0 Views

เงาของดวงอาทิตย์สาดส่องลงมาพุ่งไปทางทิศตะวันตกทำให้คนในพื้นที่กว้างขวางนั้นเริ่มกระจายตัว การทดสอบขั้นแรกสิ้นสุดลงแล้วและสำนักทั้ง9ก็ได้หยุดรับสมัครแล้ว มีคนจำนวนมากที่หลงเหลืออยู่พร้อมกับมีการแสดงออกที่หดหู่บนใบหน้าของพวกเขา ในขณะที่คนอื่น ๆ ที่เหลือก็เริ่มเคลื่อนที่ไปทางสำนักจักรพรรดิดาราและสำนักหลวงซึ่งตั้งอยู่ในใจกลางของเขตนี้

 

 

 

ณ ตอนนี้  ผู้เยาว์สวมชุดคลุมสีขาวผู้ที่แบกดาบยาวอยู่บนหลังของเขาเริ่มเข้าใกล้กับฉินเหวินเทียนและคนอื่นๆ ฉินเหวินเทียน เคยพบกับผู้เยาว์คนนี้มาก่อนในนครประสานนภา นี่คือผู้ใช้ดาบผู้ซึ่งกลั่นจิตดาราประเภทดาบได้2ดวง

 

 

 

“หลัวฮว่าน ซาน อาจารย์มีคำแนะนำสำหรับสำหรับเจ้าทุกคนที่จะไป”หยู่ เฟย แนะนำขณะที่เดินไปกับพวกเขา

 

 

 

“ดีมาก อาจารย์มีคำแนะนำเกี่ยวกับจะเลือกรุ่นพี่คนใดเข้าไปในป่าทมิฬ?”หลัวฮว่านถาม ตามข้อมูลที่นางได้รับจากทั้งเจนัสและเย่หม่าจะสามารถนำศิษย์อาวุโสของพวกเขาในสำนักไปด้วยได้

 

 

 

“มีเจ้าและก็อีกหนึ่งคนแต่ว่าอาจารย์ยังไม่ได้เปิดเผย”หยู่เฟยตอบกลับ”ยังไงก็ตามเราก็จะรู้อยู่ดีเมื่อไปถึงที่นั้น”

 

 

 

“อืม ไปกันเถอะ”หลัวฮว่านพยักหน้าขณะที่นางนำคนอื่นๆไปยังจุดรวมพล ตำหนักยุทธ์ของ9สำนัก ที่นั้นมีผู้เข้าร่วมทั้งหมด5,000คนทั้งหมดเป็นผู้มีสิทธิ์ได้รับการทดสอบครั้งที่สอง การฝึกฝนในป่าทมิฬ  นี่เป็นตัวเลขที่น่าตกใจแต่หากทราบถึงจำนวนผู้ที่มาเข้าสมัครทั้ง9สำนักแล้ว จำนวนผู้เข้าสมัครที่มีสิทธิ์เข้ารอบสองนี้เป็นเพียง1ในร้อยของผู้สมัครทั้งหมด

 

 

 

นครหลวงและตำหนักยุทธ์ของ9สำนัก เป็นจุดรวมสำหรับผู้เยาว์อัจฉริยะของประเทศฉู

 

 

 

“หากเจ้าอยากจะแข็งแกร่ง เจ้าต้องเต็มใจรับมือกับอันตรายทุกประเภท ให้นี่เป็นบทเรียนแรกของพวกเจ้า ไปและสนุกกับมันให้เต็มที่! ชำระล้างความโกรธของเจ้าด้วยเลือด!”ผู้อาวุโสจากสำนักหลวงกำลังตะโกนใส่พวกเขา ผู้สมัครทุกคนต่างดูเคร่งขรึม แน่นอนว่าพวกเขาเข้าใจความจริงที่ว่า หากไม่หลั่งเลือด ไม่ผ่านการต่อสู้เป็นตาย พวกเขาจะไม่สามารถที่จะกลายเป็นผู้ฝึกตนที่แท้จริงได้

 

 

 

“เสียงหึงหึง”พลันปรากฏออกมาใกล้ๆ ลมกระโชกแรงกระหน่ำพัดในขณะที่สัตว์อสูรสองตัวบินขึ้นเหนือศีรษะ ผู้ที่ยืนอยู่บนหลังของพวกมันมีร่างที่สง่างามที่ทำให้สายตาของทุกคนเบิกกว้าง

 

 

 

“นั้นนาง โมชิงเฉิง ช่างสวยงามยิ่งนัก! นางมาที่นี้จริงๆ!”

 

 

 

ในบริเวณนี้ตามกฎที่กำหนดไว้ ผู้ฝึกตนที่ไม่ได้อยู่ในขั้นอานาจักรหยวนฝู่ ไม่มีสิทธิ์ที่ขึ้นสัตว์อสูรบินได้ ถึงกระนั้นโมชิงเฉิงก็สามารถทำได้อย่างสบายๆเพราะไม่มีใครที่จะกล้าถามนาง

 

 

 

เจนัสและอ้อฝนรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อเห็นโมชิงเฉิงมาพร้อมกับเย่หม่า ถึงกระนั้นพวกเขาก็ระงับความประหลาดใจของพวกเขาไว้เป็นอย่างดีและกล่าว”เนื่องจากทุกคนมาถึงแล้ว เรามาเริ่มกัน ทุกคนวิ่ง! เราต้องไปถึงป่าทมิฬก่อนที่จะค่ำ”

 

 

 

“ศิษย์น้อง ดูแลตนเองด้วย”หลัวฮว่านยิ้มขณะที่เธอเหลือบไปที่ฉินเหวินเทียน นางเดินผ่านเขาไปด้านหน้าในขณะที่นางนำพวกคนเหล่านั้น ลูกสุนัขนิสัยเสียยังคงอยู่ในอ้อมแขนของนางดูเหมือนว่ามันจะไม่อยากขยับแม้แต่นิดเดียว

 

 

 

“ศิษย์น้องฉิน ข้าจะรอเจ้ากลับมาที่สำนักจักรพรรดิดารา”ซานตบไปบนบ่าฉินเหวินเทียนเบาๆในขณะที่ผู้สมัครทั้งหมดยังคงต่อแถวเป็นระเบียบ อาจารย์หลายคนที่รับผิดชอบแต่ละกลุ่มกำลังลอยอยู่กลางอากาศในขณะที่ผู้สมัครทั้งหมดกำลังวิ่งอยู่บนพื้น

 

 

 

ป่าทมิฬปกคลุมครึ่งหนึ่งของนครหลวง  เห็นได้ชัดว่าการเข้าออกจากด้านหน้านั้นเป็นไปไม่ได้ นี่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะต้องเข้าไปในพระราชวัง?

 

 

 

คนทั้งหมด5,000คน ถูกแบ่งออกเป็นเก้าค่ายหลัก สำนักจักรพรรดิดารามีคนจำนวนน้อยที่สุด มีเพียง500เท่านั้น ขณะที่สำนักหลวงที่ถึง800

 

 

 

พื้นดินทั้งหมดสั่นสะเทือนในขณะที่ผู้สมัคร 5000 คนวิ่งไปข้างหน้าด้วยพลังทั้งหมดของพวกเขาคล้ายคลึงกับม้านับหมื่นกำลังวิ่งอยู่  การเคลื่อนไหวที่ทรงพลังของพวกเขาทำให้เกิดลมแรงพัดกระหน่ำในที่ใดก็ตามที่พวกเขาผ่าน รอยยิ้มน้อยใหญ่ปรากฏบนใบหน้าของผู้ชม คนกลุ่มนี้จะเป็นเสาหลักในอนาคตของประเทศฉู
 

 

“นี่”ผู้เยาว์ตัวอ้วนผู้ที่เข้าร่วมค่ายสำนักจักรพรรดิดารา ยิ้มขณะที่เขาทักทายฉินเหวินเทียน  แม้ว่าความเร็วที่พวกเขากำลังเดินทางอาจถือได้ว่าเร็วมาก ทว่าพวกเขาเป็นผู้ฝึกตนความเร็วเพียงเท่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาหมดแรงและทำให้พวกเขายังคงสามารถพูดคุยได้อย่างสบายใจ

 

 

 

“เจ้ามีนามว่าอะไร?”ผู้เยาว์ที่ดูอ้วนถาม

 

 

 

“ฉินเหวินเทียน แล้วเจ้าล่ะ?”

 

 

 

“ฟ่าน ฟ่านจากคำว่าธรรมดา เล่อมาจากคำว่าความสุข”เจ้าอ้วนยิ้ม

 

 

 

ฉินเหวินเทียนครุ่นคิดเขาอยู่ครู่หนึ่ง ฟ่านเล่อแต่งตัวมอมแมมมาก มีผมยุ่งและยิ้มกว้างเสียจนเห็นฟัน

 

 

 

“ชื่อนี้เหมาะกับเจ้าจริงๆ”ฉินเหวินเทียนหัวเราะ

 

 

 

“ฮี่ฮี่”ฟ่านเล่อ ยิ้มด้วยรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติ ขณะที่สายตาของเขาเปลี่ยนจ้องมองสตรีงามซึ่งอยู่บนหลังสัตว์อสูรที่กำลังบินอยู่ ก่อนที่จะกล่าวออกมาเบาๆ”นั้นเป็นสตรีที่งามที่สุดในประเทศฉู คำว่า”งาม”ยังมิอาจแม้แต่จะบรรบายได้ เพียงแค่เห็นนางก็ทำให้หัวใจข้าเต้นอย่างรุนแรง”

 

 

 

ฉินเหวินเทียนมองไปที่การแสดงออกที่หลงใหลของฟ่านเล่อ ช่วยไม่ได้ที่ฉินเหวินเทียนจะกลิ้งกรอกตา ถึงกระนั้นเขาก็เห็นด้วยกับฟ่านเล่อ  ความงามของโมชิงเฉิงไม่มาจากโลกนี้นางเทียบได้กับนางฟ้าในตำนานเลยทีเดียว

 

 

 

“ทว่าศิษย์พี่หลัวฮว่านหมาะสมกับรสนิยมของข้ามากกว่า รูปร่างนั้น ทรวงอกนั้น ฮี่ฮี่ฮี่…..”ฟ่านเล่อพลันปรากฏสีหน้าชั่วร้ายและเกือบจะน้ำลายไหลออกมาเมื่อเขาพูด

 

 

 

“เจ้ารู้จักกับศิษย์พี่หลัวฮว่าน?”ฉินเหวินเทียนถาม

 

 

 

“ข้าจะเคยรู้จักสตรีที่เร้าแรงเช่นนั้นได้อย่างไร? ทั้งหมดที่ข้ารู้เกี่ยวกับนางมาจากข่าวลือ นางเป็นสตรีที่เร้าแรงและน่าหลงใหลมากที่สุดในสำนักจักรพรรดิดาราของเรา ใครจะไม่รู้จักนางกัน? แต่ความคิดของข้าก่อนหน้านี้เป็นแค่จินตนาการของข้าเท่านั้น ฮี่ฮี่ฮี่”ฟ่านเล่อยิ้มขณะที่หันหน้าเข้าหาฉินเหวินเทียน “แต่จากท่าทางที่ไร้ความรู้สึกของเจ้า เป็นไปได้ไหมว่าเจ้ารู้จักนาง….”เมื่อมองเห็นความลามกในสายตาของฟ่านเล่อ ฉินเหวินเทียนกรอกกลิ้งดวงตาของเขาขณะที่เขาตำหนิออกมาเบาๆ”ไปไกลๆซะ!”

 

 

 

“หยุดแสดงซะ ฮี่ฮี่”ฟ่านเล่อกล่าวต่อ”เจ้ารู้ว่าข้ารู้ ”การแสดงออกด้วยสายตาของเขาทำให้ฉินเหวินเทียนพูดไม่ออก

 

 

 

“แต่ยังคงมี สตรีที่สวยงามและอัจฉริยะมากมายในนรครหลวงของประเทศฉู มองไปตรงนั้นสิ ชิวจี้เสวี่ยจากสำนักหลวงด้วยพรสวรรค์และความงาม ข้าได้ยินมาว่านางกลั่นจิตดาราจากสวรรค์ชั้นที่3ได้ภายในครั้งแรก”ฟ่านเล่อชี้ไปยังกลุ่มผู้สมัครสำนักหลวงในขณะที่อธิบายให้กับฉินเหวินเทียน

 

 

 

“และนั้นยังมีสำนักจักรพรรดิดาราของเราด้วย อัจฉริยะที่นี่มีมากมายเหมือนเมฆ ตรงหน้าเรา เด็กหนุ่มที่ชื่ออ้อฝนเขาแข็งแกร่งมาก เขาเป็นผู้ฝึกตนระดับที่2ของขั้นไหลเวียนโลหิตและครอบครองจิตดาราสองดวง ”ฟ่านเล่อ ชี้ไปในทิศทางของชายหนุ่มที่อยู่ข้างหน้าแถวถัดไปอ้อฝน  ดูเหมือนว่าทั้งสองคนนี้เป็นพี่น้องกัน

 

 

 

“และมองไปตรงนั้น สตรีที่แต่งกายสีดำ นางอยู่ในระดับที่1ของขั้นไหลเวียนโลหิต ครอบครองจิตดาราสองดวง  ไม่เพียงเท่านั้น รูปร่างของนางก็ไม่เลวเช่นกัน เมื่อเปรียบเทียบกับหลัวฮว่าน นางด้อยกว่าเล็กน้อย”ฟ่านเล่อพูดด้วยโทเสียงราวกับผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์

 

 

 

 

“แต่ในพวกเรา เจ้ารู้หรือไม่ใครเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งในสำนักจักรพรรดิดาราของเรา?”

 

 

 

“ใคร?”ฉินเหวินเทียนถามอยากรู้อยากเห็น

 

 

 

“เอาหล่ะ คนที่อยู่ตรงหน้าเจ้านี่หล่ะ”เนื้อบนใบหน้าของฟ่านเล่อถูกบดบังด้วยรอยยิ้มของเขาอย่างน่าเวทนา

 

 

 

“ฟ่านเล่อ เจ้าคุยโวอีกแล้ว?”คนผู้หนึ่งวิ่งผ่านไปขณะที่ยิ้มมาที่ฟ่านเล่อ เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฟ่านเล่อ คุยโวต่อหน้าผู้คน

 

 

 

ฉินเหวินเทียนหัวเราะ ฟ่านเล่อผู้นี้น่าสนใจนัก แม้ว่าเขาจะชอบคุยโว แต่รูสึกว่าอารมณ์ขันของเขาค่อนข้างดี

 

 

 

ในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังตก กลุ่มใหญ่ทั้งเก้าซึ่งประกอบด้วยไปด้วยคน5000คนก้าวออกจากประตูสวรรค์ทางทิศตะวันออกของนครหลวง

 

 

 

นครหลวงล้อมรอบด้วยป่าทมิฬ นับตั้งแต่ที่ประเทศฉูก่อตั้งขึ้นเมื่อ 3,000 ปีก่อน ได้มีการปะทะกันอย่างรุนแรงนับไม่ถ้วนกับสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในป่าทมิฬ ด้วยเหตุนี้ ประตูและกำแพงที่กั้นระหว่างป่าทมิฬกับนครหลวงจึงถูกสร้างขึ้นให้สูงและมั่นคงแข็งแกร่ง มันเป็นภาพที่สวยงามและใหญ่โตคล้ายกับสวรรค์ล้อมรอบเมือง

 

 

 

หลังจากก้าวออกจากประตู  ยังมีอีกเมืองเล็ก ๆ ที่ทำหน้าที่เหมือนเขตปะทะและเชื่อมต่อกับนครหลวงไปยังป่าทมิฬ ในเมืองแห่งนี้ มีผู้ฝึกตนจำนวนมากที่มาที่นี้เพื่อฝึกฝนเช่นเดียวกับความเสี่ยงที่มีมากมายและหลายคนที่มาที่นี่เพื่อความตื่นเต้น ขณะที่พวกเขาได้เห็นคน 5,000 คนจากค่ายของสำนักทั้ง9เข้ามาใกล้ ๆ พวกเขาทั้งหมดต่างก็ตะลึง

 

 

 

“โอ้วว..พวกเขาเหล่านี้จะสามารถเข้าสำนักทั้ง9ได้หรือไม่?”

 

 

 

“มีทั้งบุรุษที่หล่อเหลาและสตรีที่สวยงามมากมายอันใดเช่นนี้ ฮ่าฮ่าฮ่า ”มีเสียงสนทนามากมายพร้อมกับสีหน้าที่ตื่นเต้นเร้าใจปรากฏบนใบหน้าพวกเขา

 

 

 

“ตรงไปข้างหน้าต่อไป ตั้งค่ายของเจ้าเองในป่าทมิฬ”เสียงคำแนะนำที่ชัดเจนดังออกมาจากบนอากาศ ทำให้ผู้สมัครรู้สึกวิตกเล็กน้อย พวกเขาต้องใช้เวลาหลายคืนในป่าทมิฬและต้องดูแลเรื่องความอยู่รอดของตนเองล่าสัตว์ที่อันตรายในป่าทมิฬมาเป็นอาหาร

 

 

 

ในขณะที่ยามค่ำคืนคืบคลานมา……สำนักทั้งเก้าได้มาถึงเขตแดนของป่าทมิฬ  เมื่อมองไปข้างหน้าผ่านเส้นขอบฟ้าเผยให้เห็นเพียงทะเลของต้นไม้โบราณที่ไม่มีที่สิ้นสุดราวกับว่ามองยังไงก็ไม่หมด แรงกดดันที่หนาแน่นและหนักของปราณอสูรแทรกซึมอยู่ในอากาศ

 

 

 

ขณะที่ทุกคนหยุดก้าวเดิน อากาศก็เต็มไปด้วยความเงียบทันที ผู้สมัครทุกคนรู้ว่าในวันถัดไปพวกเขาทุกคนจะต้องเผชิญกับอันตรายอย่างมาก

 

 

 

ผู้อาวุโสของ9สำนักที่ยืนอยู่บนหลังสัตว์อสูรที่บินอยู่ในอากาศแนะนำผู้สมัคร “ตอนนี้พวกเจ้าทุกคนต้องเข้าไปในป่าทมิฬ โดยในเช้าวันพรุ่งนี้ เจ้าต้องอยู่ห่างจากเขตแดนของป่าอย่างน้อย10ลี้  รักษาระยะทาง10ลี้ไว้มันเป็นขอบเขตระยะปลอดภัย ในเดือนถัดไป หากมีคนใดคนหนึ่งถูกพบในเขตปลอดภัยก่อนที่การจะสิ้นสุดลง เจ้าจะถือว่าสอบตกทันที ตอนนี้ พวกเจ้าเข้าไปได้แล้ว”

 

 

 

เขตปลอดภัย มีระยะทาง 10ลี้ อาจถือเป็นเขตรอบนอกของป่าทมิฬและด้วยเหตุนี้จึงเต็มไปด้วยมนุษย์ สัตวอสูรระดับสูงจะไม่ค่อยปรากฏตัวดังนั้นจึงมีอันตรายน้อย

 

 

 

“ฉินเหวินเทียน เราอยู่ด้วยกันเถอะ”ผ่านเล่อขอ

 

 

 

“อืม”ฉินเหวินเทียนพยักหน้า ในขณะที่แถวทั้ง9ของค่ายแต่ละสำนักต่างๆก็เข้าไปในป่าทมิฬ ผู้สมัคร 5,000 คนกระจายไปทั่วทุกทิศทุกทาง แบ่งออกเป็นกลุ่มเล็ก ๆ 2-3 คน แล้วก็เริ่มก้าวต่อไป

 

 

 

ด้วยการยืมแสงของดวงดาราจางๆ ฉินเหวินเทียนและฟ่านเล่อก็เคลื่อนที่เข้าไปในป่าทมิฬ มีผู้ฝึกตนบางคนที่กลั่นจิตดาราประเภทเพลิงได้จุดไฟขึ้นแถบๆนั้น นอกจากนี้ยังมีบางคนที่ใช้สิ่งของที่มีค่าเช่นไข่มุกราตรีส่องแสงเพื่อให้เห็นเส้นทาง

 

 

 

“เราลองเสี่ยงดูเล็กน้อยเดินห่างไปจากที่นี้ก่อนแล้วค่อยหาที่พักผ่อนในคืนนี้  เราจะออกจากพื้นที่ปลอดภัยก่อนรุ่งอรุณดังนั้นจะไม่ถือว่าเป็นการละเมิดกฎ”ฟ่านเล่อกล่าวออกมาเบาๆ ทุกคนยังคงก้าวพลาดอยู่ในความมืดขณะที่พวกเขาพยายามจะหาเส้นทางของพวกเขา ฟ่านเล่อและฉินเหวินเทียนทั้งสองไม่มีทางเลือก พวกเขาใช้กิ่งไม้เล็กที่จุดไฟด้วยหินเหล็กไฟส่องทางของพวกเขาขณะที่พวกเขาเดินไปข้างหน้า

 

 

 

“เดี่ยว…ดูเหมือนจะมีคนจ้องมองมาที่เรา”จู่ๆฟ่านเล่อก็กระซิบในขณะที่กำลังเดิน  ด้วยความสามารถในการรับรู้ที่แข็งแกร่งของฉินเหวินเทียนเขาได้รู้สึกมาก่อนหน้านี้แล้ว

 

 

 

ในนครประสานนภา เขาได้สังหารเย่โม เย่หลางและแสดงพรสวรรค์ที่น่ามหัศจรรย์ของเขา เหตุใดตระกูลเย่จึงไว้ชีวิตเขาง่ายๆ?

 

 

 

น่าจะเป็นได้สูงว่าฉินเหวินเทียนเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลว่าทำไมการฝึกฝนนี้จึงถูกเสนอขึ้นมาในตอนแรก แต่ในขณะเดียวกัน การฝึกเช่นนี้ สามารถช่วยให้ศิษย์ที่รอดไปได้ได้รับประสบการณ์ระหว่างความเป็นความตายที่แท้จริง ดังนั้นสำนักทั้ง9จึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ

 

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย