0 Views

มือที่ฉินเหยากำลังยื่นไปหาฉินเหวินเทียนได้หยุดกลางคันขณะที่นางมองไปยังวานรอสูรที่แบกฉินเหวินเทียน นางรู้สึกราวกับไม่ใช่ความจริงเกือบจะเหมือนว่านางอยู่ในความฝัน

 

 

 

วานรอสูรนี้ดูเหมือนจะไม่ได้เป็นสัตว์อสูรจริงๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นมันจะไม่มีทางที่จะให้ฉินเหวินเทียนผสานร่างกายของเขาเข้ากับมันได้ ถึงกระนั้น การแสดงออกที่กำลังแสดงผ่านสายตามันนั้นเป็นของมนุษย์อย่างแท้จริง

 

 

 

ลิงอสูรคำรามออกมาก่อนที่จะหันหลังแล้ววิ่งออกไป ทุกก้าวที่มันวิ่งก่อให้เกิดแผ่นดินสะเทือนดังสนั่นดังออกมา มันกระโดดขึ้นไปในอากาศและเมื่อมันล่อนลงไปยังพื้นดินจะเกิดรอยแตกรูปใยแมงมุมถึง100เมตร ร่างกายขนาดยักษ์ของมันไม่ทำให้มันช้าลงเลยแม้แต่น้อยและมันยังคงกระโจนขึ้นไปในอากาศอย่างรวดเร็ว  ร่างของมันพร่าเลือนในขณะที่เสียงกระทบพื้นดินดังสนั่นยังคงสะท้อนไปทั่วนครประสานนภา

 

 

 

“เป็นไปได้อย่างไรกัน? อัญเชิญอสูรสงคราม มันเป็นไปได้อย่างไรมันเกิดขึ้นกับฉินเหวินเทียนได้อย่างไร หากนั้นไม่ใช่การอัญเชิญแล้วมันคืออันใด?” มูหลินได้เห็นหลายสิ่งหลายอย่างมาเขามีประสบการณ์มากมาย แต่เขาก็ไม่รู้เรื่องต้นกำเนิดของวานรอสูรนี้

 

 

 

ฉินเหยา พุ่งไปหาวานรอสูร แต่นางก็ถูกหยุดโดยฉินเย่  ปัจจุบัน ตระกูลเย่ได้ถอยไปหมดแล้ว แต่นครประสานนภายังอยู่ภายใต้การควบคุมของพวกเขา หากฉินเหยาไล่ตามฉินเหวินเทียนไปมันจะอันตรายเกินไป

 

 

 

อย่างไรก็ตามวิกฤตของพวกเขาถูกป้องกันแล้วแม้ว่าจะเป็นการชั่วคราวเท่านั้น

 

 

 

ฉินเย่มองไปที่มองไปที่มูหลินละกล่าวอย่างเย็นชาออกมา”ตระกูลฉินของข้าจะจดจำเรื่องในวันนี้ทั้งหมด”

 

 

 

มูหลินหวาดสานตาไปทางฉินเย่อย่างไม่แยแส เขาไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งใดเพราะสายตาของเขาได้แสดงถึงการดูถูกเหยียดหยามออกมาอย่างชัดเจน เขากล่าวตอบ”เทพธิดาแห่งโชคชะตาน่าจะยิ้มให้เจ้าในวันนี้ หากเจ้าต้องการหาข้า จงมาที่สมาคมสายธารธาราในนครหลวง”

 

 

 

หลังจากกล่าวเสร็จ มูหลินและคนอื่นๆกลับเข้าสมาคมสายธารธาราโดยไม่รอคำตอบของฉินเย่ ในสายตาของนายช่างที่ได้รับการยกย่องเช่นเขา ตระกูลฉินเป็นเพียงตระกูลที่กำลังจะพังพินาศและกำลังจะจางหายไป

ฉินเย่ได้นำสมาชิกของตระกูลที่ส่วนใหญ่ได้เลือกร่วมที่จะออกไปพร้อมกับสมาชิกสำนักจักรพรรดิดารา  ผู้ชม ผู้ที่เฝ้ามองอยู่ไกลๆ ยังคงมีสีหน้ามึนงงบนใบหน้าของพวกเขา ข่าวลือเริ่มกระจายไปทั่วทุกมุมของนครประสานนภาอย่างรวดเร็ว ฉินเหวินเทียนกลายเป็นวานรอสูรที่ดุร้ายและสังหารเย่โมผู้ซึ้งอยู่ในขึ้นอาณาจักรหยวนฝู่ ปัจจุบันฉินเหวินเทียน เป็นเรื่องที่ร้อนแรงที่สุดที่บรรดาพลเมืองของนครประสานนภาพูดกัน พฤติกรรมของเขาได้รับการกล่าวถึงโดยคนนับไม่ถ้วน

 

 

 

ในวันเดียวกันนั้น อีกเหตุการณ์ที่น่าตกใจเช่นเดียวกันก็เกิดขึ้น จากทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศฉู มีกองทหารมาถึงและทำลายการปิดล้อมนครประสานนภาก่อนที่จะตรงไปยังบ้านตระกูลฉิน

 

 

 

มีข่าวลือว่าทหารเหล่านี้เป็นผู้พิทักษ์ที่ประจำการอยู่ที่เขตตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศฉู ในอดีตนายพลของพวกเขาเป็นฉินหวู่ หลังจากได้ยินข่าวว่าตระกูลเย่ นำกองกำลังของพวกเขาไปปิดล้อมนครประสานนภา พวกเขาได้วิ่งตลอดทั้งคืนเพื่อที่จะไปถึงเมืองได้ทันเวลา

 

 

 

สถานการณ์และความสมดุลของอำนาจในนครประสานนภาได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างมากตระกูลฉินกลับคืนสู่อำนาจเดิมของพวกเขา อาชูร่าหวู่พ่ายแพ้และหนีไป ส่วนตระกูลไป๋ได้ตัดสินใจที่จะย้านถิ่นฐาณเตรียมที่จะย้ายไปอยู่นครหลวง

 

 

 

 

ตระกูลไป๋…….ไป๋ฉิงซงดูเหมือนจะมีอายุมากขึ้นเรื่อย ๆจากช่วงเวลาที่ชิวเซวียกลั่นจิตดาราของนาง ซึ่งทำให้เขาลำพองใจที่จะเผชิญหน้ากับฉินเหวินเทียนผู้ซึ้งเผยพลังของเขาอย่างฉับพลัน ตอนนี้  แม้กระทั่งลูกสาวตัวน้อยของเขาก็ไม่ยอมฟังคำพูดของเขา

 

 

 

“ข้าจะไม่ไปกับท่าน”ไป๋ฉิง  ค่อยๆมองไปที่บิดาของนางขณะที่นางกล่าง ถึงกระนั้นคำพูดนางตอนนี้ดูเย็นชาขึ้นมาก ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมานางถูกคุมขังโดยไป๋ฉิงซง

 

 

 

“โอหังนัก! เกิดอันใดขึ้นกับความกตัญญูของเจ้า?”ไป๋ฉิงซงโกรธอย่างรุนแรง

 

 

 

“ความกตัญญู? ท่านพ่อ ท่านน่าจะยังจำได้ว่าท่านเป็นคนสอนเรื่องความกตัญญูแก่ข้า ท่านเป็นคนที่สอนข้าให้เมตตาและตรงไปตรงมา แต่มองไปในสิ่งที่ท่านทำลงไปสิ! ช่างเสแสร้ง! ตอบแทนบุญคุณด้วยการกลายเป็นศัตรู เกือบทำหี่เหวินเทียนต้องตาย”ดวงตาของไป๋ฉิงเริ่มชื้นขึ้นมาเล็กน้อย นางเกลียดบิดาของนางอย่างมาก ตระหนักว่าทุกความคิดของบิดานางเป็นเพียงสิ่งหลอกหลวง  ไป๋ฉิงซงเป็นคนเสแสร้างอย่างแท้จริง

 

 

 

ผลกระทบทางจิตใจของนางคือที่ บิดาของนางทรยศต่อความเชื่อของตัวเองเป็นเรื่องที่โหดร้ายอย่างมากสำหรับเด็กอายุ 15 ปี ที่มักคิดว่าบิดาของตนนั้นเป็นแบบอย่างและเป็นคนที่มีเชื่อมั่นในความเมตตาของเขา

 

 

 

“พี่เหวินเทียน? ข้าคือพ่อของเจ้า !สำหรับความเมตตากรุณาและความตรงไปตรงมา จะมีก็ต่อเมื่อมันมีประโยชน์เพื่อปูทาง ทุกสิ่งที่ข้าทำ ข้าทำเพื่อตระกูลไป๋และสำหรับเจ้าทั้งสอง ”แววตาของไปฉิงซงเริ่มเย็นเยือก “ทำไมเจ้าจึงไม่เหมือนพี่ของเจ้า”

 

 

 

 

“เป็นเหมือนท่านพี่และอ้างแต่คำจอมปลอม? นางดีมากดีเสียจนข้าถูกหลอก ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่านางจะชั่วร้ายเช่นนี้ แม้กระทั่งพี่เหวินเทียนก็ยังดีกับนางมาก”ไป๋ฉิงหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา

 

 

 

“อย่าไร้สาระ ดูเหมือนหลายปีที่ผ่านมา ข้าเลี้ยงเจ้ามาโดยเปล่าประโยชน์ ไม่น่าแปลกใจที่พี่ของเจ้ามีพรสวรรค์แต่เจ้าไม่สามารถฝึกตนได้” ไป๋ฉิงซงรู้สึกผิดหวังอย่างมาก

 

 

 

“พรสวรรค์ท่านหมายถึงสิ่งนี้?”ไป๋ฉิงหัวเราะอย่างเย็นชาและทันใดนั้นแสงสุกสกาวดวงดาราสว่างขึ้นในความมืดและทำให้ไป๋ฉิงซงแข็งทื่อ

 

 

 

เงาของจิตดาราปรากฏขึ้นที่หน้าผากของไป๋ฉิง จิตดารานี้เปล่งกระจายพลังหยินออกมาจำนวนมากและดูเหมือนจะเป็นวิญญาณจากโลกใต้พิภพ ในขณะที่รัศมีรอบ ๆ มันส่องด้วยสีทองบริสุทธิ์

 

 

 

จิตดาราสีทองบริสุทธิ์ต้นกำเนิดของมันคือสวรรค์ชั้นที่4หรือสูงกว่า

 

 

 

ไป๋ฉิงซง รู้สึกว่าสมองของเขาสั่นสะเทือนในขณะที่เขาอ้าปากค้าง สวรรค์ชั้น4! ไป๋ฉิงกลั่นจิตดาราดวงแรกจากสวรรค์ชั้น4! มันทำให้ไป๋ฉิงซงตกใจ

 

 

 

เขาเห็นจิตดาราค่อยๆหดกลับเข้าไปในร่างของไป๋ฉิงและในไม่ช้าไป๋ฉิง ดูเหมือนจะกลายเป็นวิญญาณใต้พิภพ ปล่อยกระจยพลังหยินที่เยือกเย็นออกมา ทำให้ไป๋ฉิงซงสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

 

“ยอดเยี่ยม! เจ้ายังคงเป็นลูกของข้าจริงๆ แต่ทำไมเจ้ากลั่นจิตดาราจากหมู่ดาวหยิน”ไปฉิงซงถามในขณะที่สั่นไปด้วย

 

 

 

“ข้ามิอาจฝึกตนได้ ข้าเพียงแค่ฟังพี่เหวินเทียน ผู้ซึ่งสั่งให้ข้าไม่ดูดซับปราณหยวนจากสวรรค์และปฐพีเพื่อที่ข้าจะได้เพิ่มพูนความสัมพันธ์เพื่อสัมผัสถึงหมู่ดาว ไม่เพียงเท่านี้ เขายังสอนการทำสมาธิ ดังนั้นข้าจึงสามารถทำในสิ่งทีท่านพี่ทำได้และสัมผัสถึงหมู่ดาวที่อยู่ในสวรรค์ชั้นที่3 เพราะความผิดหวังที่ข้ามีต่อท่าน ข้าผลักดันสัมผัสของข้าให้เพิ่มชึ้น ข้าได้หยุดกังวลเกี่ยวกับชีวิตและความตายและถึงแม้หากข้าตาย ข้าก็จะยังคงต้องทำต่อไป ความตั้งใจของข้าได้รับการสนับสนุนจากอารมณ์ของข้าและในที่สุดเมื่อข้าได้สัมผัสถึงหมู่ดาวในสวรรค์ชั้นที่4 ข้าก็คงสติได้ไม่นานนัก ไม่ใช่ข้าที่เลือกหมู่ดาวนี้แต่มันคือหมู่ดาวที่เลือกข้ามากกว่า”

 

 

 

 

“แม้ว่าพี่เหวินเทียนและข้าไม่มีสัมพันธ์ทางสายเลือดกัน ความเมตตาของเขาสอนให้ข้ามีความสุขและมองในแง่บวก รอยยิ้มของเขาสะอาดและบริสุทธิ์ แต่ท่านเป็นพ่อของข้า สอนให้ข้าเป็นคนเสแสร้ง หลอกหลวงทรยศ ไร้อารมณ์และเลือดเย็น นี่คือคุณสมบัติของคนเป็นพ่อ? ท่านมันไม่คู่ควร!”

 

 

 

หลังจากนางพูดในสิ่งที่นางจะพูด ไป๋ฉิงก็หันหลังและเดินออกไป เดินออกจากไป๋ฉิงซง ที่ยืนอยู่อย่างโง่เขลาในขณะที่ประโยคเมื่อสักครู่วนซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในใจของเขา “ไม่คู่ควร!”

 

 

 

เขาหลับตาลง ไป๋ฉิงซง รู้สึกเสียใจในมุมสุดขีดในหัวใจของเขา เขาคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเขาไม่ได้ทรยศต่อตระกูลฉินโดยการทำลายการแต่งงาน ลูกสาวทั้งสองคนของเขามีพรสวรรค์ที่น่าตกใจเช่นนี้โดยเฉพาะไป๋ฉิง ซึ่งกลั่นจิตดาราจากสวรรค์ชั้นที่4  นี่เป็นเรื่องมหัศจรรย์เมื่อเทียบกับประเทศฉูทั้งประเทศ ถึงกระนั้นนางไม่ได้ยอมรับเขาว่าเป็นพ่อของนาง..

 

 

 

 

สามวันต่อมา…….

 

 

 

 

มีพื้นที่เป็นป่าทางตะวันตกของนครประสานนภา ในบริเวณนั้นลูกสุนัขที่มีขนสีขาวหิมะกำลังไล่เล่นหางตนเอง วิ่งวนไปรอบๆ ข้างๆมัน เป็นร่างของผู้เยาว์รูปหล่อกำลังนอนอยู่บนพื้น

 

 

 

ลูกสุนัขหิมะกระพริบตาและมันรีบวิ่งไปข้างหน้าออกจากแถวนี้ ครู่ต่อมามันก็กลับมาและไม่เพียงแค่นั้นสาวน้อยสองคนก็ตามมันมาด้วย

 

 

 

“เจ้าเพื่อนตัวน้อย ทำไมเจ้ามาข้ามาที่นี้?”สตรีผู้หนึ่งสวมอาภรณ์สีขาว มีความงามเทียบได้ดั่งกับนางฟ้าราวกับว่านางไม่ได้มาจากโลกมนุษย์ นางวิ่งตามหลังลูกสุนัขหิมะขณะที่ทันใดนั้นนางก็หยุด ตรงนั้นมันมีคนนอนอยู่บนพื้นจริงๆ

 

 

 

ลูกสุนัขหิมะหมอบคลานไปข้างๆผู้เยาว์ที่นอนอยู่ มันจ้องมองไปยังสตรีที่สวมอาภรณ์สีขาวด้วยสายตาที่น่ารัก

 

 

 

“ชิงเฉิง เราได้ไล่ตามเจ้าตัวน้อยนี้มาตลอดจากนครหลวงจนมาถึงที่นี่ และตอนนี้ มันป็นเพราะศพมันเลยตั้งใจมาหาเรา”ข้างสตรีสาวที่สวมอาภรณ์สีขาวมีสตรีอีกคนที่สวมอาภรณ์สีเขียว นางจ้องมองที่ลูกสุนัขหิมะตัวเล็ก ๆ ราวกับว่านางไม่พอใจอย่างมาก

 

 

 

 

“เจ้าตัวน้อยนี้นี้ดูเหมือนจะเย้าแหย่เรา ด้วยความเร็วของมัน  มันสามารหนีเราได้หากมันไม่ต้องการให้เราเจอ ช่างซนเสียจริง”โมชิงเฉิงส่ายหัวขณะที่นางหัวเราะอย่างขมขื่น หลังจากนั้นนางเดินไปที่ด้านข้างของผู้เยาว์และตรวจสอบการบาดเจ็บของเขาก่อน”เขาหมดสติเพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่เพียงเท่านั้น เขาได้ใช้วิญญาณ พลังและปราณไปทั้งหมด”

 

 

 

หลังจากการวินิจฉัยของนาง โมชิงเฉิงหยิบโอสถออกมาจากเสื้อคลุมของนางและวางไว้ในปากของผู้เยาว์คนนั้น ไม่นานหลังจากนั้นเม็ดโอสถก็ละลายและพลังการรักษาลึกลับก็เริ่มไหลเข้าสู่ร่างกายของผู้เยาว์

 

 

 

“เจ้าบ้าไปแล้วรึ? นั้นมันโอสถชั้นยอดระดับ2!”สตรีชุดเขียวพุดไม่ออก เม็ดโอสถสามารถจำแนกชั้นได้เช่นเดียวกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ เม็ดโอสถชั้นยอดระดับ2ก็มากพอที่จะทำให้ผู้ฝึกตนขั้นไหลเวียนโลหิตบ้าเพราะมันได้ มันล้ำค่ามาก

 

 

 

“นี่ต้องเป็นโชคชะตา หากไม่ใช่ เราคงไม่ได้มาเจอเขา นั้วหลาน ตรงนั้นมีบ้านฟางอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ เรานำเขาไปที่นั้นกัน”โมชิงเฉิงแบกผู้เยาว์คนนั้นขึ้นหลังขณะที่พูดกับสตรีชุดเขียวไปด้วย

 

 

 

“บ้า…เจ้าบ้าไปแล้ว”นั้วหลานส่ายหัว หากคนที่มาจากนครหลวงรู้ว่าโมชิงเฉิง กำลังแบกชายไว้บนหลังจะไม่มีใครรู้ว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้นจะเป็นอย่างไร

 

 

 

สิ่งที่น่ารังเกียจยิ่งกว่านั้นก็คือในระหว่างการเดินทางมือของผู้เยาว์คนนั้นกำลังพักอยู่ที่บริเวณด้านหน้าหน้าอกของโมชิงเฉิง บางครามันก็โดนยอดเขาคู่นั้นของโมชิงเฉิงทำให้ใบหน้าของนางแดงซ่านขึ้นทำให้นางยิ่งดูน่าหลงใหลยิ่งขึ้น

 

 

 

“เจ้ากำลังมองอันใด?”สตรีชุดเขียวจ้องมองที่ลูกสุนัขหิมะซึ่งกำลังตามพวกเขาอยู่ข้างๆก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงต่ำ ๆ”เจ้านี้มีโชคของปีศาจ เพลิดเพลินไปกับผลประโยชน์แม้กระทั่งเมื่อเขาหมดสติ”

 

 

 

 

“นั้วหลาน เขายังไม่รู้เรื่องอะไรและลูกสุนัขหิมะตัวน้อยนี้ดูเหมือนจะมีปัญญาสติจิตวิญญาณ ตอนนี้เราช่วยเขาไว้ดั่งที่ข้าได้กล่าวไว้นี้อาจจะถือได้ว่าเป็นโชคชะตา”โมชิงเฉิงยิ้มอย่างขมขื่น นางไม่เคยคิดว่านางอยู่ใกล้ชิดกับเพศตรงข้ามเช่นนี้

 

 

 

“หาก10อัจฉริยะของนครหลวงหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าคิดว่าต่อให้เจ้าเด็กนี้มีชีวิตอีกสองสามชีวิตมันก็คงยังไม่พอสำหรับเขา”นั้วหลานส่ายหัว นางป็นคนที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของคู่ครองที่ต้องการจะแต่งงานกับสตรีชุดขาว ถึงกระนั้นโมชิงเฉิงก็ไม่เคยมีใครที่ทำให้นางถูกใจได้แม้แต่ครั้งเดียว

 

 

 

สตรีสองคนมาถึงบ้านฟางซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่โล่งภายในพื้นที่ป่ามันเป็นสถานที่งดงามและมีลำธารอยู่ข้างๆ นั้วหลานกำลังข่มความโกรธในใจของแต่ความโกรธของนางก็กลายเป็นเรื่องประหลาดใจเมื่อนางได้เห็นลูกสุนัขหิมะที่คาบสมุนไพรที่เป็นยาสองสามด้านอยู่ในปากของมันเดินตามหลังไปพร้อมกับโมชิงเฉิง”เจ้าตัวน้อยนี้สามารถค้นหาสมุนไพรวิญญาณได้รึ?”

 

 

 

ลูกสุนัขหิมะเพิ่มความเร็วในขณะที่มันพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว มันมาถึงด้านข้างของนั้วหลานแล้วเอียงศีรษะของมัน นั้วหลานกลิ้งกลอกดวงตาของนางเมื่อนางเห็นสายตาที่ยุแหย่นั้น

 

 

 

“เจ้ายโส”นั้วหลานตำหนิด้วยเสียงต่ำ แต่นางก็ประหลาดใจอยู่ลึกๆ โมชิงเฉิงเดินไปยิ้มไป”ข้าบอกเจ้าแล้วมันมีสติปัญญาจิตวิญญาณแต่ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นสัตว์อสูรประเภทไหน ไม่ว่าจะโน้มน้าวชักจูงหนักแค่ไหน มันก็ปฏิเสธที่จะติดตามข้า”

 

 

 

 

“ให้ข้าต้มสมุนไพรจิตวิญญาณ”โมชิงเฉิง เดินไปหานั้วหลานซึ้งขยับไปข้างๆหลบนาง ลูกสุนัขหิมะวิ่งเล่นไปมาในบ้านฝางก่อนที่จะนอนลงบนร่างของฉินเหวินเทียน มันตื่นขึ้นหลังจากที่ต้มสมุนไพรเสร็จ โมชิงเฉิงป้อนยาที่สกัดออกมาให้แก่ฉินเหวินเทียน

 

 

 

นั้วหลานเหลือบมองไปที่ฉินเหวินเทียนนางรู้สึกสับสนในหัวใจของนาง เจ้านี่โชคดีขนาดไหนที่สตรีที่งามที่สุดในประเทศฉูแบกเขาขึ้นหลังและป้อนยาเขา?

 

 

(TL:โมคือนามสกุล ชิงเฉิงหมายถึงสาวงามที่สามารถสั่นคลอนอาณาจักรได้)

 

 


 

 

ติดตามข่าวสารตอนใหม่ๆได้ที่เพจก่อนใคร!! คลิกเลย