0 Views

หลังจากที่โมชิงเฉิงจากไป ฉินเหวินเทียนและคนอื่นๆเริ่มดินต่อ เดินผ่านประตูโค้งไปสู่อีกด้านหนึ่ง มันครึกครื้นอย่างมาก คนส่วนใหญ่มีอายุประมาณ15-16ปีเต็มไปหมด ด้วยพละกำลังที่ฮึกเฮิมของผู้เยาว์มันจึงได้แผ่ซ่านไปในบรรยากาศ

 

 

 

“วันนี้เป็นวันรับสมัครของสำนักทั้งหมด ซึ่งเป็นเหตุให้มีคนจำนวนมาก”ซานอธิบาย ฉินเหวินเทียน พบว่าในพื้นที่ที่กว้างขวางนี้ คนถูกรวบรวมและแบ่งเป็นเก้าแถวขณะที่พวกเขาเข้าต่อแถวเพื่อสมัครและทำงานทดสอบ

 

 

 

“มองไปที่บริเวณตรงกลางดูสิ พื้นที่ดังกล่าวได้มอบให้สำนักจักรพรรดิดาราของเรา โอ้ ตรงมีคนจำนวนมากเข้าแถวเพื่อลงสมัคร”ซานชี้ไปที่บริเวณด้านหน้าที่มีบุคคลมากมายมีใบหน้าที่แสดงออกถึงการประหม่า นอกจากนี้ยังมีบางคนที่ออกไปพร้อมกับท่าทีที่หดหู่ใจ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่สามารถไปถึงเป้าหมายของตนได้

 

 

 

“เหตุใดเขาถึงเป็นคนที่ได้รับมอบหมายในวันนี้?”ซานคิ้วขมวดเล็กน้อยเมื่อมองไปทางผู้อาวุโสได้รับมอบหมายจากสำนักจักรพรรดิดารา

 

 

 

ฉินเหวินเทียนจ้องมองไปยังซานด้วยแววตาที่อยากรู้ก่อนที่ซานจะอธิบาย”ผู้อาวุโสที่รับหน้าที่ในการทดสอบมีชื่อว่า เจนัสและภายในสำนักจักรพรรดิดารา มีแนวคิดแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ข้าและอาจารย์เย่หม่าเป็นหนึ่งในกลุ่มที่ไม่ชอบการรมีปฏิสัมพันธ์กับชนชั้นขุนนางและราชวงศ์ขณะที่เจนัสอยูในฝ่ายที่สองมองมุมมองตรงข้ามกับตัวข้าเขาชอบสนิทสนมใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจ”

 

(ชื่อของ เจนัส(janus) ผู้แปลอิ้งเขียนมางี้งงเลยครับชื่อแบบนี้มายังไง)

 

“และก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเรื่องของครอบครัวของเจ้าที่สำนักจักรพรรดิดาราปฏิเสธคำร้องขอความช่วยเหลืออย่างตรงเผงเป็นเพราะฝ่ายที่สอง”

 

 

 

หลังจากทำความเข้าใจแล้วท่าทางของฉินเหวินเทียนก็กลับมาสู่สภาพปกติ หากสำนักจักรพรรดิดาราได้ยอมรับคำขอความช่วยเหลือเย่หม่าและคนอื่นๆจะไม่ต้องนำเรื่องพวกนั้นมาสู่มือของตน

 

 

 

“ไปกันเถอะ เนื่องจากเจ้าอยู่ที่นี่แล้ว เขาจะทำอะไรได้?”แววตาของหลัวฮว่านหดแคบลงขณะที่นางรู้สึกกระวนกระวายใจในใจ ผู้อาวุโสที่รับหน้าที่ไม่ควรจะเป็น เจนัส

 

 

 

พวกเขาบางคนเดินหน้าต่อไปและในไม่ช้าก็มาถึงจุดที่สงวนไว้สำหรับสำนักจักรพรรดิดารา ในฐานะสำนักที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศฉู มีคนนับไม่ถ้วนที่ต้องการจะเข้ามาไม่เพียงแต่พลเมืองของประเทศฉูเท่านั้นแม้กระทั่งผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้านก็มี สำหรับสำนักจักรพรรดิดาราพรสวรรค์เป็นเกณฑ์เดียว  ตราบใดที่เจ้ามีพรสวรรค์มากพอ เจ้าจะได้รับการยอมรับโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ

 

 

 

ถึงกระนั้น อัตราการปฏิเสธของสำนักจักรพรรดิดาราก็สูงมากเช่นกัน

 

 

 

มีผู้เยาว์จำนวนมากอยู่ในแถวยาวที่ราวกับความยาวของมังกร เมื่อเห็นรูปร่างยั่วยวนของหลัวฮว่านที่ใกล้เข้ามาใกล้ ๆ เลือดของผู้เยาว์ต่างเดือดพล่านทั้งหมดเริ่มเข้าไปในจินตนาการของพวกเขา

 

 

ในขณะที่หลัวฮว่านนำฉินเหวินเทียนไปข้างหน้า ร่างประดับด้วยเสื้อคลุมสีขาวขวางทางของพวกเขาปล่อยกลิ่นอายที่แหลมคมราวกับมีดโกนออกมา คนๆนี้คิ้วเหมือนดาบและอายุ 18 ปี

 

 

 

“ศิษย์น้องฉิน คนนี้ชื่ออ้อฝน  ระดับการฝึกตนของเขาอยู่ที่ระดับ8ของขั้นไหลเวียนโลหิตและเขาก็ได้ฝึกตนที่สำนักจักรพรรดิดารามาเป็นเวลา2ปี เขาแข็งแกร่งมากดังนั้นเจ้าต้องระวังเขาไว้”ซานกระซิบเบาๆ

 

(Orchon มันมาอีกแล้วหากผมสะกดผิดหรือเขียนชื่ออกมาไม่ดีมีไรแนะนำ บอกได้นะครับT T)

 

 

“ศิษย์พี่อ้อฝน”หลัวฮว่านยิ้มขณะที่นางเดินเข้าหาอ้อฝน”ข้ามาที่นี่เพื่อรับเหรียญหยกจากผู้อาวุโสเจนัส”

 

 

 

อ้อฝนมองไปที่หลัวฮว่านอย่างสงบและเมื่อเขาจ้องมองไปยังฉินเหวินเทียนสายตาของเขาแปรเปลี่ยนเป็นแหลมคมราวกับปลายหอกเขากล่าวอย่างเย็นชาว่า”ไปต่อแถว”

 

 

 

“อ้อฝน ก่อนหน้านี้เขาได้ผ่านการทดสอบของอาจารย์เย่หม่าในนครประสานนภา”สีหน้าขิงหลัวฮว่านแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเหยียบด้วยเช่นกัน

 

 

 

อ้อฝนจ้องมองอย่างไม่แยแสไปที่หลัวฮว่านขณะที่เขาตอบ”แล้วไง?”

 

 

 

“ฮืมม”หลัวฮว่านแค้นเสียงอย่างเย็นชาขณะที่นางหันไปหาเจนัสผู้ซึ่งอยู่ข้างหน้านาง”ผู้อาวุโสเจนัส ภายใต้คำสั่งของอาจารย์ข้า ข้ามาที่นี่เพื่อรับเหรียญหยกจักรพรรดิดารา”

 

 

 

ราวกับว่าเจนัสไม่ได้ยินคำพูดของนาง เขาตอบโดยไม่ได้มองไปที่นาง”ไปต่อแถว”

 

 

 

“ผู้อาวุโสเจนัส ศิษย์น้องฉินเหวินเทียนได้ผ่านการทดสอบอาจารย์เย่หม่าแล้ว ” เมื่อหลัวฮว่านสังเกตเห็นว่าเจนัสไม่แม้แต่จะมองมาทางนางพลันปรากฏใบหน้าค่อนข้างน่าเกลียดบนหน้าของนางทันที  ดูเหมือนว่าเจนัสตั้งใจที่จะใช้อำนาจอย่างเป็นทางการของเขาเพื่อแก้แค้นเป็นการส่วนตัว ในสำนัก นี่เป็นครั้งแรกที่หลัวฮว่านขัดแย้งกับอ้อฝนโดยตรง

 

 

 

ตอนนี้เจนัสได้เหลือมองไปยังหลัวฮว่านและฉินเหวินเทียน สายตาของเขาสะท้อนความแหลมคมของอ้อฝนในชณะที่เขาตอบ”สิ่งที่เขาผ่านคือการทดสอบของเย่หม่า ไม่ใช่ข้า ไม่ว่าในกรณีใดเราได้ทำข้อตกลงกับสำนักอื่นแล้ววันนี้เป็นวันสุดท้ายของการทดสอบและบรรดาผู้ที่ผ่านการสอบครั้งแรกจะเข้าร่วมกับสำนักทั้ง9และเข้าไปในป่าทมิฬเพื่อเข้าร่วมในการล่าสัตว์อสูรประหนึ่งเป็นการฝึกซ้อม การฝึกซ้อมนี้นับเป็นการทดสอบครั้งที่สอง มีเพียงเฉพาะผู้ที่ผ่านเท่านั้นจึงสามารถเข้าไปเป็นหนึ่งในสำนักทั้ง9ได้”

 

 

 

“เพราะฉะนั้น เขาก็เช่นกัน แม้ว่าเขาจะผ่านการทดสอบของเย่หม่าแต่หากว่าเขาต้องการเหรียญหยกจักรพรรดิดารา อย่างแรกเลยเขาต้องผ่านการฝึกซ้อมและอยู่รอดให้ได้”

 

 

 

“การฝึกซ้อมจะนานแค่ไหน?”หลัวฮว่านถาม

 

 

 

“1เดือน”เจนัส ตอบ

 

 

 

“หากเจ้าไม่ต้องการที่จะเข้าร่วมเจ้าสามารถเลือกที่จะยอมแพ้และรีบกลับไปที่นครประสานนภาได้”ขณะนี้  ผู้เยาว์อีกคนหนึ่งก้ได้เดินเข้ามาใกล้อ้อฝนและจ้องมองอย่างเย็นชามาที่ฉินเหวินเทียน

 

 

 

ในขณะนี้ฉินเหวินเทียนรู้สึกว่ามีหลายคนจ้องมองมาที่เขา สัมผัสของเขาแข็งแกร่งขึ้นและตามความรู้สึกของเขา เขาหันกลับไปและพบว่าบริเวณนั้นถูกกำหนดให้สำนักหลวง มีสายตาหลายคู่ต่างจับจ้องมาที่เขา  หนึ่งในนั้นมีเสื้อคลุมสีเขียวและมีกลิ่นอายหนาวเย็นปล่อยออกมา นั้นไม่มีใครอื่นนอกจาก ไป๋ ชิวจี้ เสวี่ย

 

 

 

ตระกูลไป๋ได้ย้ายไปอยู่ที่นครหลวงแล้ว เห็นได้ชัดว่า ชิวจี้ เสวี่ยวางแผนที่จะเข้าร่วมการฝึกซ้อมโดยการร่วมมือของสำนักทั้ง9

 

 

 

“ศิษย์น้องฉิน พวกเขาอยากจะจัดการเจ้า”ซานอธิบาย”ข้าเตือนเจ้าให้ระวังอ้อฝนไว้ให้ดีเพราะเขามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเย่ หวู่เชวย”

 

 

 

จิตใจของฉินเหวินเทียนสงบนิ่งราวกับกระจก เขาไม่ได้คาดคิดว่าในขณะที่เข้าก้าวขาเข้าไปในนครหลวงได้มีกับดักที่วางไว้โดยผู้อื่นไว้อยู่แล้วเตรียมที่จะเขมือบเขาในคราเดียว

 

 

 

ผู้สมัครส่วนใหญ่ไม่รู้เรื่องการเดินทางครั้งนี้ นอกเหนือจากการฝึกซ้อมพวกเขามีวัตถุประสงค์รองคือ จัดการฉินเหวินเทียน ผู้สมัครส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าใครคือฉินเหวินเทียน พวกเขารู้เพียงว่าการฝึกซ้อมแบบนี้เป็นเรื่องที่อันตรายมาก เมื่อไม่นานมานี้ สำนักทั้ง9 ได้แจ้งให้ทุกคนทราบว่าพวกเขาสามารถถอยได้หากพวกเขากลัวเรื่องความปลอดภัย

 

 

 

หลัวฮว่านจ้องไปที่เจนัสและถาม”เราจะวัดความเป็นธรรมของการทดสอบครั้งนี้ได้อย่างไร?”

 

 

 

“ตามที่สำนักทั้ง9บอก ผู้สมัครทุกคนจะต้องเข้าไปในป่าทมิฬโดยไม่มีข้อยกเว้น นอกจากนี้ สำนักทั้ง9 จะส่งผู้อาวุโสสองคนและรุ่นพี่4คนไปเพื่อดูแลเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เจ้ากำลังพยายามจะถามอะไร”เจนัสโต้ตอบอย่างเย็นชา

 

 

 

“แล้วใครเป็นตัวแทนสำนักจักรพรรดิดาราของเรา?”หลัวฮว่านถาม

 

 

 

“สำหรับผู้อาวุโสเป็นเย่หม่าและข้า ส่วนรุ่นพี่เป็นศิษย์ของเขาและศิษย์ของข้า เย่หม่ารู้เรื่องนี้ซึ่งเขาได้ตกลงไว้แล้ว”เจนัสหัวเราะเบา ๆ

 

 

 

หลังจากฟังคำตอบแล้วหลัวฮว่านก็หันไปหาฉินเหวินเทียนและพบเพียงรอยยิ้มของฉินเหวินเทียนเล็กน้อยขณะที่กล่าวตอบ”ข้ายินดีที่จะเข้าร่วมการฝึกซ้อม”

 

 

 

เมื่อเขาตอบตกลง ฉินเหวินเทียนสังเกตเห็นว่าผู้เยาว์ที่อยู่ข้างอ้อฝนได้ยกริบฝีปากขึ้นเล็กน้อยและยิ้มอย่างเย้ยหยันออกมา

 

 

 

“ไปพักผ่อนกันเถอะ”หลัวฮว่านนำฉินเหวินเทียนไปด้านข้าง

 

 

 

“ศิษย์น้องฉิน ครานี้ ดูเหมือนว่าจะมีเขี้ยวเล็บมากมายที่อยากจะต่อกรกับเจ้า เจ้าต้องระมัดระวังในทุกสิ่งที่เจ้าทำ ไม่เพียงเท่านั้น ป่าทมิฬก็อันตรายพอที่จะจัดการกับเจ้า เจ้าไม่จำเป็นต้องจดจ่อป้องกันกับพวกทรยศให้มากนัก”ซานเตือนฉินเหวินเทียนอย่างเอาจริงเอาจัง

 

 

 

“ข้าจะเคารพการตัดสินใจของอาจารย์เย่หม่า สำหรับคนอื่นๆของผู้สมัคร ที่กำลังวางแผนที่จะจัดการข้ารวมถึงสัตว์อสูรด้วยเช่นกัน ข้าจะรอบคอบให้มากอย่างแน่นอน”ฉินเหวินเทียนตอบ

 

 

 

“จงจำไว้ จงอย่าดูถูกหรือประมาทผู้สมัครไม่ว่าจะคนใดก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สมัครจากตระกูลขุนนางที่ใช้โดยสำนักจักรพรรดิดาราและสำนักหลวง บางคนอาจจะดูอ่อนเยาว์ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพรสวรรค์ของพวกเขาจะต้องเป็นสิ่งที่น่ากลัวอย่างแน่นอน”

 

 

 

“แน่นอน เอาหล่ะมารอการฝึกซ้อมเริ่ม”ฉินเหวินเทียน เอนศีรษะและบังเอิญสายตาของได้เหลือมองไปยังชิวจี้เสวี่ย ตรงนั้นชิวจี้เสวี่ยถูกล้อมรอบไปด้วยผู้เยาว์ทั้งบุรุษและสตรีหลายคน คล้ายคลึงกับดวงดาราที่ล้อมรอบพระจันทร์ที่สวยงามอยู่ เหตุผลสำหรับความสนใจนี้ นอกเหนือจากพรสววรค์ของนางแล้ว นางเองก็กำลังจะมีการแต่งงานระหว่างนางและเย่หวู่เชวย

 

 

 

“อาจารย์ ทำไมไม่ลองปล่อยให้ข้าไปสืบหาสถานที่พักผ่อนที่ดีในนครหลวงหล่ะ?”ฟานซือแนะนำฉินเหวินเทียนอย่างสุภาพ

 

 

 

“ตกลง จงทำเช่นนะเถอะ”ฉินเหวินเทียนไม่ได้คัดค้าน

 

 

 

“ข้าจะรออาจารย์กลับมาโดยปราศจากอันตราย”ฟานซือยิ้มและจากไป เขาเชื่อว่าด้วยความสามารถของฉินเหวินเทียนจะสามารถเปลี่ยนความอันตรายนี้ให้เป็นโชคดีได้ เขายังคงรอให้กลายเป็นสุดยอดนายช่างเพื่อที่จะได้มองลงไปบนมูหลิน

 

 

 

ช่วงแรกของการทดสอบ ด้วยการเห็นด้วยของสำนักทั้ง9  เริ่ม!  เมื่อประเมิฯด้วยสายตาแล้วความเร็วของผู้สมัครนั้นรวดเร็วราวกับไฟป่า ถึงกระนั้น เรื่องนี้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับฉินเหวินเทียน ผู้ซึ่งได้คุยกับหลัวฮว่านและซานอย่างสบายๆ

 

 

 

เหนือขึ้นไปในอากาศ ไกลออกไปจากสถานที่การทดสอบ มีสัตว์อสูรขนาดใหญ่ที่กำลังลอยอยู่ในอากาศ สัตว์อสูรตัวนั้นดูคล้ายกับสิงโตแต่มีปีกงอกขึ้นมาที่หลัง ด้วยแรงกดดันที่ปล่อยออกมา  มันเป็นสัตว์อสูรระดับ 8 ที่น่าสะพรึงกลัว กริฟฟิน เงาที่ยืนอยู่บนร่างของกริฟฟอน เป็นเย่หม่าและชายชรา

 

 

 

“อาจารย์ เมื่อเจนัสเห็นด้วยกับข้อเสนอของสำนักหลวง ทำไมท่านจึงไม่คัดค้าน?”เย่หม่าถาม ใบหน้าของเขาแสดงความไม่เข้าใจออกมา

 

 

 

“เย่หม่า เจ้าคิดว่าผู้เยาว์นั้นน่าสนใจมากรึ?”ชายชรายิ้มและโต้ตอบโดยการถามคำถามอื่น

 

 

 

“แน่นอน ข้าไม่ปิดบังอะไรจากอาจารย์ที่นับถือของข้า ข้าชอบบุคลิกของผู้เยาว์คนนี้มาก หากข้าไม่ชอบ แล้วเมื่อพวกเขาเสนอเรื่อง ‘การฝึกซ้อม’ข้าคงไม่เชิญอาจารย์ที่นับถือของข้ามาช่วยข้าหยุดยั้งการฝึกซ้อมที่มีจุดประสงค์อื่นที่ป่าทมิฬ”

 

 

 

“เนื่องจากเจ้าสนใจเขามาก ทำไมเจ้าถึงไม่ยอมให้เขาเข้าร่วมการทดสอบ?”ชายชรายิ้มขณะมองบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลที่ผู้สมัครกำลังอยู่ระหว่างการทดสอบ”การหว่านเมล็ดลงระหว่างกลุ่มผู้สมัครน้าจะมีบางๆอย่างดีเกิดขึ้น ข้ากำลังตั้งหน้าตั้งรอการเดินทางฝึกซ้อม”

 

 

 

เย่หม่ายิ้มอย่างขมขื่นขณะที่เขาท่องในใจว่า”เจ้าหนุ่มน้อย ข้าพยายามแล้ว ข้าคงทำได้เพียงขอให้เจ้าโชคดีได้เท่านั้น”

 

 

 

“ท่านปู่ ท่านกำลังหาข้าอยู่?”ในขณะนี้ กระเรียนอสูรสีขาวได้บินขึ้นไปบนฟ้าและผู้ที่ยืนอยู่บนกระเรียนอสูรก็คือ สตรีที่งามที่สุดในประเทศฉู โมชิงเฉิง

 

 

 

“อืม ครานี้ ข้าอยากให้เจ้าตามเย่หม่าไปเดินในป่าทมิฬ มันคงจะไม่ดีหากเจ้าจะเอาแต่อยู่บ้าน”ชายชรายิ้มอย่างสุภาพแล้วก็หันไปทางเย่หม่า “เย่หม่า ข้าจะให้ยืมกริฟฟินระดับ 8 นี้เป็นการชั่วคราว ข่วยข้าโดยการดูแลชิงเฉิงให้ดี”

 

 

 

เย่หม่าตะลึง เขาไม่เข้าใจความหมายที่อยู่เบื้องหลังการกระทำของอาจารย์ที่น่านับถือของเขา ครู่หนึ่งต่อมา เขาพยักหน้าเล็กน้อยให้โมชิงเฉิง แต่เขาค่อนข้างรู้สึกงงๆ แม้แต่คนที่อยู่ในระดับของเขาก็ยังคงได้รับผลกระทบจากความงามของโมชิงเฉิง เกี่ยวกับหลานสาวของอาจารย์ที่นับถือของเขา เขาไม่ได้พูดคุยกับนางบ่อยนัก แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ เย่หม่ารู้ดีพอว่าอัจฉริยะทั้ง10ในนครหลวงต่างต่อสู้กันเพื่อนาง ทว่าตอนนี้  อาจารย์ที่นับถือของเขาจริงๆแล้วต้องการให้เขาทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มกันหลานสาวสุดที่รักของเขา? สำหรับการเดินในป่าทมิฬ? มันอดคิดไม่ได้ที่เขาจะสงสัย มันมีเจตนาพิเศษอื่น ๆ อยู่เบื้องหลังการกระทำนี้หรือไม่?

 

 

 


 

 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย