขา

 

 

 

“ตูม!”โล่มายาแตกออกเป็นชิ้น ๆและด้วยแรงกระแทกที่น่าสะพรึงกลัว ทำให้ร่างของอ้อฝนลอยเคว้งไปข้างหลังในอากาศ

 

 

 

ในขณะนี้ร่างเงาของผู้สมัครคนอื่น ๆจำนวนมากกำลังปรากฏตัวขึ้นและกำลังพากันเข้ามาทางนี้  ด้วยการปะทะเมื่อครู่ เสียงเห่าหอนของหมาป่าและเศษเล็กเศษน้องของพลังดวงดาราจำนวนมหาศาลที่ถูกปลดปล่อยดึงดูดพวกเขามา ในขณะเดียวกันก็ได้ยินเสียงของม้าที่กำลังวิ่งมา ทำให้พื้นดินที่ห่างออกไปเริ่มสั่นสะเทือน

 

 

 

แต่ในขณะนี้ ฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อไม่สามารถที่จะสนใจเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่สำคัญรอบข้างได้ขณะที่ในแววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน จำนวนซากหมาป่าจำนวนมากนอนแหละเทะไปหมด ฟ่านเล่อและฉินเหวินเทียนเริ่มเคลื่อนที่พลันเหลือแต่ร่างเงาที่ไว้ข้างหลัง ทั้งคู่พุ่งตรงไปยังอ้อฝน

 

 

 

“ปล่อยเราไป”ผู้ที่ขี่ราชาหมาป่า มาคิโนรีบถอยหนีทันที  อ้อฝนมองฉินเหวินเทียนด้วยความหวาดกลัวขณะที่รีบลุกขึ้นมาจากพื้นดินและไล่ตามเงาของมาคิโนไป

 

 

 

“ยายเจ้าเถอะ พลังดวงดาราในร่างกายของข้าใช้ไปเกือบหมดแล้ว”ฟ่านเล่อสบถออกมาเบาๆในขณะที่คันศรดวงดาราหายไปจากมือเขา ถึงกระนั้นเขาก็ทำเช่นเดียวกับฉินเหวินเทียนไล่ตามอ้อฝนไปเพื่อพยายามที่จะสังหารเขา

 

 

 

อ้อฝนกระอักเลือดออกมา2-3ครั้ง  ใบหน้าสีซีดจางและดวงตาเผยให้เห็นร่องรอยแห่งความหดหู่ใจ เขายังคงรีบวิ่งไปข้างหน้า

 

 

 

ทันใดนั้น มีร่างมากมายที่ขี่หลังม้ามังกรปรากฏขึ้นมา คนเหล่านี้เป็นผู้ควบคุมการฝึกรวมถึงผู้อาวุโสที่ทรงพลังจากสำนักต่างๆด้วย

 

 

 

“หยุด!” ผู้ที่นั่งอยู่บนม้ามังกรกล่าว อ้อชุน รีบวิ่งไปข้างหน้าขณะที่เขาคำรามออกมาด้วยความโกรธทำให้ดวงตาของฟ่านเล่อและฉินเหวินเทียนหดแคบลง

 

 

 

ฟ่านเล่อหยุดชะงักและพลังดวงดาราที่เหลืออยู่ในร่างของก็แปรเปลี่ยนไปเป็นลูกศรดวงดารา3ดอกพุ่งตรงไปยังอ้อฝน

 

 

 

“เจ้ากล้าดีอย่างไร!”ประกายแสงเย็นๆพลันส่องประกายในแววตาอ้อชุนขณะที่ม้ามังกรที่เขาขี่อยู่พุ่งเข้าไป หอกยาวในมือของเขาส่องแสงดวงดาราออกมาและระเบิดลูกศรดวงดารากระจัดกระจายไป

 

 

 

“เจ้าแกว่งเท้าหาความตายสินะ”หอกยาวในมือของอ้อชุนถูกปาตรงไปยังฟ่านเล่อ

 

 

 

ฟ่านเล่อหน้าซีดและกระโดดถอยไปข้างหลัง หอกยาวปักทะลุลงพื้นพลันเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ถึงแม้จะพลาดที่ไม่โดนฟ่านเล่อเพียงแค่ปลายผม ทว่าแรงสั่นสะเทือนของหอกได้โดนฟ่านเล่อและทำให้เขาปลิวออกไป

 

 

 

“เจ้าอ้วน”ฉินเหวินเทียนชะงักในขณะที่เขาหยุดก้าวเดิน ตรงหน้าเขาไม่ใช่ใครอื่นนอกจากอ้อชุนผู้ซึ่งกำลังมองเขาอยู่และกล่าวอย่างเย็นชาออกมา”วัตถุประสงค์ของการทดสอบคือการล่าสัตว์อสูร เจ้าทั้งสองกล้าที่จะฆ่าสหายของเจ้าได้อย่างไร!”

 

 

 

เมื่อเสียงของเขาจางหายไป อ้อชุนได้ปล่อยหมัดไปยังฉินเหวินเทียน ฉินเหวินเทียนได้ยกมือขึ้นเพื่อป้องกันทว่าความแข็งแกร่งนั้นมากมายเกินไปเขาไม่อาจต้านทานได้ แรงกระแทกทำให้ฉินเหวินเทียนกระเด็นไถลไป เลือดและปราณของเขาปั่นป่วน มีเลือดไหลออกมาจากปากของเขา ความโกรธแค้นในดวงตาของเขามาพร้อมกับเจตนาฆ่าฟันที่มีมากมายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

 

 

ครานี้ อ้อชุนได้วางแผนที่จะสังหารพวกเขาขณะที่เปลี่ยนความจริงให้เป็นเรื่องโกหก เปลี่ยนเป็นสีดำให้เป็นสีขาว

 

 

 

“เจ้าทั้งสองไม่เกรงกลัวอันใดเกินไป”เสียงอันเย็นชาและชัดเจนลอยออกมา  โมชิงเฉิง บินอยู่บนหลังของกระเรียนอสูรและมองไปที่ฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อ

 

 

 

โมชิงเฉิงได้รู้จักฉินเหวินเทียนแล้ว ทว่านางไม่เคยคิดว่าฉินเหวินเทียนจะพยายามฆ่าผู้สมัครคนอื่นในระหว่างการสอบ หากนางรู้ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นนางคงไม่ช่วยเขาไว้เมื่อก่อนหน้านี้

 

 

 

“ท่านหญิงโม ทั้งสองคนนี้ยโสอย่างแท้จริง พวกเราจะประหารเขาตอนนี้ที่นี้เลยรึไหม?”อ้อชุนถาม

 

 

 

“ข้าไม่อยากเห็นมนุษย์ฆ่ากันและกัน  ปล่อยพวกเขาไป แต่มันจะต้องไม่มีครั้งที่สอง”โมชิงเฉิงถอนหายใจ

 

 

 

“ขอรับ”อ้อชุนพยักหน้าด้วยความเคารพและหันไปหาฉินเหวินเทียน”วันนี้ข้าจะไว้ชีวิตอันไร้ค่าของพวกเจ้าทั้งสอง ไปซะ!”

 

 

 

ขีดจำกัดสายเลือดของฉินเหวินเทียนค่อยๆสงบลง ในขณะที่สายตาที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นกวาดมองไปที่อ้อชุนและโมชิงเฉิง ทว่าน่าประหลาดใจ ที่จู่ๆเขาก็หัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

 

 

 

“เจ้าทุกคนดีมากๆ”เสียงหัวเราะของฉินเหวินเทียนเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขาเดินไปทางฟ่านเล่อที่ได้รับบาดเจ็บ”เจ้าเป็นไรไหม?”

 

 

 

“หนุ่มร่างอ้วนผู้นี้มีชีวิตที่ได้รับพรจากสวรรค์? ไม่มีทางที่ข้าจะตายง่ายๆ”ฟ่านเล่อยิ้มแฉ่ง “พี่ชาย ดูเหมือนว่าความงามไม่ได้ทำให้สตรีคนหนึ่งเป็นเทพธิดา”

 

 

 

“ไปกันเถอะ”ฉินเหวินเทียนแบกฟ่านเล่อขึ้นบนหลังและเดินออกไป เหลือเพียงแต่เสียงบ่นของฉินเหวินเทียนลอยมา”เจ้าอ้วน เจ้าหนักมากจริงๆ!”

 

 

 

ขณะที่นางจ้องมองไปยังภาพเงาทั้งสองอย่างว่างเปล่า สัญชาตญาณของโมชิงเฉิงบอกกับนางว่ามีบางอย่างผิดปกติ ทันใดนั้นภาพเงารางๆปรากฏ ตรงหน้านางดูเหมือนจะเป็นภาพรางๆลูกสุนัขหิมะ

 

 

 

“ทำเจ้าถึงอยู่ที่นี่?”โมชิงเฉิงยิ้ม ทว่านางเห็นเพียงลูกสุนัขหิมะที่จ้องมองอย่างเคร่งขรึมมาที่นาง ก่อนที่จะรีบวิ่งไปยังทิศที่ฉินเหวินเทียนไป  การกระทำของลูกสุนัขทำให้โมชิงเฉิงสีหน้าแข็งทื่อ เมื่อมองบนบหน้าของลูกสุนัขดูเหมือนมันจะเต็มไปคำที่พูดเป็นนัยว่ามันไม่แยแส

 

 

 

ไม่นานหลังจากนั้น เสียงร้องของนกอินทรีก็โผล่ขึ้นมาบนท้องฟ้าขณะที่หลิวฮว่านปรากฏตัวและมองไปที่ฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อ

 

 

 

โมชิงเฉิงมองหลิวฮว่าน พร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจอยู่ในแววตาของนาง

 

 

 

“นามของเขาคือ ฉินเหวินเทียน ผู้มาจากตระกูลฉินในนครประสานนภา เขาไม่ได้รู้จักอ้อฝน ดังนั้นทำไมเขาถึงอยากจะสังหารมัน? ในทางตรงกันข้าม มีหลายคนวางแผนที่จะสังหารศิษย์น้องฉินของข้า”หลิวฮว่าน ค่อยๆกวาดสายตาที่เย็นเหยียบไปที่อ้อชุน โมชิงเฉิงสั่นเทาขณะที่นางนึกถึงเงาฉินเหวินเทียนว่างเปล่าและแววตาที่เย็นชาของลูกสุนัขหิมะที่ส่องประกายมายังนาง

 

 

 

จู่ๆหัวใจของนางก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างไม่ทราบสาเหตุ

 

 

 

“หรือว่าข้าผิด…..”ในขณะที่โมชิงเฉิงจ้องไปที่เงาที่กำลังเดินอยู่พร้อมกับมีอารมณ์ที่มิอาจทนได้ทำให้หัวใจของนางสั่นระรัว

 

 

(TL:อ้อชุนเป็นพี่อ้อฝน)

 

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย