0 Views

ฉินเหวินเทียนหันไปรอบ ๆ เพื่อมองดูตำแหน่งของฟ่านเล่อที่ยืนอยู่บนต้นไม้ เจ้าอ้วนทำให้มันดูง่ายราวกับว่าเขากำลังเคลื่อนที่อยู่บนพื้น

 

 

 

“ช่างน่าตกใจเสียจริง”ฉินเหวินทียนยิ้มขณะที่เขาเหลือบมองฟ่านเล่อ

 

 

 

ฟ่านเล่อนั้นมั่นคงแม้จะรั้งคันธนูเป็นรูปจันทร์เสี้ยวไว้อยู่ พร้อมกับขึ้นลูกศรทั้งสามดอกไว้พร้อมยิง

 

 

 

“เจ้าอ้วนผู้นี้ คืออัจฉริยะ”ฟ่านเล่อยิ้มแฉ่ง ฉินเหวินเทียนไม่อาจโต้แย้งได้ เจ้าอ้วนที่หยาบคายนี้เป็นอัจฉริยะจริงๆ

 

 

 

“จะดีกว่าหากเจ้าไม่มายุ่งกับเรื่องที่เจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือจะให้ข้าสังหารเจ้าอย่างสยดสยอง”อ้อฝนเหลือบมองอย่างโหดเหี้ยมไปที่ฟ่านเล่อ ผู้ซึ้งอยู่บนต้นไม้ในขณะที่ปล่อยเจตนาฆ่าฟันออกมา

 

 

 

“จัดการกับคนด้านข้างก่อน”ฟ่านเล่อยิ้มอย่างต่อเนื่องราวกับว่าเขาไม่เคยได้ยินคำพูดของอ้อฝน ฉินแหวินเทียนพยักหน้าและเหลือบมองไปยังผู้เยาว์ที่ยืนอยู่ข้างอ้อฝน

 

 

 

ในขณะที่เสียงของฟ่านเล่อจางหายไป ลูกศรทั้งสามดอกที่ยิงออกไปในอากาศแปรเปลี่ยนเป็นดามสามเล่มที่แหลมคมอย่างเหลือเชื่อทั้งหมดพุ่งตรงไปที่อ้อฝน ขณะที่ลูกศรทั้งสามดอกกำลังแปรเปลี่ยนฟ่านเล่อก็ยิงออกมาอีกสามดอกโดยไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆเกือบจะเหมือนว่าเขาเป็นหนึ่งเดียวกับคันศรนี้ ครานี้ จิตดาราได้ส่องประกายแวววาวอยู่ด้านหลังเขา

 

 

 

ตลอด 9 ชั้นสวรรค์ มีหมู่ดาวนับพันพันล้านดวง ซึ่งทำให้มันเป็นไปได้ที่จะมีหมู่แทบจะทุกชนิดอยู่  สำหรับฟ่านเล่อ จิตดาราของเขาถูกกลั่นมากจากหมู่ดาวรูปแบบคันศรที่มีรูปร่างของดวงจันทร์เสี้ยว

 

 

 

ในขณะนั้นลูกศรพราวแสงดวงดารา ขณะที่พวกมันถูกยิงขึ้นสู่ท้องฟ้า

 

 

 

ฉินเหวินเทียนกำลังเผชิญหน้ากับสมุนที่อยู่ข้างๆอ้อฝน ทั้งสองได้ปลดปล่อยจิตดาราออกมา ค้อนสวรรค์ส่องรัศมีด้วยแสงที่สุกสกาวหาที่เปรียบมิได้ ในขณะที่จิตดาราของฝ่ายตรงข้ามของฉินเหวินเทียนเป็นขุนเขาที่เยือกเย็น ทุกครั้งที่โจมตีจะมีความหนาวเย็นและเยือกแข็งออกมาด้วย

 

 

 

“พลัก!”เมื่อฝ่ามือของพวกเขาปะทะกัน ฉินเหวินเทียนรู้สึกว่าพลังความเย็นไหลเข้าสู่ร่างกายเขามันพยายามที่จะแช่แข็งเส้นปราณดาราของเขา ขณะที่ฝ่ามือของฝ่ายตรงข้ามสั่นกระเส่า แม้ว่าฉินเหวินเทียนอยู่ในระดับที่ 8 ของขั้นฝึกกายที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าผู้ฝึกตนระดับที่8ขั้นฝึกกายทั่วไป ฉินเหวินเทียนถูกบังคบให้ถอยออกมาจากแรงปะทะ ซึ้งแทบจะทำให้ร่างกายของเขาหนึบชา

 

 

 

“เกิดอันใดขึ้น?” ทันใดนั้น ฉินเหวินเทียนขมวดคิ้วด้วยความกังวล เขาสามารถสัมผัสได้ถึงพลังของปราณอสูรมุ่งหน้ามาตามทางของพวกเขา

 

 

 

“มีฝูงสัตว์อสูรกำลังมุ่งหน้ามาทางเรา ฉินเหวินเทียน สังหารมันเร็วๆเข้า!”สีหน้าของฟ่านเล่อเริ่มหนักอึ้งขึ้น ครานี้ เขาละทิ้งการควบคุมลูกศรที่เปลี่ยนทิศทางและด้วยพลังอันเต็มเปี่ยมจากจิตดารา ฟ่านเล่อยิงลูกศรออกไปตรงๆอย่างรวดเร็ว ปิดผนึกเส้นทางหนีของฝ่ายตรงข้ามของเหวินเทียน

 

 

 

“เสียงดังกระหึ่ม”ดังออกมา พลังดวงดาราที่เกรี้ยวกราดในร่างของฉินเหวินเทียนกำลังพุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่ง ไหลเหมือนกระแสน้ำของมหาสมุทรลงมาตามเส้นปราณดาราของเขา รูปร่างทั้งหมดของเขาคล้ายกับมังกรคลั่งขณะที่เขาเริ่มเปิดการโจมตีด้วยเสียงคำรามอันยิ่งใหญ่

 

 

 

ใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามของเขาพลันซีดขาวขณะที่ลูกศรอีกดอกหนึ่งพุ่งตรงมาทางเขาด้วยความเร็วที่น่ากลัวจากด้านบน  อุณหภูมิรอบข้างลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมือทั้งสองข้างของเขาแปรเปลี่ยนเป็นทวนน้ำแข็งที่ถูกนำมาใช้พร้อมกันเพื่อป้องกันลูกศรและโจมตีไปที่ฉินเหวินเทียน

 

 

 

“ตาย!”ฉินเหวินเทียนคำราม พลังที่ไร้ขอบเขตของเขาได้ต่อยทวนน้ำแข็งออกเป็นเสี่ยงๆด้วยพลังที่เกรี้ยวกราดทำให้ร่างกายของฝ่ายตรงข้ามสั่นสะท้านอย่างรุนแรง แม้ว่าฝ่ายตรงข้ามของเขาพยายามที่จะถอยหนี  ลูกศรที่เต็มไปด้วยพลังดวงดาราก็ได้เจาะผ่านสมองของเขาและตอกเข้าลงกับพื้น

 

 

 

อ้อฝนไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากเฝ้าดูสหายของเขาตายอย่างไร้ค่า เขาได้รับการป้องกันจากการช่วยเหลือของลูกศรของฟ่านเล่ออย่างรวดเร็ว แม้ว่าพลังที่อยู่ภายในลูกศรของฟ่านเล่อไม่มีอะไรพิเศษ ทว่าระดับการควบคุมของฟ่านเล่อนั้นราวกับพระเจ้า ลูกศรที่ยิงโดยเขาสามารถเปลี่ยนทิศทางการบินกลางคันได้โดยที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ทันรู้ตัว

 

 

 

ในขณะนี้ ปราณสัตว์อสูรเริ่มแข็งแรงขึ้น แข็งแกร่งขึ้น ฉินเหวินเทียนหันไปมองและพบกับฝูงหมาป่าอสูรที่กำลังวิ่งมาทางเขาอย่างบ้าคลั่ง

 

 

 

“วิ่ง!”ฟ่านเล่อยิงลูกศรออกไปอีกสามดอก กระโดดลงมาจากต้นไม้ขนาดยักษ์และหันร่างของเขาไปอีกทางหนึ่งเพื่อหลบหนี ฉินเหวินเทียนตามมาด้วยความรู้สึกและหนีตามฟ่านเล่อไป

 

 

 

“สังหารพวกมันให้หมดดด!”ที่ด้านหลังพวกเขา อ้อฝนกำลังสาปแช่ง ครานี้อ้อฝนได้สั่งคนทั้งสี่ไล่ตามฉินเหวินเทียน  แต่นอกเหนือจากเขาคนอื่น ๆ ได้ตายหมดแล้ว สิ่งที่ทำให้โกรธมากขึ้นก็คือแม้ว่าเขาจะมีพลังที่มากกว่าฝ่ายตรงข้าม เขาก็ไม่สามารถใช้มันได้อย่างเต็มที่เนื่องจากการลูกศรที่ยิงมาเป็นระยะๆของฟ่านเล่อขัดขวางเขา

 

 

 

ฉินเหวินเทียนงง ขาพยายามที่จะเข้าใจความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของอ้อฝน ก่อนที่จะมองไปที่ฟ่านเล่อซึ่งอยู่เคียงข้างเขา

 

 

 

“”จากด้านบนของต้นไม้ ข้าเห็นคนจำนวนมากอยู่หลังหมาป่าอสูรกำลังวิ่งเข้ามา บางทีพวกเขาอาจสามารถควบคุมราชาของหมาป่าอสูรได้ ในหมู่พวกเขาน่าจะมีคนที่กลั่นจิตดาราประเภทหมาป่า”หน้าของฟ่านเล่อเต็มไปด้วยความกังวล แต่เขาก็ยังคงกล่าวต่อ”โชคดีที่จิตดาราของเจ้ามีพลังมาก ข้าไม่มีคิดว่าเจ้าจะมีพลังมากมายเช่นนั้นขณะที่เจ้าอยู่ที่ระดับ 8 ของขั้นฝึกกาย”

 

 

 

เจ้าอ้วนนี้เขาเป็นอัจฉริยะหรือคนโง่คนหนึ่ง? ในสถานการณ์ที่กระชั้นชิดเช่นนี้ เขายังคงมีเวลาในการวิเคราะห์จิตดาราของข้า? ฉินเหวินเทียน มองหน้าฟ่านเล่ออย่างหมดคำพูดก่อนที่จะกล่าว”ลองคิดถึงวิธีที่จะรักษาชีวิตของเราไว้ก่อน เห็นได้ชัดว่าพวกหมาป่าอสูรในป่าแห่งนี้เร็วกว่าพวกเราและพวกมันสามารถฉีกต้นไม้แยกออกเป็นสองส่วนได้ง่ายๆ ดังนั้นการปีนขึ้นต้นไม้ไม่ได้เป็นตัวเลือกที่ดี”

 

 

 

“ข้าคิดว่าไม่มีทางที่เราจะหลบหนีได้”ฟ่านเล่อกล่าวออกมาด้วยความเศร้าโศก

 

 

 

หลังจากร่างเงาของหมาป่าอสูรก็เริ่มปรากฏตัวขึ้นขึ้นทีละตัวอย่างรวดเร็ว  วิ่งนำหน้าพวกเขาจากด้านข้างไปอย่างรวดเร็วและยังคงวิ่งต่อไป เห็นได้ชัดว่าฝูงหมาป่าอสูรนี้กำลังไล่ต้อนพวกเขาเหมือนเหยื่อ

 

 

 

จากนั้นฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อก็ถูกล้อมด้วยหมาป่าอสูร หมาป่าอสูรตรงหน้าหยุดการเคลื่อนไหวของพวกเขาและเดินไปรอบๆพร้อมกับแยกเขี้ยวออกมา สายตาที่โหดร้ายของพวกมันเต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว

 

 

 

“ตึก ตึก..”ฉินเหวินเทียนและฝ่านเล่อก็หยุดลง ฉินเหวินเทียนเห็นว่าฟ่านเล่อได้โยนธนูก่อนหน้านี้ทิ้งไป ในขณะนี้ แสงดวงดาราระยิบระยับล้อมรอบมือของเขา

 

 

 

“ปล่อยพลังของผู้เยาว์ออกมา!” เมื่อเสียงของฟ่านเล่อจากหายไปร่างกายของเขาสว่างขึ้นราวกับกองไฟ คลื่นแรงกดดันจากดวงดาราที่น่าสะพรึงกลัวถูกปล่อยออกมาจากเขาและแสงดวงดาราที่สว่างไสวประกายสดใสราวกับดวงอาทิตย์ ทำให้หมาป่าอสูรรอบๆเริ่มลังเลและแม้แต่ถอยไปเล็กน้อย ร่องรอยแห่งความหวาดกลัวอาจเห็นได้ในแววตาของหมาป่าอสูร ขณะที่แรงกดดันที่ปล่อยออกมาจากฟ่านเล่อเพิ่มขึ้นและเริ่มทะยานขึ้นเรื่อย ๆ

 

 

 

“พี่ชาย คุ้มกันข้าด้วย เราต้องสังหารราชาหมาป่าอสูร”สายตาที่แหลมคมของฟ่านเล่อกวาดมองลงไปยังราชาหมาป่าอสูรที่มีรูปร่างใหญ่โต

 

 

 

“เสียงหึ่งๆ”พลันดังออกมาในขณะที่ รัศมีของแสงดวงดารายิงออกมาเหมือนลูกศรดวงดาราพุ่งตรงไปยังราชาหมาป่าอสูร

 

 

 

ราชาหมาป่าอสูรคำรามและกวาดกรงเล็บที่ส่องแสงเย็นๆออกไปแต่ความแข็งแกร่งของมันไม่เพียงพอที่จะป้องกันลูกศรดวงดาราลูกศรมุ่งหน้าไปยังหัวของราชาหมาป่าอสูร

 

 

 

“โฮกกก….”หมาป่าตัวใหญ่กระโดดไปข้างหลังพยายามที่จะหลีกเลี่ยงลูกศร ทว่าลูกศรดวงดาราที่พุ่งไปเรากับมีตามันหมุนควงผ่านอากาศตามเคลื่อนไหวของราชาหมาป่าอสูร

 

 

 

การแสดงออกของหมาป่าตัวใหญ่สะท้อนออกมาราวกับเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่กำลังหวาดกลัว มันรู้ว่ามันจะไม่สามารถที่จะหลบเลี่ยงลูกศรได้ หมาป่าตัวใหญ่ขยับอุ้งเท้ามาอยู่ตรงหน้าตนเองโดยหวังว่าอย่างน้อยจะทำให้แรงปะทะของลูกศรดวงดาราลดลง ถึงกระนั้นลูกศรดวงดารา ก็เปลี่ยนเส้นทางการบินและเจาะผ่านขาหลังของราชาหมาป่าอสูร ทำให้ร่างอันใหญ่โตของราชาหมาป่าถูกตอกยึดติดกับพื้นด้วยพลังอันยิ่งใหญ่ของพลังดวงดารา

 

 

 

ฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อ รีบกระโจนออกมาแล้ววิ่งตรงไปหาราชาหมาป่าทันใดนั้นหมาป่าหลายตัวปรากฏตัวขึ้นขวางเส้นทางของฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อ

 

 

 

“ไสหัวไปซะ!”ฉินเหวินเทียนปลดปล่อยจิตดารา ทันใดนั้นค้อนสวรรค์ก็ปรากฏขึ้นบนมือ เขากระโดดขึ้นไปในอากาศและกวัดแกว่งค้อนด้วยทวงท่าที่งดงามค้อนที่ถูกอาบด้วยแสงดวงดาราได้ระเบิดร่างของหมาป่าทำให้เนื้อสดๆและเลือดกระจายตัวไปทั่วทุกแห่ง

 

 

 

การเคลื่อนไหวของฉินเหวินเทียนลื่นหลอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องหยุดขณะที่เขา ในขณะที่เขาใช้วิชาพันค้อนสวรรค์พันแปรร่ายรำ โจมตีหมาป่าอสูรที่อยู่ทางซ้ายและขวาของเขา เขาสังหารหมาป่าอสูรที่ขวางทางเขาทุกตัว

 

 

 

การจ้องมองของฟ่านเล่อยังคงอยู่บนร่างของราชาหมาป่า ในขณะที่เขาวิ่งไปข้างหน้าเขาก็เตรียมยิงคันศรดวงดาราของเขาไปยังราชาหมาป่า ทันใดนั้นเขาก็ได้ยิงลูกศรสามชนิดที่ระเบิดได้อย่างรวดเร็วออกไป ราชาหมาป่ายังต้องการใช้อุ้งเท้าเพื่อลดแรงปะทะของลูกศร แต่มันจะทำได้อย่างไรในเมื่อฟ่านเล่อยิงใกล้มันเช่นนี้? ความแข็งแกร่งที่บรรจุอยู่ในลูกศรชนิดระเบิดมีความรุนแรงอย่างมาก ลูกศรสองลูกพุ่งตรงไประเบิดที่เท้าของหมาป่า ขณะที่ลูกศรสุดท้ายระเบิดหัวของมัน

 

 

 

“สวยงาม”รอยยิ้มกว้าง ๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของฉินเหวินเทียน ราชาหมาป่าเป็นสัตว์อสูรระดับ4เป็นอย่างน้อย ถูกสังหารอย่างง่ายดายโดยฟ่านเล่อ แม้ว่ามันจะมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับขั้นไหลเวียนโลหิตระดับ2

 

 

 

ณ ตอนนี้ รูปลักษณ์ของฟ่านเล่อดูเหมือนจะสูงส่งกว่าแต่ก่อน มันทำให้ฉินเหวินเทียนรู้สึกว่าฟ่านเล่อพึ่งพาได้

 

 

 

“อะวู้วววววว…”ในขณะนี้ เสียงอันหนาวเหน็บของหมาป่าดังก้องไปทั่วป่าทมิฬ หลังหมาป่าอสูร มีร่างสองร่างปรากฏขึ้นมา หนึ่งในนั้นเป็นบุรุษหนุ่มสวมเครื่องแต่งกายหนังสัตว์ใบหน้าของเขาดูเย็นชา เขานั่งอยู่บนหมาป่าตัวมหึมา

 

 

 

ข้างๆเขา เป็นอ้อฝน ยิ้มเยาะขณะมองไปที่ฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อ ในสายตาของเขาทั้งสองได้ตายไปแล้ว

 

 

 

“ข้าไม่เคยคิดมาก่อนว่าในกลุ่มผู้สมัครของสำนักจักรพรรดิดารา จะมีคนที่ครอบครองขีดจำกัดสายเลือด”อ้อฝนมองไปที่ฟ่านเล่อด้วยความตกใจ

 

 

 

ฟ่านเล่อมีขีดจำกัดสายเลือดอยู่แล้วเขาเปิดใช้งานเพื่อใช้พลังของมันช่วยเขาในการต่อสู้!

 

 

 

“ขีดจำกัดสายเลือด”ฉินเหวินเทียนอุทานอย่างเงียบ ๆ ในใจ ภายใต้การสั่งสอนของลุงเฮยแน่นอนว่าเขารู้ว่าขีดจำกัดสายเลือดคืออะไร

 

 

 

มันขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของพวกเขา ความสามารถทางการสัมผัส พรสวรรค์และจิตตานุภาพ ผู้ฝึกตนที่กลั่นจิตดาราของพวกเขาผ่านการเชื่อมโยงกับกลุ่มดาวบางกลุ่ม มีพลังจำนวนมหาศาลอยู่ในเลือดของพวกเขาพลังที่อาจสืบเชื้อสายมาจากทายาทจากสายเลือดเดียวกัน ถึงกระนั้น  ไม่ใช่ทายาททุกคนจะสามารถกระตุ้นพลังแฝงของสายเลือดของพวกเขาได้ บางคนสามารถทำได้ในขณะที่บางคนก็ไม่สามารถทำได้ หลังจากผ่านไปสองสามรุ่น มันช่วยไม่ได้ที่จะทำให้สายเลือดนั้นเจือจางลง ถึงกระนั้น ยังคงมีข้อยกเว้นบางประการที่สามารถจุดประกายศักยภาพของพวกเขาได้ทำให้พลังสายเลือดตื่นขึ้น ดังนั้น พวกเขามีพลังที่ได้รับตามสายเลือดของบรรพบุรุษของพวกเขา

 

 

 

นอกจากนี้ยังมีขีดจำกัดสายเลือดที่แตกต่างกันซึ่งให้พลังที่แตกต่างกันและเพิ่มพลังให้แก่ผู้ฝึกตน สำหรับฟ่านเล่อ ขีดจำกัดสายเลือดของเขาช่วยให้เขาสามารถจุดประกายศักยภาพที่อยู่ภายในเลือดของเขาได้อย่างมากช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของเขา

 

 

 

“ช่างโชคร้ายอันใดเช่นนี้ ดูเหมือนว่าเราจะเล็งผิดคน”ฟ่านเล่อสบถออกมาเบาๆก่อนที่หันไปมองฉินเหวินเทียน”ชื่อของขีดจำกัดสายเลือดของข้าเรียกว่า ขีดจำกัดสายเลือดของเพลิงสวรรค์ชั้นสุดท้ายและมันสามารถที่จะเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของข้าให้ดียิ่งขึ้น ข้าสามารถถ่ายทอดพลังของสายเลือดของข้าให้เจ้าได้ ทำให้เลือดในร่างกายของเจ้ามีผลเหมือนกับขีดจำกัดสายเลือดของเพลิงสวรรค์ชั้นสุดท้ายของข้า มันจะช่วยเพิ่มความสามารถในการต่อสู้ของเจ้าได้อย่างมาก”

 

 

 

“อืมม”ฉินเหวินเทียนพยักหน้าตอบตกลง ฟ่านเล่อไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า  ระดับพลังรอบ ๆ ฝ่ามือของเขาเริ่มผันผวน ในที่สุดก็แปรเปลี่ยนเป็นฝ่ามือเลือดที่ประทับเครื่องหมายลงบนหลังฉินเหวินเทียน

 

 

 

พลังของขีดจำกัดสายเลือดของเพลิงสวรรค์ชั้นสุดท้ายไหล่ทะลุเข้าไปในร่างกายของฉินเหวินเทียนผ่านทางตราประทับเลือด

 

 

 

ในขณะนี้ฉินเหวินเทียนรู้สึกว่าเลือดในร่างกายของเขาปั่นป่วนขณะที่พลังภายในตัวเขาเริ่มทะยานขึ้น

 

 

 

“เสียงดังก้องพลันดังออกมา”ในขณะนั้น ฉินเหวินเทียนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ปัจจุบัน แรงกดดันที่ปล่อยออกมาจากร่างกายของเขาอาจทำให้จิตใจของผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งที่สุดอาจรู้สึกสั่นเทาด้วยความกลัวได้

 

 

 

“ฮืม…”ฟ่านเล่อเหวอ ขณะที่เขามองไปที่ฉินเหวินเทียน ใบหน้าของฉินเหวินเทียนมีสีแดงขณะที่ร่างของเขาดูเหมือนจะปล่อยพลังความแข็งแกร่งที่พุ่งพล่านออกมาซึ่งดูเหมือนจะอยู่ในระดับของสัตว์อสูรระดับแรก เขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับว่าพลังนั้นตั้งใจกลืนกินฉินเหวินเทียน

 

(“สัตว์อสูรระดับแรก”ผมยังไม่แน่ใจว่าเป็นระดับแรกหรือเป็นสัตว์อสูรระดับยุคกำเนิดโลกนะครับ)

 

 

 

“เกิดอันใดขึ้น?”ฟ่านเล่อถาม

 

 

 

“ข้าไม่รู้ ในเลือดของข้า  ดูเหมือนว่าจะมีพลังที่แปลกประหลาดกลืนกินพลังจากขีดจำกัดสายเลือดเพลิงสวรรค์ชั้นสุดท้ายของเจ้าที่ส่งมาให้ข้า ข้าไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไปแล้ว”ร่างของฉินเหวินเทียนหดเกร็งขณะที่มันสั่นรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

 

 

 

“ปู่ของเจ้า! ปฏิเสธสายเลือด? นี่เป็นไปได้?”ไขมันบนใบหน้าของฟ่านเล่อสั่นกระเพือม ฉินเหวินเทียนมีขีดจำกัดสายเลือดและจากรูปลักษณ์ของมัน สายเลือดของเขาอยู่ในระดับที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับขีดจำกัดสายเลือดเพลิงสวรรค์ชั้นสุดท้ายที่ฟ่านเล่อมี

 

 

 

ฟ่านเล่อ เข้าใจอย่างชัดเจนว่าโดยปกติพลังของผู้ที่มีขีดจำกัดสายเลือดจะยังคงซ่อนอยู่และจะเผยออกมาภายใต้สถานการณ์พิเศษเท่านั้น ฉินเหวินเทียนเป็นคนที่มีขีดจำกัดสายเลือดที่ยังไม่ตื่นขึ้น ซึ่งกำลังเริ่มตื่นขึ้นอย่างช้าๆอันเป็นผลมาจากการสัมผัสกับขีดจำกัดสายเลือดเพลิงสวรรค์ชั้นสุดท้าย

 

 

 

“ข้าสงสัยว่า ถ้าเป็นไปได้ที่จะปลุกให้สายเลือดของฉินเหวินเทียนตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์ ถ้าเขาทำสำเร็จ ฉินเหวินเทียนจะสามารถใช้พลังของขีดจำกัดสายเลือดของเขาเพื่อช่วยในการต่อสู้ได้ แต่หากเขาพลาด ขีดจำกัดสายเลือดที่ฉินเหวินเทียนมีจะหายไปตลอดกาล…”

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย